กกร.ผนึก World Bank ดัน กรอ. 4 เสา ปั้นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่商务、工业和银行联合常设委员会(JSCCIB)与世界银行携手合作,从四大支柱加强经济发展委员会(EDB),打造经济发展的新引擎。
กกร.ผนึกภาครัฐ World Bank–IFC เดินหน้า Reinvent Thailand วาง กรอ. 4 เสาเปลี่ยนข้อเสนอสู่การปฏิบัติ เร่งลงทุนเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ พร้อมจัดทำ White Paper ต่อยอดเวที IMF–World Bank หวังเชื่อมไทยสู่อาเซียนและเศรษฐกิจโลก

วันนี้ (3 ก.ย. 2569) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เปิดเผยภายหลังงาน The Bangkok Business Summit 2026 ภายใต้แนวคิด Reinvent Thailand, Resilient ASEAN ว่า ภาครัฐและภาคเอกชนมีเป้าหมายร่วมกันในการยกระดับประเทศไทยจากการรับมือความเปลี่ยนแปลง สู่การเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ของอาเซียนและเชื่อมโยงภูมิภาคกับเศรษฐกิจโลก
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง
การขับเคลื่อนจากนี้จะเน้นการทำงานร่วมกันตั้งแต่การกำหนดปัญหา ออกแบบแนวทางแก้ไข ลงมือปฏิบัติ และติดตามผล เพื่อให้ข้อเสนอด้านเศรษฐกิจสามารถเกิดผลเป็นรูปธรรม พร้อมสร้างแพลตฟอร์มความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตรระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
การผลักดัน Reinvent Thailand จะดำเนินการใน 3 ระดับ ได้แก่ ระดับโลก ระดับภูมิภาค และระดับประเทศ โดยระดับโลกจะต่อยอดผลการประชุมสู่การเป็นเจ้าภาพ IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ระหว่างวันที่ 12–18 ต.ค.นี้ เพื่อเชื่อมโจทย์เศรษฐกิจไทยและอาเซียนเข้ากับองค์ความรู้ เงินทุน และเครือข่ายพันธมิตรจากทั่วโลก
กกร.ผนึก World Bank ดัน กรอ. 4 เสา ปั้นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่
ส่วนระดับภูมิภาค จะเร่งสร้างความร่วมมือระหว่างรัฐบาลเพื่อเชื่อมกฎเกณฑ์ มาตรฐาน และโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่ภาคธุรกิจจะเชื่อมโยงผู้ผลิตและซัพพลายเออร์ ส่งเสริมการลงทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาบุคลากร รวมถึงสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชนเพื่อแก้ไขอุปสรรคทางธุรกิจและผลักดันข้อเสนอให้เกิดผลจริง
สำหรับระดับประเทศจะใช้คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน หรือ กรอ. เป็นกลไกหลัก โดยแบ่งการทำงานเป็น 4 เสาหลัก ได้แก่ การลงทุนและเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ การค้าและเศรษฐกิจชุมชน การพัฒนาคน และการเพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐ เพื่อเชื่อมโยงนโยบายกับการปฏิบัติและสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่ชัดเจน
นาย Carlos Felipe Jaramillo รองประธานธนาคารโลกประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก
