แบงก์ชาติร่วมมือ 11 หน่วยงาน สกัดเครือข่ายเงินเทาให้เป็นระบบทั้งเงินสด-ทองคำ-USDT-ธุรกรรมเสี่ยงสูง央行正与 11 个机构合作,系统性地打击涉及现金、黄金、USDT 和高风险交易的非法资金网络。
จากความตั้งใจนี้กลายเป็น “กรอบความร่วมมือเพื่อป้องกันธุรกรรมผิดกฎหมายในภาคการเงิน” ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะร่วมมือกับ 11 หน่วยงานมาร่วมกันแก้ปัญหาที่แฝงอยู่ในระบบการเงินไทย

# มิจฉาชีพ ภาษาอังกฤษ
# มิจฉาชีพ รู้ชื่อ นามสกุล เบอร์โทร เลขบัญชี
# มิจฉาชีพโทรมาทั้งวัน
# มิจฉาชีพ ธนาคารกสิกร
# มิจฉาชีพ รู้ชื่อ นามสกุล เบอร์โทร ที่อยู่
# มิจฉาชีพโอนเงินเข้ามา
# มิจฉาชีพหลอกให้โอนเงิน
# มิจฉาชีพโทรมาทุกวัน
# มิจฉาชีพ ธนาคารกรุงไทย
# มิจฉาชีพโทรมาเยอะมาก
# แบงก์ชาติ ร้องเรียน
วิธีเสียภาษีหุ้นนอกน้อยที่สุด & เทคนิคโอนเงินกลับไทย กับ TaxBugnoms x TISCO | Money Issue EP.75
ธปท. ผนึกกำลัง 11 หน่วยงาน อาทิ ปปง., ก.ล.ต. และสมาคมธนาคารไทย เพื่อสร้างมาตรฐานการป้องกันอาชญากรรมทางการเงินและปิดช่องโหว่การฟอกเงินทั้งระบบ
เน้นการสร้างอุปสรรคให้มิจฉาชีพผ่านการยกระดับการตรวจสอบธุรกรรมเงินสด การโอนเงิน และการแปลงสินทรัพย์ เช่น ทองคำและ USDT ให้มีความยากลำบากขึ้น
มาตรการควบคุมการฝาก-ถอนเงินสดเกิน 5 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดถอนเงินสดลดลงจาก 1 แสนล้านบาท เหลือ 4 หมื่นล้านบาทต่อเดือน และช่วยลดการถอนทองคำแท่งลงถึง 70%
มุ่งเน้นการแบ่งปันข้อมูล (Data Sharing) ระหว่างสถาบันการเงินและหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อให้สามารถติดตามและยับยั้งธุรกรรมที่น่าสงสัยได้อย่างทันท่วงที
ยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบร้านค้า (KYM) และการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อป้องกันการสวมรอยเป็นนอมินีและลดพฤติกรรมผิดกฎหมายในภาคการชำระเงิน
ประชุมบอร์ดกสทช. วันที่ 9 เดือน 9 ล่มติดกันเป็นครั้งที่ 9
แม้ช่วงนี้ข่าวคราวแก๊งมิจฉาชีพ สแกมเมอร์ และทุนเทาดูน้อยลง แต่ความเสียหายจากภัยเหล่านี้ยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะเส้นทางการเงินของมิจฉาชีพที่แอบแฝงตัวโอนเงินเข้าออกผ่านบัญชี หรือแปลงเงินสดเป็นทรัพย์สินอื่นๆ ดังนั้นถ้าอยากแก้ปัญหานี้ ทุกฝ่ายยิ่งต้องร่วมมือกัน
จากความตั้งใจนี้กลายเป็น “กรอบความร่วมมือเพื่อป้องกันธุรกรรมผิดกฎหมายในภาคการเงิน” ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะร่วมมือกับ 11 หน่วยงานมาร่วมกันแก้ปัญหาที่แฝงอยู่ในระบบการเงินไทย
ทำทีละจุด…ไม่ได้ ต้องทำทั้งระบบ
