ประวัติ “เอกภพ เพียรพิเศษ” โฆษกรัฐบาลคนใหม่ จากสีส้มสู่สีน้ำเงิน新政府发言人埃卡波普·皮恩皮塞斯的传记:从橙色到蓝色。
เปิดประวัติ “หมอเอก - เอกภพ เพียรพิเศษ” อดีต สส.เชียงราย พรรคอนาคตใหม่-พรรคก้าวไกล ก้าวสู่การร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย ล่าสุดนั่งเก้าอี้ “โฆษกรัฐบาลคนใหม่” ภายใต้ ครม.อนุทิน 2

เปิดประวัติ “หมอเอก - เอกภพ เพียรพิเศษ” อดีต สส.เชียงราย พรรคอนาคตใหม่-พรรคก้าวไกล ก้าวสู่การร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย ล่าสุดนั่งเก้าอี้ “โฆษกรัฐบาลคนใหม่” ภายใต้ ครม.อนุทิน 2
วันที่ 8 กันยายน 2569 คณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือ ครม.อนุทิน 2 มีการปรับเปลี่ยนบุคคลดำรงตำแหน่ง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หรือเรียกสั้นๆ ว่า “โฆษกรัฐบาล” จากเดิมคือ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก เป็นทีมโฆษกรัฐบาลหญิงล้วน แต่ล่าสุด ครม. วันนี้ (8 กันยายน) มีมติเห็นชอบแต่งตั้งโฆษกรัฐบาลคนใหม่ คือ “นายเอกภพ เพียรพิเศษ” มีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ประวัติ “เอกภพ เพียรพิเศษ”
สำหรับประวัติของ นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ หรือ หมอเอก เกิดเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2519 มีอายุ 50 ปี (ณ ปี 2569) สำเร็จการศึกษาแพทยศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยจบแพทย์เฉพาะทาง (เวชศาสตร์ครอบครัว) และปริญญาเอก วุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม (วว.) สาขาเวชศาสตร์ครอบครัว แพทยสภา
ทั้งนี้ ก่อนที่ หมอเอก จะเข้าสู่การเมือง เจ้าตัวเป็นที่รู้จักในวงการกีฬาจากการทำงานเป็นแพทย์ประจำทีมสโมสรฟุตบอล สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด (Chiangrai United) และแพทย์ประจำทีมชาติไทย อีกทั้งยังทำงานเป็นแพทย์ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย จึงทำให้รับรู้ถึงปัญหาด้านสาธารณสุขในระดับท้องถิ่น
เส้นทางการเมือง “หมอเอก” จากก้าวไกล สู่ภูมิใจไทย
หมอเอก เข้าสู่การเมืองโดยการลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เชียงราย เขตเลือกตั้งที่ 1 ภายใต้สังกัดพรรคอนาคตใหม่ ในการเลือกตั้งใหญ่ปี 2562 ในขณะนั้นถือได้ว่าเป็นสร้างปรากฏการณ์ล้มช้าง เพราะสามารถเอาชนะ นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต สส.หลายสมัยและแกนนำคนสำคัญของพรรคเพื่อไทย ส่งให้เจ้าตัวได้เป็น สส.สมัยแรก
ต่อมาเมื่อพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติสั่งยุบพรรคเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 หมอเอก ได้ย้ายไปสังกัดพรรคก้าวไกล พร้อมกับเพื่อน สส.ส่วนใหญ่ ในขณะนั้นมี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นหัวหน้าพรรคก้าวไกล แต่ภายหลัง หมอเอก เริ่มมีจุดยืนและการลงมติในสภาที่สวนทางกับมติของพรรคก้าวไกลในหลายวาระสำคัญ เช่น การงดออกเสียงหรือลงมติไว้วางใจรัฐมนตรีในพรรคร่วมรัฐบาลเมื่อปี 2564 จนถูกกระแสสังคมและผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกลวิพากษ์วิจารณ์และถูกเรียกว่าเป็น “งูเห่า”
ซึ่งจากการกระทำดังกล่าวทำให้พรรคก้าวไกลใช้มาตรการดอง นายเอกภพ พร้อมกับ สส. ที่โหวตสวนมติพรรค หรือเรียกกันว่า “ดองงูเห่า” แทนการขับออกจากพรรค รวมถึงไม่อนุญาตให้ใช้ชื่อพรรคทำกิจกรรมทางการเมือง ตัดสิทธิต่างๆ ในสัดส่วนโควตาของพรรค และยังถอดถอนจากการเป็นรองเลขาธิการพรรคด้วย โดยหมอเอก ทำหน้าที่ สส. จนถึงธันวาคม 2565
