เปิด 2 โมเดล “เวียงชัย-เชียงม่วน” ต้นแบบ “ชุมชนล้อมโรค” สู่ “ชุมชนไร้โรค“威昂柴”和“蒋门”这两个模型被揭幕,作为“疾病控制型社区”的原型,最终目标是建成“无疾病社区”。
แม้การกิน “อาหาร” ให้เป็น “ยา” จะเป็นต้นธารของสุขภาพที่ดี แต่สำหรับวิถีชีวิตผู้คนในปัจจุบัน จำนวนไม่น้อยกลับสวนทางกินยาเป็นอาหาร มีข้อมูลจากกรมบัญชีกลางเปิดเผยล่าสุดว่า 3 อันดับโรคที่ใช้ยามากที่สุด คือ เส้นเลือดในสมองอุดตัน ความดันโลหิต

แม้การกิน “อาหาร” ให้เป็น “ยา” จะเป็นต้นธารของสุขภาพที่ดี แต่สำหรับวิถีชีวิตผู้คนในปัจจุบัน จำนวนไม่น้อยกลับสวนทางกินยาเป็นอาหาร มีข้อมูลจากกรมบัญชีกลางเปิดเผยล่าสุดว่า 3 อันดับโรคที่ใช้ยามากที่สุด คือ เส้นเลือดในสมองอุดตัน ความดันโลหิต และเบาหวาน โดยโรคดังกล่าว มีสาเหตุหลักจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยค่าใช้จ่ายเพื่อรักษาพยาบาลกลุ่มโรค NCDs ทั้งระบบ มีการเบิกจ่ายงบประมาณรวมกันกว่า 40,000 ล้านบาทต่อปี
ขณะที่ข้อมูลจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ระบุว่า ได้มีจัดสรรงบประมาณควบคุมและป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) วงเงินประมาณ 1,252 ล้านบาท เพื่อดูแลกลุ่มเป้าหมายผู้ป่วยและประชาชนที่ต้องคัดกรองจำนวนกว่า 6.2 ล้านคน และเมื่อปี 2568 บอร์ด สปสช. อนุมัติปรับเกลี่ยงบค่าบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค (PPB) วงเงินไม่เกิน 1,016.40 ล้านบาท ใช้สนับสนุนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และหน่วยบริการในพื้นที่ ทำงานเชิงรุกคัดกรองสุขภาพ ให้คำแนะนำเรื่องอาหาร (การนับคาร์บ) ดูแลการกินยา และปรับพฤติกรรมในชุมชน
เปิด 2 โมเดล “เวียงชัย-เชียงม่วน” ต้นแบบ “ชุมชนล้อมโรค” สู่ “ชุมชนไร้โรค
การเปิด 2 โมเดลต้นแบบ “ชุมชนล้อมโรค” สู่ “ชุมชนไร้โรค” ในพื้นที่ จ.เชียงราย-พะเยา “เวียงชัย-เชียงม่วน” ชุมชนสู้ NCDs โดยใช้แนวคิดให้ “สร้างคนในชุมชน เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง” ถือเป็นกลยุทธสำคัญสำหรับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อการบริโภคอาหารที่มี รสหวาน มัน เค็ม ที่เป็นสาเหตุของโรคดังกล่าว โดยขับเคลื่อนในลักษณะเครือข่าย กองทุนในหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่น (กปท.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ผู้นำชุมชน คณะกรรมการหมู่บ้านและประชาชนในท้องถิ่น