เริ่มกันที่ “วิทัย รัตนากร” ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เล่าว่า ที่ผ่านมาการแก้ปัญหาเงินเทามักทำแยกทีละเรื่อง ทีละจุด แต่เมื่อมิจฉาชีพปรับตัวไวขึ้น ภาคการเงินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยิ่งต้องทำงานร่วมกันเพื่อปิดช่องโหว่เดิมๆ ซึ่งกรอบความร่วมมือระหว่าง ธปท. และ 11 หน่วยงานนี้จะช่วยตอกย้ำเป้าหมายในการป้องกันไม่ให้ภาคการเงินเป็นเครื่องมือ ทางผ่าน หรือช่องทางสนับสนุนการกระทำผิดกฎหมายและการทุจริต
แม้ว่าแบงก์ชาติจะไม่มีอำนาจโดยตรงในการเข้าตรวจจับ ยับยั้งไม่ให้เหตุเกิดขึ้น แต่เราสามารถสร้างความยากลำบาก (อุปสรรค) ให้เงินเทาที่จะเข้ามาใช้บริการทางการเงินได้ ให้มิจฉาชีพเจอ “คอขวด” เมื่อจะโอน หรือ แปลงสินทรัพย์
“โอนเงินเข้า-ออกยากขึ้น ถอนเงินสดยากขึ้น และแปลงเป็นสินทรัพย์ทางการเงินอื่น ๆ ได้ยากขึ้น ซึ่งหวังว่าธุรกรรมผิดกฎหมายเหล่านี้ค่อย ๆ ลดลงในที่สุด” วิทัย กล่าว
ทั้งนี้ การยกระดับเพื่อจัดการเงินเทาจะครอบคลุมทุกสถาบันการเงิน ทั้งธนาคารพาณิชย์ ธนาคารรัฐ ผู้ให้บริการ Payment Gateway, ผู้ให้บริการ แลกเปลี่ยนเงินตรา, กลุ่ม Non-bank (สถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร), ฝั่งสินเชื่อและไม่ใช่สินเชื่อ เพื่อให้มีมาตรฐานเดียวกัน
นอกจากนี้ ธปท. จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการแบ่งปันข้อมูล (Data Sharing) หากพบข้อมูลผู้กระทำผิดอาจแชร์ข้อมูลต่อให้สถาบันการเงินอื่นๆ รวมถึงหน่วยงานอย่าง ปปง., ก.ล.ต., ป.ป.ช. และตำรวจ เพื่อสร้างอุปสรรคให้เครือข่ายเงินเทา
“ธนาคาร-ระบบชำระเงิน” ต้องเจาะลึกกว่าเดิม
ด้าน “ผยง ศรีวณิช” ประธานสมาคมธนาคารไทย และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย (KTB) กล่าวว่า ที่ผ่านมาสมาคมธนาคารไทย (TBA) และธนาคารสมาชิกปฏิบัติตามกฎหมายและกฎเกณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดภัยทางการเงิน ลดความเสี่ยงที่บัญชีธนาคารจะถูกใช้ทำธุรกรรมผิดกฎหมาย รวมถึงกรณีการสวมรอยเป็นนอมินี ผ่านการสร้างมาตรฐานของอุตสาหกรรม
อย่างไรก็ตาม เพื่อการสกัดอาชญากรรมทางการเงิน และเส้นทางการเงินที่ผิดกฎหมาย ต้องมาจากการเชื่อมโยงทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งมองว่ามี 4 ส่วนที่เริ่มทำแล้วและกำลังดำเนินการอยู่ ได้แก่
1) ธปท. ช่วงที่ผ่านมามีมาตรการควบคุมการซื้อขายทองออนไลน์ และอื่นๆ
2) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่จะสร้าง Travel Rule ขึ้นมา
3) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ที่มีกฎให้ต้องรายงานธุรกรรมเสี่ยงทันที
4) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ที่มีส่วนในการตรวจสอบการเป็นนอมินี
ขณะที่ “ยอด ชินสุภัคกุล” นายกสมาคมการค้าผู้ให้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ไทย (TEPA) มองว่า ระบบการชำระเงินต้องมีมาตรฐานยิ่งขึ้นโดยมี 3 หลักการสำคัญ คือ การยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบต่างๆ, สร้างความยากลำบากสำหรับคนที่ตั้งใจทำไม่ดี เชื่อว่าจะช่วยลดพฤติกรรมเหล่านั้นได้ และสุดท้ายการทำให้ทันท่วงที เช่น การแชร์ข้อมูล ปรับระบบให้เท่าทันเทคนิคใหม่ๆ ของมิจฉาชีพถือเป็นเรื่องสำคัญ
