ม.กรุงเทพ ชู Creative Sustainability ยกระดับภูมิปัญญา สู่สินทรัพย์แห่งอนาคต曼谷大学倡导创新可持续发展,将智力能力提升为面向未来的资产。
มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เตรียมนำแนวคิด Creative Sustainability บนเวที GCNT Expo 2026 ยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่สินทรัพย์มูลค่าสูง เปลี่ยนจากผู้ให้ความรู้สู่การเป็นผู้ร่วมสร้างอนาคตยั่งยืน

มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ชูแนวคิด “Creative Sustainability” ยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่สินทรัพย์มูลค่าสูงในอนาคต บนเวที GCNT Expo 2026
มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เตรียมนำแนวคิด “Creative Sustainability” เปิดมุมมองใหม่ในการขับเคลื่อนความยั่งยืน ผ่าน Creative Talk หัวข้อ “Creative Sustainability in Action: Turning Local Wisdom into Meaningful and Sustainable Futures” ชวนสังคมก้าวข้ามการมองความยั่งยืนเพียงแค่ “การอนุรักษ์สิ่งเดิม” สู่ “การค้นหา ตีความ และสร้างคุณค่าใหม่จากทุนที่มีอยู่” เพื่อให้คน ชุมชน และพื้นที่สามารถเติบโตได้อย่างมีความหมายและยั่งยืน ในงาน GCNT Expo 2026 วันที่ 4 กันยายน 2569 นี้ ณ True Digital Park เวลา 13.30- 16.00 น.
ในโลกที่เทคโนโลยี เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และวิถีชีวิตเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หลายชุมชนในสังคมไทยมี “ทุน” ที่มีคุณค่าอยู่แล้ว ทั้งภูมิปัญญา ความทรงจำ ความเชื่อ เรื่องเล่า สถานที่ ผู้คน อาหาร วัฒนธรรม และวิถีชีวิต แต่โจทย์อาจไม่ใช่การตั้งคำถามเพียงแค่ว่า “เราจะอนุรักษ์สิ่งเหล่านี้อย่างไร” ที่สำคัญยิ่งกว่า คือ “เราจะร่วมมือกันต่อยอดคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่น ให้มีความหมายกับคนในปัจจุบัน และเป็นสินทรัพย์มูลค่าสูงสำหรับคนรุ่นต่อไปได้อย่างไร” และนี่คือความท้าทายสำหรับมหาวิทยาลัยกรุงเทพในการทำงานกับชุมชนและสังคมผ่านแนวคิด Creative Sustainability การยกระดับ “ภูมิปัญญาท้องถิ่น (Local Wisdom)” สู่ต้นทุนในการสร้างนวัตกรรม อัตลักษณ์ ประสบการณ์ และคุณค่าใหม่ในอนาคต
จาก University as Knowledge Provider สู่ University as Co-Creator
มหาวิทยาลัยกรุงเทพชวนสังคมทบทวนบทบาทของสถาบันการศึกษาผ่านเวที Creative Talk หัวข้อ “Creative Sustainability in Action: Turning Local Wisdom into Meaningful and Sustainable Futures” เมื่อโจทย์ของความยั่งยืนในปัจจุบันมีความซับซ้อนเกินกว่าที่องค์กรใดองค์กรหนึ่งหรือศาสตร์ใดศาสตร์หนึ่งจะเป็นผู้ให้คำตอบเพียงฝ่ายเดียว มหาวิทยาลัยกรุงเทพจึงขยับบทบาทจากการเป็น Knowledge Provider ไปสู่การเปิด พื้นที่กลางของการร่วมคิด ร่วมออกแบบ และร่วมสร้าง ที่เชื่อมชุมชน นักวิชาการ นักสร้างสรรค์ ผู้ประกอบการ เทคโนโลยี และภาคีต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เพื่อค้นหาคำตอบใหม่ที่เกิดจากบริบทจริงของพื้นที่ หัวใจสำคัญของ Creative Sustainability จึงไม่ใช่คำถามว่า “มหาวิทยาลัยทำอะไรให้ชุมชน?” แต่คือ “มหาวิทยาลัยจะทำหน้าที่อย่างไรในการเชื่อมภูมิปัญญาท้องถิ่น (Local Wisdom) เข้ากับ ความฉลาดเชิงสร้างสรรค์ (Creative Intelligence) เพื่อร่วมออกแบบอนาคตที่ยั่งยืน (Sustainable Futures) ที่ชุมชนสามารถเป็นเจ้าของได้อย่างแท้จริง?”
