ต้าเหนิง เปิดชีวิตวัย 30 เจอวิกฤตสุขภาพ รับเป็นคนคิดมากกว่าที่ใครเห็น เก็บทุกอย่างจนร่างกายพัง30岁的塔能敞开心扉,讲述了她面临健康危机的经历。她坦言自己比任何人想象的都要想得更多,把所有事情都憋在心里,直到身体崩溃。
ต้าเหนิง กัญญาวีร์ เปิดชีวิตวัย 30 ที่ไม่เหมือนเดิม เจอทั้งตับอักเสบ ปวดประจำเดือนหนัก เป็น PCOS รับเป็นคนคิดมากกว่าที่ใครเห็น เก็บทุกอย่างจนร่างกายพัง

“ต้าเหนิง กัญญาวีร์” เผยชีวิตวัยเลข 3 ในรายการ "Prime Cast" ผ่านวิกฤตสุขภาพหนักเกือบเอาชีวิตไม่รอดจากภาวะตับอักเสบ เผชิญ PCOS และผลข้างเคียงจากการใช้ยาเลื่อนประจำเดือนจนปวดท้องหนักขั้นหน้ามืดจอดับ เผยเป็นคนชอบรับฟังและแบกรับปัญหาของเพื่อนจนตัวเองดิ่ง และได้เรียนรู้การจัดสมดุลชีวิตด้วยการฝึกปฏิเสธ หันมาให้ความสำคัญกับความสุขของตัวเองเป็นอันดับแรก
อายุเลข 3 แล้วความรู้สึกเป็นยังไงบ้าง ?
ต้าเหนิง: ตอนแรกกลัวนิดหนึ่ง เพราะเคยได้ยินว่าการขึ้นเลข 3 คือการเปลี่ยนผ่านชีวิต แต่ก็รู้สึกว่าเราก็เผชิญการเปลี่ยนผ่านมาตลอดอยู่แล้ว คิดว่าช่วงหนัก ๆ น่าจะเป็นตั้งแต่ช่วงอายุ 26-27 ปี จริงๆ ปีนี้คือชง 100% แต่พวกช่วงเบญจเพสน่าจะมาก่อนหน้านั้น คือก็ไม่ได้แย่มากแต่ก็ไม่ได้ดีมาก มีช่วงที่แย่บ้าง ดีบ้าง แต่ปกติก็จะมีอะไรที่ไม่คาดฝันในทางที่แย่มาตลอดอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นชินกับการรับมือแบบนั้น แล้วมองว่าเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้ เลยไม่ได้เครียดเหมือนเป็นเรื่องใหญ่มาก
ตอนเด็กๆ เล่นกีฬาอะไรบ้าง?
ต้าเหนิง: ตอนเด็ก ๆ เป็นภูมิแพ้หนักมาก จนคุณพ่อรู้สึกว่าต้องแข็งแรงก็เลยต้องเล่นกีฬา เพราะเวลาคนเป็นภูมิแพ้ภูมิคุ้มกันต่ำ ตอนเด็กมีขี่ม้า กอล์ฟ เรือใบ และอื่น ๆ ตอนนี้ก็ยังขี่ม้าอยู่ เรือใบไม่ค่อยแล้ว เจ็ตสกีมีเล่นบ้าง แต่คงไม่ได้ใช้แรง ไม่เหลือแล้ว บาสไม่เล่นแล้ว ตอนนี้ไม่อยากวิ่ง เหนื่อย อ่อม ไม่อยากขยับ
ออกกำลังกายยังไงบ้าง?
ต้าเหนิง: ตอนนี้สุขภาพโอเคแล้ว เริ่มกลับมาออกกำลังกายแล้ว แต่ยังไม่ได้กลับไป 100% เพราะยังเหนื่อยง่าย
เป็นคนที่ป่วยบ่อยมากเข้าโรงพยาบาลแทบทุกอาทิตย์เลยหรือเปล่า?
