รัฐบาลยัน “ศุภจี” ไม่เคยลงนามนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สหรัฐฯ เป็นข้อตกลงระหว่างเอกชน政府坚称,苏帕吉从未签署过从美国进口动物饲料玉米的任何协议;这是私营公司之间的协议。
ข่าวบิดเบือน รัฐบาลแจง “ศุภจี” ไม่เคยลงนามนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สหรัฐฯ ย้ำเป็นข้อตกลงระหว่างภาคเอกชนไทยกับเอกชนสหรัฐฯ ชี้ การนำเข้าต้องเป็นไปตามเงื่อนไขรัฐ-คุมผลกระทบเกษตรกรไทย

ข่าวบิดเบือน รัฐบาลแจง “ศุภจี” ไม่เคยลงนามนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สหรัฐฯ ย้ำเป็นข้อตกลงระหว่างภาคเอกชนไทยกับเอกชนสหรัฐฯ ชี้ การนำเข้าต้องเป็นไปตามเงื่อนไขรัฐ-คุมผลกระทบเกษตรกรไทย
วันที่ 12 กันยายน 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์อ้างว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงนามนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐอเมริกา รวมถึงมีการกล่าวอ้างว่าเป็นข้าวโพด GMO จำนวน 1 ล้านตัน จนอาจส่งผลกระทบต่อเกษตรกรไทย โดยยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริงและสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อน
นางสาวลลิดา กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่าการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่เป็นประเด็นดังกล่าว เป็นความร่วมมือและข้อตกลงระหว่างภาคเอกชนไทยกับภาคเอกชนสหรัฐฯ ไม่ใช่การลงนามของรัฐบาล รองนายกรัฐมนตรี หรือหน่วยงานภาครัฐ และในข้อตกลงดังกล่าวไม่ได้มีการระบุว่าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่จะนำเข้าเป็นข้าวโพด GMO ขณะที่การนำเข้าจะต้องดำเนินการตามมาตรการและเงื่อนไขที่หน่วยงานของรัฐกำหนดอย่างเคร่งครัด
สำหรับ เหตุผลที่ภาคเอกชนมีความต้องการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เนื่องจากผลผลิตภายในประเทศมีไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ ขณะเดียวกัน ปริมาณการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านลดลงอย่างมากจากมาตรการจัดการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับปัญหา PM2.5 จึงจำเป็นต้องมีแหล่งวัตถุดิบเพิ่มเติมเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของภาคการผลิต
ทั้งนี้ การนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ยังอยู่ภายใต้เงื่อนไขของรัฐเพื่อดูแลเกษตรกรในประเทศ โดยกำหนดสัดส่วนการนำเข้าภายใต้กรอบ WTO หรือข้าวสาลี 1 ส่วน ผู้ประกอบการต้องซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ 3 ส่วน ส่วนการนำเข้าภายใต้กรอบ WTO กำหนดปริมาณไม่เกิน 1 ล้านตัน และหากนำเข้าเกินกรอบจะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราที่สูงมาก
“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลเกษตรกรไทยและเสถียรภาพราคาผลผลิตในประเทศ การนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จึงต้องอยู่ภายใต้กติกาและเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมมีโครงสร้างราคารับซื้อเพื่อให้เกษตรกรได้รับราคาที่เหมาะสม ขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานทางการก่อนเชื่อหรือส่งต่อ เพื่อไม่ให้ข้อมูลที่บิดเบือนสร้างความเข้าใจผิดในวงกว้าง”
误导性新闻:政府澄清,Supajee从未签署过从美国进口动物饲料玉米的协议。政府强调,该协议是泰美两国私营企业之间达成的,并强调进口必须符合政府规定,且必须控制对泰国农民的影响。
2026年9月12日,总理府副发言人拉莉达·佩里斯维瓦塔纳女士就社交媒体上流传的有关副总理兼商务部长苏帕吉·苏塔姆潘女士签署进口100万吨美国动物饲料玉米的命令一事作出回应。该命令声称进口的玉米为转基因玉米,可能对泰国农民造成影响。佩里斯维瓦塔纳女士确认,上述信息不实且具有误导性。
拉莉达女士表示,商务部确认,此次进口的动物饲料玉米是泰国和美国私营部门之间的合作协议,并非由政府、副总理或任何政府机构签署。此外,该协议并未明确指出进口的动物饲料玉米为转基因玉米。进口还必须严格遵守政府机构制定的各项措施和条件。
私营部门需要进口动物饲料玉米的原因是国内产量不足以满足需求。同时,由于邻国为控制PM2.5污染而采取的措施,从邻国的进口量大幅下降。因此,需要额外的原材料来源来满足生产部门的需求。
然而,进口饲料玉米受到政府为保护国内农民利益而制定的条件限制。进口配额根据世贸组织框架设定,这意味着每进口一份小麦,企业就必须购买三份国产饲料玉米。此外,世贸组织框架下的进口量上限为100万吨,超过此限额将面临极高的关税。
“政府优先考虑泰国农民的福祉和国内农产品价格的稳定。因此,进口饲料玉米必须遵守既定的规则和条件,并制定价格体系,以确保农民获得公平的价格。我们敦促公众在相信或分享信息之前,务必从官方渠道核实信息,以防止歪曲信息的传播和误解的扩散。”