หลักการเหล่านี้จะปรับใช้ทั้ง ฝั่งร้านค้า ที่ต้องทำเรื่อง KYM (Know Your Merchant) ให้ดียิ่งขึ้น ฝั่งลูกค้าที่ต้องทำให้มีความโปร่งใส ที่สำคัญคือเครือข่ายการชำระเงินต้องมีการนำส่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการวิเคราะห์และเชื่อมโยงข้อมูล
แบงก์ชาติทำอะไรไปแล้วบ้าง
ปีนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของภาคการเงินไทย ที่แบงก์ชาติจับมือกับหลายหน่วยงาน ออกเกณฑ์กำกับในหลายด้าน โดย วิทัย ผู้ว่า ธปท. เล่าถึง 3 เรื่องที่ทยอยทำมาในปีนี้ ได้แก่
มาตรการฝาก-ถอนเงินสด ที่ออกมาในปี 2569 นี้สร้างผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดเจน อย่างการถอนเงินสด 5 ล้านบาทขึ้นไป จากเดิมที่มียอดรวม 100,000 ล้านบาทต่อเดือน ปัจจุบันลดลงมาเหลือเพียง 40,000 ล้านบาทต่อเดือน
ขณะที่ขาการฝากเงินสด คาดว่าภายในเดือนต.ค. ปีนี้ที่จะปรับเกณฑ์ให้ผู้ฝากเงินสดเกิน 5 ล้านบาท ต้องแสดงหลักฐานหรือชี้แจงที่มาของเงินสด เพราะปัจจุบันธุรกิจมักใช้การโอนเงินหรือเช็คเป็นหลัก ซึ่งหากเงินสดนั้นชี้แจงแหล่งที่มาได้ชัดเจนก็ไม่มีปัญหาสามารถฝากได้ตามปกติ
มาตรการที่ใช้กับการซื้อทองคำมูลค่าสูง เช่น ใช้เงินสด 10-15 ล้านบาทซื้อทองคำ ผู้ซื้อต้องตอบให้ได้ว่าเหตุใดจึงใช้เงินสดและนำเงินมาจากไหน ตั้งแต่มาตรการนี้เริ่มใช้ส่งผลให้การถอนทองคำแท่งปริมาณสูงลดลงไปแล้วถึง 70%
กรณี USDT เนื่องจากที่ผ่านมาพบธุรกรรมจำนวนมากที่มีการโอน USDT จากกระเป๋าเงินต่างชาติที่ไม่ระบุตัวตนเข้ามาไทยแล้วขายทันที หรือซื้อ USDT แล้วโอนออกไปต่างประเทศทันที เหมือนการขนเงินออกนอกประเทศ แม้เรื่องนี้ ธปท. จะไม่ได้เป็นผู้กำกับหลัก แต่ที่ผ่านมาทำงานร่วมกับ ก.ล.ต. อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันทาง ก.ล.ต. อยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็น (Hearing) คาดว่าเร็วๆ นี้จะประกาศกฎเกณฑ์เกี่ยวกับ USDT และ Travel Rule ออกมาได้
“เรื่องนี้เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ ทุนเทาอาจไม่สามารถนำเงินก้อนใหญ่เข้าสู่ระบบธนาคารได้ เขาก็ต้องไปใช้นอกระบบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็จะค่อยๆ ตามสกัดและปิดช่องทางไปทีละเรื่อง” วิทัย กล่าว
อ่านข่าวเศรษฐกิจและนโยบายรัฐ กับ ThairathMoney เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี ได้ที่
https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney
# 骗子(英文)
诈骗分子知道受害者的姓名、电话号码和银行账号。
诈骗电话打了一整天。
# 开泰银行的诈骗犯
诈骗分子知道受害者的姓名、电话号码和地址。
诈骗分子已转移了资金。
