“หนี้” ระเบิดเวลาชีวิตคนทำงาน ที่องค์กรต้องเร่งปลดชนวน Noburo เผยสูตรส่งเสริมพนักงานมีเงินเก็บ“债务”对劳动者来说就像一颗定时炸弹,企业必须尽快将其拆除。Noburo揭示了一种鼓励员工储蓄的方法。
ปัญหาหนี้พนักงานกระทบองค์กรโดยตรง Noburo แนะนำแก้ที่ต้นตอผ่าน 3 ระดับผู้นำกำหนดนโยบาย องค์กรสร้างวัฒนธรรม safety zone และบุคคลปรับพฤติกรรม มุ่งสร้างเงินออมยั่งยืน

ชญานิษฐ์ เชื้อกสิการ (โฟม)
Senior Content Creator at Thairath Money
# ภารกิจพิชิต 90 วัน
# สวัสดิการด้านการเงิน
# การสร้างวินัยการออม
อธิบาย Stablecoin แบบเข้าใจง่าย จะเปลี่ยนโลกยังไง ทำไมถึงสำคัญ? | Digital Frontiers EP.76
ปัญหาหนี้พนักงานกระทบองค์กรโดยตรง Noburo แนะนำแก้ที่ต้นตอผ่าน 3 ระดับผู้นำกำหนดนโยบาย องค์กรสร้างวัฒนธรรม safety zone และบุคคลปรับพฤติกรรม มุ่งสร้างเงินออมยั่งยืน
คลังเปิดตัว "สินเชื่อ AI นกกระซิบ" ใช้ยอดขายจริงมาขอกู้ ดันแม่ค้าสร้างเครดิตฯ ผ่านแอปถุงเงิน
มิติที่หลายองค์กรมักมองข้าม คือ “สุขภาวะทางการเงิน” ทั้งที่ปัญหาหนี้เกิดขึ้นได้กับพนักงานทุกระดับ ไม่ใช่แค่คนรายได้น้อย และกระทบสมาธิ การตัดสินใจ ไปจนถึง Productivity โดยตรง เมื่อองค์กรดูแลคนอย่างเป็นองค์รวม คนจะไม่ได้แค่ทำงานดีขึ้น แต่จะช่วยให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน
ข้อมูลสถิติที่น่าตกใจชี้ให้เห็นว่า เมื่อพนักงาน 10 คนเดินมา ประมาณ 8 คนมีภาระหนี้ และในจำนวนนี้มีถึง 3 คนที่มีหนี้นอกระบบ รวมทั้ง 1 ใน 3 ของพนักงาน กำลังเผชิญกับปัญหาหนี้สิน ไม่ว่าจะเป็นหนี้นอกระบบ หรือการค้างชำระ และ 60% ของพนักงานระดับปฏิบัติการ ตกอยู่ในสภาวะ "ใช้เงินเดือนชนเดือน" สถานการณ์เช่นนี้กำลังสร้างความท้าทายอย่างยิ่งให้กับองค์กรในหลายด้าน
ซึ่งจากการถ่ายทอดประสบการณ์ตลอด 7-8 ปี ของ Noburo หรือ โนบูโร แพลตฟอร์มออนไลน์ ที่ให้บริการสวัสดิการด้านการเงินและสินเชื่อแก่พนักงานบริษัทที่เข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์ โดยจะเข้าไปช่วยจัดการปัญหาทางการเงิน วางแผนปลดหนี้ให้พนักงานสามารถพิชิตหนี้และมีเงินแสนได้ในเวลาไม่กี่เดือน
โดยโนบูโร เกิดจากความเชื่อที่ว่าไม่มีใครตั้งใจอยากมีปัญหาการเงินหรือเป็นหนี้ แต่เกิดจากความไม่รู้หรือการจัดการที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งหากได้รับแนวทางที่เหมาะสมก็สามารถหลุดพ้นจากวงจรนี้ได้
