“กุลวลี” จี้สำนักงบฯ ทบทวนงบช้างป่า มลพิษแม่น้ำกก หวั่นผลกระทบตกกับชาวบ้าน“Kulawalee”敦促预算局审查分配给野生大象和科克河污染的预算,担心会对当地居民造成负面影响。
“กุลวลี” อภิปรายงบปี 70 เปิดตัวเลข “เงินเยียวยาชาวบ้าน” หาย 40 ล้าน งบชุดเฝ้าระวังช้างป่าถูกตัดกว่า 478 ล้าน ขณะที่งบตรวจโลหะหนักแม่น้ำกก 11 จุด และเครื่องมือใหม่ถูกตัดหมด

“กุลวลี” อภิปรายงบปี 70 เปิดตัวเลข “เงินเยียวยาชาวบ้าน” หาย 40 ล้าน งบชุดเฝ้าระวังช้างป่าถูกตัดกว่า 478 ล้าน ขณะที่งบตรวจโลหะหนักแม่น้ำกก 11 จุด และเครื่องมือใหม่ถูกตัดหมด
วันที่ 10 กันยายน 2569 นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วาระที่ 2 ในส่วนของมาตรา 17 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมชื่นชมคณะกรรมาธิการวิสามัญและคณะอนุกรรมาธิการ ที่ร่วมกันพิจารณาและปรับลดงบประมาณในส่วนที่ไม่จำเป็นของกระทรวงลงกว่า 3,278 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม นางสาวกุลวลีกล่าวว่า การปรับลดงบประมาณควรพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับ ชีวิต ความปลอดภัย สุขภาพ และทรัพย์สินของประชาชน พร้อมฝากข้อสังเกตไปยังสำนักงบประมาณถึง 2 ประเด็นสำคัญ
ประเด็นแรก “ช้างป่ากับคน” ปัญหาที่กำลังรุนแรงขึ้น นางสาวกุลวลีกล่าวว่า ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการที่ดินฯ ซึ่งได้รับมอบหมายจากสภาฯ ให้ศึกษาและติดตามปัญหาช้างป่ากับประชาชน ขณะนี้คณะกรรมาธิการฯ อยู่ระหว่างจัดทำรายงานเพื่อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ
สำหรับงบประมาณปี 2570 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เสนอของบประมาณเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่า แต่ถูกปรับลดลงอย่างมาก
กรณี เงินชดเชยและเยียวยาประชาชน ที่ได้รับความเสียหายจากช้างป่า ทั้งกรณีเสียชีวิต พืชผลทางการเกษตร บ้านเรือน และทรัพย์สิน กรมอุทยานฯ ขอไป 50 ล้านบาท โดยมีการสำรวจความเสียหายแล้ว แต่ได้รับการจัดสรรเพียง 10 ล้านบาท เท่ากับว่ายังขาดงบประมาณสำหรับเยียวยาประชาชนอีก 40 ล้านบาท
“ชาวบ้านไม่ได้เรียกร้องสิ่งที่เกินความจำเป็น แต่เป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง มีการสำรวจแล้ว และเขากำลังรอการเยียวยาจากภาครัฐ หากงบไม่พอ คนที่ต้องรอก็คือประชาชน” นางสาวกุลวลีกล่าว
ขณะที่ งบชุดเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่า ซึ่งเป็นการจ้างคนในพื้นที่ให้เข้ามาช่วยเฝ้าระวัง แจ้งเตือน และป้องกันช้างป่าเข้าพื้นที่ชุมชน กรมอุทยานฯ ขอไป 776 ล้านบาท แต่ได้รับการจัดสรรเพียง 298 ล้านบาท ถูกตัดไปกว่า 478 ล้านบาท นางสาวกุลวลีกล่าวว่า การแก้ปัญหาช้างป่าไม่ใช่เพียงการส่งคนไปไล่ช้าง แต่ต้องมีการอบรม สร้างเครือข่าย และสร้างคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพราะคนที่เคยทำหน้าที่จำนวนหนึ่งเริ่มสูงอายุหรือออกจากระบบไปแล้ว
“ถ้าเราไม่สร้างทีมเฝ้าระวังขึ้นมาใหม่ แล้วเราจะให้ใครดูแลความปลอดภัยของชาวบ้านในพื้นที่” นางสาวกุลวลีกล่าว
นางสาวกุลวลียังนำเสนอปัญหามลพิษข้ามพรมแดนในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นปัญหาที่ประชาชนในพื้นที่มีความกังวล และคณะกรรมาธิการฯ ได้ติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง
