“อามินทร์” อัดอั้น ชายแดนใต้ทุกข์ซ้ำซากกว่า 20 ปี พร้อมจี้เร่งแก้ยาเสพติด-หนี้นอกระบบ“阿明”对泰国南部20多年来反复发生的苦难表示沮丧,并敦促采取紧急行动解决毒品贩运和非法放贷问题。
“อามินทร์” สส.พรรคกล้าธรรม เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา สุดอัดอั้น ชายแดนใต้ทุกข์ซ้ำซากกว่า 20 ปี ถามรัฐปิดชายแดน 3,000 ชีวิตจะไปไหน จี้เร่งแก้ยาเสพติด-หนี้นอกระบบ พร้อมทวงเงินชาวนานราธิวาส 18 ล้าน

“อามินทร์” สส.พรรคกล้าธรรม เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา สุดอัดอั้น ชายแดนใต้ทุกข์ซ้ำซากกว่า 20 ปี ถามรัฐปิดชายแดน 3,000 ชีวิตจะไปไหน จี้เร่งแก้ยาเสพติด-หนี้นอกระบบ พร้อมทวงเงินชาวนานราธิวาส 18 ล้าน
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 3 กันยายน 2569 นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดนราธิวาส พรรคกล้าธรรม เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางเสริมสร้างกระบวนการสันติภาพ และการแก้ไขปัญหาภัยแทรกซ้อนทุกระบบในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน ระบุว่า สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี นับเป็นความขัดแย้งทางการเมืองที่มีความซับซ้อน และเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของประเทศไทย
แม้รัฐบาลหลายสมัยจะดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาในหลากหลายมิติ ทั้งด้านการบริหารราชการ การบังคับใช้กฎหมาย การรักษาความมั่นคง ตลอดจนการจัดตั้งหน่วยงานและกลไกเฉพาะด้าน แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่สามารถนำไปสู่การคลี่คลายความขัดแย้ง หรือสร้างข้อยุติที่เป็นที่ยอมรับร่วมกันได้ โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับความชอบธรรมในการปกครองพื้นที่ ขณะที่ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังเผชิญกับความไม่มั่นคงในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงข้อจำกัดในการเข้าถึงความเป็นธรรม โอกาสในการพัฒนา และการได้รับการเคารพในอัตลักษณ์และความหลากหลายทางวัฒนธรรม
นายอามินทร์ กล่าวย้ำว่า ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ใช่เพียงปัญหาเฉพาะพื้นที่ แต่เป็นปัญหาทางการเมืองระดับชาติที่มีผลต่อความมั่นคง การพัฒนาประเทศ และความเป็นเอกภาพของสังคมไทยโดยรวม จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาหาทางออกอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาภัยแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นควบคู่กับสถานการณ์ความไม่สงบ
จากนั้นกล่าวถึงปัญหายาเสพติดว่า เป็นหนึ่งในภัยแทรกซ้อนสำคัญของพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดนราธิวาสที่มีแนวชายแดนติดกับประเทศมาเลเซีย ตั้งแต่อำเภอตากใบ อำเภอสุไหงโก-ลก อำเภอแว้ง และอำเภอสุคิริน ซึ่งมีแนวชายแดนยาวตลอดพื้นที่ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า แนวทางของภาครัฐในปัจจุบันยังเน้นการปราบปรามมากกว่าการป้องกัน จึงเสนอให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการป้องกันและสกัดกั้นตั้งแต่ต้นทาง