ธิษณา ธิติศักดิ์สกุล ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Noburo กล่าวว่า สิ่งที่โนบูโรดำเนินการคือการช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ให้ความรู้ด้านการเงิน และสร้างกลไกขับเคลื่อน โดยเริ่มจาก “ภารกิจพิชิต 90 วัน” ทำแผนจบหนี้ ร่วมมือบริษัท เงินดีดี จำกัด (หรือที่รู้จักในชื่อ Good Money เป็นบริษัทในเครือธนาคารออมสิน) ในการสนับสนุนสินเชื่อสวัสดิการ
อย่างไรก็ตาม เมื่อดำเนินงานไปสักพักกลับพบว่าปัญหาการเงินในองค์กรไม่ได้มีเพียงหนี้หนัก หรือ หนี้นอกระบบเท่านั้น จึงได้ขยายผลไปสู่ระบบตรวจสุขภาพการเงิน การจัดเวิร์กช็อป คลินิกให้คำปรึกษา ตลอดจนการสร้างวินัยการออมเพื่อป้องกันไม่ให้พนักงานกลับไปเป็นหนี้ซ้ำ
ตลอดระยะเวลาการทำงานร่วมกับ 260 องค์กร โนบูโรได้เข้าไปมีส่วนช่วยเหลือพนักงานไปแล้วประมาณ 17,000 คน สามารถปลดพันธนาการและลดหนี้ผ่านโครงการได้รวมกว่า 350 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้มีสัดส่วนถึง 30% ที่เป็นหนี้นอกระบบ นอกจากนี้ยังสามารถสร้างเงินออมรวมกันเกือบ 40 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม การสร้างองค์กรที่มีสุขภาพทางการเงินที่ยั่งยืน ยังคงเป็นโจทย์ที่ท้าทาย เนื่องจากปัญหาการเงินเป็นเรื่องเชิงโครงสร้างที่แม้แต่ภาครัฐเองก็พยายามแก้ไขมาหลายสิบปี จากบทเรียนที่โนบูโรรวบรวมมาพบว่า หากองค์กรสามารถทำตามปัจจัยสำคัญได้ถูกต้อง ก็มีโอกาสประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาการเงินพนักงานได้สูงถึง 60-70%
แค่ ‘แจกเงินกู้-อบรม’ ไม่ช่วยแก้พฤติกรรม
บทเรียนแรกที่ได้จากการทำงานคือ สวัสดิการทางการเงินที่องค์กรจัดสรรให้ เช่น สินเชื่อสวัสดิการ ประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือการเปิดให้ถอนเงินสมทบก่อน ไม่ได้เท่ากับสุขภาวะทางการเงินที่ดี (Well-being) เพราะพนักงานในปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Alpha หรือคนรุ่นใหม่ ประสบปัญหาการเงินหนักขึ้นเรื่อยๆ จากการเข้าถึงบริการดิจิทัลที่อำนวยให้เกิดพฤติกรรม “ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง” (Buy Now Pay Later) ปัญหาหนี้และการไม่มีเงินเก็บจึงยังคงอยู่เช่นเดิม
ประการต่อมาคือ การแก้หนี้ด้วยการ “รวมหนี้” หรือการปล่อยสินเชื่อใหม่ เป็นเพียงการย้ายหนี้จากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง ไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นตอพฤติกรรม ดังเช่นกรณีศึกษาของกลุ่มข้าราชการ ครู ทหาร หรือตำรวจ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีสวัสดิการสูงมาก และบางแห่งสามารถเข้าถึงวงเงินกู้ได้สูงสุดถึง 90 เท่าของเงินเดือน แต่นั่นไม่ได้แปลว่าจะหลุดพ้นจากหนี้ได้ กลับพบปัญหาครูไทยเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว จนกระทั่งใกล้เกษียณก็ยังโดนหักเงินหน้าซอง หรือต้องนำเงินฌาปนกิจมาใช้หนี้ บางรายถึงขั้นถูกฟ้องล้มละลาย