ต้าเหนิง: ปีก่อนหน้านี้ จะเข้าทุกเดือน เยอะไปหมด ที่เป็นปกติเยอะๆ อยู่แล้ว คือเวลาเราเป็นประจำเดือน จะปวดท้องมาก แบบบางทีไม่สามารถพาตัวเองไปเรียนการแสดงหรือทำอะไรได้ แต่คือเริ่มมาปวดมาก ๆ ตอนอายุ 25 ปี ปกติจะปวดบ้าง บางเดือนก็ไม่ปวดก็จะรอด แต่ตั้งแต่อายุ 25 ปีก็คือปวดทุกเดือน ปวดแบบต้องลงไปนอนนิ่งๆ เฉยๆ เป็นวัน ปวดแบบต้องกินยาแก้ปวด ก่อนหน้านี้จะทนใช่ไหม เพราะไม่อยากกินยา รู้ว่าถ้ากินแล้วต้องกินตลอด พออายุ 25 ปวดแบบไม่ได้แล้ว ต้องกินยา พอกินยาไม่หาย ก็ต้องเข้าโรงพยาบาลไปฉีดยาแก้ปวด ปวด 2 วันแรกจะหนักที่สุด แล้วก็วันที่ 3-4 บางทีก็มีหลุดไป 3 วันบ้าง วันที่ 4 ถึงจะหายแน่ๆ
เวลามีงานอีเวนต์แล้วปวดท้องถึงขั้นไม่ไหวอดทนอย่างไร?
ต้าเหนิง: ฉีดมอร์ฟีน แต่ส่วนมากจะดันอดทนจนถึงจบงานพอดี แล้วค่อยไปโรงพยาบาล
ตอนนี้ดีขึ้นหรือยัง?
ต้าเหนิง: ล่าสุดเดือนที่แล้ว แย่มาก ปวดที่สุดในชีวิตแบบที่ไม่เคยปวดแบบนี้มาก่อน ขั้นที่รู้ว่าจะมาแล้ว เพราะก่อนหน้านี้หน่วง ปวดท้องแบบรู้แล้วว่ากำลังจะมา พรุ่งนี้มาแน่ พอตื่นเช้ามา รู้สึกว่าปวดท้องมาก วันนี้มาแน่นอน ลงไปเล่นกับแมวข้างล่าง แบบถือโทรศัพท์ไปด้วย กะว่าแป๊บหนึ่งเดี๋ยวค่อยขึ้นมากินยา แต่พอลงไปแป๊บเดียว ปวดแบบบีบเหมือนมดลูกบีบรัดมาก ๆ แล้วตัวเริ่มชา เหงื่อออก คิดว่าไม่ปกติแล้ว เลยจะวิ่งขึ้นไปกินยาข้างบน
เพราะปกติเวลาปวด ไม่ควรจะต้องรอให้ปวดที่สุดก่อนแล้วค่อยกินยา หมอบอกว่าถ้าเริ่มระดับ 3-4 ให้กินเลย เพราะรู้ว่าอาจจะไปถึงระดับ 10 ได้ เพื่อกดไว้ เพราะฤทธิ์ของยาแก้ปวดต้องกดลงใช่ไหม พอวิ่งไปถึงข้างบน หน้าจอเริ่มดำ ตัวชาแบบไม่ได้แล้ว วินาทีที่จอดับ เกาะอะไรไว้ได้ไม่รู้พอดี แล้วต้องอยู่อย่างนั้นอีกแป๊บหนึ่ง จนกว่าจะเริ่มมองเห็น ซึ่งไม่ควรจะเป็นแบบนั้น เพราะเริ่มกินยาคุมเพื่อให้ปรับปกติ แต่หยุดไปแล้วประมาณช่วงหลังจากเป็นตับอักเสบ เพราะไม่สามารถกินยาเยอะๆ ได้ ก็โทรหาพี่ให้พาไปโรงพยาบาล เขาก็เริ่มตรวจ เพราะปวดเกินกว่าปกติ สรุปคือเหมือนอาจจะเกิดจากการที่ไปกินยาเลื่อนประจำเดือนก่อนหน้านี้ แต่ปกติก็กินค่อนข้างบ่อยเวลาที่จะต้องทำงาน เพราะเวลาประจำเดือนมา จะเป็นคนที่ประจำเดือนมาเยอะมาก แล้วปวดท้องมาก
ผลกระทบจากการกินยาเลื่อนประจำเดือนและอาการป่วยต่อเนื่อง?
