สรุปคดีฮั้ว สว. ตั้งแต่ต้นจนจบ เครือข่ายสีน้ำเงินจะรอดหรือไม่ ก่อน กกต. ชี้ขาดพรุ่งนี้从头到尾概述参议院勾结案:“蓝色阵营”能否在选举委员会明天做出裁决前幸存下来?
จับตาพรุ่งนี้ การตัดสินคดีฮั้ว สว. ครั้งสำคัญของ กกต. เมื่อชุดที่ 26 สั่งให้ฟ้อง 229 คน แต่ชุดที่ 36 กลับบอกให้ยกคำร้องทั้งหมด เพราะหลักฐานไม่เพียงพอ ท่ามกลางข้อกังขาของสังคม

จับตาพรุ่งนี้ การตัดสินคดีฮั้ว สว. ครั้งสำคัญของ กกต. เมื่อชุดที่ 26 สั่งให้ฟ้อง 229 คน แต่ชุดที่ 36 กลับบอกให้ยกคำร้องทั้งหมด เพราะหลักฐานไม่เพียงพอ ท่ามกลางข้อกังขาของสังคม
จุดเริ่มต้นของคดี ฮั้ว สว.
ย้อนไปเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2567 ที่ อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี คือวันที่มีการ เลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ระดับประเทศ โดยใช้ระบบ “เลือกกันเองและเลือกข้ามกลุ่ม” (Self & Cross Selection) ใน 20 กลุ่มอาชีพ ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 10 ปี ต้องผ่านการคัดเลือกตั้งแต่ระดับอำเภอ ในรอบที่ 1 (เลือกกันเอง)และ 2 (เลือกข้ามกลุ่ม) เมื่อใครผ่านจะนำไปสู่การคัดเลือกระดับจังหวัด ในรอบที่ 1 และ 2 เช่นเดียวกัน จากนั้นผู้ผ่านรอบจังหวัดจะได้เข้าไปคัดเลือกระดับประเทศ ทั้งรอบที่ 1 และ 2 เหมือนรอบอำเภอและจังหวัด เพื่อให้ได้ สว. ตัวจริง 200 คน ที่มาจาก 20 กลุ่มอาชีพ กลุ่มละ 10 คน โดยประชาชนทั่วไปไม่ได้ลงคะแนนโดยตรง จนถูกมองว่าเป็นระบบการเลือกกันเองที่ซับซ้อนที่สุดในโลก กินเวลายาวนานแบบข้ามวันข้ามคืน
ที่มาของคดี และความผิดปกติ
ภาคประชาชนอย่าง เครือข่าย iLaw และ กลุ่ม We Watch รวมถึง นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาเตือนและเปิดข้อมูลเกี่ยวกับ “โพยฮั้ว” ตั้งแต่การจ้างคนมาสมัครในระดับอำเภอ การรวมตัวทำโพยแจกจ่าย และการลงคะแนนตามโพยในวันเลือกตั้งระดับประเทศ และความผิดปกติของระบบเลือกข้ามกลุ่ม
ผู้เปิดแผลในพื้นที่บุรีรัมย์ (หลังวันลงคะแนนระดับอำเภอ): นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น เข้ามาร่วมเปิดเผยข้อมูลทันทีหลังจากที่ตัวเองตกรอบระดับอำเภอในวันที่ 9 มิถุนายน 2567 โดยนำหลักฐาน เช่น โพยรายชื่อ รูปถ่ายการนัดเจอกัน และเบาะแสการจัดตั้งในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ออกมาร้องเรียนต่อ กกต. และสื่อมวลชนอย่างต่อเนื่อง
10 กุมภาพันธ์ 2568: ดีเอสไอ (DSI) เริ่มตั้งเรื่องรับเรื่องร้องเรียนจากผู้สมัคร สว. เพื่อพิจารณาข้อมูลว่าเข้าข่ายความผิดอาญาที่ซับซ้อนหรือไม่
5 มีนาคม 2568: คณะกรรมการคดีพิเศษ (บอร์ด กคพ.) ที่มีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีขณะนั้น เป็นประธาน มีมติ 11 ต่อ 4 เสียง รับเป็น “คดีพิเศษ” ในความผิดฐานอั้งยี่และการฟอกเงิน เป็นการใช้อำนาจสอบสวนคู่ขนานไปกับ กกต. ที่ดูแลเรื่องกฎหมายเลือกตั้งโดยตรง
18 มีนาคม 2568 : กกต. มีมติแต่งตั้งเจ้าพนักงานของสำนักงาน กกต. ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เข้ามาเป็นคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง คณะที่ 26 เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบเอกสาร และสอบปากคำพยานกว่า 700 ปากทั่วประเทศ
