กรมชลฯ จับตาน้ำเจ้าพระยา เพิ่มการระบายน้ำ หวั่นน้ำเหนือเพิ่ม 27–29 ก.ย.皇家灌溉部门正在监测湄南河水位,并可能因担心上游水位在 9 月 27 日至 29 日期间上涨而增加泄水量。
กรมชลประทานติดตามสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด หลังมีฝนตกสะสมตั้งแต่นครสวรรค์-ชัยนาท ส่งผลให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเป็น 1,850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

วันนี้ (26 ก.ย.2569) นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ระดับน้ำหน้าเขื่อนเจ้าพระยาขณะนี้อยู่ที่ 16.94 เมตร ใกล้ระดับควบคุม 17 เมตร ขณะที่ระดับน้ำเพิ่มขึ้นประมาณชั่วโมงละ 1 เซนติเมตร ทำให้กรมชลประทานทยอยเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อน จาก 1,750 เป็น 1,850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
"ปัจจุบันการระบายอยู่ที่ 1,850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจากข้อมูลจะมีผลกระทบในพื้นที่ต่าง ๆ ที่เรามีการวางแผนไว้แล้ว ทั้ง จ.สิงห์บุรี ชัยนาท และพระนครศรีอยุธยา ตรงนี้ได้ดำเนินการช่วยเหลือและแจ้งเตือนแล้ว
จับตาฝน 27–29 ก.ย. หวั่นน้ำเหนือเพิ่ม
อธิบดีกรมชลประทานระบุว่า ช่วงวันที่ 26–29 ก.ย. นี้ยังต้องติดตามฝน โดยวันที่ 27–28 ก.ย. ฝนอาจเคลื่อนเข้าสู่พื้นที่ฝั่งตะวันตกมากขึ้น ทั้ง จ.สุพรรณบุรี กาญจนบุรี สระบุรี และนครปฐม ขณะที่พื้นที่นครสวรรค์อาจมีฝนเพิ่มเติม แต่ไม่มากนัก
กรมชลประทานประเมินว่า ปริมาณน้ำที่สถานี จ.นครสวรรค์ อาจเพิ่มขึ้นอยู่ที่ประมาณ 1,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ใกล้ระดับ 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ทำให้กรมชลประทานเตรียมพื้นที่บริหารจัดการน้ำด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา โดยเบื้องต้นต้องการรักษาการระบายไว้ไม่ให้เกิน 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ได้หารือกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เพื่อขอบริหารจัดการน้ำไว้ที่ประมาณ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หากสถานการณ์จำเป็น
"รอบนี้อาจจะขออยู่ที่ 1,900 ถึง 2,000 พยายามดูว่าถ้าตัวเลขนี้ แล้วด้านเหนือเขื่อนวิ่งขึ้นไปไม่เกิน 17.5 เมตร และด้านบนไม่มาหนุน ก็คิดว่าจะรักษาสภาพที่จะลดด้านท้ายให้ได้มากที่สุด"
กรมชลฯ จับตาน้ำเจ้าพระยา เพิ่มการระบายน้ำ หวั่นน้ำเหนือเพิ่ม 27–29 ก.ย.
ป่าสักชลสิทธิ์หน่วงน้ำ 78% หวั่นฝนสมทบ
อีกจุดที่กรมชลประทานเฝ้าระวังคือเขื่อนที่มีปริมาณน้ำสูงกว่า Upper Curve หรือระดับน้ำควบคุมตอนบน โดยเฉพาะเขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เขื่อนขุนด่านปราการชล และเขื่อนแก่งกระจาน เนื่องจากยังมีโอกาสได้รับน้ำฝนเพิ่มเติม
สำหรับลุ่มน้ำป่าสัก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ต้องบริหารจัดการอย่างระมัดระวัง กรมชลประทานระบุว่า ขณะนี้พยายามหน่วงน้ำไว้ในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งมีปริมาณน้ำประมาณ 78% ของความจุ และระบายท้ายเขื่อนเพียงประมาณ 25 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อไม่ให้มวลน้ำไหลลงไปสมทบกับพื้นที่ด้านล่างในช่วงที่ยังมีฝนตก
เราพยายามหน่วงไว้อยู่ที่ป่าสัก ปัจจุบัน 78% ปล่อยท้ายเขื่อนอยู่ที่ 25 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อไม่ให้กระทบด้านล่าง รอให้การระบายของฝนที่ตกในพื้นที่ท้ายเขื่อนป่าสักเบาบางลงก่อน ถึงจะค่อย ๆ ปล่อยจากเขื่อนป่าสัก
