“ขวัญ อุษามณี” เปิดใจปมโดนคนข่มขู่ ก่อนรู้ความจริงอีกมุมสุดช็อก เชื่อเกี่ยวข้องกับคดีแตงโม“Kwan Usamanee”讲述了自己受到威胁的经历,之后发现了一个令人震惊的真相,他认为这与唐莫案有关。
“ขวัญ อุษามณี” เปิดใจปมโดนชายลึกลับข่มขู่ ก่อนรู้ความจริงอีกมุมสุดช็อก เชื่อเหตุการณ์นี้น่าจะเกี่ยวข้องกับพยานคดีแตงโม

เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกกลัวและผวามากทีเดียว กับเหตุการณ์ที่ ขวัญ อุษามณี ได้ไปวิ่งกับกลุ่มเพื่อนในตอนเช้าที่สวนสาธารณะ แต่งานนี้กลับเจอผู้ชายบุกเข้ามาในระยะประชิด พร้อมชี้หน้าและพูดจาข่มขู่ว่า “เดี๋ยวอีก 3 เดือน เราจะต้องรู้ว่าเราจะต้องเปลี่ยนคำพูด” แล้วพยายามพูดเบี่ยงประเด็นเหมือนจะเนียนเป็นแฟนคลับ แต่ว่าจริง ๆ แล้วไม่ใช่
งานนี้ทำเอาขวัญถึงกับผวาอย่างมาก และมองว่าอาจจะมีคนจ้างมาก่อกวน จึงได้ทำการเข้าแจ้งความที่ สน.ลุมพินี เพราะรู้สึกหวาดกลัวและกังวลเรื่องความปลอดภัยอย่างมาก เจ้าตัวได้ตั้งข้อสังเกตว่า หรือเหตุการณ์นี้จะเกี่ยวข้องกับคดีแตงโม พร้อมประกาศว่า จากนี้จะไลฟ์ตลอดเวลาที่อยู่คนเดียว และจะเช็กรถตลอด เผื่อมีใครติด GPS ตัดสายเบรก หรือทำสิ่งใดๆ ให้เกิดอันตราย
ล่าสุด ขวัญ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์นี้ บอกว่า เชื่อว่าเหตุการณ์นี้เกิดจากคดีแตงโม เพราะว่าที่ตัวเองออกมาไลฟ์ตลอด เพราะเห็นแล้วว่ามันเกิดเรื่องผิดปกติ คือมีงานเข้ามา และมีเบอร์แปลกเข้ามา แต่เราเลือกที่จะไม่รับ รับสายเฉพาะบางเบอร์ ซึ่งเมื่อก่อนไม่มีเบอร์แปลกโทรเข้ามาเยอะขนาดนี้ ตั้งแต่เราติดตามข่าวพี่แตงโม และเข้าไปเป็นพยานให้พี่แตงโม เรารู้ว่าที่ผ่านมาทุกคนที่ไปเป็นพยานให้เจออะไรบ้าง โดนข่มขู่อะไรบ้าง เราก็พยายามจะไม่เปิดให้เรื่องอย่างนี้มาปะทะกับตัวเรา
แต่พอมาวันนี้ มองว่ามันเกินไป มันล้ำเส้นกันเกินไป มันไม่ควรที่จะเกิดขึ้น แต่ถ้าเกิดบริษัทไหนที่ทำเกี่ยวกับการ์ดมืออาชีพ ก็อยากให้ติดต่อมาหน่อย เพราะว่าหนูก็อยากคัดกรองคนที่อยากฝากชีวิตทั้งตัวขวัญและครอบครัวของขวัญเอาไว้ได้เหมือนกัน เพราะว่าเราก็เพิ่งมารู้ว่าผู้ชายคนนี้บ้านอยู่ใกล้ขวัญด้วย ห่างกันไปแค่ไม่กี่ซอย มันเป็นเรื่องบังเอิญมั้ย แต่มาวิ่งที่สวนเบญฯ อย่างปกติเราก็ไม่อยากมาเลย ถ้าไม่ใช่รับงานมา
เมื่อถามว่าตอนที่เขาพูดถึงตำรวจ เป็นตำรวจที่ทำคดีด้วยมั้ย ขวัญบอกว่า ไม่ใช่ แต่เป็นนายตำรวจที่เกษียณไปแล้ว ซึ่งเราก็ถามเขา เขาบอกว่า “โทรเลย โทรสิโทร โทรเลย” ชี้หน้าและก้าวร้าวมาก
แต่ถึงอย่างไร ชีวิตหนูก็ต้องเดินต่อ ถ้าจะให้เรากลัวและไม่ทำอะไรเลย ทำไม่ได้ เพราะเราต้องมีความรับผิดชอบ แต่เราก็ต้องหาวิธีปกป้อง ก็อยากให้ทุกคนปกป้องขวัญด้วย ขวัญก็จะหาวิธีปกป้องตัวเองด้วยเหมือนกัน.
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม
这真是一起令人毛骨悚然的事件。当时,关·乌萨马尼正和一群朋友在公园慢跑,一名男子突然靠近她,指着她威胁说:“三个月后,你就得改变主意了。”随后,他试图通过假装是粉丝来转移话题,但他并非粉丝。
这次事件让她惊恐万分,怀疑自己可能被人雇来骚扰。由于极度恐惧和担忧自身安全,她前往隆披尼警察局报案。她还猜测此事可能与唐莫案有关,并宣布今后只要独自一人,她就会进行直播,并时刻检查自己的车辆,以防有人安装了GPS追踪器、剪断了刹车线或其他任何可能危及她安全的行为。
关女士近日就此事接受采访,表示她认为此事源于唐莫案。她解释说,她开始直播是因为她注意到一些异常情况——工作机会增多,陌生号码的来电也多了起来。她选择不接听,只回复特定号码。此前,她从未接到过这么多陌生号码的来电。自从关注唐莫案并为她作证以来,她了解到那些作证者所面临的威胁和恐吓,因此她尽量避免让此类问题影响到自己。
但今天,我觉得这件事太过分了,越界了,根本不应该发生。如果有哪家提供专业保安服务的公司真正了解自己的工作,我希望他们能联系我。因为我想仔细甄别那些能保护我和家人生命的人。我们最近才发现这个人就住在我家附近,只有几条街的距离。这难道是巧合吗?他当时正在本雅苏克萨公园慢跑,除非是工作需要,否则我一般不会去那里。
当被问及他提到的那位警官是否是负责此案的警员时,关女士回答说不是,而是一位退休警官。她补充道:“我们问过他,他却说,‘打电话!现在就打电话!打电话!’他指着我们,态度非常咄咄逼人。”
但无论如何,我的生活还得继续。我们不能只是害怕而无所作为,因为我们肩负着责任。但我们也必须找到保护自己的方法。我希望每个人都能保护Khwan,Khwan也会找到保护自己的方法。
点击阅读更多娱乐新闻。