ประการสุดท้ายคือ การจัดกิจกรรมให้ความรู้ ก็ไม่ได้เท่ากับความยั่งยืน เพราะเมื่อพนักงานเรียนจบเดินออกจากห้องไปเพียง 3 วัน พฤติกรรมเดิมๆ ก็จะกลับมาหากไม่ได้ลงมือปฏิบัติจริง
3 ระดับสำคัญเปลี่ยนการเงินพนักงาน
เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง โนบูโรได้ถอดบทเรียนออกมาเป็น “วงคลื่นแห่งการสร้างองค์กรการเงินยั่งยืน” ซึ่งประกอบด้วย 3 ระดับสำคัญ โดยระดับที่มีความสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนองค์กรคือ “ระดับผู้นำ” ที่ต้องกำหนดทิศทางจากบนลงล่าง ให้นโยบายการเงินเข้าไปอยู่ในกลยุทธ์ขององค์กร ไม่ใช่แค่การอนุมัติงบประมาณ
ถัดมาคือ “ระดับองค์กรและทีมงาน” ที่ต้องสร้างระบบ วัฒนธรรม และพื้นที่ปลอดภัยในการพูดคุยเรื่องการเงิน และสุดท้ายคือ “ระดับบุคคล” นั่นคือตัวพนักงานเอง ที่ต้องเปลี่ยนจากเพียงแค่การตระหนักรู้ ไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
ในการเปลี่ยนพฤติกรรมระดับบุคคล จุดเริ่มต้นไม่ได้อยู่ที่การบังคับทำรายรับรายจ่าย แต่ต้องพาพนักงานกลับไปค้นหาความฝันทางการเงินของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการเกษียณอย่างมีความสุข การส่งเสียดูแลครอบครัว หรือการเก็บเงินเพื่อการท่องเที่ยว
เพราะการวางแผนการเงิน ทั้งการจัดการภาระค่าใช้จ่าย ภาระหนี้สิน และความเสี่ยง ต่างทำไปเพื่อตอบสนองความฝันเหล่านี้ ในชีวิตจริงพนักงานที่มีปัญหาการเงินมักจะสูญเสียรายได้ไปกับภาระหนี้สูงถึง 50-70% ของเงินเดือน ยิ่งหากเป็นหนี้นอกระบบที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยร้อยละ 50 หรือบางเคสสูงถึง 70% ถึง 300% การหมุนเงินจะทำให้ไม่มีทางมีเงินเก็บได้
ดังนั้น การดึงเงินส่วนนี้กลับคืนมาจัดการ จะทำให้มีเงินเหลือออม ซึ่งควรเริ่มจากการสร้างกระปุกเงินฉุกเฉินให้ได้ 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือนเพื่อดูแลปัจจุบัน แล้วจึงขยายไปสู่กระปุกเงินเกษียณเพื่อดูแลอนาคต ทั้งนี้ งานวิจัยจากอเมริกาที่สำรวจคน 8,000 คนทั่วโลกพบว่า คนมีความสุขทางการเงินต้องมี 2 ส่วนประกอบกัน คือ การมองภาพระยะยาวที่เห็นทั้งเป้าหมายและแผนงาน และการควบคุมตนเองที่ลงมือทำตามแผน ปลดหนี้ทีละก้อน จนเกิดเป็นเงินออมและสร้างผลกระทบเชิงบวกไปถึงครอบครัว