หนึ่งพื้นที่ หกมุมมอง เมื่อ Sustainability ต้องอาศัยมากกว่าหนึ่งศาสตร์
เวที Creative Talk ครั้งนี้จะถ่ายทอดบทเรียนผ่านกรณีจังหวัดปทุมธานีในฐานะห้องปฏิบัติการชีวิต (Living Laboratory) การทำงานจริงที่เชื่อมความรู้จากหลายศาสตร์ ตั้งแต่สิ่งแวดล้อมสรรค์สร้าง สถาปัตยกรรมศาสตร์ นิเทศศาสตร์ การท่องเที่ยว เศรษฐศาสตร์ ไปจนถึงดิจิทัลมีเดียและศิลปภาพยนตร์ การทำงานร่วมกันในพื้นที่เดียวกัน เมื่อมองผ่านศาสตร์ที่ต่างกัน ย่อมทำให้เราเห็น “คุณค่า” ได้หลากหลายมุมมอง
สถาปัตยกรรมศาสตร์อาจมองเห็น “พื้นที่และประสบการณ์ (Place & Experience)” ในขณะที่นิเทศศาสตร์มองเห็น “ความหมาย เรื่องเล่า และความไว้วางใจ (Meaning, Narrative & Trust)” ส่วนมนุษยศาสตร์และการจัดการการท่องเที่ยวขยายมุมมองสู่ “การเดินทางที่สัมผัสได้ถึงการบริการต้อนรับที่แสนอบอุ่นและประทับใจ (Journey & Hospitality)” เศรษฐศาสตร์เสริมมุมมองด้าน “การขับเคลื่อนคุณค่าและความมั่งคั่งสู่ชุมชน (Value Flow & Local Prosperity)” ดิจิทัลมีเดียและภาพยนตร์ให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์ความสมจริง ตัวแทนแห่งความหลากหลาย และกลุ่มผู้ชมใหม่ (Immersion, Representation & New Audience)” และมุมมองด้านสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างช่วยให้เห็น “ระบบนิเวศ ทรัพยากร และการฟื้นฟู (Ecosystem, Resource & Regeneration)
Design With, Not Design For
แนวคิด Creative Sustainability สะท้อนให้เห็นสารสำคัญที่ว่า “ปัญหาของความยั่งยืนที่ซับซ้อนไม่สามารถแก้ได้ด้วยศาสตร์ใดศาสตร์หนึ่ง แต่จำเป็นต้อง บูรณาการ การทำงานร่วมกันและร่วมกับชุมชนเจ้าของพื้นที่เป็นหลัก” ดังนั้น การออกแบบอนาคตร่วมกับชุมชน จะช่วยเปลี่ยนสถานะของชุมชน จากการเป็น “ผู้รับประโยชน์” ไปสู่ “ผู้ร่วมสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน (Co-Creator) และผู้ร่วมเป็นเจ้าของชุมชน (Co-owner)” ความยั่งยืนที่แท้จริง เกิดขึ้นเมื่อชุมชนเกิดพลังร่วมสร้างและศักยภาพสร้างสรรค์ในการสานต่อ ต่อยอด และสามารถสร้างคุณค่าใหม่ในรูปแบบของสินทรัพย์มูลค่าสูงจากทุนเดิมของชุมชนได้ด้วยตนเอง
Creative Sustainability ยังชวนตั้งคำถามกับตัวชี้วัดความสำเร็จแบบเดิมๆ ที่มุ่งเน้นไปที่จำนวนผู้เข้าชม ยอดวิว Engagement หรือรายได้ที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากในสถานการณ์ปัจจุบัน การสร้างผลกระทบที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง (Sustainable Impact) ควรตั้งคำถามต่อด้วยว่า “เรื่องราวของชุมชนยังมีความหมายหรือไม่ คนในพื้นที่มีศักยภาพเพิ่มขึ้นหรือไม่ รายได้หมุนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นหรือไม่ สิ่งแวดล้อมดีขึ้นหรือถูกใช้มากขึ้น ความสัมพันธ์และความภาคภูมิใจของคนในพื้นที่เพิ่มขึ้นหรือไม่” และที่สำคัญ “คนรุ่นใหม่ยังอยากสานต่อคุณค่าเหล่านี้หรือไม่”
จาก “แนวคิด” สู่ “แนวทาง ปฏิบัติ ” ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพได้นำมาพัฒนาต่อยอด สู่ “BU Creative Sustainability Playbook” ผ่านกรอบการทำงาน 5Rs ขั้น ดังนี้