25 เมษายน 2568: ดีเอสไอแจ้งตั้งข้อหา “อั้งยี่ฮั้วเลือกตั้ง สว.” อย่างเป็นทางการ และเริ่มเข้าจำลองเหตุการณ์จริง ณ อาคารอิมแพ็ค เมืองทองธานี (สถานที่เลือก สว. ระดับประเทศ) เพื่อประกอบพยานหลักฐาน โดยมี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมขณะนั้น เป็นผู้อนุมัติกรอบปฏิบัติงาน และไฟเขียว DSI ตั้งคณะทำงานสืบสวนคดี
17 กรกฎาคม 2568: คณะทำงานชุดที่ 26 ได้ทำสรุปสำนวนเห็นควรให้ดำเนินคดีและส่งเรื่องให้ กกต. ยื่นต่อศาลฎีกาเอาผิดผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 229 ราย ดังนี้
สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดปัจจุบัน: จำนวน 138 คน
รัฐมนตรี, สส. และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย: จำนวน 21 คน
บุคคลในเครือข่ายพรรคภูมิใจไทย: จำนวน 20 คน
สว. สำรอง และผู้สมัคร สว. รายอื่น ๆ: จำนวน 50 คน
หลังจากคณะชุดที่ 26 สรุปสำนวนเสร็จสิ้น สำนวนถูกส่งต่อไปยัง คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดฯ คณะที่ 36
สิงหาคม 2568: คณะที่ 36 ทำการตรวจสำนวนและมีมติชี้ขาด “ยกคำร้อง/ไม่สั่งฟ้อง” เนื่องจากเห็นว่าหลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะเอาผิดทางอาญาและเพิกถอนสิทธิการเป็น สว. ได้
ฝั่ง สว. และกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้ามมองว่าการที่ DSI เข้ามาทำคดี เป็นการ “ใช้อำนาจแทรกแซง กกต.” และก้าวก่ายการตรวจสอบ สว. จึงได้ยื่นเรื่องส่งศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าทั้งนายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี กระทำผิดมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงจากการสั่งการ DSI หรือไม่ แต่มติศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 21 มกราคม 2569 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติชี้ขาดว่า ทั้งนายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี “ไม่มีความผิด” โดยระบุว่าไร้หลักฐานการแทรกแซงสั่งการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และการทำงานของ DSI เป็นไปตามกรอบอำนาจคดีพิเศษ
เปิดแฟ้มลับ ข้อมูลไต่สวน คณะทำงานชุดที่ 26
จุดเริ่มต้นโปรแกรม Offline และการประชุมลับชั้น 3 : จากถ้อยคำของพยานคดีฮั้ว สว. ระบุว่า ช่วงเดือนเมษายน 2567 กลุ่มคนรุ่นใหม่ของพรรคการเมืองดัง จำนวน 3 คน ได้ถูกมอบหมายให้ไปศึกษากฎหมายและระเบียบการได้มาซึ่ง สว. ต่อมาพัฒนาเป็น “ระบบปฏิบัติการโปรแกรม Offline” เพื่อใช้คำนวณคะแนนในรอบเลือกไขว้โดยเฉพาะ ที่ไม่ว่าจะจับสลากไปอยู่สายใด หรือเลือกไขว้กับกลุ่มอาชีพไหน ก็จะพบเจอบุคคลในเครือข่ายที่วางไว้ครบทุกกลุ่มอาชีพ
การวางแผนครั้งนี้ เป็นแบบประชุมลับ : เกิดขึ้นบริเวณห้องประชุมอำนวยการ ชั้น 3 ของที่ทำการพรรคการเมืองใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งก่อนเข้าห้องประชุม ผู้เข้าร่วมทุกคนต้อง “ถูกยึดโทรศัพท์มือถือ” เพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหล จากนั้นจึงมีการเปิดสไลด์ผ่านแฟลชไดรฟ์ มีการบรรยายถึงกลไกการบล็อกโหวตและการกระจายตัวผู้สมัครทั่วประเทศ