กรมชลประทานประเมินว่า ช่วงจากนี้ลุ่มน้ำป่าสักยังมีโอกาสเกิดฝนเพิ่มขึ้น จึงต้องบริหารการระบายน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณฝน เพื่อไม่ให้มวลน้ำจากเขื่อนป่าสักไหลลงมาพร้อมกับน้ำจากพื้นที่อื่น
คลองรังสิตเร่งสูบ 14 เครื่อง รักษาระดับต่ำกว่า 1.80 เมตร
ส่วนพื้นที่ทุ่งรังสิต กรมชลประทาน ระบุว่า มีปริมาณน้ำค่อนข้างมากและไหลลงคลองรังสิตเป็นหลัก โดยระดับที่เริ่มเฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่งอยู่ที่ประมาณ 1.70–1.80 เมตร
ขณะนี้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำชั่วคราวบริเวณปลายคลองรังสิต 14 เครื่อง เพื่อรักษาระดับน้ำให้ต่ำกว่า 1.80 เมตร และในช่วงที่ระดับน้ำเจ้าพระยาต่ำ จะเปิดบานระบายน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำออก
นอกจากนี้ ได้ส่งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่เพิ่มเติมประมาณ 10–20 เครื่อง เข้าพื้นที่ลุ่มต่ำในรังสิตที่มีน้ำท่วมขัง โดยเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ควบคุมการระบายอย่างต่อเนื่อง
ฝนฝั่งตะวันตก หากเกิน 100 มม.ต่อวัน มีโอกาสท่วมขัง
อธิบดีกรมชลประทาน ยังเตือนพื้นที่ฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะ จ.ราชบุรี และกาญจนบุรี หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าฝนอาจเพิ่มขึ้นในพื้นที่ดังกล่าว
หากฝนตกหนักในลักษณะเฉพาะพื้นที่ โดยมีปริมาณมากกว่า 100 มิลลิเมตร ภายใน 24 ชั่วโมง มีโอกาสเกิดน้ำท่วมขังหรือน้ำหลากในบางพื้นที่ เนื่องจากระบบระบายน้ำไม่สามารถระบายน้ำฝนปริมาณมากได้ทันที
อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานประเมินว่า ลักษณะดังกล่าวยังแตกต่างจากสถานการณ์อุทกภัยขนาดใหญ่ และจะเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเครื่องมือผลักดันน้ำในพื้นที่เสี่ยง
ย้ำยังไม่ประเมินซ้ำรอยปี 2554
สำหรับความกังวลว่าจะเกิดสถานการณ์น้ำรุนแรงเทียบเท่าปี 2554 หรือไม่ อธิบดีกรมชลประทาน ระบุว่า ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงฤดูฝน และต้องติดตามฝนในเดือน ต.ค. ต่อเนื่อง โดยปีที่ผ่านมาแม้เข้าสู่กลางเดือน พ.ย. ยังมีฝนหลงฤดู ทำให้การระบายน้ำสูงถึงประมาณ 2,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
แต่สถานการณ์ปีนี้ กรมชลประทานยังประเมินว่าปริมาณน้ำอาจไม่สูงเท่าที่เคยเกิดขึ้น พร้อมย้ำว่าจะไม่ประมาทและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ กรมชลประทานยังประสานการทำงานกับกรุงเทพมหานคร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ โดยเตรียมติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ เพิ่มเติมในจุดสำคัญ รวมถึงสถานีสูบน้ำสำโรง บางบ่อ บางปลา และสุวรรณภูมิ เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเล หากมีฝนตกหนักในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล
สำหรับแนวทางบริหารจัดการน้ำในระยะนี้จึงยังเน้น หน่วงน้ำพื้นที่ตอนบน ควบคุมการระบายช่วงกลาง และเร่งระบายน้ำด้านท้าย เพื่อไม่ให้มวลน้ำจากหลายพื้นที่ไหลมาสมทบในช่วงเวลาเดียวกัน และลดผลกระทบต่อพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ประเมินคืนนี้ฝนตกน้อยลงตามลำดับจนถึงเช้าวันที่ 27 ก.ย.