หลังจากนั้นเปิดตัวร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยอย่างเป็นทางการ กระทั่ง ในการเลือกตั้งใหญ่ปี 2566 หมอเอก ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.เชียงราย เขต 1 อีกครั้งในนามพรรคสีน้ำเงิน แต่พ่ายแพ้ให้กับ นายชิตวัน ชินอนุวัฒน์ ผู้สมัครจากพรรคก้าวไกล ทำให้ไม่ได้กลับเข้าสภาฯ ในรอบนี้
แต่เจ้าตัวยังคงทำงานร่วมกับพรรคภูมิใจไทยในฐานะคณะทำงานด้านสาธารณสุข และมักเห็นเดินอยู่กับนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี บ่อนครั้ง ซึ่งเจ้าตัวยังคอยผลักดันและให้คำปรึกษาเชิงนโยบายที่เกี่ยวข้องกับด้านสาธารณสุข การแพทย์ รวมถึงเวชศาสตร์การกีฬา โดยนอกจากจะให้ความเห็นเรื่องเกี่ยวกับระบบสาธารณสุขแล้ว ยังมักวิเคราะห์ประเด็นทางการเมืองและการทำงานของรัฐบาลในฐานะบุคลากรทางการแพทย์และอดีต สส.เชียงราย ด้วย
ขณะที่วันนี้ (8 กันยายน) หลัง ครม. มีมติแต่งตั้ง นายเอกภพ ให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภา ว่า สิ่งที่ทีมโฆษกอยากจะสื่อสารจะมีความเข้มข้นในเรื่องของข้อมูล เรื่องความรวดเร็วฉับไว ให้ข้อมูลข้อเท็จจริงและเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนจริงๆ จะไม่เน้นการโต้วาที ไม่เน้นเรื่องการใส่อารมณ์ทางการเมือง ครม. ทำงานอย่างตั้งใจและเต็มที่ ทุกคนทำงานเพื่อประชาชน และทีมโฆษกรัฐบาลจะไม่ทำหน้าที่ในการใส่ไฟหรือเติมไฟทางการเมืองที่แบ่งประชาชนออกเป็นกลุ่มแบ่งออกเป็นสีหรือคณะใดๆ
“เราอยากจะนำพาประเทศไทยไปอยู่จุดไหน มีอะไรที่จะทำให้ประเทศสู้กับประเทศอื่นในโลกได้ มีอะไรที่จะทำให้พี่น้องประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ และเศรษฐกิจที่ดีขึ้นได้ มาแข่งกันปักธงทางความคิด ถ้าอันไหนเป็นเรื่องดี ผมเชื่อแน่ว่า ทุกคนในคณะรัฐมนตรีจะนำเรื่องนั้นไปปฏิบัติ และไปใช้ แต่ถ้าเรื่องไหนก็ตามที่คณะรัฐมนตรีทำได้ดีแล้ว ทีมโฆษกเราก็จะนำเรื่องนั้นมาสื่อสารถึงพี่น้องประชาชนเช่นกัน เป็นสิ่งสำนักโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีจะดำเนินการต่อจากนี้”
隆重介绍“Ek - Ekkapop Pienpises 博士”,他曾是未来前进党和前进党的清莱议员,后来加入了泰自豪党,最近在阿努廷的第二届内阁中担任“新政府发言人”。
2026年9月8日,由总理兼内政部长阿努廷·查恩维拉库尔(阿努廷二世内阁)领导的内阁对总理发言人(或称“政府发言人”)一职进行了调整。此前,该职位由拉查达·塔纳迪雷克女士担任,政府发言人团队全部由女性组成。然而,内阁于当日(9月8日)批准任命埃卡波普·皮恩皮塞斯先生为新的政府发言人,任命自当日起生效。
“Ekaphop Pienpises”的传记
埃卡波·皮恩皮塞斯博士(或称埃克博士)出生于1976年1月15日,到2026年将年满50岁。他毕业于宋卡王子大学,获得医学学士学位,完成了家庭医学专科培训,并持有泰国医学委员会颁发的家庭医学博士学位和专科医师资格证书。
在步入政坛之前,埃克医生曾担任清莱联足球俱乐部和泰国国家队的队医,在体育界享有盛名。他在清莱府行医的经历也让他对当地的公共卫生问题有了切身的了解。
“艾克博士”的政治历程,从前进党到泰自豪党。
埃克博士于2019年大选中代表未来前进党竞选清莱府第一选区国会议员,由此步入政坛。当时,他的胜利被认为是一大冷门,因为他击败了曾多次当选国会议员、为泰党重要领导人萨玛·凯米猜,成功当选为国会议员。
后来,2020年2月21日,宪法法院解散了未来前进党,埃克博士与大多数议员同事一起加入了前进党。当时,皮塔·林加伦拉特先生是前进党的领导人。然而,埃克博士后来开始在议会中就一些重要议题发表与前进党立场相悖的言论和投票,例如在2021年联合政府部长信任投票中弃权或投反对票。这招致了公众和前进党支持者的批评,他被贴上了“政治叛徒”的标签。
由于这些举动,前进党采取了“搁置”政策,将埃卡波普先生以及其他投票反对该党决议的议员——这种做法被称为“搁置叛逃者”——而非将其开除出党。这包括禁止他们使用该党的名称进行政治活动,取消他们基于党内配额享有的各种特权,并解除他们副秘书长的职务。埃卡波普博士的议员任期至2022年12月。
之后,他正式加入泰自豪党。随后,在2023年大选中,埃克博士再次代表该党竞选清莱府第一选区国会议员,但败给了前进党候选人奇塔万·奇纳努瓦先生,未能再次当选国会议员。
然而,他仍继续与泰自豪党合作,担任公共卫生工作组成员,并经常陪同总理府部长帕拉东·普里斯南塔库尔先生出席活动。他持续致力于公共卫生、医学和运动医学领域的政策推广和建议。除了对公共卫生体系发表评论外,作为一名医学专家和清莱府前国会议员,他还经常分析政治问题和政府的政绩。
今天(9月8日),在内阁决定任命埃卡波先生后,他在议会接受采访时表示,发言人团队的目标是快速、准确地传递信息,提供真正有益于公众的事实信息。他们不会参与辩论或进行情绪化的政治操纵。内阁正竭诚为人民服务,政府发言人团队不会进行政治煽动,也不会在公众中制造分裂。
“我们希望将泰国发展到一定水平。我们如何才能使泰国在世界范围内与其他国家竞争?我们如何才能改善人民的生活和经济状况?让我们在思想的旗帜上展开竞争。如果某项举措是好的,我相信内阁的每一位成员都会贯彻执行并加以利用。如果内阁在任何方面取得了成功,我们的发言人团队也会向公众传达这一信息。这就是总理发言人办公室今后将继续开展的工作。”