ครอบครัวคาใจ “พลทหาร” กลับจากลาพัก เสียชีวิตหลังค่าย ปกติเป็นคนร่าเริง ไม่มีปัญหากับใคร家人对一名士兵的死因感到困惑,他从军营休假回来后就去世了。他平时是个开朗的人,和谁相处都很好。
ครอบครัวยอมรับยังคาใจ ปม “พลทหาร” กลับจากลาพัก เข้าหน่วย แต่มาเสียชีวิตหลังค่าย เผยปกติเป็นคนร่าเริง แจ่มใส ไม่เคยมีปัญหากับใคร วอนผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด

ครอบครัวยอมรับยังคาใจ ปม “พลทหาร” กลับจากลาพัก เข้าหน่วย แต่มาเสียชีวิตหลังค่าย เผยปกติเป็นคนร่าเริง แจ่มใส ไม่เคยมีปัญหากับใคร วอนผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด ทำความจริงให้ปรากฏ
เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีประกาศตามหา พลทหาร ฐิติกร ป้องวันคำ หรือ น้ำ อายุ 20 ปี ทหารสมัคร สังกัดหน่วยทหารแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา หลังขาดการติดต่อระหว่างลาพัก ตั้งแต่วันที่ 1-10 กันยายน 2569 ก่อนเจ้าหน้าที่กู้ภัยฮุก 31 นครราชสีมา จะพบร่างชายสวมชุดทหารผูกคอเสียชีวิตอยู่ใต้ต้นไม้ ภายในพื้นที่ป่าบริเวณ ต.หนองจะบก อ.เมืองนครราชสีมา ซึ่งอยู่ด้านหลังหน่วยที่พลทหารนายดังกล่าวสังกัด และตรวจสอบพบว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับที่มีการประกาศตามหา
ล่าสุด เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 13 กันยายน 2569 ที่บริเวณจุดรับศพ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา พ่อ แม่ และญาติของพลทหารฐิติกร เดินทางมารับศพกลับภูมิลำเนา ท่ามกลางบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า โดยมีผู้บังคับบัญชาจาก กองพันเสนารักษ์ที่ 3 (พัน.สร.3) ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ นำรถหน่วยแพทย์ทหารมารับศพและเดินทางกลับไปยังภูมิลำเนาของผู้เสียชีวิต
นายทวี อายุ 41 ปี บิดาของพลทหารฐิติกร เปิดเผยว่า หลังทราบข่าวว่าลูกชายเสียชีวิตจากการผูกคอ รู้สึกตกใจและทำอะไรไม่ถูก เพราะที่ผ่านมา ลูกชายเป็นคนร่าเริง แจ่มใส และไม่เคยมีปัญหากับใคร เมื่อเจ้าหน้าที่แจ้งว่าลูกชายเสียชีวิตจากการผูกคอด้วยตัวเอง ตนเองยอมรับว่ายังไม่สามารถปักใจเชื่อได้ทั้งหมด เพราะก่อนเกิดเหตุไม่พบสิ่งผิดปกติหรือเหตุการณ์ใดที่ทำให้คิดว่าลูกชายจะตัดสินใจทำร้ายตัวเอง
ขณะที่ นางสาวลาวัลย์ ป้องวันคำ อายุ 42 ปี มารดาของพลทหารฐิติกร เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ครอบครัวรู้สึกตกใจและเสียใจอย่างมาก เพราะลูกชายเป็นคนอัธยาศัยดี มีเพื่อนฝูงจำนวนมาก และเป็นที่รักของคนรอบข้าง หลังเข้ารับราชการทหาร ลูกชายยังเคยบอกกับครอบครัวว่าชื่นชอบอาชีพทหาร
ส่วนกรณีผลการชันสูตรที่แพทย์แจ้งว่าเสียชีวิตจากการผูกคอ และไม่พบหลักฐานที่บ่งชี้ว่าเป็นการฆาตกรรม แม้ครอบครัวจะรับทราบผลดังกล่าว แต่ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสาเหตุและแรงจูงใจ เนื่องจากไม่พบชนวนเหตุที่ชัดเจนก่อนเกิดเหตุ จึงอยากให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงในทุกประเด็น เพื่อให้ครอบครัวได้รับคำตอบที่ชัดเจน
ด้านนางสาวสโรชา อายุ 20 ปี เพื่อนสนิทของผู้เสียชีวิต เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า รู้จักและเป็นเพื่อนสนิทกับ “น้ำ” มาตั้งแต่เด็ก หลังทราบข่าวรู้สึกตกใจมาก เพราะเพื่อนเป็นคนร่าเริง นิสัยดี และหากมีเรื่องไม่สบายใจก็มักจะปรึกษาตนเองเป็นคนแรก จึงไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น
เพื่อนสนิทยังกล่าวว่า แม้จะทราบผลการชันสูตรแล้ว แต่ส่วนตัวยังมีคำถามเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้เพื่อนตัดสินใจเช่นนี้ เนื่องจากไม่เคยเห็นสัญญาณหรือเหตุผลที่ชัดเจนมาก่อน จึงอยากให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นไปอย่างละเอียด และขอให้ความจริงปรากฏ เพื่อให้ครอบครัวคลายข้อสงสัยและได้รับความเป็นธรรม
