"มะแขว่นโป่งแยง" คว้า GI เชียงใหม่ยกระดับสู่ "ผงโรยข้าว" อัปมูลค่าสร้างรายได้“蓬扬四川花椒”获得清迈地理标志认证,产品升级为“米饭调味粉”,提高了产品价值并创造了收入。
เกษตรกร ต.โป่งแยง จ.เชียงใหม่ วางแผนอนุรักษ์สายพันธุ์มะแขว่นท้องถิ่น และ ยกระดับสินค้ามะแขว่นแปรรูป หลัง"มะแขว่น"ขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI ลำดับที่ 8 ของจังหวัดเชียงใหม่

ไม้ยืนต้นบนพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 800-1,000 เมตร ของตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ คือ "ต้นมะแขว่น" พืชเครื่องเทศพื้นเมืองของชาวล้านนาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะจากรสชาติเผ็ดร้อน และ มีกลิ่นหอมแรง ทำให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาประกาศขึ้นทะเบียน “มะแขว่นเชียงใหม่” เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ลำดับที่ 8 ของจังหวัดเชียงใหม่ ต่อจาก ร่มบ่อสร้าง ศิลาดลเชียงใหม่ ผ้าตีนจกแม่แจ่ม กาแฟเทพเสด็จ ข้าวก่ำล้านนา ส้มสายน้ำผึ้งฝาง และ ลิ้นจี่จักรพรรดิฝาง
"มะแขว่นโป่งแยง" คว้า GI เชียงใหม่ยกระดับสู่ "ผงโรยข้าว" อัปมูลค่าสร้างรายได้
นายบุญศรี มูลสม รองประธานวิสาหกิจชุมชนมะแขว่นโป่งแยงบอกว่า อัตลักษณ์ของมะแขว่นโป่งแยง คือ รสชาติที่เผ็ดร้อนกว่า และ คงทนกว่ามะแขว่นจากพื้นที่อื่นๆ ถือเป็นตัวชูรสอาหารถิ่นหลากหลายรสชาติ อาทิ ลาบ ยำไก่ แกงผักกาด แกงฟักใส่ไก่ แกงแค และ แกงอ่อม
บุญศรี มูลสม รองประธานวิสาหกิจชุมชนมะแขว่นโป่งแยง
"ต้นมะแขว่น" เป็นหนึ่งในพืชที่สร้างรายได้เสริมแก่ชาวบ้าน เพราะเป็นพืชที่ดูแลรักษาง่าย เติบโตได้ตามธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ย หรือ รดน้ำ แต่ธรรมชาติของมะแขว่นเป็นพืชที่มีดอกเพศผู้และเพศเมียแยกกันอยู่คนละต้น โดยต้นเพศผู้ดอกจะร่วงและไม่ติดผล ดังนั้นชาวสวนจึงใช้วิธีการเสียบยอดเปลี่ยนต้นเพศผู้เป็นเพศเมีย
ล่าสุดกรมทรัพย์สินทางปัญญาประกาศขึ้นทะเบียน “มะแขว่นเชียงใหม่” เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ของจังหวัดเชียงใหม่ ก็สร้างความยินดีแก่เกษตรกร เพราะจะช่วยสร้างมาตรฐานให้มะแขว่นเชียงใหม่ โดยชาวสวนเตรียมวางแผนการปลูกเพื่ออนุรักษ์สายพันธุ์มะแขว่นท้องถิ่น รักษาคุณภาพและปริมาณของผลผลิต
ในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนจะปลูกต้นมะแขว่นคนละ 10 ต้น เกินกว่านั้น ก็ระบายไม่ทัน เพราะผลผลิตมะแขว่นออกปีละครั้ง หากปลูกเยอะจะล้นตลาด ส่วนในการอนุรักษ์พันธุ์มะแขว่นโป่งแยงแท้ ต้องใช้เมล็ดมาเพาะชำ แต่ถ้าต้นมีอายุ 5 ปี แล้วไม่มีผล แสดงว่าเป็นต้นเพศผู้ ก็จะใช้วิธีนำกิ่งต้นเพศเมียมาเสียบยอด เพื่อให้ได้มะแขว่นโป่งแยงของแท้
"มะแขว่นโป่งแยง" ปลูกได้ตามไหล่เขา หรือ พื้นที่สูงชัน ระดับความสูงจากน้ำทะเลตั้งแต่ 800-1,200 เมตร โดยใน 5 หมู่บ้านของตำบลโป่งแยง มีพื้นที่ปลูกมะแขว่นกว่า 140 ไร่ มีต้นมะแขว่นรวมกว่า 2 พันต้น
สมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมะแขว่นโป่งแยงบอกว่า มะแขว่น 1 ต้นให้ผลผลิตประมาณ 50 กิโลกรัม ทำรายได้ขั้นต่ำ 5,000 บาทต่อต้น และ นอกจากจะขายมะแขว่นแบบบริโภคสดแล้ว ยังนำมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า ทั้งการนำไปดองน้ำปลา แปรรูปเป็นมะแขว่นอบแห้ง พริกลาบ และ ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด คือ "ผงโรยข้าวมะแขว่น" ซึ่งเน้นความสะดวกในการรับประทาน สามารถทานกับข้าวสวย หรือ ข้าวเหนียวได้ทันที
อรนุช สาตะถา สมาชิกวิสาหกิจชุมชนมะแขว่นโป่งแยง
นางอรนุช สาตะถา สมาชิกวิสาหกิจชุมชนมะแขว่นโป่งแยงเล่าว่า "ผงโรยข้าวมะแขว่น" พัฒนาสูตรมาจากสูตรของเกษตรหลวง ซึ่งเดิมเน้นเครื่องเทศทำให้อาจทำให้บางคนรู้สึกว่าทานยาก โดยเพิ่มธัญพืชกว่า 10 ชนิด เพื่อให้รสชาติกลมกล่อม เช่น งาขาว, งาดำ, สาหร่ายอบแห้ง, อัลมอนด์, ถั่ว, เมล็ดทานตะวัน และผสม "น้ำพริกลาบมะแขว่น" เพื่อคงเอกลักษณ์รสชาติท้องถิ่น
ผงโรยข้าวของเรา ราคาจะสูงนิดนึง เพราะว่าเราใช้วัตถุดิบที่มูลค่าสูง อย่างเช่น สาหร่ายอบแห้ง และ นำผลิตภัณฑ์ที่สะอาดปลอดภัยมาเป็นส่วนผสม ประมาณ 10 ตัว ที่สำคัญ คือ น้ำพริกลาบของเรา นำมาปั่นเพื่อเพิ่มรสชาติของมะแขว่น ซึ่งเป็นอาหารพื้นถิ่นของเรา