ต้าเหนิง: ต้องกินยาเลื่อนประจำเดือนเพื่อไม่ให้ชนงาน เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดเหตุการณ์ที่ทำงานไม่ได้ ครั้งนี้อาจจะไปสะกิดอะไรก็ไม่รู้ จนเป็นแบบนั้น ต้องกลับมากินยาคุม ซึ่งคาดว่าน่าจะดีขึ้น แต่หลังจากออกจากโรงพยาบาลเมื่อ 2 อาทิตย์ที่แล้ว ประจำเดือนก็ยังมาอยู่ เป็นมาเดือนหนึ่งแล้ว เพิ่งหยุดไปได้ 2 วัน
คุณหมอวินิจฉัยมาว่าเป็นโรคอะไร?
ต้าเหนิง: คือ PCOS ที่เป็นอยู่แล้ว แต่นี่เป็นประจำเดือนมาไข่ตกไม่สมบูรณ์ ตกไปเรื่อย ๆ ประจำเดือนมาเยอะมาก จนเลยเกินเดือน บางทีหายไปไม่นาน หายไป 2 อาทิตย์ก็มาอีกแล้ว สมมติว่าเป็น 7-10 วัน ใช่ไหม ช่วง 4 วันแรกจะเยอะมากๆ พอ 3 วันท้ายๆ ก็จะน้อยลง แต่บางทีอยู่ดีๆ อยากจะมาเยอะก็ทะลุออกมาเลย
เรื่องราวการกินผักออร์แกนิคแล้วตับอักเสบเกิดจากอะไร?
ต้าเหนิง: คือปกติไม่ได้กินผักเยอะขนาดนั้น แต่พอหลังๆ รู้สึกว่าอยากรักษาสุขภาพ เริ่มใส่ใจหน่อย แล้วช่วงนั้นอาจจะทำงานเยอะ ภูมิคุ้มกันตก แล้วบังเอิญไปกินอาหารที่คนทั่วไปกินแล้วสะอาด แต่ภูมิคุ้มกันเราไม่ดี ก็เลยไม่สามารถสู้กับเชื้อโรคเหล่านั้นได้ เพราะปกติมีเชื้อโรคเล็กๆ น้อย ๆ แต่ร่างกายไม่ดีเอง จนไม่สามารถสู้กับเชื้อโรคนั้นได้ คุณหมอคาดว่าน่าจะเป็นผักออร์แกนิค เพราะผักออร์แกนิกไม่ได้ใช้ Hydroponics ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี แต่ใช้ปุ๋ยออร์แกนิคที่มีส่วนผสมของมูลสัตว์ คิดว่าน่าจะเกิดจากตรงนั้น
เพราะเชื้อคุณหมอตรวจเจอคือ ไวรัสตับอักเสบอี ซึ่งมักจะเกิดจากการปนเปื้อนของอาหารและน้ำ คุณหมอเลยคิดว่าน่าจะปนเปื้อนมาจากผักออร์แกนิก เพราะอย่างอื่นถ้ากินแบบสุกก็จะไม่เป็นอะไร แต่อันที่กินดิบ จะมีแค่พวกผักออร์แกนิกทั้งหลาย ซึ่งผักพวกนี้ ต่อให้ล้างสะอาดมากแล้ว ก็ยังมีสิทธิ์ที่จะปนเปื้อนอยู่ แต่จริงๆ ควรล้าง คิดว่าถ้าล้างเองก็สะอาดอยู่แล้ว แต่เราไม่ได้ล้างเอง กินข้างนอก คนคงคิดว่าไม่ล้างผักหรือเปล่า เราล้าง เพียงแต่พอไปกินข้างนอก ไม่รู้ว่าเขาทำความสะอาดอย่างไร
พฤติกรรมการกินอาหารในชีวิตประจำวันและการปรับเปลี่ยนหลังป่วยเป็นอย่างไร?
ต้าเหนิง: กินตลอด ถ้าหิวก็กินได้เรื่อย ๆ ไม่ได้มีมื้อประจำ เช้า กลางวัน เย็น บ่าย ดึก ก็กินหมด ไม่ได้กินเยอะมาก แล้วแต่ ถ้าหิวมากก็กินเยอะ ถ้ากินเอาสังคมก็กินปกติ แต่ไม่เคยกินน้อย ไม่เลือกกิน กินได้หมด
แล้วหลังจากเกิดปัญหาเรื่องสุขภาพแล้วได้ปรับการกินไหม?