ขณะนี้ศพของพลทหารฐิติกรถูกนำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนายังภูมิลำเนาที่จังหวัดอุบลราชธานี ยังไม่ระบุว่าจะทำการฌาปนกิจศพวันไหน ส่วนสาเหตุและรายละเอียดก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อคลี่คลายข้อสงสัยของครอบครัวต่อไป
ต่อมาทางกองทัพภาคที่ 2 ได้มีการทำเอกสารชี้แจง กรณีพบกำลังพลเสียชีวิตในพื้นที่หน่วย “เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 13.30 น. กองทัพภาคที่ 2 ได้รับรายงานจากกองพันเสนารักษ์ที่ 3 (พัน.สร.3) กรณีพบกำลังพลเสียชีวิต คือ พลทหาร ฐิติกร ป้องวันคำ อายุ 20 ปี ทหารกองประจำการผลัดที่ 1/69 สังกัดกองร้อยเสนารักษ์”
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อกำลังพล สังกัดกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 23 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 6 (ป.6 พัน.23) ได้เข้าไปหาของป่าบริเวณด้านหลังร้านสวัสดิการกาแฟของ พัน.สร.3 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา และพบร่างผู้เสียชีวิตในลักษณะผูกคอกับต้นไม้ จึงได้รายงานนายทหารเวรประจำวันและผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น จากนั้นหน่วยได้ประสานพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุตามขั้นตอนของกฎหมาย
จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นกับหน่วยต้นสังกัด ทราบว่า พลทหาร ฐิติกรฯ ได้รับอนุมัติให้ลากิจตั้งแต่วันที่ 1–10 กันยายน 2569 เพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนา ณ อำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี แต่เมื่อครบกำหนดลา กำลังพลมิได้เดินทางกลับมารายงานตัวเข้าหน่วยตามเวลาที่กำหนด หน่วยต้นสังกัดจึงได้ติดตามและประสานไปยังครอบครัว ซึ่งได้รับแจ้งว่า พลทหาร ฐิติกรฯ ได้ออกเดินทางกลับเข้าหน่วยแล้ว ครอบครัวจึงได้ช่วยติดตามตัวผ่านการติดต่อทางโทรศัพท์ บุคคลใกล้ชิด และช่องทางต่าง ๆ แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้ จนกระทั่ง พบร่างผู้เสียชีวิตในวันดังกล่าว
ทั้งนี้ จากการสอบถามผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานในหน่วย ไม่พบข้อบ่งชี้หรือพฤติกรรมความขัดแย้ง ความรุนแรง หรือการถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด
ปัจจุบัน หน่วยได้นำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตร ณ แผนกนิติเวช โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เพื่อตรวจพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด ส่วนการตรวจสอบข้อเท็จจริงและลำดับเหตุการณ์ก่อนเกิดเหตุอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ซึ่งยังมิได้มีข้อสรุปที่แน่ชัดถึงสาเหตุและพฤติการณ์แห่งคดีในขณะเดียวกัน หน่วยต้นสังกัดได้ประสานแจ้งครอบครัวของผู้เสียชีวิตให้ทราบเหตุการณ์แล้ว โดยครอบครัวกำลังอยู่ระหว่างเดินทางจากจังหวัดอุบลราชธานีมายังโรงพยาบาลเพื่อรอรับฟังผลการชันสูตร
กองทัพภาคที่ 2 ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวและญาติของกำลังพลผู้เสียชีวิต พร้อมยืนยันว่าจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา รอบคอบ และเป็นธรรม ตลอดจนให้การดูแลช่วยเหลือครอบครัวตามสิทธิประโยชน์และระเบียบของทางราชการอย่างเต็มที่
ทั้งนี้ ข้อสรุปสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดต้องรอผลการตรวจทางนิติเวชและการสอบสวนของเจ้าหน้าที่อย่างเป็นทางการ ซึ่งกองทัพภาคที่ 2 จะแจ้งให้ทราบต่อไป.