ROOT ค้นหารากและคุณค่าภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีอยู่ READ ด้วยความเข้าใจในระบบชีวิตของคน บริบท พื้นที่ เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม REFRAME เปลี่ยนเลนส์หรือมุมมองในการค้นหาโจทย์ที่แท้จริง REIMAGINE ร่วมจินตนาการและสร้างสรรค์โอกาสและความเป็นไปได้ใหม่ร่วมกับชุมชน REGENERATE ต่อยอดคุณค่าที่สร้างขึ้น ฟื้นฟู และเสริมความแข็งแรงให้คน พื้นที่ และคนรุ่นต่อไป
ROOT ค้นหารากและคุณค่าภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีอยู่
READ ด้วยความเข้าใจในระบบชีวิตของคน บริบท พื้นที่ เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม
REFRAME เปลี่ยนเลนส์หรือมุมมองในการค้นหาโจทย์ที่แท้จริง
REIMAGINE ร่วมจินตนาการและสร้างสรรค์โอกาสและความเป็นไปได้ใหม่ร่วมกับชุมชน
REGENERATE ต่อยอดคุณค่าที่สร้างขึ้น ฟื้นฟู และเสริมความแข็งแรงให้คน พื้นที่ และคนรุ่นต่อไป
เวที Creative Talk ครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นแค่พื้นที่ของการแลกเปลี่ยนแนวคิด แต่เป็นการชวนมองบทบาทใหม่ของสถาบันการศึกษาในฐานะ Creative Sustainability Orchestrator ที่เชื่อมคน (People) พื้นที่ (Place) ความรู้ (Knowledge) ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) เทคโนโลยี (Technology) และคุณค่าที่แท้จริง (Value) เข้าด้วยกัน เพื่อเปลี่ยน “ภูมิปัญญาท้องถิ่น” จากทุนทางวัฒนธรรมที่มีอยู่ ให้กลายเป็นคุณค่าใหม่ที่สามารถสร้างทั้งความหมาย โอกาสทางเศรษฐกิจ ความเข้มแข็งของชุมชน และพลังในการขับเคลื่อนอนาคต
สำหรับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ Creative Sustainability คือ การต่อยอดคุณค่าจากอดีต ให้สามารถเติบโต มีความหมาย และสร้างมูลค่าใหม่ได้ในโลกปัจจุบัน ผ่านการค้นหารากของภูมิปัญญาท้องถิ่น การตีความใหม่ การร่วมออกแบบ และการต่อยอดอย่างสร้างสรรค์ เพื่อยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นให้ก้าวจาก “มรดกที่ควรรักษา” สู่ “สินทรัพย์มูลค่าสูงที่ชุมชนเป็นเจ้าของ” และสามารถส่งต่อเป็นทุนสำหรับการสร้างอนาคตที่มีความหมายและยั่งยืนให้กับคนรุ่นต่อไป
在 2026 年 GCNT 博览会上,曼谷大学展示了“创意可持续发展”的概念,旨在将本土智慧提升为面向未来的高价值资产。
曼谷大学即将推出“创意可持续发展”理念,并通过题为“创意可持续发展实践:将本土智慧转化为有意义且可持续的未来”的创意讲座,为推动可持续发展开辟全新视角。本次活动旨在引导社会超越“保护现有资源”的传统可持续发展观念,转而“发现、诠释并创造现有资源的新价值”,从而赋能个人、社区和空间,使其实现有意义且可持续的发展。活动将于2026年9月4日下午1:30至4:00在曼谷真数字公园(True Digital Park)举行的2026年全球可持续技术博览会(GCNT Expo 2026)上举行。
在科技、经济、旅游和生活方式日新月异的时代,泰国社会的许多社群已经拥有宝贵的“资本”,例如智慧、记忆、信仰、故事、场所、人民、食物、文化和生活方式。然而,问题或许并非仅仅是“我们如何保护这些?”更重要的是,“我们如何携手共建本土智慧的价值,使其对当代人意义非凡,并成为子孙后代的宝贵财富?”这正是曼谷大学通过“创意可持续发展”理念与社群和社会合作所面临的挑战——将“本土智慧”提升为创造创新、身份认同、体验和未来新价值的资源。
从大学作为知识提供者到大学作为共同创造者
曼谷大学邀请社会各界重新审视教育机构的角色,并举办以“创意可持续发展实践:将本土智慧转化为有意义且可持续的未来”为主题的创意对话论坛。曼谷大学认识到,当今可持续发展的挑战过于复杂,任何单一组织或学科都无法独自应对。因此,曼谷大学正在转变自身角色,从知识提供者转变为协作思考、设计和创造的中心枢纽。该平台连接社区、学者、创作者、企业家、技术专家和各利益相关方,共同探索源于各领域现实情境的全新解决方案。因此,“创意可持续发展”的核心并非“大学能为社区做些什么?”,而是“大学如何将本土智慧与创造性思维相结合,共同设计一个真正属于社区的可持续未来?”