ต้าเหนิง: พยายามกินผักที่สุกแล้ว ผักทุกอย่างไม่ได้สกปรกไปหมด หมายถึงว่าภูมิคุ้มกันเราไม่ดีเอง เขาอาจจะล้างสะอาดแล้ว เชื้อโรคมีอยู่ทุกที่ ผักออร์แกนิกไม่ได้ผิดอะไร ผิดที่เราเอง แต่พอรู้ว่าตัวเองภูมิคุ้มกันไม่ได้ดีเท่าคนอื่นก็พยายามจะกินอะไรที่สุกแล้ว
เคล็ดลับการดูแลรูปร่าง แม้ชอบกินแป้งและขนมหวาน?
ต้าเหนิง: มีส่วนเพราะว่าสูงด้วย เวลาที่น้ำหนักขึ้นจะกระจายเพราะตัวเรายาว แต่จะออกหน้าเสมอ เลยไม่ค่อยรู้สึกว่าอ้วนรวมๆ แต่หลังๆ เริ่มรู้สึกว่าไม่ได้ลดง่ายเท่าเดิมแล้ว ปกติแค่เว้นมื้ออาหารไป 1 มื้อ น้ำหนักก็จะลงแล้วประมาณ 5 ขีด ถึง 1 กิโลกรัม แต่ตอนนี้ทำไม่ได้แล้ว
บริหารเรื่องการกินยังไง?
ต้าเหนิง: ช่วงที่ต้องลดน้ำหนัก จะพยายามลดแป้งกับน้ำตาลเท่าที่ยังไม่หงุดหงิด เพราะถ้าตัดเลยจะเป็นพิษกับคนรอบข้างทันที จะกลายเป็นคน Toxic ทำอะไรก็ขัดหูขัดตา แล้วก็พยายามไม่กินดึก อดทนช่วงกลางคืนเอา
การนอนเป็นอย่างไรบ้าง นอนยากขนาดไหน?
ต้าเหนิง: การนอนแย่มาก ไม่ใช่คนนอนเป็นเวลาอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้บินตลอด แต่ไม่เคยมีปัญหาเรื่องการนอนเลย นอนได้ทุกที่ อยู่ในกองถ่ายเสียงดังก็หลับได้ แต่ช่วงปีสองปีมานี้ รู้สึกว่านอนยากมาก คิดทุกอย่างตลอดเวลา แม้กระทั่งตอนนอนก็ยังมีเรื่องงานรันอยู่ในหัว จนประมาณครึ่งปีที่แล้วบังเอิญต้องไปหาหมอ แล้วก็ขอยานอนหลับกับยาคลายเครียด ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ เพราะปกติเป็นคนไม่คิดเยอะ ไม่เครียด อย่างน้อยก็คิดว่าตัวเองเป็นแบบนั้น
พอนั่งคิดกับตัวเองแล้วค่อย ๆ ถอดรหัส ก็รู้ว่าเป็นคนคิดเยอะมาก แต่แค่เก็บไว้กับตัวเอง แล้วรู้สึกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยว่ากัน เลยสะสมมานาน เป็นคน Perfectionist คิดแล้วคิดอีก อย่างเช่นแผนจะไปเที่ยวกัน ก็จะคิดเผื่อไว้หมดแล้วว่าถ้าคนนี้ไม่ได้วันนั้น ต้องทำอย่างไร คิดแผน A B C D ไว้ในหัวตลอด กลายเป็นว่าเป็นคนย้ำคิดย้ำทำ คิดมาก แล้วไม่เคยปล่อยวางอะไรได้เลย สมองเลยชอบคิดอะไรไปเรื่อย ๆ ทำให้ส่งผลต่อการนอน
ส่งผลกับการนอนยังไง หลับสนิทไหม?