家属承认,这名士兵休假归队后却在营地后方去世,他们至今仍对此感到困惑。他们透露,这名士兵平时性格开朗,与人相处融洽,并敦促相关人员彻底调查事实,查明真相。
2026年9月13日,记者更新了对20岁志愿兵Thitikon Pongwankham(昵称Nam)的搜寻进展。他驻扎在呵叻府的一个军事单位,于2026年9月1日至10日休假期间失踪。随后,来自呵叻府第31营的救援人员在呵叻府直辖县农查博街道他所在单位后方的一片林地中发现了他的遗体。他身着军装,吊死在一棵树上。经确认,他正是此前报告失踪的那名士兵。
最近一次是在2026年9月13日下午5点,在玛哈拉杰那空叻差西玛医院的太平间,列兵提提功的父母和亲属前来认领他的遗体,准备运回家乡。现场充满了悲伤的气氛。素拉坦披塔克营地第三医疗营的指挥官提供了一辆军用医疗车,将遗体运送回死者的家乡。
41岁的塔维先生是列兵提提功的父亲,他透露,得知儿子上吊身亡后,他震惊不已,不知所措。他说儿子一向开朗,从未与人发生过冲突。当官方告知他儿子是自杀身亡时,他坦言自己难以置信,因为事发前他从未察觉到儿子有任何异常或可疑之处,预示着他会伤害自己。
与此同时,42岁的列兵提提功的母亲拉万·蓬万坎女士含泪透露,全家人都感到震惊和悲痛,因为他们的儿子心地善良,朋友众多,深受周围人的喜爱。儿子入伍后,还曾告诉家人他喜欢军人这份职业。
尸检结果显示死因是上吊,未发现谋杀证据,家属虽然接受这一结果,但仍对死因和动机存有疑问。由于事发前没有明显的诱因,他们要求对案件的各个方面进行彻底调查,以便给家属一个明确的答案。
20岁的萨罗奇女士是死者的好友,她含泪透露,自己从小就认识“南”,两人一直是好朋友。听到噩耗,她震惊不已,因为朋友性格开朗善良,遇到麻烦总是第一个想到她。因此,她万万没想到会发生这样的事。
一位好友也表示,尽管尸检结果已经公布,但他仍然对朋友做出这一决定的原因存有疑问,因为他之前从未见过任何明显的迹象或理由。因此,他希望进行彻底调查,查明真相,以消除家属的疑虑,并伸张正义。
士兵提提功的遗体已被运回其家乡乌汶府,准备举行宗教仪式。火化日期尚未确定。关于事故原因及相关细节,当局正在调查相关信息和证据,以消除家属的疑虑。
随后,第二军区司令部发表声明,澄清在其辖区内发现的一名士兵尸体的情况:“2026年9月12日下午1点30分左右,第二军区司令部收到第三医疗营(3rd MD)的报告,称发现一名士兵尸体,即20岁的列兵Thitikon Pongwankham,他是1/69期新兵,隶属于医疗连。”
事件发生时,泰国呵叻府素叻他尼府直辖县素叻他尼营地第3支援营咖啡店后方的林地中,驻扎着第6炮兵团第23炮兵营的官兵正在觅食。他们发现一具尸体悬挂在树上,随即向上级报告了此事。之后,该营与调查人员、警方及其他相关机构协调,按照法律程序对现场进行了勘查。
初步调查显示,列兵提提功于2026年9月1日至10日获准休假,返回位于乌汶府纳查卢艾县的家乡。然而,休假结束后,他并未按时返回部队。部队随后联系了他的家人,告知他们提提功已返回部队。之后,他的家人尝试通过电话、亲友等各种方式联系他,但均未成功,直到当天发现他的遗体。
此外,向该单位的上级和同事询问后发现,没有出现任何冲突、暴力或身体虐待的迹象或行为。
目前,死者遗体已被送往玛哈拉·那空·拉查西玛医院法医科进行详细尸检,以确定死因。与此同时,有关部门正在对事件经过和来龙去脉进行调查,并收集证据。目前尚未就案件的起因和情况得出最终结论。相关部门已通知死者家属,他们目前正从乌汶府赶往医院,等待尸检结果。
第二军区司令部对遇难人员的家属和亲友表示最深切的慰问。我们重申,我们将与警方及所有相关部门合作,进行公平、彻底、公正的调查,并根据家属应享有的权利和政府规定,向他们提供全面的支持和帮助。
然而,确切的死因还需等待法医鉴定和官方调查的结果,第二军区稍后将公布结果。