แอลจีเรียประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับยูเออี阿尔及利亚宣布与阿联酋断绝外交关系。
ประเทศแอลจีเรียประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จากปมความขัดแย้งหลายอย่าง รวมถึงเรื่องที่ยูเออีฟื้นความสัมพันธ์กับอิสราเอล และข้อพิพาทดินแดนซาฮาราตะวันตก

ประเทศแอลจีเรียประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จากปมความขัดแย้งหลายอย่าง รวมถึงเรื่องที่ยูเออีฟื้นความสัมพันธ์กับอิสราเอล และข้อพิพาทดินแดนซาฮาราตะวันตก
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 ก.ย. 2569 ว่า รัฐบาลแอลจีเรียประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) โดยอ้างเหตุผลจากการกระทำที่ “ยั่วยุและเป็นศัตรู” อย่างต่อเนื่องของฝั่งอาบูดาบี พร้อมทั้งสั่งเนรเทศเอกอัครราชทูตยูเออีให้ออกจากประเทศภายใน 48 ชั่วโมง
นอกจากนั้น แอลจีเรียยังเตรียมสั่งปิดน่านฟ้าไม่ให้เครื่องบินพลเรือนและเครื่องบินทางการทหารของยูเออีบินผ่าน ตั้งแต่วันศุกร์เป็นต้นไป ยกเว้นเที่ยวบินพาณิชย์ที่มีสัญญาอยู่เดิม ซึ่งจะได้รับการยกเว้นจนถึงสิ้นปี 2569
หนึ่งในชนวนความขัดแย้งสำคัญคือ แอลจีเรียคัดค้านการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับอิสราเอลอย่างแข็งกร้าว ขณะที่ยูเออีและโมร็อกโก ซึ่งเป็นประเทศคู่ปรับของแอลจีเรียในภูมิภาค ได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอลขึ้นมาใหม่ภายใต้ข้อตกลงอับราฮัม ที่โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้ผลักดันตั้งแต่ปี 2563
นอกจากนั้นยังมีกรณีพิพาทดินแดนซาฮาราตะวันตก (Western Sahara) ที่ดำเนินมานานหลายทศวรรษ โดยยูเออีอ้างอธิปไตยของโมร็อกโกเหนือดินแดนซาฮาราตะวันตก ในขณะที่แอลจีเรียให้การสนับสนุนกลุ่มโปลิซาริโอ (Polisario Front) ซึ่งต้องการให้ดินแดนแห่งนี้เป็นรัฐอิสระ
ยูเออียังพยายามขยายอิทธิพลและสายสัมพันธ์กับหลายประเทศในภูมิภาคซาเฮล (คั่นอยู่ระหว่างตอนเหนือของทะเลทรายซาฮารากับทุ่งหญ้าสะวันนา) ขณะที่แอลจีเรียมีความตึงเครียดกับประเทศเพื่อนบ้านทางตอนใต้หลังเกิดเหตุรัฐประหารหลายครั้ง
ประธานาธิบดีอับเดลมัดจิด เตบบูน ของแอลจีเรีย เคยวิพากษ์วิจารณ์ยูเออีออกสื่ออย่างรุนแรง โดยระบุว่ายูเออีเป็น “รัฐขนาดจิ๋ว” ที่สร้างความไม่สงบในภูมิภาค และกล่าวว่า “ที่ใดก็ตามที่พวกเขาเหยียบย่าง เลือดจะไหลริน”
“เราต้องการให้พวกเขาอยู่ห่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดการนองเลือดในประเทศของเรา” ผู้นำแอลจีเรียกล่าวเมื่อเดือนกรกฎาคม และระบุว่าหากแอลจีเรียไม่พยายามเลี่ยงการซ้ำเติมความแตกแยกในโลกอาหรับ การตัดความสัมพันธ์คงเกิดขึ้นนานแล้ว
ด้านกระทรวงการต่างประเทศของยูเออีออกแถลงการณ์แสดงความหวังว่า การตัดความสัมพันธ์ครั้งนี้จะเป็นเพียง “เรื่องชั่วคราว” พร้อมยืนยันว่ายังคงให้คุณค่าและภาคภูมิใจในสายสัมพันธ์กับประชาชนชาวแอลจีเรีย
ขณะที่ อันวาร์ การ์กาช ที่ปรึกษาด้านการทูตของประธานาธิบดียูเออี โพสต์ข้อความระบุว่า ความสัมพันธ์ทางการทูตควรตั้งอยู่บน “เหตุผล การสื่อสาร และความชัดเจนในผลประโยชน์” มากกว่าการใช้ปริศนาหรือสัญญาณที่ต้องนำมาตีความ
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
阿尔及利亚宣布,由于阿联酋恢复与以色列的关系以及西撒哈拉领土争端等多个冲突点,阿尔及利亚将与阿拉伯联合酋长国断绝外交关系。
据外媒2026年9月10日(星期四)报道,阿尔及利亚政府宣布与阿拉伯联合酋长国(阿联酋)断绝外交关系,理由是阿布扎比方面持续采取“挑衅和敌对”行动。阿尔及利亚政府还命令阿联酋大使在48小时内离境。
此外,阿尔及利亚准备从周五开始关闭其领空,禁止来自阿联酋的民用和军用飞机进入,但现有的商业航班除外,这些航班将获得豁免,直至 2026 年底。
阿尔及利亚强烈反对恢复与以色列的关系,这是引发冲突的关键因素之一。而阿尔及利亚的地区竞争对手阿联酋和摩洛哥,则根据唐纳德·特朗普自 2020 年以来力推的《亚伯拉罕协议》,与以色列重新建立了外交关系。
此外,西撒哈拉地区还存在长期的领土争端,阿联酋声称该地区对摩洛哥拥有主权,而阿尔及利亚则支持波利萨里奥阵线,该阵线主张该地区成为一个独立国家。
阿联酋也在寻求扩大其影响力,并与萨赫勒地区(横跨撒哈拉沙漠北部和热带草原)的几个国家建立联系;与此同时,阿尔及利亚在发生多次政变后,与其南部邻国关系紧张。
阿尔及利亚总统阿卜杜勒马吉德·特本公开批评阿联酋,称其为“小国”,在该地区制造动乱,并表示“他们所到之处,皆是血流成河”。
“我们希望他们远离,以避免我国发生流血事件,”这位阿尔及利亚领导人在7月份表示,并补充说,如果阿尔及利亚没有努力避免加剧阿拉伯世界的分裂,那么断绝关系早就发生了。
阿联酋外交部发表声明,表示希望断交只是“暂时的”,同时重申阿联酋仍然珍视并为其与阿尔及利亚人民的关系感到自豪。
与此同时,阿联酋总统外交顾问安瓦尔·加尔加什在一篇帖子中表示,外交关系应该建立在“理性、沟通和明确的利益”之上,而不是建立在需要解读的谜语或信号之上。
关注国际新闻:https://www.thairath.co.th/news/foreign