กรมควบคุมมลพิษมีแผนจัดตั้ง สถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำแบบอัตโนมัติ 11 สถานี เพื่อเฝ้าระวังโลหะหนักอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้สามารถตรวจพบความผิดปกติได้เร็ว และเข้าไปตรวจสอบหาต้นตอได้ตรงจุด
แต่ปรากฏว่า งบประมาณสำหรับสถานีตรวจทั้ง 11 แห่งถูกตัดออกทั้งหมด
ไม่เพียงเท่านั้น เครื่องมือตรวจวัดโลหะหนักของกรมควบคุมมลพิษที่มีอยู่เดิม 5 เครื่อง มีอายุการใช้งานมากกว่า 10 ปี ปัจจุบัน ชำรุดไปแล้ว 3 เครื่อง เหลือใช้งานเพียง 2 เครื่อง ทั้งที่แต่ละปีมีตัวอย่างส่งเข้ามาตรวจเป็นจำนวนมากถึงระดับ หลักหมื่นตัวอย่าง
กรมควบคุมมลพิษจึงเสนอของบประมาณจัดหาเครื่องมือใหม่ 3 เครื่อง แต่ ถูกตัดออกทั้งหมดเช่นกัน
“เรื่องนี้ดิฉันอยากฝากไปยังสำนักงบประมาณค่ะ การตัดงบควรดูว่าอะไรคือส่วนที่ไม่จำเป็น แต่สำหรับเครื่องมือที่จะใช้ตรวจสอบโลหะหนักในแหล่งน้ำ และสถานีที่จะช่วยเตือนภัยประชาชน หากเกิดปัญหาขึ้นมาแล้วเราไม่มีเครื่องมือเพียงพอ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าตรงไหนมีปัญหา และจะแก้ไขให้ประชาชนได้อย่างไร”
นางสาวกุลวลีกล่าวว่า ตนเองสนับสนุนแนวทางการพิจารณางบประมาณของคณะกรรมาธิการวิสามัญ และเห็นด้วยกับการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า แต่ขอให้การปรับลดงบคำนึงถึง ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนเป็นสำคัญ
“งบประมาณทุกบาทเป็นเงินของประชาชน การตัดงบจึงต้องตอบให้ได้ว่า ตัดแล้วประชาชนจะได้รับผลกระทบอย่างไร เพราะท้ายที่สุด คนที่ได้รับผลจากการตัดสินใจเรื่องงบประมาณ ไม่ใช่แค่หน่วยงาน แต่คือพี่น้องประชาชนในพื้นที่” นางสาวกุลวลีกล่าว
《Kulawalee》节目对 2027 年预算进行了辩论,揭露了 4000 万泰铢的“村民补偿金”不见了,野生大象监测预算被削减了 4.78 亿泰铢,而对 Kok 河 11 个地点进行重金属检测和购置新设备的预算则被完全削减。
2026年9月10日,泰国众议院土地、自然资源和环境委员会主席库瓦莉·诺帕蒙博迪女士参加了2027财年预算案的二读辩论,重点讨论了有关自然资源和环境部的第17条。她赞扬了特设委员会及其下属委员会审议并削减了该部不必要的预算项目,削减金额超过32.78亿泰铢。
然而,库尔瓦利女士指出,预算削减必须慎重考虑,尤其要关注那些关乎人民生命、安全、健康和财产的削减。她还向预算局提出了两项重要建议。
关于第一个问题“野生大象与人类”,这个问题正变得越来越严重,库拉瓦利女士表示,作为土地事务委员会主席,该委员会受议会委托研究和监督野生大象与公众的问题,目前正在准备一份报告,以提出系统性的解决方案。
2027 财年,国家公园、野生动植物保护部提出了一项预算,用于帮助受野生大象影响的人们,但该预算被大幅削减。
针对野生大象造成的损失(包括人员伤亡、农作物受损、房屋和财产损失)的赔偿和救济问题,国家公园管理局申请了5000万泰铢的拨款。损失评估已经完成,但目前仅拨付了1000万泰铢。这意味着赔偿金仍有4000万泰铢的缺口。
库尔瓦利女士说:“村民们并没有提出过分的要求,而是针对已经评估过的实际损失提出赔偿。他们现在正在等待政府的补偿。如果预算不足,最终等待的将是普通民众。”
用于监测和驱赶野生大象的预算(包括雇用当地居民协助监测、警告和阻止野生大象进入居民区)需要国家公园、野生动植物保护部拨款7.76亿泰铢,但实际仅拨付了2.98亿泰铢,被削减了超过4.78亿泰铢。库尔瓦莉女士指出,解决野生大象问题不仅仅是派人驱赶它们,还需要培训、建立网络,并不断招募新一代人才从事这项工作,因为许多之前负责这项工作的人员已经年老或离开了这个行业。
“如果我们不组建新的巡逻队,谁来保障该地区居民的安全呢?”库尔瓦利女士说道。
库尔瓦利女士还提出了科克河、赛河、鲁阿克河和湄公河的跨境污染问题,这个问题困扰着当地居民,委员会一直在持续监测。
污染控制部门计划设立11个水质自动监测站,持续监测高风险区域的重金属含量。这将有助于及早发现异常情况,并有针对性地调查其来源。
但结果发现,所有 11 个检查站的预算都被完全削减了。
此外,污染控制部门现有的重金属监测设备由五台使用超过十年的机器组成,目前其中三台已发生故障,仅剩两台可用。而每年送检的样品数以万计。
因此,污染控制部门提议拨款购置三台新设备,但这项拨款也被完全削减了。
“我想提请预算局注意此事。削减预算应该着重于找出不必要的开支。但是,对于监测水源中重金属含量和向公众发出预警的站点设备,如果我们缺乏足够的设备,我们如何才能知道问题出在哪里,又如何才能帮助公众呢?”
库尔瓦利女士表示,她支持特别委员会对预算的审议方式,并同意预算的物有所值使用,但她要求在削减预算时,应将对公众的影响作为首要考虑因素。
“预算中的每一泰铢都是公共资金。因此,削减预算必须同时解释削减将如何影响公众。最终,受预算决策影响的不仅是政府机构,还有受影响地区的民众,”库拉瓦利女士说道。