กาฬสินธุ์ปูพรมล่า "ปลาหมอคางดำ" เขื่อนลำปาว หวั่นสะเทือนเศรษฐกิจ 2 พันล้าน加拉信府在兰宝水坝发起大规模“黑颏罗非鱼”捕捞行动,担心会造成 20 亿泰铢的经济损失。
กาฬสินธุ์ระดมเจ้าหน้าที่สุ่มตรวจ 5 จุดเสี่ยงรอบเขื่อนลำปาว หลังพบปลาหมอคางดำเพิ่ม 3 ตัวบริเวณท้ายเขื่อน โดย 2 ตัวมีไข่เต็มท้อง เร่งประเมินการแพร่กระจายและหาต้นตอ หวั่นกระทบระบบนิเวศและสัตว์น้ำเศรษฐกิจมูลค่าเกือบ 2,000 ล้านบาทต่อปี

วันนี้ (12 ก.ย.2569) จ.กาฬสินธุ์เร่งตรวจสอบสถานการณ์ปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาว หลังมีรายงานพบปลาในพื้นที่ อ.หนองกุงศรี ตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ส.ค. ต่อเนื่องถึงต้นเดือน ก.ย. โดยล่าสุดชาวประมงพื้นบ้านจับปลาต้องสงสัยได้เพิ่มอีก 3 ตัว บริเวณท้ายเขื่อนลำปาว ก่อนนำส่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ
ผลตรวจยืนยันว่าเป็นปลาหมอคางดำ โดยในจำนวนที่พบมีปลา 2 ตัวที่มีไข่เต็มท้อง สะท้อนความเสี่ยงต่อการขยายพันธุ์ในแหล่งน้ำ หากไม่สามารถควบคุมได้อย่างรวดเร็ว การพบครั้งล่าสุดนับเป็นการพบปลาหมอคางดำต่อเนื่องในพื้นที่เขื่อนลำปาว และทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเพิ่มระดับการเฝ้าระวัง
ปลาหมอคางดำเป็นสัตว์น้ำต่างถิ่นที่สามารถแข่งขันแย่งอาหารและพื้นที่อาศัยกับสัตว์น้ำท้องถิ่น จึงอาจส่งผลกระทบต่อความสมดุลของระบบนิเวศในระยะยาว โดยเฉพาะในพื้นที่แหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงกับชุมชนประมงหลายอำเภอ
ปูพรมตรวจ 5 จุดเสี่ยง
สำนักงานประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สุ่มตรวจและเก็บตัวอย่างสัตว์น้ำใน 5 จุดสำคัญ ได้แก่ บริเวณสันเขื่อนและประตูระบายน้ำลำปาว หาดดอกเกตุ อ.เมืองกาฬสินธุ์ สะพานไหลหลอด อ.ท่าคันโท และบ้านโคกสะอาด อ.วังสามหมอ
การตรวจสอบใช้เครื่องมือประมงในหลายรูปแบบ เพื่อสำรวจชนิดและปริมาณสัตว์น้ำ รวมถึงบันทึกข้อมูลเพื่อติดตามว่า ปลาหมอคางดำยังจำกัดอยู่ในจุดเดิม หรือเริ่มเคลื่อนย้ายและกระจายไปยังพื้นที่อื่นของเขื่อนลำปาวแล้ว
เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางและแหล่งที่มาของปลาหมอคางดำที่พบในพื้นที่ เบื้องต้นตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการนำปลาเข้ามาโดยมนุษย์ เนื่องจากการปรากฏของปลาชนิดนี้ในเขื่อนลำปาวสร้างข้อกังวลต่อชาวประมงและผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่
กาฬสินธุ์ปูพรมล่า "ปลาหมอคางดำ" เขื่อนลำปาว หวั่นสะเทือนเศรษฐกิจ 2 พันล้าน