ต้าเหนิง: คิดว่าตัวเองหลับ แต่หัวคิดตลอดเวลา ไม่หลับ คือหลับตาแต่สมองคิดตลอดเวลา ทรมานมาก แล้วพอตื่นขึ้นมาก็ไม่สดชื่น เหนื่อย เหมือนร่างกายไม่ได้พักเลย เหมือนร่างกายหลับไปแล้ว แต่สมองแล่นตลอดเวลา รู้ตัวตลอด ทรมานมาก เป็นบ่อยมาก เหมือนตี 3 ตี 4 ตื่นมาดูนาฬิกาแล้วคิดว่าเมื่อไหร่จะเช้า พอเช้าก็ง่วง แต่ไม่ใช่เวลาสำหรับการนอนแล้ว เพราะมีงานต้องไปทำ คิดว่าเผชิญสิ่งนั้นอยู่ประมาณ 6 เดือน แล้วรู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว จนเลิกสวม WHOOP Tracker ไปเลย ค่าการฟื้นฟูขึ้นแค่ 2%, 4%, 6% แล้วก็กลับมา 2%
คือบางทีนอน 6 ชั่วโมง แต่คงคิดตลอดเวลา ไม่รู้เหมือนกัน ได้ค่าการฟื้นฟูแค่ 2% วันที่ได้ 2% เป็นครั้งที่ 4 ถอดออกเลย เพราะรู้สึกว่าจะเป็นบ้า พอมาเห็นว่าแก่กว่าอายุจริงเท่าไหร่ นอนไปแค่นี้เอง รู้สึกว่าอยู่ไม่ได้แล้ว ถอดทิ้ง ไปหาหมอดีกว่า ปรึกษาหมอ หมอให้ยาคลายเครียดมา บอกว่าเราต้องเริ่ม Wind down ตั้งแต่ 18:00 น. ต้องไม่คุยงานแล้ว ซึ่งก็ช่วย หลังๆ ก็คือเพื่อนนัดไม่สามารถออกไปเจอทุกคนได้แล้ว ต้องเลือกว่าอยากเจอใครจริงๆ ต้องรู้จักปฏิเสธ ตอนนี้กลายเป็นเลื่อนเป็นเดือน เลื่อนทีหนึ่งก็ขอโทษที
เมื่อมีเรื่องค้างคาใจเลือกที่จะเข้าปะทะเพื่อเคลียร์ไหม?
ต้าเหนิง: ไม่ชอบปะทะ ยกเว้นถ้าจำเป็นต้องเคลียร์ เพื่อให้งานต้องไปต่อเพื่อส่วนรวม ซึ่งก็มีกรณีที่จำเป็นต้องเข้าไปทำก็จะเข้าไป แต่ถ้าปกติเลือกได้จะปล่อยดีกว่า รู้สึกว่าจัดการไม่คุ้ม เสียเวลา และเปลืองพลังงาน เพราะพลังงานน้อยอยู่แล้ว
มองภาพตัวเองในอีก 3-4 ปีข้างหน้าอย่างไรกับงานในวงการบันเทิง?
ต้าเหนิง: ไม่มี ไม่ได้คิด แค่รู้สึกว่าการที่ทำทุกวันนี้ให้เต็มความสามารถ ก็คือโอเคแล้ว หมายถึงว่าเราไม่เสียใจ วันนี้หรือพรุ่งนี้มีอะไรเข้ามาให้น่าสนใจก็ทำ
พื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) ในทุกวันนี้คืออะไร?
ต้าเหนิง: พื้นที่ปลอดภัยยังเป็นคนที่รู้สึกว่าคุยด้วยได้ตลอด พยายามคุยกับเพื่อนและผู้คนให้เยอะขึ้น เพราะรู้สึกว่าข้อเสียของตัวเองคือการไม่พูด
ความเป็น Introvert และการไม่กล้าขอความช่วยเหลือ?