ด้านนาย Carlos Felipe Jaramillo รองประธานธนาคารโลกประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก กล่าวว่า หัวใจสำคัญไม่ใช่เพียงการกำหนดว่าไทยควรทำอะไร แต่ต้องตอบให้ได้ว่าจะทำให้เกิดขึ้นจริงอย่างไร การที่ภาครัฐและเอกชนมีวิสัยทัศน์และเป้าหมายร่วมกัน พร้อมมีกลไกขับเคลื่อน ถือเป็นปัจจัยสำคัญ โดย World Bank และ IFC พร้อมเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ของไทยในการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจครั้งที่สอง
นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย ในฐานะประธาน กกร. กล่าวว่า Reinvent Thailand ไม่ใช่การเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด แต่เป็นการยกระดับฐานเศรษฐกิจเดิมและเปิดพื้นที่ให้เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่เติบโต โดยต้องอาศัยองค์ความรู้และมาตรฐานระดับโลก การขับเคลื่อนของภาคเอกชนอย่างเป็นเอกภาพ และนโยบายภาครัฐที่ชัดเจน น่าเชื่อถือ และต่อเนื่อง
ภาคเอกชนยังเสนอให้ไทยเร่งพัฒนา Ecosystem รองรับการลงทุน ทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล Data และระบบการเงิน เพื่อเปลี่ยนการลงทุนระลอกใหม่ให้เป็น New Growth Engines และนำไปสู่การเติบโตที่มีมูลค่าสูง มีความยืดหยุ่น และทั่วถึง
ขณะที่นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การค้าโลกเผชิญแรงกดดันจากภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการทางการค้า เงื่อนไขสิ่งแวดล้อม และมาตรฐานใหม่ ไทยจึงต้องเร่งเจรจาการค้าครอบคลุมทั้งสินค้า บริการ ดิจิทัล มาตรฐาน และการอำนวยความสะดวกทางการค้า
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
พร้อมผลักดันให้อาเซียนสร้างห่วงโซ่มูลค่าร่วมกัน โดยเชื่อมระบบศุลกากร โลจิสติกส์ และมาตรฐาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภูมิภาค ขณะเดียวกันการยกระดับกฎเกณฑ์ยังสอดคล้องกับเป้าหมายการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทยในปี 2571 ซึ่งจะช่วยเพิ่มความโปร่งใส ลดต้นทุนผู้ประกอบการ และสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน
ด้านนางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ไทยมีฐานอุตสาหกรรมและ Supply Chain ที่สั่งสมประสบการณ์มากกว่า 60 ปี จึงมีศักยภาพต่อยอดสู่อุตสาหกรรมอัจฉริยะและเพิ่มบทบาทใน Global Supply Chain แต่จำเป็นต้องมีพลังงานที่มั่นคงและต้นทุนแข่งขันได้ ระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงอาเซียน การปฏิรูปกฎระเบียบ และการพัฒนาทุนมนุษย์
นอกจากนี้ ต้องส่งเสริม Made in Thailand และ Local Content เพื่อให้การลงทุนจากต่างประเทศเกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี พัฒนาซัพพลายเออร์ไทย สร้างงานทักษะสูง และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจภายในประเทศ
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