ในระดับองค์กร การสร้างพื้นที่ปลอดภัยเป็นหัวใจสำคัญ เพราะปัญหาพฤติกรรมทางการเงินที่เห็นบนยอดภูเขาน้ำแข็ง มักมีปัจจัยซับซ้อนซ่อนอยู่ใต้ภูเขาน้ำแข็งเสมอ ตัวอย่างการสร้างวัฒนธรรมการเงินที่น่าสนใจ เช่น บริษัทที่ชวนพนักงานปลูกผักสลัดในโรงงานเพื่อลดค่าใช้จ่าย และนำส่วนเกินไปขายเป็นรายได้เสริม หรือเคสการแก้ปัญหาพนักงานตั้งวงดื่มสุราหลังเลิกงาน โดยโรงงานใช้อุบายทำ “ถุงแกง” ราคา 20 บาทแจกพนักงาน เพื่อให้รีบนำกลับไปฝากครอบครัว ซึ่งช่วยลดอัตราการดื่มสุรา สุขภาพดีขึ้น และมีเงินเก็บเพิ่มขึ้น
หรือโครงการ “ภารกิจพิชิตแสน” มณีจันทร์รวมใจออมแสนสู่ล้าน ของโรงแรมมณีจันท์ ซึ่งมีพนักงาน 106 คน (เป็นชาวต่างชาติ 30%) ที่เดิมทีพนักงานไทยไม่มั่นใจว่าจะออมเงินได้แม้แต่เดือนละ 500 บาท แต่เมื่อจัดแข่งขันแบ่งเป็น 10 ทีม ตั้งเป้าออมร่วมกันให้ได้ 1 ล้านบาทภายใน 5 เดือน
กลับพบว่าเมื่อจบโครงการ พนักงานสามารถออมเงินได้เฉลี่ยสูงถึงเดือนละ 3,800 บาทต่อคน ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยเงินออมของคนทั้งประเทศ หรือเคส “ภารกิจออมรวย” ที่ให้พนักงานออมเงินขั้นต่ำ 500 บาทเพื่อรับสิทธิ์สุ่มตัวเลขลุ้นรางวัลทุกวันที่ 16 ส่งผลให้บทสนทนาในองค์กรเปลี่ยนจากการใบ้หวย มาเป็นการหารือเรื่องการลงทุนในกองทุนต่างๆ
ทั้งนี้ในระดับผู้บริหารและกลยุทธ์ องค์กรต้องเริ่มต้นจากการวิเคราะห์ Persona และสุขภาพทางการเงินของพนักงาน ตั้งแต่กลุ่มปกติ ท้าทาย ไปจนถึงขั้นวิกฤต เพื่อวางแนวทางแก้ไขให้ตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มหนี้นอกระบบ กลุ่มหนี้หนักที่ยังไม่ค้างชำระ กลุ่มค้างชำระจนโดนบังคับคดี กลุ่มที่ไม่มีหนี้แต่ไม่มีเงินเก็บ หรือกลุ่มใกล้เกษียณที่ยังติดภาระหนี้บ้านหนี้รถ ดังเช่นกรณีศึกษาการแก้ปัญหาหนี้สินของธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ที่เริ่มจากบอร์ด Sustainability ร่วมมือกับทีม HR, People, สวัสดิการ, สหกรณ์ และ Academy ทำงานร่วมกับโนบูโรประชุมติดตามผลทุกสัปดาห์
พร้อมทั้งสร้าง “พี่เลี้ยงการเงิน” ภายในองค์กรเพื่อความยั่งยืน มีการเชื่อมโยงระบบดูแลสุขภาพจิตเข้ามาช่วยในเคสที่เครียดหนัก และประสานทีมสินเชื่อสวัสดิการมาช่วยรีไฟแนนซ์ รวมถึงเปิดช่องทางให้พนักงานฝ่ายขายที่มีรายได้ลดลงได้หารายได้เสริม ขณะเดียวกันก็มีตัวอย่างจาก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่ผู้บริหารระดับสูงลงมาร่วมออมเงินเป็นตัวอย่างให้แก่พนักงาน จนประสบความสำเร็จอย่างมาก