ข้อมูลจากสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง(องค์การมหาชน)ระบุว่า "มะแขว่น" มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Zanthoxylum limonella (Dennst.) Alston อยู่ในวงศ์ RUTACEAE มีชื่อเรียกหลายชื่อ เช่น มะแขว่น มะแข่น มะข่อง (ภาคเหนือ) หมักข่วง (แม่ฮ่องสอน) มะข่วน กำจัดต้น พริกหอม ลูกระมาศหรือหมากมาศ (ภาคกลาง) มะกรูดตาพราหมณ์ (นครราชสีมา) มะแข่น (ลาว) ถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปเอเชียบริเวณเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงคาบสมุทรอินโดจีนและเกาะต่างๆ ในทวีปดังกล่าว เช่น ประเทศอินเดีย ศรีลังกา จีนตอนใต้ พม่า ลาว มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และปาปัวนิวกินีตอนใต้ ส่วนในประเทศไทยพบทางภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ แต่พบมากทางภาคเหนือบริเวณป่าดิบแล้งและป่าดิบเขาที่มีระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 800-1,000 เมตร
"มะแขว่น" ถือเป็นสุดยอดเครื่องเทศล้านนา การใช้ประโยชน์ด้านอาหาร ชาวเหนือนิยมนำผลสดมาดองกับน้ำปลา รับประทานเป็นผักเคียงกับลาบ หลู้ ส้า ส่วนผลและเมล็ดแห้ง ใช้เป็นเครื่องเทศและปรุงรสอาหาร โดยนำมาเป็นส่วนผสมของพริกลาบหรือพริกแกงในอาหารพื้นเมืองต่างๆ เนื่องจากมีกลิ่นหอมแรงและมีรสเผ็ดร้อน ช่วยดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ และเพิ่มรสชาติของอาหารให้อร่อย
ส่วนด้านสมุนไพรของ"มะแขว่น" พบว่าส่วนใบ ใช้ขยี้อุดฟันแก้รำมะนาด แก้ปวดฟัน , เมล็ด กินแก้ลมวิงเวียน บำรุงโลหิต บำรุงหัวใจ ขับลมในลำไส้ ขับปัสสาวะ , รากและเนื้อไม้ ใช้ต้มน้ำดื่มขับลมในลำไส้ แก้ลมเบื้องบน หน้ามืดตาลาย วิงเวียน และขับระดูของสตรี , ผลแห้ง ยังสามารถสกัดน้ำมันหอมระเหย มีองค์ประกอบ ลิโมนีน และซาบินีน ซึ่งมีฤทธิ์ต้านจุลินทรีย์ ต้านอนุมูลอิสระสูง ต้านการอักเสบ และช่วยระงับการอักเสบของผิวหนังอีกด้วย
นอกจากนี้ ยังมีฤทธิ์ทำลายหนอนกระทู้ผัก และมีสารแซนโทซิลีน มีฤทธิ์เป็นสารยับยั้งการงอกของเมล็ด การเจริญเติบโตของรากและลำต้นหญ้าข้าวนก
รายงาน : พยุงศักดิ์ ศรีวิชัย ผู้สื่ออาวุโสข่าวไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคเหนือ
在清迈府湄林县蓬延街道海拔800至1000米处生长着一种多年生乔木,名为“玛卡万”(Makhaewan),是兰纳地区特有的香料,以其辛辣的风味和浓郁的香气而闻名。因此,泰国知识产权局将“清迈玛卡万”注册为地理标志产品,使其成为继博桑伞、清迈青瓷、湄占织物、特普萨德咖啡、兰纳黑米、芳族蜜橘和芳族帝王荔枝之后,清迈府的第八项地理标志产品。