“ผมเสนอให้พัฒนาด่านความมั่นคงที่เกาะหม้อแกง จังหวัดปัตตานี ให้มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นการลักลอบขนส่งยาเสพติดจากภาคเหนือเข้าสู่พื้นที่ภาคใต้ พร้อมฝากกระทรวงกลาโหมและหน่วยงานด้านความมั่นคงให้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจังและจริงใจ”
นอกจากนี้ นายอามินทร์ ยังแสดงความกังวลต่อแนวทางการสร้างรั้วอิเล็กทรอนิกส์หรือกำแพงป้องกันชายแดนตลอดแนว โดยยอมรับว่าการป้องกันชายแดนเป็นเรื่องสำคัญ แต่รัฐบาลต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนด้วย เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมากเดินทางข้ามไปประกอบอาชีพในประเทศมาเลเซีย แม้บางส่วนจะเป็นการข้ามช่องทางที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่มีประชาชนประมาณ 2,000-3,000 คนเดินทางข้ามไปทำงานในแต่ละวัน ทั้งเป็นแรงงาน พ่อค้าแม่ค้า และพนักงานร้านอาหาร
“หากรัฐบาลปิดด่าน ปิดท่าเรือ และปิดช่องทางธรรมชาติทั้งหมด จะมีมาตรการใดรองรับประชาชนกลุ่มดังกล่าว เพราะหากคนเหล่านี้ต้องตกงาน อาจนำไปสู่ปัญหาอาชญากรรมและปัญหาสังคมตามมา จึงขอให้รัฐบาลเตรียมมาตรการรองรับควบคู่ไปกับการดำเนินการด้านความมั่นคง”
นายอามินทร์ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาเงินเยียวยาเกษตรกร โดยเฉพาะชาวนาในจังหวัดนราธิวาสกว่า 4,000 ครัวเรือน ที่ยังไม่ได้รับเงินเยียวยาไร่ละ 1,000 บาทของปีที่ผ่านมา คิดเป็นวงเงินประมาณ 18 ล้านบาท โดยระบุว่าเป็นเงินจำนวนไม่มากเมื่อเทียบกับความเดือดร้อนของประชาชน และหากมีโอกาสได้นำเสนอเรื่องดังกล่าวต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เชื่อว่าจะสามารถผลักดันให้มีการอนุมัติได้ ขณะที่เดือนหน้าจะเข้าสู่ฤดูการผลิตใหม่แล้ว จึงควรเร่งดำเนินการโดยเร็ว
พร้อมเน้นย้ำคือหนี้นอกระบบ ซึ่งถือเป็นภัยแทรกซ้อนทางเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่เป็นวงกว้าง โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้ง่าย จนต้องพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ ส่งผลกระทบต่อครอบครัว ความสัมพันธ์ และโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชน
“ผมขอฝาก กอ.รมน. (กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร) ทหาร และตำรวจ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้เป็นรูปธรรม พร้อมเสนอให้รัฐบาลขยายมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือ Soft Loan ไปยังกลุ่ม Startup และผู้ประกอบการรายใหม่ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนของรัฐ โดยเสนอวงเงินรายละประมาณ 50,000-100,000 บาท เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเริ่มต้นอาชีพและสร้างรายได้ด้วยตนเอง”
ส่วนความร่วมมือระหว่างไทยกับมาเลเซีย นายอามินทร์ มองว่า ไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการหารือในระดับผู้นำประเทศ แต่ควรเพิ่มการประสานงานในระดับหน่วยงานและเจ้าหน้าที่พื้นที่ โดยเฉพาะหน่วยงานด้านความมั่นคงและการควบคุมชายแดนของทั้งสองประเทศ เพื่อให้การแก้ไขปัญหามีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างเหตุการณ์ในช่วงวันที่ 22–24 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีการกล่าวถึงกรณีผู้ก่อเหตุอาจหลบหนีข้ามไปยังประเทศมาเลเซีย โดยมองว่าการประสานงานระดับพื้นที่ระหว่างไทยกับมาเลเซียในปัจจุบันยังไม่แน่นแฟ้นเท่าที่ควร ทั้งที่ในช่วงกว่า 20 ปีที่ผ่านมา การประสานงานระดับล่างของทั้งสองประเทศมีส่วนช่วยในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี จึงควรฟื้นฟูและยกระดับกลไกความร่วมมือดังกล่าว