ยุทธวิธีจัดเตรียมสถานที่พักและจุดเก็บตัวโหวตเตอร์ล่วงหน้า ก่อนวันเลือกจริงระดับประเทศเมื่อ 26 มิถุนายน 2567 โดยมีการปักหมุดกระจายตัวในรัศมี 30–100 กิโลเมตร รอบศูนย์การประชุมอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี ครอบคลุมพื้นที่อยุธยา นครนายก ปทุมธานี และสถานที่เอกชน โดยมีกลุ่มผู้สมัครที่ทำหน้าที่เป็นโหวตเตอร์และทีมงานเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเดินทาง อาหาร และที่พักทั้งหมด
ทั่วประเทศมีการใช้วงเงินงบประมาณสะพัดสูงถึง 400–500 ล้านบาท โดยเป็นค่าใช้จ่ายตั้งแต่ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด จนถึงระดับประเทศ รับเงินสดที่ชั้น 4 พรรคการเมืองใหญ่ ผ่านนาง ร. ระดับอำเภอ: ค่าตอบแทนโหวตเตอร์ 10,000 – 50,000 บาท (กลุ่มอาชีพที่หายาก เช่น กลุ่มวิทยาศาสตร์ จะได้ค่าตอบแทนสูงกว่า) ระดับจังหวัด: ค่าตอบแทนประมาณ 50,000 บาท ระดับประเทศ: ค่าตอบแทนสูงถึง 200,000 บาท ต่อคน
ทั่วประเทศมีการใช้วงเงินงบประมาณสะพัดสูงถึง 400–500 ล้านบาท โดยเป็นค่าใช้จ่ายตั้งแต่ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด จนถึงระดับประเทศ รับเงินสดที่ชั้น 4 พรรคการเมืองใหญ่ ผ่านนาง ร.
ระดับอำเภอ: ค่าตอบแทนโหวตเตอร์ 10,000 – 50,000 บาท (กลุ่มอาชีพที่หายาก เช่น กลุ่มวิทยาศาสตร์ จะได้ค่าตอบแทนสูงกว่า)
ระดับจังหวัด: ค่าตอบแทนประมาณ 50,000 บาท
ระดับประเทศ: ค่าตอบแทนสูงถึง 200,000 บาท ต่อคน
ติวเตอร์ขู่ “ไม่ทำตาม ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น”
นอกจากต้องถูกยึดโทรศัพท์และตัดการติดต่อกับภายนอกแล้ว ทีมงานติวเตอร์ในพื้นที่ยังพูดเน้นย้ำเชิงข่มขู่ระหว่างการคัดลอกโพยว่า ระบบสามารถตรวจสอบได้ทั้งหมดว่าใครลงคะแนนตรงตามโพยหรือไม่ พร้อมทิ้งท้ายด้วยคำขู่ว่า “ทำตามโพย ไม่งั้นไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น”
ผูกมัดด้วยนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล : คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง ชุดที่ 26 พบว่าพยานหลักฐานสำคัญที่ใช้มัดขบวนการนี้อย่างดิ้นไม่หลุด คือ “หลักฐานทางดิจิทัล” โดยการตรวจพิสูจน์พิกัดเสาโทรศัพท์ (cell site) พบการใช้โทรศัพท์ของผู้ถูกร้องและกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกระดับประเทศในพิกัดเดียวกันอย่างมีนัยสำคัญ ตามจุดเซฟเฮาส์ต่างๆ ในช่วงวันที่ 24–25 มิถุนายน 2567 หลักฐานประวัติการเดินทางบน Google Maps จากโทรศัพท์พยานที่ยืนยันการเดินทางเข้า-ออกจุดนัดหมายจริง สอดรับกับหลักฐานทางกายภาพ เช่น รูปถ่ายโพยฮั้วที่แอบถ่ายไว้ แผ่นพลาสติกใสเจาะช่องใช้ทาบตีตาราง และร่องรอยกระดาษหน้าท้ายของสมุด สว.๓ ที่ถูกฉีกออกเพื่อฉีกโพยทิ้งก่อนออกจากห้องประชุม