诈骗分子诱骗人们转账。
诈骗电话每天都在发生。
# 泰京银行的诈骗犯
# 我们接到了很多诈骗电话。
泰国银行提起诉讼。
如何最大限度地减少海外股票的税负以及如何将资金汇回泰国(TaxBugnoms x TISCO 联合出品)| 理财专题 第75期
泰国银行正与包括反洗钱办公室 (AMLO)、证券交易委员会 (SEC) 和泰国银行家协会在内的 11 个机构携手合作,制定防止金融犯罪的标准,并堵住整个系统中的洗钱漏洞。
重点在于通过增加验证现金交易、资金转移和资产转换(例如涉及黄金和 USDT 的交易)的难度,为欺诈者制造障碍。
为控制超过 500 万泰铢的现金存取款,已采取措施将每月现金取款额从 1000 亿泰铢减少到 400 亿泰铢,黄金取款额也减少了 70%。
重点在于金融机构和监管机构之间的数据共享,以便及时追踪和预防可疑交易。
加强了解你的商户 (KYM) 和电子交易标准,以防止代理人身份盗窃并减少支付领域的非法行为。
9月9日,国家广播和电信委员会(NBTC)董事会会议连续第九次陷入僵局。
尽管近期有关犯罪团伙、诈骗犯和非法资金的新闻有所减少,但这些威胁造成的危害依然存在,尤其体现在诈骗分子利用金融渠道秘密转移资金或将现金兑换成其他资产等方面。因此,解决这一问题需要各方通力合作。
这一意图促成了“防止金融领域非法交易合作框架”的建立,泰国银行(BOT)将与 11 个机构合作,解决泰国金融体系的根本问题。
一步一步来是行不通的。你必须把整个系统都操作一遍。
泰国央行行长维泰·拉达那贡首先指出,过去解决非法资金问题往往是零敲碎打,一次只处理一个问题。然而,随着犯罪分子手段日益灵活,金融部门及相关机构必须加强合作,堵塞旧有的漏洞。泰国央行与11个机构建立的这一合作框架,将有助于防止金融部门被用作支持非法活动和腐败的工具、渠道或渠道。
虽然中央银行没有直接权力来发现或阻止此类事件,但我们可以制造困难(障碍)阻止非法资金进入金融系统,在欺诈者试图转移或转换资产时制造“瓶颈”。
“资金流入流出、提取现金以及将其兑换成其他金融资产变得越来越困难。希望这些非法交易最终能够逐渐减少,”维泰说。
这项升级后的非法资金管理方法将涵盖所有金融机构,包括商业银行、国有银行、支付网关提供商、货币兑换提供商、非银行金融机构以及贷款和非贷款实体,以确保统一的标准。
此外,泰国银行将作为数据共享的中介机构。如果发现有关犯罪分子的信息,它可能会将这些信息与其他金融机构以及反洗钱办公室(AMLO)、证券交易委员会(SEC)、国家反腐败委员会(NACC)和警方等机构共享,以便为非法资金网络设置障碍。
需要对“银行和支付系统”进行更深入的研究。
泰国银行家协会主席兼泰京银行(KTB)总裁兼首席执行官帕永·斯里瓦尼奇表示,泰国银行家协会(TBA)及其成员银行一直遵守法律法规,通过制定行业标准来减少金融欺诈,降低银行账户被用于非法交易(包括身份盗窃和代理人欺诈)的风险。
然而,打击金融犯罪和非法资金流向需要公共部门和私营部门的合作。目前已有四个领域开始或正在开展相关工作,包括:
1)泰国银行最近实施了控制网上和其他形式的黄金交易的措施。
2)美国证券交易委员会(SEC)将制定旅行规则。
3)反洗钱办公室(AMLO)有相关规定,要求立即报告高风险交易。
4) 商业发展部 (DBD) 在核实代理人安排方面发挥作用。
与此同时,泰国电子支付服务提供商协会 (TEPA) 主席 Yod Chinsuphakul 认为,支付系统需要更加标准化,并基于三个关键原则:提高验证标准,使恶意行为者更难实施此类行为,以及及时应对,例如共享信息和更新系统,以跟上欺诈者使用的新技术。
这些原则适用于双方:商家需要改进其“了解你的商家”(KYM)系统;客户需要提高透明度;更重要的是,支付网络必须提供有用的数据以进行分析和数据集成。
央行已经采取了哪些措施?
今年是泰国金融业的一个重要转折点,泰国央行与多个机构合作,在多个领域发布了监管指南。泰国央行行长维泰介绍了今年实施的三项举措:
2026年推出的现金存取款措施已取得显著成效。例如,此前每月高达1000亿泰铢的500万泰铢及以上现金取款额,现已降至每月仅400亿泰铢。
关于现金存款,预计到今年10月,相关规定将进行调整,要求现金存款超过500万泰铢的存款人提供资金来源证明或说明。目前,企业主要使用银行转账或支票进行存款。如果能够清楚地说明资金来源,则不会有问题,存款可以照常进行。
针对高额黄金交易,例如用1000万至1500万泰铢现金购买黄金,相关措施要求买家解释为何使用现金以及资金来源。自这些措施实施以来,大额黄金提款量已下降70%。
关于USDT,过去曾发生多起交易,涉及将USDT从匿名境外钱包转入泰国后立即出售,或购买USDT后立即转出境外——本质上是向境外走私资金。尽管泰国银行并非主要监管机构,但它一直与泰国证券交易委员会(SEC)保持密切合作。目前,SEC正在举行公开听证会,预计不久将公布有关USDT及旅行规则的监管规定。
“这是该国的一个结构性问题。那些拥有非法资金的人可能无法将大笔资金存入银行系统,所以他们不得不利用非正规部门。当局将逐步追踪并堵上这些漏洞,”维泰说。
通过 ThairathMoney 阅读经济新闻和政府政策,帮助您实现“更美好的财务生活”。
https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics
请点击以下链接关注Thairath Money的Facebook主页:https://www.facebook.com/ThairathMoney