ต้าเหนิง: ใช่ รู้สึกกับเพื่อนๆ ก็จะไม่ค่อยเล่าอะไร แต่ข้อดีคือปันปันจะชอบถาม ทุกครั้งที่ถามเราก็เล่า แต่จะไม่ได้เล่าแบบลงรายละเอียดมาก ยกเว้นอยากฟังสรุป ปันปันเป็นเพื่อนที่ถามจี้ก็เลยจะรู้ ส่วนคนอื่นที่ถามผ่านๆ หรือไม่ได้ถาม ก็จะไม่รู้ว่าจะเริ่มเล่ายังไง เพราะธรรมชาติเราคือเป็นคนที่ซัพพอร์ตคนอื่นมาตลอด จนเคยชินแต่ไม่กล้าขอความช่วยเหลือจากใคร ไม่กล้าพูดว่าเรามีปัญหาอะไร เพราะรู้สึกว่าทุกคนเขาก็มีปัญหาของตัวเองอยู่แล้ว
ทุกครั้งที่รับสายเพื่อน ทุกคนจะมีเรื่องของตัวเองอยู่แล้ว ซึ่งเราชอบเวลาที่เพื่อนหรือใครนึกถึง รู้สึกว่าตัวเองพึ่งพาได้ และอยากจะช่วยแก้ปัญหาให้เพื่อนทุกคน แต่ข้อเสียคือเราไม่รู้วิธีการถ่ายเทพลังงานออก เพราะรับทุกอย่างมาหมด เหมือนเป็นเพราะอาชีพนักแสดงด้วยที่ทำให้ Empath ต้องใช้ความรู้สึกตลอดเวลา ถ้าเดินเข้าไปในห้องที่พลังงานไม่ดี จะหมดพลังเลย แล้วถ้าเพื่อนรู้สึกแย่ก็จะไม่กล้ามีความสุข เพราะจะรู้สึกว่าเราจะมีความสุขหรือมีเรื่องดีๆ ในขณะที่เพื่อนเศร้าได้ยังไง ต้องทำให้เพื่อนแฮปปี้ก่อน เรื่องคนอื่นจะมาก่อนตัวเองเสมอ นั่นคือข้อเสียที่ได้เรียนรู้ในวันนี้
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม
在“Prime Cast”节目中,“Ta-Neng Kanyavee”坦诚地分享了她30多岁时的生活,包括克服一场几乎危及生命的严重肝炎危机、与多囊卵巢综合征作斗争,以及服用用于推迟月经的药物后出现的严重副作用,例如晕厥和头晕。她坦言自己过去总是倾听朋友的烦恼,并成为她们的依靠,但这反而让她陷入了抑郁。后来,她学会了学会说“不”,并将自己的幸福放在首位,从而找到了生活的平衡点。
三十多岁是什么感觉?
达能:一开始我有点害怕,因为我听说30岁是人生的一个转折点。但我感觉自己以前也经历过类似的转变。我觉得最难熬的时期可能是在26、27岁左右。今年对我来说肯定是个挑战,但25岁之前可能更难熬。不算太糟糕,但也谈不上好。有好有坏,但意想不到的坏事总是会发生,所以我已经习惯了。我觉得这是人生中可能会发生的事情,所以不会把它当成什么大事来担心。
你小时候玩过哪些运动?
达能:我小时候过敏很严重。我父亲觉得我需要变得强壮,所以就让我参加体育运动,因为过敏的人免疫力比较低。小时候,我骑马、打高尔夫、帆船,还玩过其他一些运动。现在我仍然骑马,但帆船玩得少了。我偶尔还会玩玩水上摩托,但我可能不会再像以前那样消耗太多精力了;我已经精疲力竭了。我也不再打篮球了。我现在不想跑步了;太累了。我就是不想动。
你平时做哪种运动?
大能:我现在身体状况还可以。我已经开始恢复锻炼了,但是还没有完全恢复,因为我还是很容易疲劳。
你是不是经常生病,几乎每周都要去医院?
塔能:在此之前,我每个月都会来月经,真的很痛苦。以前只是来月经的时候会痛经很厉害,有时候甚至连表演课都去不了,什么都做不了。但25岁之后情况变得更糟了。以前我偶尔会痛,有时候一个月完全没有痛,但自从25岁之后,每个月都会来。痛得厉害到我不得不躺下好几天都动不了。我必须吃止痛药。以前我都是忍着,因为不想吃药,知道吃了就得一直吃。但到了25岁,痛得实在无法忍受,我不得不吃药。如果药不管用,我就得去医院打止痛针。头两天最难熬,然后是第三天和第四天,有时候我会停药三天,到第四天疼痛才会缓解。
在活动期间突然出现剧烈胃痛,你是如何忍受的?
大能:他们会给我注射吗啡,但大多数时候我都能坚持到活动结束,然后我才会去医院。
你现在感觉好些了吗?