นพ.คงศักดิ์ ชัยชนะ รอง นพ.สสจ.เชียงราย และ ผอ.โรงพยาบาลพระญาณสังวร อ.เวียงชัย จ.เชียงราย บอกว่า จุดเด่นของเวียงชัยโมเดล คือ การใช้เครือข่าย โรงพยาบาล–รพ.สต.–อสม.–ท้องถิ่น–ครอบครัว–ชุมชน ร่วมกันค้นหากลุ่มเสี่ยงและติดตามผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง ด้วยการนำผู้ป่วย 50 คนในชุมชนให้เข้าร่วมโครงการ และเมื่อพบความเสี่ยงหรือสงสัยป่วยด้วยโรคเบาหวานหรืออื่น ๆ จะเข้าสู่กระบวนการวินิจฉัยและรักษาโดยเร็ว
“โรคเรื้อรังลำดับต้น ๆ คือ เบาหวาน ความดัน เราสามารถควบคุมโรคเบาหวานให้อยู่ในระยะสงบ เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนได้ และเปิด NCD Remission Clinic ตั้งแต่ปี 2567 นอกจากนี้ยังมีการนำระบบ Telemedicine, Tele-nurse และ Dashboard รายบุคคล มาใช้ติดตามสุขภาพ รวมถึงการส่งยาให้ผู้ป่วยถึงบ้าน จัดตั้ง NCD Prevention Center 10 ศูนย์ และจัดหลักสูตรปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 12 สัปดาห์
ในส่วนของโรงพยาบาลนอกจากการรักษาแล้ว ฝ่ายโภชนาการยังมีการปรับสูตรอาหารสำหรับผู้ป่วยที่ต้องฟอกไตและผู้ป่วยไตในระยะเริ่มต้นที่เข้ารับการรักษาอีกด้วย และยังเปิดโอกาสให้คนต้นแบบ NCDs ซึ่งเป็นผู้ให้บริการและประชาชนผู้รับบริการเข้ามามีส่วนในการเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองและคนในครอบครัวอีกด้วย
“เมื่อก่อนทำงานรับเหมาก่อสร้าง เลิกจากงาน ก็ทั้งกินและเที่ยว ต่อมาไปตรวจรู้ว่าป่วยเป็นโรคเบาหวาน ขณะนั้นมีอายุแค่ 55 ปีเท่านั้น ต้องกินยาแล้ว คิดว่าหากกินยาไปนาน ๆ ไตอาจจะเสื่อมได้ เลยเลิกหมด ไม่กิน ไม่เที่ยว ดูแลสุขภาพ น้ำตาลในเลือดไม่เกิน ปัจจุบันอายุ 70 กว่าแล้ว ยังแข็งแรง ไม่ต้องกินยา เน้นเข้าวัด คุยกับปราชญ์ชาวบ้าน ออกกำลังกายเป็นหลัก ” ลุงทูน ชาวบ้าน ต.เวียงเหนือ กล่าว
ขณะที่คนต้นแบบในพื้นที่ ต.เวียงชัย ลุงเขียน ศิริวรรณ อสม.วัย 69 ปี เล่าว่า ไม่เคยมีอาการป่วยด้วยเรื้อรังและไม่เคยกินยา แต่จะเน้นดูแลสุขภาพด้วยการเดินออกกำลังกาย ไม่รับประทานอาหารที่มีรสจัด แต่จะเน้นรสจืดเป็นหลัก ใช้เกลือปรุงอาหารแทนน้ำปลา และน้ำปลา
ไม่ต่างจากชุมชนไทลื้อ อ.เชียงม่วน จ.พะเยา เพียงแต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินของชาวบ้านในพื้นที่ไม่ได้ทำเฉพาะครอบครัวเท่านั้น แต่ยังรวมงานเทศกาล ทั้งงานบุญและงานประเพณีสำคัญที่มีการเสนอเมนูอาหารลดความเค็ม และเมนูอาหารหวานลดความหวาน และใช้น้ำสมุนไพรแทนการเสิร์ฟเครื่องดื่มประเภทอื่น
จินตนา บัวแตง อสม.รพ.สต.ท่าฟ้าใต้ ต.สระ อ.เชียงม่วน จ.พะเยา เล่าว่า พื้นที่ จ.พะเยา มีหลายกลุ่มชาติพันธุ์ ที่ อ.เชียงม่วน ต.บ้านสระ บ้านท่าฟ้าใต้ ส่วนใหญ่เป็นชาวไทลื้อ และกลุ่มภูไท เมี่ยน ม้ง กะเหรี่ยง ลาว ซึ่งแต่ละกลุ่มจะกินอาหารรสชาติแตกต่างกัน