แม้งานการเงินในองค์กรและปัญหาหนี้สินระดับประเทศที่มีมูลค่าสูงถึง 16.4 ล้านล้านบาท จะเป็นเรื่องที่ยากและต้องใช้พลังอย่างมหาศาล แต่หากองค์กรเริ่มต้นจากการประเมินสถานการณ์ วางกลยุทธ์ที่เหมาะสม และได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายบริหาร ก็จะสามารถเปลี่ยนผ่านพนักงานจากคนที่ติดดักหนี้ ให้กลายเป็นคนที่มีเงินเหลือเต็มซัพพอร์ต มีเงินออม จนสามารถทำตามความฝันของตนเองได้สำเร็จและพร้อมที่จะส่งต่อสิ่งดีๆ กลับคืนสู่สังคมต่อไป
เพราะในโลกของการทำงาน ปัญหาหนี้สินของพนักงานไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวอีกต่อไป แต่เป็น 'ต้นทุนที่มองไม่เห็น' ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อองค์กรอย่างไม่อาจปฏิเสธได้
อ่านข่าวการเงิน ประกัน บริหารความมั่งคั่ง กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney
ชญานิษฐ์ เชื้อกสิการ (โฟม) Senior Content Creator at Thairath Money
Chayanit Chueakasikarn(泡沫)
Thairath Money 高级内容创作人
# 90天挑战
# 经济收益
培养储蓄的习惯
用简单易懂的方式解释稳定币:它们将如何改变世界?它们为何如此重要?| 数字前沿 第76期
员工债务直接影响企业运营。Noburo建议从三个层面解决根本原因:领导层制定政策、企业营造安全文化、员工改变行为以专注于可持续的节约。
财政部推出“AI Whisper Loan”,利用实际销售数据申请贷款,通过 Thung Ngern(钱袋)应用程序帮助商贩建立信用。
许多组织常常忽视“财务健康”这一维度,尽管债务问题会影响所有层级的员工,而不仅仅是低收入人群。它会直接影响员工的专注力、决策能力和生产力。当组织全面关怀员工时,不仅员工会表现更佳,组织也能实现可持续增长。
令人震惊的统计数据显示,每10名新员工中,约有8人负债,其中3人为非正式债务。此外,三分之一的员工面临债务问题,无论是非正式债务还是拖欠款项,而60%的一线员工都是月光族。这种情况给各行各业的组织都带来了严峻挑战。
Noburo 是一个为合作公司员工提供金融和贷款福利服务的在线平台,凭借其 7-8 年的经验,他们帮助员工管理财务问题并制定债务偿还计划,使员工能够在短短几个月内摆脱债务并获得 10 万泰铢。
Noburo 的理念源于这样一种信念:没有人会故意让自己陷入财务困境或负债累累;它们往往源于无知或管理不善。只要得到正确的指导,人们就能摆脱这种恶性循环。
Noburo联合创始人兼首席执行官Thitsana Thitisaksakul表示,Noburo的宗旨是帮助人们改变行为、普及金融知识并建立驱动机制。这一切始于与Good Money Co., Ltd.(政府储蓄银行的子公司)合作推出的“90天债务攻坚计划”,这是一项旨在提供福利贷款的债务整合计划。
然而,在实施该项目一段时间后,人们发现该组织的财务问题不仅限于巨额债务或非正式贷款。因此,该项目扩大了范围,包括建立财务健康检查系统、举办研讨会、设立咨询诊所,以及推广储蓄习惯,以防止员工再次负债。
多年来,Noburo与260家机构合作,通过各类项目帮助约17,000名员工摆脱债务,减轻经济负担,总额超过3.5亿泰铢。其中,30%为非正式债务。此外,该项目还帮助个人积累了近4000万泰铢的储蓄。
然而,要可持续地构建财务健康的组织仍然是一项艰巨的任务,因为财务问题是结构性问题,即使是各国政府也已努力解决数十年。Noburo 总结的经验表明,如果组织能够正确处理关键因素,则有 60% 到 70% 的几率成功解决员工的财务问题。
仅仅“发放贷款和提供培训”并不能改变他们的行为。