一个领域,六个视角:当可持续发展需要不止一个学科时。
本次创意讲座将以巴吞他尼府为例,探讨如何将巴吞他尼府打造为一个“生活实验室”,并分享从中汲取的经验教训。这项实践性工作融合了来自不同学科的知识,涵盖建筑环境、建筑学、传播学、旅游学、经济学、数字媒体和电影等领域。在同一空间内,从多元视角出发进行合作,有助于我们对“价值”进行多维度的理解。
建筑学可能侧重于“场所与体验”,而传播学则关注“意义、叙事与信任”。人文学科和旅游管理将视角扩展到“旅程与待客之道”,经济学强化了“价值流动与地方繁荣”的观点,数字媒体和电影强调“沉浸感、表现形式与新受众”,而建成环境视角则揭示了“生态系统、资源与再生”。
与……一起设计,而不是为……而设计。
“创意可持续性”理念的核心信息是:“可持续性的复杂问题无法由任何单一学科解决,而需要整合、协作,尤其需要与当地社区携手合作。” 因此,与社区共同规划未来有助于转变社区的角色,使其从“受益者”转变为“共同创造者和共同所有者”。真正的可持续性源于社区发展出集体力量和创造潜力,能够利用现有资源,独立地持续发展、巩固并创造新的高价值资产。
创意可持续性也促使人们质疑那些以收视率、参与度或收入增长为核心的传统成功指标。在当前形势下,要真正创造可持续的影响,应该扪心自问:“社区故事是否依然重要?当地居民是否获得了赋权?收入是否回流到当地经济?环境是否得到改善或得到更充分的利用?当地居民之间的关系和自豪感是否得到加强?” 更重要的是,“年轻一代是否愿意传承这些价值观?”
从“概念”到“实践”,曼谷大学通过 5R 框架将其进一步发展为“BU 创意可持续发展手册”,具体如下:
根源:探寻地方智慧的根源和内在价值。阅读:深入了解人们的生活、背景、空间、经济、文化和环境。重构:转变视角,识别真正的挑战。重塑:与社区合作,构想并创造新的机遇和可能性。复兴:在现有价值的基础上,振兴并增强人民、空间和子孙后代的福祉。
ROOT 探索现有地方智慧的根源和价值。
阅读时要了解人们的生活、背景、空间、经济、文化和环境。
重新审视:改变视角或观点,寻找真正的问题所在。
重新构想:与社区一起构想和创造新的机遇和可能性。
复兴:在已创造的价值基础上,恢复和加强人民、地方和子孙后代。
因此,本次创意对话论坛不仅仅是一个交流思想的平台;它更邀请我们探索教育机构作为创意可持续发展协调者的新角色,将人、地点、知识、创造力、技术和真正的价值连接起来。其目标是将现有的文化资本转化为新的价值,从而创造意义、经济机遇、社区力量以及引领未来的力量。
对曼谷大学而言,“创意可持续发展”旨在传承过往的价值观,使其在现代社会中发展壮大,更具意义,并创造新的价值。这通过探索本土智慧的根源、重新诠释、协作设计以及创造性地发展来实现。其目标是将本土智慧从“需要保护的遗产”提升为“社区拥有的高价值资产”,并将其作为资本传承下去,为子孙后代构建一个有意义且可持续的未来。