“กลุ่มเมี่ยน ที่อยู่ติดฝั่ง อ.ปง จะไม่ติดอาหารที่มีรสหวานและเค็ม เน้นกินจืด ส่วนม้ง กะเหรี่ยง ไทลื้อ ติดรสเค็ม ตรงนี้อาจเป็นสาเหตุให้มีคนป่วยด้วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคไต โรคเบาหวาน และกลายเป็นสาเหตุทำให้ต้องฟอกไต ส่วนผู้ป่วยที่ติดอาหารที่มันจัดหรือหวานจัด ทำให้ป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมองหรือสโตรกเพิ่มขึ้นทุกปี แล้วเริ่มตั้งแต่อายุ 30 กว่า ๆ ดังนั้น ชุมชนจึงต้องหาแนวทางแก้ปัญหาร่วมกัน”
ทางออกในการแก้ไขปัญหาจึงนำมาสู่ข้อตกลงร่วมกันระหว่าง “เจ้าภาพ แม่ครัว และแขกที่มาร่วมงาน” โดยยึดกฎ “ลดเค็ม ลดโรคไต” สร้างสุขภาพดีให้คนในชุมชน ซึ่งไม่ง่ายและต้องแลกมาด้วยการปะทะระหว่าง เจ้าภาพและแม่ครัว แต่ในที่สุดก็ได้ข้อยุติตรงกันในการวางแผนทำกับข้างเลี้ยงแขก
เมนูอาหารหลัก ๆ ของงานบุญหรือพิธีกรรมต่าง ๆ เช่น แกงแค ลาบคั่ว น้ำพริกตาแดง แกงโฮะ พวกนี้ เดิมใช้ผงปรุงรส ผงนัว ซึ่งทำให้อาหารมีรสเค็ม ก็ต้องลดปริมาณ เช่น ไม่ใช้น้ำปลา ลดปริมาณเครื่องปรุงรส ไม่ให้เค็มจัด หากใส่กะปิ ก็ต้องใช้น้ำปลา น้ำปล้าร้า ส่วนอาหารหวาน ก็ไม่ใส่น้ำตาล เน้นกินจืดหรือผลไม้ ซึ่งได้ผลดีมาก ผู้ป่วยโรคไต สโตรกลดลง บางรายที่เคยต้องฟอกไตก็ไม่ต้องฟอกไตแล้ว
ด้าน ดวงนภา พิเชษฐ์กุล รองเลขาฯ สปสช. กล่าวว่า จากภาพรวมใน 2 พื้นที่ทั้งเชียงรายและพะเยามีความแตกต่างกัน กลุ่ม อ.เวียงชัย ใช้คนในพื้นที่มีการทำงานเชิงรุกและเน้นกลุ่มเด็กซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ ส่วนโมเดลเชียงม่วนลักษณะการแก้ไขปัญหาเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวัน ผ่านวัฒนธรรมชุมชน ปรับพฤติกรรมลดผู้ป่วย NCDs ซึ่ง 2 โมเดลสามารถนำไปขยายต่อได้ เนื่องจากปัจจุบันโรค NCDs กำลังกลายเป็นภาวะคุกคามทั่วโลก
อาหารไม่ว่าจะรสชาติเลิศรสเพียงใด หาก เค็ม หวาน มัน มากไป ล้วนนำมาแต่โรคพยาธิ และต้นทางของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เริ่มต้นได้ด้วยตนเองเท่านั้น...ที่สำคัญนอกจากการป้องกันความเสี่ยงของโรคดังกล่าวแล้ว ยังสามารถประหยัดงบประมาณในการรักษาผู้ป่วยด้วยโรค NCDs อีกด้วย
นายกฯ ไม่ปิดประตู “กล้าธรรม” ร่วมรัฐบาล บอกทุกอย่างเป็นไปได้หมด
สรุปราคาทองคำ 11 ก.ย.2569 ปิดตลาด -550 ผันผวน 26 ครั้ง
ผ่านฉลุย มติวุฒิสภา เห็นชอบ พ.ร.บ.งบประมาณปี 70 "นายกฯ" กล่าวขอบคุณ-ยันใช้โปร่งใส
โรงพยาบาลพระญาณสังวร
尽管“食疗”理念对健康至关重要,但如今许多人却反其道而行之,将药物当作食物来食用。泰国审计署的最新数据显示,中风、高血压和糖尿病是三种最需要药物治疗的疾病。这些疾病主要由生活方式选择造成。每年用于治疗这些非传染性疾病的医疗总支出超过400亿泰铢。