เปิดขั้นตอน "ผู้ประสบอุทกภัย" แจ้งความเสียหาย–ขอรับความช่วยเหลือ
กทม.สั่งปิดโรงเรียนเนื่องจากเหตุพิเศษ 28 ก.ย.หลังฝนตกหนัก-น้ำท่วมขัง
今天(2026年9月26日),泰国皇家灌溉厅厅长维塔亚·凯米先生透露,湄南河大坝前的水位目前为16.94米,接近17米的控制水位。由于水位以每小时约1厘米的速度上升,泰国皇家灌溉厅正逐步将大坝下游的泄洪量从每秒1750立方米增加到每秒1850立方米。
“目前,排放速率为每秒1850立方米。根据数据,这将对我们规划的多个地区造成影响,包括信武里府、猜纳府和阿瑜陀耶府。我们已经提供了援助并发布了警告。”
9月27日至29日期间需密切关注降雨情况,以免上游水位上涨。
皇家灌溉厅厅长表示,9月26日至29日的降雨情况仍需密切监测。9月27日至28日,降雨可能进一步向西部地区推进,包括素攀武里府、北碧府、沙拉武里府和佛统府。那空沙旺府可能还会出现降雨,但预计降雨量不会很大。
皇家灌溉部门估计,那空沙旺水库的供水量可能会增加到每秒约 1900 立方米,接近每秒 2000 立方米。
这促使泰国皇家灌溉厅着手在湄南河大坝下游设立水资源管理区。初期目标是将泄洪量控制在每秒2000立方米以内,但已与国家水资源办公室(NWRO)进行磋商,以便在必要时申请将泄洪量控制在每秒约2200立方米。
“这次,我们的目标可能是1900到2000米。我们会尝试在这个范围内,看看能否在上游水位不超过17.5米且没有额外上游支撑的情况下,尽可能降低下游水位。”
皇家灌溉部门正在监测湄南河水位,并可能因担心上游水位在 9 月 27 日至 29 日期间上涨而增加泄水量。
帕萨克·乔拉西特灌溉渠目前蓄水量为78%,引发了人们对未来降雨的担忧。
皇家灌溉部门正在监测的另一个区域是水位超过上游曲线或上游控制水位的水坝,特别是诗丽吉水坝、帕萨克·琼拉西特水坝、坤丹·普拉坎·琼水坝和岗卡占水坝,因为仍有可能出现额外的降雨。
关于需要精心管理的巴萨克河流域,皇家灌溉部门表示,他们目前正努力将水保留在巴萨克琼拉西水坝中,该水坝目前蓄水量约为其容量的 78%,并且仅向下游释放约 25 立方米/秒的水量,以防止水体在持续降雨期间向下游流动并汇入下游地区。
我们正在努力蓄积帕萨克水坝的水量。目前,为了避免影响下游地区,我们正以每秒25立方米的速度向下游释放78%的水量。我们正在等待帕萨克水坝下游地区的降雨减弱,然后再逐步从水坝释放水量。
皇家灌溉署估计,帕萨克河流域未来一段时间内降雨量增加的可能性较大。因此,必须根据降雨量管理排水,以防止帕萨克水坝的大量水与其他地区的水混合,造成下游地区水流湍急。
兰实运河正在使用 14 台机器抽水,以保持水位低于 1.80 米。
关于兰实平原地区,皇家灌溉厅表示,该地区水量较大,主要流入兰实运河。目前监测到的洪水水位约为1.70至1.80米。
目前,兰实运河末端已安装14台临时水泵,以维持水位低于1.80米。湄南河水位较低时,将开启水闸加快排水。
此外,大约有 10-20 台移动式水泵被派往兰实县发生洪水的低洼地区,官员们正在持续监测现场的排水情况。
西部地区日降雨量若超过100毫米,可能导致洪水泛滥。
皇家灌溉厅厅长也向西部沿海地区,特别是叻丕府和北碧府发出警告,此前气象部门预测这些地区的降雨量可能会增加。
如果某一特定区域在 24 小时内降雨量超过 100 毫米,则可能发生突发性洪水或局部洪水,因为排水系统可能无法立即处理大量的雨水。
然而,皇家灌溉部门评估认为,这种情况与大规模洪水不同,并将加快在易受灾地区安装水泵和水力推进设备。
会议重申,不会重蹈2011年评估的覆辙。
针对人们担忧可能出现类似2011年的洪涝灾害,皇家灌溉部部长表示,目前正值雨季,需要持续监测10月份的降雨情况。去年,即使到了11月中旬,仍有反常降雨,导致排水量达到每秒约2900立方米。
然而,皇家灌溉署估计今年的水位可能不会像往年那么高,并强调他们不会掉以轻心,将密切关注情况。
皇家灌溉部门正与曼谷市政府协调,准备在包括 Samrong、Bang Bo、Bang Pla 和 Suvarnabhumi 泵站在内的关键地点安装额外的移动水泵,以提高排水效率,以便在曼谷及周边地区发生暴雨时迅速将水排入大海。
因此,目前的水资源管理方法仍然侧重于在上游地区蓄水,控制中游地区的排水,并加快下游地区的排水,以防止多个地区的水体同时汇聚,并最大限度地减少对湄南河沿岸地区的影响。
Seree Suparathit 博士估计,今晚到 9 月 27 日上午,降雨量将逐渐减少。
以下是洪水灾民报告损失和请求援助的步骤。
由于暴雨和洪水等特殊情况,曼谷市政府下令学校于9月28日停课。