ทั้งนี้ กกร.จะรวบรวมข้อเสนอและบทเรียนจากงาน Bangkok Business Summit 2026 จัดทำเป็น White Paper เพื่อใช้เป็นกรอบการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน และนำไปแลกเปลี่ยนต่อในการประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ภายใต้แนวคิด “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” หวังเปลี่ยนข้อเสนอจากเวทีธุรกิจให้เป็นมาตรการและการลงทุนที่เกิดผลจริงต่อเศรษฐกิจไทยและภูมิภาคอาเซียน
“เกษียณ” ยุคใหม่ต้องพร้อม 4 ด้าน ทิสโก้ ชูเงิน-สุขภาพ-ที่อยู่-มรดก รับสังคมสูงวัย-อายุยืน
กกร.ปรับเป้า GDP ปี 69 โต 2.1-2.5% เร่ง Data Center เชื่อมลงทุนต่างชาติ ฝ่าเศรษฐกิจ K-Shape
"Air to Food" ปั้นอากาศสู่โปรตีน ดันไทยฮับอาหารแห่งอนาคต
ประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026
ประชุม IMF–World Bank
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ
โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล Data
เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่
今天(2026 年 9 月 3 日),泰国副总理兼财政部长埃克尼提·尼提坦帕帕斯先生在以“重塑泰国,韧性东盟”为主题的 2026 年曼谷商业峰会后透露,政府和私营部门有一个共同的目标,那就是将泰国从仅仅应对变化提升为推动东盟新增长的关键力量,并将该地区与全球经济连接起来。
埃克尼蒂·尼蒂坦普拉帕斯先生,副总理兼财政部长。
展望未来,重点将放在从问题识别和解决方案设计到实施和监测的协作工作上,确保经济提案产生切实成果,同时不断构建政府、私营部门和国际合作伙伴之间的合作平台。
“重塑泰国”倡议将在全球、区域和国家三个层面实施。在全球层面,会议成果将用于主办2026年10月12日至18日举行的国际货币基金组织-世界银行集团年会,将泰国和东盟面临的经济挑战与知识、资本和全球合作伙伴网络连接起来。
商务、工业和银行联合常设委员会(JSCCIB)与世界银行携手合作,从四大支柱加强经济发展委员会(EDB),打造经济发展的新引擎。
在区域层面,将加快推进政府间合作,以弥合监管、标准和基础设施方面的差距。同时,企业界将联结生产商和供应商,促进投资、技术转让和人力资源开发,并建立公私合作伙伴关系,以解决商业障碍,并将提案转化为切实成果。
在国家层面,公私合作委员会(JPPCC)将作为主要机制,将其工作分为四大支柱:投资和新的经济引擎、贸易和社区经济、人类发展以及提高政府效率,以便将政策与实践联系起来,并创造切实的经济成果。
世界银行东亚及太平洋地区副行长卡洛斯·费利佩·哈拉米略先生。
世界银行东亚及太平洋地区副行长卡洛斯·费利佩·哈拉米略先生指出,关键不仅在于确定泰国应该做什么,更在于如何实现这些目标。公共部门和私营部门之间达成共识,制定共同愿景和目标,并建立推动发展的机制至关重要。世界银行和国际金融公司愿成为泰国第二次经济转型过程中的战略伙伴。
泰国银行家协会主席兼工商银行联合常务委员会(JSCCIB)主席帕永·斯里瓦尼奇先生表示,“重塑泰国”并非从零开始,而是要提升现有经济基础,并为新的经济增长引擎开辟空间。这需要世界一流的知识和标准、私营部门的统一参与,以及清晰、可信且一致的政府政策。
私营部门还建议泰国加快构建支持投资的生态系统,包括能源基础设施、低碳经济、数字基础设施、数据和金融体系。这将把新一轮投资转化为新的增长引擎,从而实现高价值、韧性强且包容性高的增长。
与此同时,泰国商会及泰国商会联合会主席波吉·阿拉姆瓦塔纳农表示,全球贸易面临地缘政治、贸易措施、环境状况和新标准等方面的压力。因此,泰国必须加快涵盖货物、服务、数字化、标准和贸易便利化等方面的贸易谈判。
泰国商会主席兼泰国商会联合会主席 Poj Aramwattananon 先生。
该倡议旨在促进东盟内部共同价值链的构建,连接海关体系、物流和标准,以提升区域竞争力。同时,升级监管法规也符合泰国2028年加入经合组织的目标,这将有助于提高透明度、降低企业成本并增强投资者信心。
泰国工业联合会主席皮姆贾伊·利萨拉努库尔女士表示,泰国拥有超过60年经验的工业基础和供应链,使其具备进一步发展智能产业并提升其在全球供应链中地位的潜力。然而,这需要稳定且具有竞争力的能源资源、连接东盟的物流体系、监管改革以及人力资本发展。
此外,有必要推广“泰国制造”和“本地化”,以鼓励外国投资、技术转让、发展泰国供应商、创造高技能就业岗位,并提高国内经济价值。
泰国工业联合会主席 Pimjai Leeissaranukul 女士。
工商银行联合常设委员会(JSCCIB)将把2026年曼谷商业峰会的各项提案和经验教训汇编成一份白皮书,作为公共和私营部门合作的框架。这份白皮书随后将在以“泰国新视野:赋能人民,增强韧性”为主题的2026年国际货币基金组织-世界银行集团年会上提交,旨在将商业论坛上的提案转化为能够对泰国和东盟经济产生切实影响的措施和投资。
“现代退休”需要在四个方面做好准备:TISCO 强调财务、健康、住房和遗产,以应对人口老龄化和预期寿命延长。
商务、工业和银行业联合常设委员会(JSCCIB)将2026年国内生产总值增长目标调整为2.1%-2.5%,加快数据中心发展以对接外资,克服K型经济格局。
“空气变食品”:将空气转化为蛋白质,使泰国成为未来食品中心。
2026年国际货币基金组织-世界银行集团年会
国际货币基金组织-世界银行会议
Ekanit Nitithanpraphas
数字基础设施数据
新经济引擎