泰国国家卫生安全办公室(NHSO)的数据显示,已拨款约12.52亿泰铢用于非传染性疾病(NCDs)的控制和预防,覆盖超过620万需要筛查的患者和公众。此外,NHSO董事会于2025年批准从健康促进和疾病预防(PPB)预算中重新分配至多10.164亿泰铢,用于支持乡村卫生志愿者和当地医疗机构积极开展健康筛查、提供饮食建议(碳水化合物计数)、监测用药依从性以及在社区推广行为矫正。
“威昂柴”和“蒋门”这两个模型被揭幕,作为“疾病控制型社区”的原型,最终目标是建成“无疾病社区”。
在清莱府和帕尧府(具体地点为威猜和清曼)启动的“社区疾病管理”试点项目,旨在打造“无病社区”,展示了社区如何通过“培养社区成员成为变革领导者”的理念来对抗非传染性疾病。这是一项关键策略,旨在提高民众的生活质量,并防止他们因摄入过多糖、脂肪和盐等高糖高盐食物而罹患此类疾病。该项目由一个涵盖地方卫生保障基金、地方行政机构、公共卫生志愿者、社区领袖、村委会和当地居民的网络共同推动。
清莱府公共卫生副主任兼清莱府威猜县帕延桑翁医院院长孔萨·猜查纳博士表示,威猜模式的亮点在于利用医院、乡镇卫生中心、乡村卫生志愿者、地方政府、家庭和社区组成的网络,共同识别高危人群并持续监测患者。该项目通过让社区中的50名患者参与来实现这一目标。一旦发现糖尿病或其他疾病的风险因素或疑似症状,就会立即启动诊断和治疗。
“主要的慢性疾病是糖尿病和高血压。我们可以控制糖尿病,使其保持缓解状态,从而减少并发症。自2024年以来,我们开设了非传染性疾病缓解诊所。此外,我们还利用远程医疗、远程护理和个人健康仪表盘来监测健康状况,包括将药物送到患者家中。我们已建立了10个非传染性疾病预防中心,并提供为期12周的行为矫正计划。”
除了治疗之外,医院的营养科还为透析患者和处于肾病早期阶段的患者制定个性化的膳食计划。此外,它还为非传染性疾病的榜样人物——包括医护人员和服务对象——提供机会,让他们参与改变自身及其家人的行为。
“以前我在建筑工地工作。下班后,我会吃吃喝喝,参加聚会。后来,我做了检查,发现得了糖尿病。那时我才55岁。我不得不吃药。我想如果长期吃药,我的肾脏可能会受损,所以我停止了一切活动。我不再吃东西,也不再参加聚会,开始注意身体健康。我的血糖控制得不错。现在我已经70多岁了,身体依然很好。我不需要吃药了。我专注于去寺庙,向当地的智者请教,以及锻炼身体。”来自维昂努亚镇的村民图恩叔叔说道。
与此同时,来自威昂猜街道的69岁乡村卫生志愿者(VHV)分享说,他从未患过任何慢性疾病,也从不服用药物。他注重通过步行锻炼来保持健康,避免食用辛辣食物,偏爱清淡口味。他烹饪时用盐代替鱼露。
与帕尧府清门县的傣泐族社区类似,该地区村民的饮食习惯改变不仅限于家庭,也延伸到节日庆典,包括宗教仪式和重要的传统活动。这些活动中,人们会减少菜肴中的盐和糖分,并用草药饮品代替其他饮料。
金塔娜·布阿滕是帕尧府清曼县萨镇塔法泰镇卫生中心的一名社区卫生志愿者。她解释说,帕尧府有很多民族。在清曼县,尤其是在班萨镇和班塔法泰镇,居民以傣仂族为主,此外还有普泰族、勉族、苗族、克伦族和老挝族,每个民族都有自己独特的饮食文化。
居住在蓬县附近的勉族人不喜甜食或咸食,他们偏爱清淡口味。而苗族、克伦族和傣侗族则更喜欢咸食。这或许可以解释为什么有些人会患上肾病、糖尿病等慢性疾病,最终需要透析治疗。此外,经常食用高脂肪或高糖食物的人群,尤其是30多岁开始中风的人群,每年中风的发病率都在上升。因此,各族群需要共同寻找解决方案。
问题的解决最终促成了“主人、厨师和客人”之间基于“少盐少肾”原则达成共识,从而促进了社区的健康。这并非易事,也导致主人和厨师之间产生了一些冲突,但最终,他们还是就招待客人的膳食计划达成了一致。
宗教仪式和活动中常见的主菜,例如咖喱(Gaeng Kae)、肉末沙拉(Larb Kua)、辣椒酱(Nam Prik Ta Daeng)和什锦咖喱(Gaeng Ho),传统上会使用味精和其他增味剂,导致食物过咸,如今这些菜肴的用量必须减少。例如,鱼露会被省略,调味料的用量也会减少,以避免过咸。如果使用虾酱,则必须用鱼露或发酵鱼露代替。同样,甜点也必须去掉糖,转而使用清淡的食物或水果。这些措施非常有效,显著降低了肾病和中风患者的数量,一些以前需要透析的患者现在也不再需要透析了。
国家卫生安全办公室(NHSO)副秘书长杜昂纳帕·皮切特库尔指出,清莱和帕尧的总体应对策略有所不同。威猜县小组利用当地民众,采取积极主动的措施,并将儿童作为重点关注对象。而清曼模式则通过社区文化和行为改变,将应对措施融入日常生活,从而降低非传染性疾病(NCDs)的发病率。鉴于非传染性疾病目前已成为全球性威胁,这两种模式都具有进一步推广的潜力。
无论食物多么美味,如果过咸、过甜或过油腻,都会导致寄生虫病。行为改变的根本原因在于我们自身……更重要的是,除了预防这些疾病的风险外,它还可以节省治疗非传染性疾病患者的费用。
总理并未排除“克拉·塔姆”加入政府的可能性,称一切皆有可能。
黄金价格概要,2026 年 9 月 11 日:收于 -550,波动 26 次。
参议院以压倒性优势通过了2027年预算案。总理表示感谢,并重申预算将以透明的方式使用。
帕延桑旺医院