จับตาผลกระทบประมงเศรษฐกิจ 2 พันล้านบาท
เขื่อนลำปาวเป็นแหล่งประมงและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสำคัญของ จ.กาฬสินธุ์ โดยเฉพาะการเลี้ยงปลานิลในกระชัง ซึ่งมีผลผลิตมากกว่า 21,000 ตัน/ปี คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,288 ล้านบาท ขณะที่กุ้งก้ามกรามสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจราว 703 ล้านบาท/ปี
เมื่อรวมเฉพาะปลานิลและกุ้งก้ามกราม มีมูลค่าทางเศรษฐกิจเกือบ 2,000 ล้านบาท/ปี ทำให้การควบคุมการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำเป็นภารกิจเร่งด่วน เพราะหากปลาแพร่กระจายเป็นวงกว้าง อาจกระทบต่อผลผลิต ต้นทุนการเพาะเลี้ยง และรายได้ของชุมชนประมง
ช่วงบ่ายวันนี้ (12 ก.ย.) ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่บริเวณสะพานเทพสุดาและจุดที่พบปลา เพื่อประเมินสถานการณ์ กำหนดมาตรการควบคุม และวางแนวทางกำจัดปลาอย่างเป็นระบบ โดยมีเป้าหมายจำกัดการแพร่พันธุ์ให้ได้ก่อนส่งผลกระทบในวงกว้าง
"รุทธพล" ชี้ "คุกมีไว้ขังคนจน" เป็นคำพูดในอดีต ยันมีกองทุนยุติธรรมช่วยสู้คดี
"เต้ อาชีวะ" พาภรรยาเจ้าของสวนสัตว์สมุย ยื่นอุทธรณ์ มท.ทบทวนคำสั่งเนรเทศ
“พริษฐ์” ชี้ กกต.มีหลักฐานมากพอเอาผิดคดีฮั้ว สว.-แนะจับตามติกล้าเอาผิดหรือไม่
2026年9月12日,加拉信府紧急调查蓝宝水库黑颏罗非鱼入侵事件。此前有报告称,自8月底至9月初,农公寺县发现该鱼种。近日,当地渔民在蓝宝水库下游捕获三条疑似黑颏罗非鱼,并已交由有关部门检验。
检测结果证实这些鱼是黑颏罗非鱼,其中两条鱼腹中充满鱼卵。这表明,如果不迅速控制,它们会在该水源中大量繁殖。此次发现标志着在蓝宝坝区域持续发现黑颏罗非鱼,促使相关部门加强监测力度。
黑颏罗非鱼是一种入侵物种,它会与当地水生动物争夺食物和栖息地,从而可能影响生态系统的长期平衡,尤其是在与多个地区的渔业社区相连的大型水体中。
对5个高风险地点进行大规模检查。
加拉信省渔业办公室与相关机构合作,调动人员在五个重点地点进行随机检查并采集水生动物样本:兰宝水坝和溢洪道区域、加拉信府县哈多克吉、他坎托县沙潘莱洛、旺三莫县班科萨阿。
监测工作利用各种捕鱼工具调查水生动物的种类和数量,并记录数据,以追踪黑颏罗非鱼是否仍然局限于其原有位置,还是已经开始迁徙并扩散到蓝宝坝的其他区域。
目前,有关部门正在调查该地区发现的黑颏罗非鱼的来源和路线。初步调查结果表明,这种鱼可能是人为引入的,因为该物种在蓝宝水坝的出现引起了当地渔民和水产养殖户的担忧。
加拉信府在兰宝水坝发起大规模“黑颏罗非鱼”捕捞行动,担心会造成 20 亿泰铢的经济损失。
密切关注对价值 20 亿泰铢的渔业经济部门的影响。
兰宝水库是加拉信府重要的渔业和水产养殖基地,特别是网箱养殖罗非鱼,年产量超过2.1万吨,价值约12.88亿泰铢。同时,巨型淡水虾的年经济价值约为7.03亿泰铢。
仅罗非鱼和淡水虾的经济价值就接近每年20亿泰铢,因此控制黑颏罗非鱼的扩散迫在眉睫。如果这种鱼广泛扩散,可能会影响产量、水产养殖成本以及渔民的收入。
今天下午(9月12日),加拉信省省长率领相关部门人员前往特普苏达桥附近及其他发现鱼群的地点,评估情况,制定控制措施,并制定系统性的鱼类根除方案。目标是在鱼群数量造成大范围影响之前将其控制住。
鲁塔普尔表示,“监狱是穷人的监狱”这种说法已经过时了,并确认有司法基金可以帮助打官司。
“Tae Achiwa”和他的妻子(苏梅岛动物园的主人)向内政部提出上诉,要求复核驱逐令。
“Parit”表示选举委员会掌握了足够的证据来起诉参议院勾结案的涉案人员,并建议密切关注他们是否敢于追究此事。