从工作中得到的第一个教训是,机构提供的经济福利,例如福利贷款、社会保障、公积金或提前支取缴款的选择,并不等同于良好的财务状况。如今的员工,尤其是阿尔法世代或更年轻的一代,由于能够接触到助长“先买后付”行为的数字服务,正面临日益严峻的财务困境。因此,债务和储蓄不足的问题依然存在。
其次,债务整合或新贷款仅仅是将债务从一家贷款机构转移到另一家,并没有解决债务问题的根本原因。公务员、教师、军人和警察的案例研究就说明了这一点。这些群体享有较高的福利待遇,在某些情况下,他们甚至可以获得相当于月薪90倍的贷款。然而,这并不能保证他们能够摆脱债务。许多泰国教师面临着沉重的债务负担,临近退休时不得不从工资中扣除还款,甚至动用丧葬费来偿还债务。有些人甚至面临破产。
最后,教育活动并不等同于可持续性。员工完成培训离开课堂后,如果未能将所学知识付诸实践,那么仅仅三天后,他们的旧行为就会重现。
转变员工财务状况的三大关键层面。
为了实现真正的变革,Noburo 将经验提炼成一张“构建可持续金融机构的波浪图”,该图包含三个关键层级。推动组织变革最关键的层级是“领导层”,它必须自上而下地指明方向,将财务政策融入组织战略,而不仅仅是审批预算。
接下来是“组织和团队层面”,这需要建立相应的制度、文化和安全的财务讨论空间。最后是“个人层面”,员工自身必须从单纯的意识提升转变为行为改变。
改变个人行为的出发点不是强迫人们遵循固定的收入和支出,而是帮助员工重新发现他们的财务梦想,无论是幸福的退休生活、养家糊口还是为旅行储蓄。
财务规划,包括管理支出、债务和风险,旨在实现这些梦想。然而,现实情况是,面临财务困境的员工往往会因债务而损失50%到70%的工资。对于利率高达50%甚至70%或300%的非正规贷款来说,这种情况尤为突出。不断的借贷循环使得储蓄变得不可能。
因此,重新掌控并妥善管理这笔资金将有助于储蓄。储蓄应首先建立相当于月支出3-6倍的应急基金,以满足当前需求,然后再逐步增加退休基金,以保障未来。一项来自美国、针对全球8000人的研究发现,财务幸福需要两个要素:一是包含目标和计划的长远眼光;二是严格执行计划、逐步偿还债务、积累储蓄并对家庭产生积极影响的自律能力。
在组织层面,营造安全的环境至关重要,因为冰山一角所显示的财务行为问题往往隐藏着复杂的因素。例如,一些公司鼓励员工在公司种植沙拉蔬菜以降低成本,并将剩余部分出售以增加收入;又如,一家工厂巧妙地向员工分发20泰铢的“咖喱包”,鼓励他们下班后尽快带回家,以此来减少员工的饮酒量,改善他们的健康状况,并增加他们的储蓄。
再来看看玛尼昌酒店发起的“十万泰铢储蓄计划”。这项合作储蓄计划雇佣了106名员工(其中30%是外籍员工),他们起初甚至连每月存下500泰铢都缺乏信心。然而,在组织了一场分为10个小组的竞赛,目标是在5个月内共同储蓄100万泰铢之后,他们最终实现了这个目标。
项目完成后,员工平均每月每人可节省高达3800泰铢,高于全国平均储蓄水平。另一个例子是“储蓄致富”活动,员工每月至少储蓄500泰铢,即可获得每月16日随机抽奖的机会。这使得公司内部的讨论话题从彩票号码转向了对各种基金的投资。
在管理和战略层面,企业必须首先分析员工的个人情况和财务状况,涵盖从正常到具有挑战性再到危急的各种情况,以便制定有针对性的解决方案。这包括关注各类群体,例如:有非正式债务的员工、负债累累但尚未逾期的员工、面临房屋止赎的员工、没有债务但没有储蓄的员工,以及即将退休但仍有未偿还房贷或车贷的员工。渣打银行的债务解决方案案例便是一个很好的例子。该方案始于可持续发展委员会与人力资源部、员工福利部、合作社和学院团队的合作,并与Noburo公司合作,每周监控进展情况。
这包括在组织内部设立“财务导师”以促进可持续发展,整合心理健康支持系统以帮助员工应对严重压力,与福利贷款团队协调以协助进行再融资,以及为收入减少的销售人员提供赚取额外收入的途径。同时,省电力局的案例也值得借鉴,该局高管以身作则,参与节约开支,为员工树立了榜样,最终取得了巨大成功。
尽管管理公司财务和应对价值 16.4 万亿泰铢的国家债务危机充满挑战,需要付出巨大的努力,但如果企业首先评估形势,制定适当的策略,并获得管理层的支持,他们就可以将员工从负债累累的人转变为拥有充足财务资源、储蓄和能力实现梦想并为社会做出积极贡献的人。
因为在职场中,员工债务不再仅仅是个人问题,而是一种“隐形成本”,它无疑会对企业产生直接影响。
通过 Thairath Money 阅读有关金融、保险和财富管理的最新资讯,助您实现“更美好的财务生活”,网址:https://www.thairath.co.th/money/personal_finance
请点击以下链接关注Thairath Money的Facebook主页:https://www.facebook.com/ThairathMoney
Chayanit Chueakasikarn (Foam),Thairath Money 高级内容创作者