大能:上个月真是太难受了,是我这辈子经历过最痛的一次。痛到什么程度呢?我知道月经要来了,因为之前就隐隐作痛,肚子也疼,感觉像是要来了。我知道明天肯定来。早上醒来,肚子就疼得厉害,我知道今天肯定要来了。我拿着手机下楼去逗猫,想着一会儿就吃点药。结果没过多久,就感觉一阵痉挛,像是子宫在收缩。身体开始麻木,还开始出汗。我觉得不对劲,赶紧跑回楼上吃药。
因为通常情况下,我疼的时候不应该等到最严重的时候才吃药。医生说,如果疼痛等级从3-4级开始,我就应该马上吃药,因为他知道疼痛可能会达到10级,需要控制住。止痛药的药效需要减弱,对吧?疼痛达到顶峰的时候,屏幕突然黑了,我的身体也麻木了。就在屏幕变黑的那一瞬间,我设法抓住了什么东西,我不知道是什么,然后就只能保持那个姿势好一会儿,直到恢复视力,这本来是不应该发生的。我之前开始服用避孕药来控制病情,但在我得肝炎前后就停药了,因为我不能服用太多药物。我打电话给姐姐让她送我去医院。他们开始给我做检查,因为疼痛异常剧烈。总之,这似乎是因为我服用药物来推迟月经,但我通常在需要工作的时候会比较频繁地服用,因为我来月经的时候,经血量通常很大,而且腹部疼痛难忍。
服用药物推迟月经和治疗慢性疾病有哪些副作用?
达能:我之前为了不影响工作,不得不吃药推迟月经,不然可能会出什么事耽误工作。这次可能是我触发了什么,所以才来了月经。我不得不重新开始吃避孕药,希望情况能有所好转。但是两周前出院后,月经还是没停。这种情况持续了一个月,直到两天前才停。
医生诊断他患了什么病?
达能:我之前就有多囊卵巢综合征,但这次月经不规律;排卵不完全,而且月经量很大,有时持续一个月以上。有时月经会停一段时间,比如两周,然后又来了。大概持续7到10天吧?前四天量很大,后三天量会少一些。但有时,毫无征兆地,月经量又会突然变得很大。
食用有机蔬菜后为何会患上肝炎?
达能:我平时不太吃蔬菜,但最近想注意一下身体健康,所以开始多加注意。那段时间我工作很忙,免疫力比较弱。后来,我碰巧吃了一些大家都觉得很干净的食物,但我的免疫系统却不足以抵抗那些细菌。平时周围确实存在一些细菌,但我的身体抵抗力不够。医生怀疑可能是因为有机蔬菜,因为有机蔬菜不用水培法或化肥种植,而是用含有动物粪便的有机肥料。我觉得可能就是这个原因。
因为医生检测出了戊型肝炎病毒,这种病毒通常是由食物和水污染引起的。医生认为病毒可能来源于有机蔬菜。其他食物如果煮熟食用就没问题,但生吃的,尤其是有机蔬菜,即使彻底清洗过,仍然可能被污染。理想情况下,蔬菜应该清洗干净。我们总觉得只要自己洗干净就足够了,但实际上我们并没有。我们经常在外面吃饭,别人可能会觉得我们不洗蔬菜。其实我们自己会洗,但外出就餐时,我们不知道餐厅是如何清洗的。
生病后,您的日常饮食习惯和调整情况如何?
大能:我随时都在吃。饿了就能一直吃。我没有固定的用餐时间;早餐、午餐、晚餐、下午茶、夜宵——我都吃。我不会吃太多;这要看情况。如果很饿,我会吃很多。如果是社交场合,我会正常吃。但我从来不会吃得很少。我不挑食;什么都吃。
出现健康问题后,你调整过饮食吗?
大能:我尽量吃煮熟的蔬菜。不是所有蔬菜都不干净。这说明我的免疫力不够强。他们可能已经彻底清洗过了,但细菌无处不在。有机蔬菜本身没有错,错在我们自己。但我知道我的免疫力不如别人强,所以我尽量只吃煮熟的食物。
即使你热爱碳水化合物和甜食,如何保持身材?
达能:一部分原因是我个子高。我长胖的时候,因为身形修长,所以体重分布比较均匀,但总是会长在脸上,所以我感觉整体上并不胖。不过最近我发现减肥不像以前那么容易了。以前只要少吃一顿饭就能减掉500克到1公斤,但现在不行了。
你是如何管理自己的饮食习惯的?
达能:减肥期间,我尽量减少碳水化合物和糖的摄入,但又不能因此变得易怒,因为完全戒掉它们会立刻对周围的人产生负面影响。我会变成一个令人讨厌的人,惹恼所有接触我的人。我还尽量避免在深夜吃东西,忍受着炎热的天气。
你的睡眠状况如何?入睡困难吗?