“蓬扬四川花椒”获得清迈地理标志认证,产品升级为“米饭调味粉”,提高了产品价值并创造了收入。
蓬延玛卡万社区企业副总裁布恩斯里·穆尔索姆先生表示,蓬延玛卡万的独特之处在于,与其他地区的玛卡万相比,它的味道更辛辣、更持久。它能为各种当地菜肴增添风味,例如凉拌肉末(larb)、鸡肉沙拉(yam kai)、卷心菜咖喱(kale gaeng)、鸡肉南瓜咖喱(gaeng pak sai kai)、泰北咖喱(gaeng kae)和泰北咖喱(gaeng om)。
Boonsri Moolsom,Makhaewan Pongyaeng 社区企业副总裁。
四川花椒是村民们增加收入的作物之一,因为它易于种植,自然生长,无需施肥浇水。然而,四川花椒自然生长时雌雄异株,雄树的花朵凋谢后不结果。因此,农民们采用嫁接技术,将雌树嫁接到雄树上。
知识产权局近日宣布将“清迈花椒”注册为清迈府地理标志产品。这令农民们欣喜不已,因为这将有助于建立清迈花椒的标准。农民们目前正计划种植这种花椒,以保护当地品种,并保持其产量和品质。
在社区企业小组中,每人种植10棵蓬阳树苗。种植过多会导致市场供过于求,因为蓬阳树苗一年只结果一次。为了保护蓬阳树苗的纯正品种,必须进行种子繁殖。然而,如果一棵树龄5年仍不结果,则表明它是雄树。在这种情况下,需要将雌树的枝条嫁接到雄树上,以确保培育出纯正的蓬阳树苗。
“蓬岩花椒”适宜生长在海拔800-1200米的山坡或陡峭地带。蓬岩街道的五个村庄种植了超过140莱的花椒,总计超过2000棵。
蓬延玛卡万社区企业小组的成员表示,一棵玛卡万树大约能产出50公斤玛卡万,每棵树至少能带来5000泰铢的收入。除了出售新鲜玛卡万外,他们还对其进行加工增值,包括用鱼露腌制、制作干玛卡万、制作泰式肉末沙拉(larb)的辣椒酱,以及他们最新的产品——“玛卡万米饭调味粉”。这款调味粉注重方便,可以直接搭配白米饭或糯米饭食用。
Oranuch Satatha,Makhaewan Pongyaeng 社区企业成员。
Makhaewan Pongyaeng社区企业成员Oranuch Satatha女士解释说,“Makhaewan米饭调味粉”是根据皇家农业推广办公室的配方研制而成。最初,这种调味粉以香料为主,有些人可能难以接受。后来,他们添加了十多种谷物和种子,例如白芝麻、黑芝麻、干海带、杏仁、坚果和葵花籽,使味道更加均衡。此外,他们还加入了“Makhaewan凉拌肉末辣椒酱”,以保持其独特的当地风味。
我们的米饭调味粉价格稍高,因为我们使用了高品质的原料,例如干海带,以及其他约10种清洁安全的成分。值得一提的是,我们的辣椒酱经过精心调配,能够更好地衬托出当地特产马卡恩(makhaen)的风味。
据高地研究与发展研究所(公共机构)的信息显示,“玛卡万”(Zanthoxylum limonella (Dennst.) Alston)属于芸香科。它有许多地方名称,例如:玛卡万、玛卡恩、玛孔(泰国北部)、玛库昂(湄宏顺府)、玛库安、卡姆贾通、普里克霍姆、卢拉玛特或玛玛特(泰国中部)、玛库特塔帕姆(呵叻府)以及玛卡恩(老挝)。其原产地为亚洲,具体来说是南亚和东南亚,包括印度支那半岛以及这些大陆上的许多岛屿,例如印度、斯里兰卡、中国南部、缅甸、老挝、马来西亚、印度尼西亚、菲律宾和巴布亚新几内亚南部。在泰国,这种植物分布于北部、中部和南部地区,但在北部地区最为常见,生长在海拔 800-1000 米的干燥常绿森林和山地常绿森林中。
“玛卡万”(Makhaewan)被认为是兰纳地区最顶级的香料之一。在烹饪方面,泰国北部人通常将新鲜的玛卡万果实用鱼露腌制,作为配菜与凉拌肉末(larb)、烤肉(luu)和沙拉(sa)一起食用。干燥的玛卡万果实和种子则被用作香料和调味品,是凉拌肉末或咖喱等各种当地菜肴中辣椒酱的配料之一。它浓郁的香气和辛辣的味道有助于掩盖肉类的腥味,并提升食物的风味。
关于麻花(一种四川花椒)的药用价值,其叶片捣碎后可用于补牙、治疗牙龈疾病和缓解牙痛。种子可食用,用于治疗眩晕、补血强心、祛风利尿。根和木质部分水煮后饮用,可用于祛风利尿、治疗上呼吸道疾病、眩晕以及调理女性月经。干燥的果实还可用于提取含有柠檬烯和桧烯的精油,这些精油具有很强的抗菌、抗氧化、抗炎和镇痛功效,并有助于抑制皮肤炎症。
此外,它还被证明可以杀死菜青虫,并且含有黄青霉素,可以抑制稗草种子发芽以及根茎的生长。
报道人:泰国公共电视台北部新闻中心高级记者 Payungsak Srivichai。