นอกจากนี้ นายอามินทร์ ยังกล่าวถึงการที่นายกรัฐมนตรีเลือก นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นประธานที่ปรึกษา โดยขอให้ใช้ประสบการณ์และความเข้าใจปัญหาของประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ช่วยให้คำปรึกษาและเสนอแนวทางต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อให้รัฐบาลเข้าใจปัญหาในพื้นที่อย่างรอบด้านและสามารถกำหนดแนวทางแก้ไขที่ตอบโจทย์ประชาชนได้อย่างแท้จริง
“การแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้จำเป็นต้องดำเนินการอย่างรอบด้าน ทั้งกระบวนการสันติภาพ การรักษาความปลอดภัย การแก้ไขภัยแทรกซ้อน การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ การแก้ไขปัญหาหนี้ และการดูแลวิถีชีวิตของประชาชน เพื่อสร้างความสงบและการพัฒนาอย่างยั่งยืนในพื้นที่ต่อไป”
来自克拉坦党的议员阿明提出一项紧急口头动议,表达了他对泰国南部地区20多年来持续不断的苦难的愤慨。他质疑政府关闭边境的决定,认为此举导致3000人丧生,并敦促政府立即采取行动打击毒品走私和非法债务。他还要求政府向那拉提瓦府的农民返还1800万泰铢。
2026年9月3日下午6点,来自那拉提瓦府、代表克拉坦党的国会议员阿明·马尤索先生向众议院提出紧急口头动议,要求成立一个特别委员会,研究如何加强和平进程,并从根本上解决南部边境省份所有系统性的叛乱问题。他指出,南部边境省份的动荡已持续20余年,构成了一场复杂的政治冲突,也是泰国面临的重大挑战之一。
尽管历届政府采取了包括行政改革、加强执法、加强安全措施以及设立专门机构和机制在内的各种措施来应对冲突,但这些努力尚未解决冲突或达成双方都能接受的解决方案。尤其是在该地区治理合法性方面,情况更是如此。与此同时,南部边境省份的人民仍然面临着生命和财产安全方面的威胁,并且在获得司法救济、发展机会以及自身身份和文化多样性得到尊重方面也受到诸多限制。
阿蒙拉先生重申,南部三个边境省份的问题并非仅仅是地方问题,而是影响国家安全、发展和泰国社会整体团结的全国性政治问题。因此,需要进行系统性研究以寻求解决方案,尤其要解决伴随动荡局势而来的各种复杂因素。
随后,讨论聚焦于毒品问题,强调其对该地区,特别是与马来西亚接壤的那拉提瓦府(包括达拜县、双溪哥乐县、瓦恩县和苏基林县)构成重大威胁。会议指出,政府目前的应对措施侧重于打击而非预防,因此,有人建议政府应优先考虑从源头上预防和拦截毒品。
“我建议对北大年府莫肯岛的安全检查站进行升级改造,引入现代技术,以提高拦截从北部向南部贩运毒品的效率。我敦促国防部和安全机构认真负责地处理此事。”
此外,阿明先生对拟在边境修建电子围栏或防护墙表示担忧。他承认边境保护固然重要,但政府必须考虑此举对边境居民生计的影响。他指出,每天都有许多人越境前往马来西亚工作,其中一些人通过非法渠道入境,约有2000至3000人从事劳工、小贩和餐馆员工等工作。
“如果政府关闭所有边境口岸、港口和自然通道,将采取哪些措施来帮助这些人?如果这些人失去工作,可能会导致犯罪率上升和社会问题增多。因此,我敦促政府在开展安全行动的同时,制定相应的援助措施。”
阿明先生还敦促政府加快解决农民补偿问题,特别是那拉提瓦府4000多户稻农户,他们至今仍未收到去年每莱1000泰铢的补偿金,总计约1800万泰铢。他表示,与民众面临的困境相比,这笔金额微不足道,如果能将此事提交内阁会议讨论,他相信能够获得批准。他还补充说,随着下个月新一季水稻种植季的开始,这一进程应该加快。
报告强调,非正式债务是一个复杂的经济因素,对该地区民众,特别是那些难以获得正规融资渠道的商户和居民,影响深远。他们被迫依赖非正式贷款,这不仅影响家庭、人际关系,也阻碍了年轻人改善生活质量的机会。
“我敦促内部安全行动司令部(ISOC)、军方、警方以及其他相关机构加快采取具体措施,解决非正式债务问题。我还建议政府扩大低息贷款(或称软贷款)的覆盖范围,惠及目前缺乏政府资金支持的初创企业和新企业家。我建议每人贷款额度约为5万至10万泰铢,以帮助人们有机会创业并创造收入。”
关于泰马合作,阿明先生认为,合作不应仅限于领导层层面的讨论,而应在机构和地方层面加强,尤其是在两国安全和边境管制机构之间,以便更有效地解决问题。例如,在8月22日至24日发生的事件中,人们担心肇事者可能逃往马来西亚,阿明先生指出,目前泰马两国在地方层面的协调力度不够。他指出,过去20年来,两国在基层层面的协调为解决该地区的问题做出了显著贡献,因此,这一合作机制应该得到加强和升级。
此外,阿明先生还提及总理任命万·穆罕默德·诺尔·马塔先生为首席顾问,并请求马塔先生运用其在南部三个边境省份人民所面临问题方面的经验和理解,向总理提供建议并提出解决方案。这将有助于政府全面了解该地区的问题,并制定真正满足人民需求的解决方案。
“解决南部边境冲突需要采取综合性方法,包括和平进程、安全、应对潜在威胁、创造经济机会、解决债务问题以及保障人民生计,以便实现该地区的可持续和平与发展。”