达能:我的睡眠一直很糟糕。我作息时间一直很不规律。以前我经常坐飞机,但从来没有睡眠问题。我随时随地都能睡着,甚至在嘈杂的片场也能睡着。但过去一两年,我发现自己很难入睡。我总是胡思乱想,即使在努力想睡觉的时候,工作的事情也还在脑海里盘旋。大约六个月前,我去看了医生,问他要了安眠药和抗焦虑药。我从没想过自己会走到这一步,因为我通常不是那种会过度思考或焦虑的人——至少,我以前是这么认为的。
经过一番反思,我慢慢理清了思路,意识到自己是个过度思考者。我一直把这些想法藏在心里,觉得没关系,以后再处理。但日积月累,这些想法反而成了问题。我是个完美主义者,总是反复思考同一件事。比如,计划旅行时,我会把所有细节都考虑周全,甚至会设想如果有人某天来不了该怎么办。我的脑子里总是有一个完整的计划表。过度思考和执着已经成了我的习惯,让我无法放下任何事情。我的大脑总是纠结于各种事情,这严重影响了我的睡眠。
它对睡眠有何影响?我睡得安稳吗?
达能:我以为自己睡着了,但我的脑子却一直在转。我并没有睡着;我的眼睛闭着,但我的大脑却一直在运转。这太痛苦了。醒来后,我并没有感到神清气爽;我感觉很累,好像身体根本没有休息过。感觉就像我的身体睡着了,但我的大脑却在飞速运转,我完全清醒。这太痛苦了。这种情况经常发生。比如,凌晨三四点,我会醒来,看看钟,然后想:“什么时候才到早上?”然后到了早上,我会很困,但因为还有工作要做,所以已经不能再睡觉了。我想我忍受了大约六个月,感觉自己再也受不了了,所以我停止佩戴 WHOOP 追踪器。我的恢复率只提高了 2%、4%、6%,然后又降回了 2%。
有时候我睡了六个小时,但可能一直在胡思乱想。我不知道为什么。我的恢复率只有2%。第四次恢复率只有2%的时候,我停药了,因为我觉得自己快要疯了。当我看到自己看起来比实际年龄老那么多,而且睡眠时间又那么短时,我感觉自己撑不下去了。我停药后去看医生。医生给我开了抗焦虑药,并告诉我从晚上六点开始要放松下来,不要再谈论工作。这确实有帮助。最近,我不能再像以前那样参加朋友们邀请的所有聚会了。我必须选择真正想见的人,并学会说“不”。现在,预约经常被推迟好几个月,每次不得不推迟,我都会道歉。
面对悬而未决的问题,你会选择直面问题以澄清事实吗?
达能:我不喜欢冲突,除非是为了大家的利益,为了工作能够继续进行,必须把事情弄清楚。有些情况下,我必须介入,但通常情况下,如果可以选择,我宁愿置之不理。我觉得处理这些事不值得,纯粹是浪费时间和精力,尤其是我本来精力就有限。
你如何看待自己3-4年后在娱乐行业的职业发展?
达能:不,我还没想过。我只是觉得每天尽力而为就好。也就是说,我不会后悔。今天或明天遇到什么有趣的事情,我都会去做。
如今,究竟什么是安全区?
塔能:对我来说,安全感来自于可以随时倾诉的人。我努力多和朋友、其他人交流,因为我觉得我的缺点是不善言辞。
性格内向,不敢寻求帮助?
达能:是啊,我平时不太跟朋友说太多,不过好在盼盼喜欢问。她每次问,我都会告诉她,但不会说得太详细,除非她想听个大概。盼盼是个爱问问题的朋友,所以她知道我在说什么。至于那些随便问问或者根本不问的人,我不知道该怎么开口。因为我一直都是个支持别人的人,所以习惯了,但我不敢向任何人寻求帮助,也不敢说自己遇到了问题,因为我觉得每个人都有自己的问题要处理。
每次接朋友的电话,每个人都有自己的故事。我喜欢朋友或任何人想到我,这让我感觉自己值得信赖,也让我更想帮助大家解决问题。但缺点是我不知道如何释放能量,因为我吸收了太多。就像我的演艺事业一样,作为一个共情者,我需要不断地运用我的情绪。如果我带着负能量走进一个房间,我就会失去所有的能量。如果朋友情绪低落,我不敢让自己开心,因为我会想:“朋友这么难过,我怎么能开心,怎么能有好事发生呢?”我必须先让朋友开心起来。别人的问题总是比我的问题更重要。这是我今天才意识到的一个缺点。
点击阅读更多娱乐新闻。