ผูกมัดด้วยนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล : คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง ชุดที่ 26 พบว่าพยานหลักฐานสำคัญที่ใช้มัดขบวนการนี้อย่างดิ้นไม่หลุด คือ “หลักฐานทางดิจิทัล” โดยการตรวจพิสูจน์พิกัดเสาโทรศัพท์ (cell site) พบการใช้โทรศัพท์ของผู้ถูกร้องและกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกระดับประเทศในพิกัดเดียวกันอย่างมีนัยสำคัญ ตามจุดเซฟเฮาส์ต่างๆ ในช่วงวันที่ 24–25 มิถุนายน 2567
หลักฐานประวัติการเดินทางบน Google Maps จากโทรศัพท์พยานที่ยืนยันการเดินทางเข้า-ออกจุดนัดหมายจริง สอดรับกับหลักฐานทางกายภาพ เช่น รูปถ่ายโพยฮั้วที่แอบถ่ายไว้ แผ่นพลาสติกใสเจาะช่องใช้ทาบตีตาราง และร่องรอยกระดาษหน้าท้ายของสมุด สว.๓ ที่ถูกฉีกออกเพื่อฉีกโพยทิ้งก่อนออกจากห้องประชุม
หลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้น มีการนำ สว. ที่ได้รับเลือกเดินทางไปรวมตัวกันที่โรงแรมดัง ย่านซอยรางน้ำ เพื่อรับนโยบายและจัดสรรตำแหน่งประธานวุฒิสภา รองประธานวุฒิสภา รวมถึงประธานกรรมาธิการชุดต่างๆ โดยพบหลักฐานสำคัญคือการให้ สว. ลงนามใน “ใบลาออกจากตำแหน่งเป็นการล่วงหน้าโดยไม่ลงวันที่” พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชน เพื่อส่งมอบให้แกนนำขบวนการเก็บรักษาไว้เป็นหลักประกัน และใช้เป็นเครื่องมือควบคุมการทำงานในสภาสูง
ข้อหาหนักทางกฎหมาย ฝ่าฝืน พ.ร.ป. การได้มาซึ่ง สว.
คณะกรรมการไต่สวนฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า พฤติการณ์ของกลุ่มคณะกรรมการบริหารพรรคการเมือง แกนนำ และผู้เกี่ยวข้อง เป็นการสมคบคิดวางแผนแบ่งหน้าที่กันทำ ทำให้การเลือก สว. ขาดความเป็นอิสระ ไม่เป็นความลับ และไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม เข้าข่ายฝ่าฝืน พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ในหลายมาตรา เช่น มาตรา 36 ประกอบมาตรา 70 : กระทำการไม่เป็นไปตามวิธีการและเงื่อนไขในการแนะนำตัว ทำให้การเลือกไม่ได้เป็นไปโดยลับและเสรี มาตรา 62 : การกระทำมีผลทำให้การเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม มาตรา 76 : กรรมการบริหารพรรคการเมืองกระทำการช่วยเหลือโดยวิธีใด ๆ ให้ผู้สมัครได้รับเลือกหรือไม่ได้รับเลือกเป็น สว. มาตรา 77 (1): การให้ เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด เพื่อจูงใจให้ลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนน
คณะกรรมการไต่สวนฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า พฤติการณ์ของกลุ่มคณะกรรมการบริหารพรรคการเมือง แกนนำ และผู้เกี่ยวข้อง เป็นการสมคบคิดวางแผนแบ่งหน้าที่กันทำ ทำให้การเลือก สว. ขาดความเป็นอิสระ ไม่เป็นความลับ และไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม เข้าข่ายฝ่าฝืน พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ในหลายมาตรา เช่น
มาตรา 36 ประกอบมาตรา 70 : กระทำการไม่เป็นไปตามวิธีการและเงื่อนไขในการแนะนำตัว ทำให้การเลือกไม่ได้เป็นไปโดยลับและเสรี
มาตรา 62 : การกระทำมีผลทำให้การเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม
มาตรา 76 : กรรมการบริหารพรรคการเมืองกระทำการช่วยเหลือโดยวิธีใด ๆ ให้ผู้สมัครได้รับเลือกหรือไม่ได้รับเลือกเป็น สว.
