ตร.จับชายจีนหนีคดีฆาตกรรม 36 ปี สวมบัตรประชาชนไทย-ทำธุรกิจพัทยา警方逮捕了一名中国男子,他因谋杀罪潜逃了36年,使用泰国身份证在芭堤雅经营生意。
ตำรวจไทยสนธิกำลังกรมการปกครองรวบชายชาวจีนผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม หลบหนีหมายแดง Interpol ซุกพัทยานานกว่า 30 ปี สวมสิทธิ์บัตรประชาชนไทยสร้างอาณาจักรธุรกิจท่องเที่ยวและครอบครองที่ดินร้อยล้าน เตรียมเพิกถอนสัญชาติลูกแฝด ขยายผลสอบ จนท.รัฐเอี่ยวทุจริต

เมื่อวันที่ 13 ก.ย.2569 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง แถลงผลปฏิบัติการสำคัญกรณีเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม จู จื้อซาน อายุ 67 ปี สัญชาติจีน หรือที่ใช้ชื่อปลอมในประเทศไทยว่า นายสุชาติ สุรชัย ตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา
ในข้อหาแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่ จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสาร และแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จต่อพนักงานในการขอมีบัตร การจับกุมเกิดขึ้นที่บ้านพักหรูใน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
หลังจากสืบทราบว่าผู้ต้องหารายนี้ได้หลบหนีคดีฆาตกรรมผู้อื่นโดยเจตนาที่เมืองไท่โจว มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน ตั้งแต่เดือน ม.ค.2533 หรือเมื่อกว่า 36 ปีที่แล้ว ก่อนที่องค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศหรืออินเตอร์โพลจะออกหมายแดงในปี 2563
สวมสิทธิ์ทำบัตรไทย สร้างธุรกิจ-ครอบครัวในพัทยา
จากการสืบสวนสอบสวนพบว่า หลังจากก่อเหตุฆาตกรรมในประเทศจีน จู จื้อซาน ได้หลบหนีข้ามไปยังประเทศเมียนมา ก่อนลักลอบเข้าสู่ประเทศไทย และในปี 2544 ได้ทำการสวมสิทธิ์ชาวกะเหรี่ยงเพื่อทำบัตรประชาชนไทยที่ อ.พบพระ จ.ตาก โดยเสียค่าดำเนินการ 50,000 บาท ได้ชื่อใหม่ว่า นายสุชาติ สุรชัย
จากนั้นได้เข้ามาลงทุนและประกอบธุรกิจท่องเที่ยวครบวงจรในเมืองพัทยา มีชื่อเป็นเจ้าของบริษัทถึง 5 แห่ง ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และบริษัททัวร์ มีทุนจดทะเบียนรวมกว่า 89 ล้านบาท นอกจากนี้ยังได้จดทะเบียนสมรสกับหญิงชาวจีน มีบุตรแฝดชายหญิงอายุ 12 ปี ซึ่งตัวเด็กได้รับสัญชาติไทยตามไปด้วย
ทั้งยังมีประวัติการย้ายเข้าออกทะเบียนบ้านถึง 8 ครั้งในรอบ 13 ปี จนกระทั่งความแตกเมื่อผู้ต้องหาไปยื่นขอวีซาเพื่อเดินทางกลับประเทศจีน ทำให้ทางการจีนตรวจสอบพบความผิดปกติและประสานความร่วมมือมายังกระทรวงมหาดไทยของไทย
ขยายผลสอบเจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวทุจริต
ในการเข้าตรวจค้นบ้านพักเนื้อที่ประมาณ 90 ตารางวา เจ้าหน้าที่พบว่าบริเวณหลังบ้านมีการดัดแปลงสระว่ายน้ำให้กลายเป็นห้องลับใต้ดินขนาดใหญ่ ใช้เป็นสถานที่เก็บวัตถุโบราณและพระเครื่องจำนวนมาก จึงทำการอายัดไว้ตรวจสอบทั้งหมด นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ต้องหาครอบครองที่ดินใจกลางเมืองพัทยารวมถึง 11 แปลง มูลค่าเกือบ 100 ล้านบาท
ด้านอธิบดีกรมการปกครองยืนยันว่าจะมีการบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.การเนรเทศ พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีการออกบัตรประชาชนในพื้นที่ อ.พบพระ จ.ตาก เนื่องจากพบเบาะแสว่ามีชาวต่างชาติรายอื่นที่มีพฤติกรรมในลักษณะเดียวกันนี้อีกหลายราย ซึ่งจะต้องดำเนินการกวาดล้างขบวนการสวมสิทธิ์อย่างเด็ดขาดต่อไป
สภาพอากาศวันนี้ ฝนหนักทั่วไทย อีสาน-ตะวันออก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน-ดินถล่ม
กกต.นัดชี้ขาดคดีฮั้ว สว. 14 ก.ย. ลุ้นสั่งฟ้อง 229 คนหรือไม่
บุกเดี่ยวชิงทรัพย์ร้านทอง อ.สามโคก ได้ทองไปกว่า 50 บ. ตร.เร่งจับกุม
2026年9月13日,泰国皇家警察副总监萨姆兰·努阿尔玛警上将与省行政厅厅长纳鲁查·科萨西尔维莱先生共同宣布了一项重大行动的结果,当局根据芭堤雅省法院签发的逮捕令,逮捕了67岁的中国公民朱志山(在泰国也被称为苏查特·苏拉猜先生)。
此次逮捕行动发生在春武里府邦拉蒙县农普鲁街道的一处豪华住宅,嫌疑人被控向正在执行公务的官员提供虚假信息,并在申请身份证时向官员出示虚假证据。
国际刑警组织(Interpol)在发现嫌疑人自 1990 年 1 月起(即 36 年前)在中国浙江省台州市犯下预谋杀人罪后一直在逃,于 2020 年发布了红色通缉令。
利用泰国公民身份在芭堤雅创业并养家糊口。
调查显示,朱志山在中国犯下谋杀罪后逃往缅甸,之后非法入境泰国。2001年,他冒充克伦族人在泰国达府帕县办理了泰国身份证,手续费为5万泰铢,并改名为苏查特·苏拉猜先生。
随后,他在芭堤雅投资并建立了一家综合性旅游企业,旗下拥有五家公司,涵盖酒店、餐厅、咖啡馆和旅行社等业务,注册资本超过8900万泰铢。此外,他与一位中国女子结婚,育有一对12岁的龙凤胎,两儿均已获得泰国国籍。
此外,嫌疑人在过去13年中曾八次更改登记地址。真相是在嫌疑人申请返回中国签证时曝光的,中国当局由此发现了违规行为,并与泰国内政部协调合作。
调查范围扩大至涉嫌腐败的政府官员。
在搜查一处占地约90平方米的房屋时,警方发现后院的游泳池被改造成一个大型地下密室,用于存放大量古董和护身符。所有物品均被扣押以作进一步调查。此外,警方还发现嫌疑人在芭堤雅市中心拥有11块土地,总价值近1亿泰铢。
省行政厅厅长确认,将严格执行《驱逐出境法》,并已成立一个委员会,调查达府帕县伪造身份证件的案件。此前有情报显示,另有多名外国人涉嫌类似行为,当局将采取果断措施,打击这一身份盗窃网络。
今日天气:泰国全境强降雨。东北部和东部地区需警惕山洪暴发和山体滑坡。
选举委员会定于9月14日对参议院串谋案作出裁决,决定是否起诉229人。
一名持枪歹徒在三科区抢劫了一家金店,劫走价值超过50泰铢的黄金。警方正在全力追捕该歹徒。