มาตรา 77 (1): การให้ เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด เพื่อจูงใจให้ลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนน
บทสรุปของคดี ฮั้ว สว.
มติที่เห็นขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิงระหว่าง คณะที่ 26 ที่มีมติสั่งฟ้อง 229 คน และ คณะที่ 36 ที่มีมติยกคำร้อง กลายเป็นการจุดชนวนที่สำคัญของสังคมและสื่อมวลชน ทำให้กลุ่ม iLaw และ แกนนำพรรคประชาชน นัดเดินขบวนระยะทาง 11 กิโลเมตร ไปหอศิลป์ ในวันที่ 13 กันยายน 2569 ก่อนหน้าคำตัดสินคดี 1 วัน เพื่อชวนประชาชนจับตาการทำงานของ กกต. ชุดใหญ่ทั้ง 7 คน ว่าจะส่งเรื่องฟ้องดำเนินคดีหรือไม่ ในวันที่ 14 กันยายน 2569 นี้
ฉากทัศน์คำตัดสินที่เป็นไปได้
ส่งศาลฎีกาและศาลรัฐธรรมนูญ: หาก กกต. เห็นตามชุดที่ 26 จะส่งคำร้องให้ศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง/สิทธิสมัครของ สว. ซึ่งหากศาลรับไว้พิจารณา สว. ที่ถูกกล่าวหาอาจต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที และอาจส่งเรื่องต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาประเด็นยุบพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้อง ยกคำร้องทั้งหมด: ยุติเรื่องตามแนวทางชุดที่ 36 ส่งฟ้องเฉพาะบางราย: เลือกส่งศาลฎีกาเฉพาะบุคคลที่มีหลักฐานชัดเจน และตัดจบประเด็นเรื่องการยุบพรรคการเมือง
ส่งศาลฎีกาและศาลรัฐธรรมนูญ: หาก กกต. เห็นตามชุดที่ 26 จะส่งคำร้องให้ศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง/สิทธิสมัครของ สว. ซึ่งหากศาลรับไว้พิจารณา สว. ที่ถูกกล่าวหาอาจต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที และอาจส่งเรื่องต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาประเด็นยุบพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้อง
ยกคำร้องทั้งหมด: ยุติเรื่องตามแนวทางชุดที่ 36
ส่งฟ้องเฉพาะบางราย: เลือกส่งศาลฎีกาเฉพาะบุคคลที่มีหลักฐานชัดเจน และตัดจบประเด็นเรื่องการยุบพรรคการเมือง
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวการเมือง
明天是选举委员会就参议院串谋案作出裁决的关键一天。第26届会议下令对229人提起诉讼,而第36届会议则以证据不足为由驳回了所有指控,这引发了公众的质疑。
涉及参议员的勾结案的开端。
2024年6月26日,在曼谷蒙通他尼府的IMPACT论坛上,举行了全国参议员的选举。此次选举采用的是“自选和交叉选拔”的制度,候选人分为20个专业组。候选人需具备至少10年的知识、专业技能或经验,首先要经过区级选拔:第一轮为自选,第二轮为交叉选拔。通过区级选拔的候选人进入省级选拔,同样分为两轮。最终,省级选拔的候选人进入全国选拔,同样分为两轮,从全国各选出200名参议员——每个专业组10名。由于公众不直接投票,这一选举制度被广泛认为是世界上最复杂的自选制度之一,耗时数日甚至数夜。
案件的起因和异常之处。
民间社会团体如 iLaw 和 We Watch,以及前选举委员会成员 Somchai Srisutthiyakorn,都曾警告并揭露了有关“选举舞弊”的信息,包括雇佣地区级提名人、制作和分发选票、在全国选举日根据这些选票投票,以及跨团体投票制度中的违规行为。
在武里南府(区级投票日后)揭露真相的人是:帕塔蓬·苏帕空先生(又名律师安),他在2024年6月9日区级选举中落败后,立即站出来揭露信息。他提供了选民名单、会议照片以及有关武里南府选民组织的线索等证据,并不断向选举委员会和媒体提出投诉。
2025 年 2 月 10 日:特别调查部 (DSI) 开始接收参议院候选人的投诉,以确定相关信息是否构成复杂的刑事犯罪。
2025年3月5日:由时任副总理普塔姆·威猜猜主持的特别案件委员会以11票赞成、4票反对的投票结果,受理此案,认定其为涉及刑事串谋和洗钱指控的“特别案件”。这使得直接负责监督选举法的选举委员会可以展开平行调查。
2025 年 3 月 18 日:泰国选举委员会 (ECT) 决定任命 ECT 官员以及特别调查厅 (DSI) 的官员组成第 26 届中央调查委员会,负责收集证据、审查文件,并采访全国 700 多名证人。
2025年4月25日:特别调查厅(DSI)正式指控嫌疑人“串谋操纵参议院选举”,并在IMPACT Muang Thong Thani(参议院选举举办地)开始重现选举过程以收集证据。时任司法部长塔维·索松上校批准了行动方案,并授权特别调查厅组建调查小组。
2025年7月17日:第26工作组完成了调查,建议提起诉讼,并将案件提交选举委员会,对案件中涉及的全部229人提起诉讼,具体如下:
目前参议院由138名成员组成。
泰自豪党部长、国会议员和执行委员会成员:21人。
泰自豪党网络中的个人:20 人。
预备参议员和其他参议员候选人:50 人。
第 26 号委员会完成调查后,案件卷宗被移送至第 36 号小组委员会进行裁决。
2025 年 8 月:第 36 委员会审查了案件档案,并作出“驳回/不起诉”的最终裁决,因为它认为没有足够的证据进行刑事起诉或撤销该参议员的参议员资格。
参议院和反对派政治团体认为,特别调查局(DSI)介入此案是“滥用职权干预选举委员会”,侵犯了参议院的监督权。因此,他们向宪法法院提起诉讼,要求裁定普姆塔姆先生和塔维警上校下令特别调查局进行调查是否构成严重的违反职业道德的行为。然而,2026年1月21日,宪法法院裁定普姆塔姆先生和塔维警上校“无罪”,并指出没有证据表明存在非法干预或下达命令,而且特别调查局的工作在其特殊案件的职权范围内。
打开机密文件:第 26 工作组的调查信息。
“离线计划”和三楼秘密会议的起源:根据参议院串谋案的证人证词,2024年4月,三名来自知名政党的年轻人被指派研究参议员选举的法律法规。这项研究后来发展成一套专门用于计算跨党派选举投票的“离线操作系统”。无论他们被分配到哪个党派,或者与哪个专业团体进行跨党派选举,该系统都能在一个预先安排的网络中识别出代表各个专业团体的人员。
这次策划会议秘密进行:地点选在一家主要政党总部三楼的行政会议室。所有参会人员在进入会议室前,手机都被没收,以防止信息泄露。随后,会议通过U盘播放幻灯片,详细介绍了阻挠投票的机制以及候选人在全国范围内的分布情况。
该策略包括在2024年6月26日全国大选前,提前准备好住宿和选民登记点。这些地点经过精心布局,分布在以蒙通他尼府IMPACT论坛为中心、半径30至100公里的范围内,覆盖阿瑜陀耶府、那空那育府、巴吞他尼府等地区以及一些私人场所。担任选民的候选人及其团队需自行承担所有差旅、餐饮和住宿费用。
全国范围内,高达4亿至5亿泰铢的巨额预算在流通,涵盖从区、省到国家各级的开支。主要政党通过R女士在四楼领取现金。在区级层面,选民补偿金从1万到5万泰铢不等(从事特殊职业,例如科学团体,可获得更高补偿)。在省级层面,补偿金约为5万泰铢。在国家层面,每人补偿金最高可达20万泰铢。
全国范围内,一笔4亿至5亿泰铢的预算正在流通,涵盖从区、省到国家各级的开支。主要政党的四楼通过R女士收到了现金。
区级:选民报酬从 10,000 泰铢到 50,000 泰铢不等(少数职业群体,如科学领域的从业者,将获得更高的报酬)。
省级:补偿金额约为 50,000 泰铢。
国家层面:每人最高可获得 20 万泰铢的赔偿。
家庭教师威胁说:“如果你不服从,我不知道会发生什么。”
除了没收手机并与外界隔绝外,当地辅导队还在抄写小抄时以威胁的方式强调,系统可以根据小抄核实谁投了票,并最后威胁道:“照着小抄投,否则你不知道会发生什么。”
数字取证证据确凿:第26届中央调查委员会发现,针对该团伙最关键、无可辩驳的证据是“数字证据”。基站坐标分析显示,2024年6月24日至25日期间,被告和一群来自全国各地的合格选民在多个安全屋的相同坐标处频繁使用手机。证人手机上的谷歌地图行程记录证实了他们实际进出这些会面地点,这与一些物证相吻合,例如秘密拍摄的串谋名单照片、用于绘制网格的带孔透明塑料片,以及撕下的参议院登记簿最后一页,这些都表明串谋名单在离开会议室前已被移除。
以数字取证证据为依据:第二十六届中央调查委员会发现,针对该团伙的无可辩驳的关键证据是“数字证据”。对基站坐标的分析显示,2024年6月24日至25日期间,被告和一群来自全国各地的合格选民在多个安全屋的相同坐标处大量使用手机。
来自谷歌地图的旅行历史证据,经证人手机验证,确认了实际到达和离开会面地点的情况,这与实物证据相吻合,例如秘密拍摄的串谋单照片、用于绘制网格的带孔透明塑料片,以及会议记录簿最后一页撕下的痕迹,表明串谋单在离开会议室之前已被移除。
选举结束后,新当选的参议员们聚集在朗南巷一处知名酒店,接受政策指示,并被分配参议院议长、副议长以及各委员会主席等职务。关键证据显示:参议员们被要求签署“预先登记的无日期辞职信”,并附上身份证复印件。这些信件随后被交给该运动的领导人保管,作为抵押品,并被用作控制参议院运作的工具。
这是一项严重的法律指控,违反了《参议员获取法》。
调查委员会认为,该政党执行委员会、其领导人及相关方的行为构成串谋,旨在策划和划分职责,导致参议员选举缺乏独立性、保密性和公平性。这违反了《参议院议员选举组织法》(佛历2561年,即2018年)的多项条款,例如第36条与第70条结合使用:以不符合提名方式和条件的方式行事,从而使选举不保密、不自由;第62条:导致参议员选举不诚实、不公平的行为;第76条:政党执行委员会成员以任何方式帮助候选人当选或落选参议员;第77条第(1)款:给予、提供或承诺给予财产或其他利益以诱使投票或不投票。
调查委员会认定,该政党执行委员会、领导人及相关各方的行为构成串谋,且各方角色明确,损害了参议院选举的独立性、保密性和公正性。这违反了《参议院议员遴选组织法》(佛历2561年,即2018年)的若干条款,例如:
第 36 条与第 70 条结合规定:不符合规定程序和条件的选举行为,会使选举既不秘密也不自由。
第 62 条:导致参议员全国选举不诚实或不公平进行的行为。
第 76 条:政党执行委员会的任何成员,以任何方式协助确保或阻止候选人当选参议员。
第 77 条(1):给予、提供或承诺财产或其他利益以诱使某人投票或不投票。
参议院串谋案概要。
第26委员会下令起诉229人,而第36委员会驳回此案,两者截然不同的决定引发了公众和媒体的强烈抗议。这促使iLaw和人民党领导人计划于2026年9月13日,即法院宣判前一天,举行一场11公里的游行,前往曼谷艺术文化中心,敦促公众监督由七名成员组成的选举委员会的行动,以及他们是否会在2026年9月14日继续推进起诉程序。
可能的判决结果。
提交最高法院和宪法法院:如果选举委员会同意第26个方案,将向最高法院提交请愿书,要求撤销参议员的投票权/参选权。如果法院受理此案,被指控的参议员可能需要立即停止履行职责,并且该案可能被提交宪法法院,以审议解散相关政党的问题。驳回所有请愿:根据第36个方案结束此事。仅对特定个人提起诉讼:选择仅将证据确凿的个人提交最高法院,并最终解决解散政党的问题。
提交最高法院和宪法法院:如果选举委员会同意第26号裁决,将向最高法院提交请愿书,要求撤销参议员的投票权/参选权。如果最高法院受理此案,被指控的参议员可能需要立即停止履行职责,并且该案可能会被提交宪法法院,以审议解散相关政党的问题。
所有申请均被驳回:案件按照第 36 条规定结案。
只会对部分人员提起诉讼:只有掌握确凿证据的案件才会提交最高法院审理,而解散政党的问题将被放弃。
整理:政治新闻团队