อุปทานน้ำมันโลกเสี่ยงหาย 4% เมื่อวิกฤตพลังงาน ขยายไปสู่ “บับเอลมันเดบ”ประตูสำรองของช่องแคบฮอร์มุซ如果能源危机蔓延至霍尔木兹海峡的备用通道曼德海峡,全球石油供应将面临下降 4% 的风险。
ตะวันออกกลางป่วน กระทบ 3 เส้นทางพลังงาน จากช่องแคบฮอร์มุซ สู่ “บับเอลมันเดบ”ประเมินน้ำมันโลก เสี่ยงหาย 4% ราคาทะลุ 107 ดอลลาร์ ขณะนักเศรษฐศาสตร์ เตือนจับตาแรงกระแทกถึงเงินเฟ้อคนไทย

เจาะลึกหุ้นชิป AI พุ่งไปแล้วเป็นพัน% ยังเหลืออะไรเป็นโอกาสอีกบ้าง? | Digital Frontiers Talk EP.72
ตะวันออกกลางป่วน กระทบ 3 เส้นทางพลังงาน จากช่องแคบฮอร์มุซ สู่ “บับเอลมันเดบ”ประเมินน้ำมันโลก เสี่ยงหาย 4% ราคาทะลุ 107 ดอลลาร์ ขณะนักเศรษฐศาสตร์ เตือนจับตาแรงกระแทกถึงเงินเฟ้อคนไทย
“อมตะ – บี.กริม” ลุยโซลาร์ลอยน้ำ
โลกจับตาช่องแคบฮอร์มุซมาตลอดปี แต่เวลานี้ความเสี่ยงด้านพลังงานกำลังขยายไปยัง “บับเอลมันเดบ” เส้นทางเชื่อมทะเลแดงกับอ่าวเอเดน ซึ่งมีความหมายตามชื่อว่า “ประตูแห่งน้ำตา”
จากความเคลื่อนไหวล่าสุดของกลุ่มฮูตีในเยเมน ประกอบกับการหยุดทำงานของท่อส่งน้ำมันสายสำคัญในซาอุดีอาระเบีย กำลังกดดันเส้นทางส่งออกน้ำมันตะวันออกกลางพร้อมกันถึง 3 จุด และเหตุการณ์นี้อาจทำให้อุปทานน้ำมันโลกหายไปมากถึง 4%
ท่อส่งน้ำมันซาอุฯ หยุด เส้นทางเลี่ยงฮอร์มุซสะดุด
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานล่าสุดวันนี้ว่า ท่อส่งน้ำมัน East–West ของซาอุดีอาระเบียต้องหยุดดำเนินการ หลังถูกโจมตีด้วยโดรนที่มีต้นทางจากอิรัก โดยท่อส่งน้ำมันสายนี้มีความสำคัญอย่างมากในช่วงที่ช่องแคบฮอร์มุซเผชิญความไม่แน่นอน เพราะเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันจากฝั่งตะวันออกของซาอุดีอาระเบีย ข้ามประเทศไปยังท่าเรือฝั่งทะเลแดง ทำให้ซาอุดีอาระเบียสามารถส่งออกน้ำมันโดยไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
เมื่อท่อส่งน้ำมันหยุดทำงาน ความสามารถในการส่งออกผ่านเส้นทางสำรองจึงลดลงทันที โดยรอยเตอร์ประเมินว่า หากปัญหายืดเยื้อ อาจกระทบอุปทานน้ำมันมากถึง 4% ของโลก
และสถานการณ์ยังตึงเครียดขึ้นอีก หลังจากมีรายงานว่าเรือลำหนึ่งในช่องแคบฮอร์มุซถูกโจมตีจนเกิดเพลิงไหม้และต้องอพยพลูกเรือ ขณะที่อิหร่านระบุว่า เรือพาณิชย์ของตนถูกโจมตีนอกชายฝั่ง มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 4 ราย
“บับเอลมันเดบ” ประตูหนีไฟของโลก
ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร อธิบายภาพนี้ว่า หากช่องแคบฮอร์มุซคือ “ประตูหน้า” ที่มีปัญหามาตั้งแต่ต้นปี ช่องแคบบับเอลมันเดบก็คือ “ประตูหนีไฟ” ที่ช่วยพยุงการขนส่งน้ำมันของโลกเอาไว้
ที่ผ่านมา แม้ฮอร์มุซจะมีปัญหา แต่น้ำมันจากซาอุดีอาระเบียยังถูกส่งผ่านท่อข้ามประเทศไปยังทะเลแดงได้ อย่างไรก็ตาม เรือที่จะขนส่งน้ำมันมายังเอเชียยังต้องผ่านช่องแคบบับเอลมันเดบ
ความเสี่ยงจึงเพิ่มขึ้น หลังกลุ่มฮูตียึดเมืองท่าโมคาในเยเมน และเคลื่อนกำลังเข้าใกล้ช่องแคบดังกล่าว รวมถึงประกาศปิดล้อมการขนส่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบียมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม
“ถ้าฮอร์มุซคือประตูหน้าที่ปิดไปแล้ว บับเอลมันเดบก็คือประตูหนีไฟ และตอนนี้มีคนกำลังเดินไปยืนเฝ้าประตูนั้น”
การรุกคืบของฮูตีไปยังเกาะเพริม ซึ่งตั้งอยู่บริเวณปากทางของช่องแคบบับเอลมันเดบ ยิ่งเพิ่มความกังวล เพราะเส้นทางนี้รองรับการขนส่งน้ำมันประมาณ 4-5% ของอุปทานโลกในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เท่ากับว่าเส้นทางพลังงานของตะวันออกกลางกำลังถูกกดดันพร้อมกัน 3 จุด ได้แก่ ช่องแคบฮอร์มุซ ช่องแคบบับเอลมันเดบ และท่อส่งน้ำมัน East-West ของซาอุดีอาระเบีย
กระทบไกลกว่าน้ำมัน การค้าโลก 12% อยู่บนเส้นทางนี้
บับเอลมันเดบยังเป็นทางผ่านของสินค้าระหว่างเอเชียกับยุโรป โดยในภาวะปกติ การค้าโลกราว 12% และตู้คอนเทนเนอร์ประมาณ 1 ใน 4 ต้องผ่านเส้นทางนี้เพื่อไปยังคลองสุเอซ
หากเรือไม่สามารถผ่านได้ สายเดินเรือต้องเปลี่ยนเส้นทางไปอ้อมแหลมกู๊ดโฮปทางตอนใต้ของแอฟริกา ทำให้ใช้เวลาเดินทางเพิ่มอีกราว 2 สัปดาห์ ตามมาด้วยต้นทุนเชื้อเพลิง ค่าระวางเรือ และเบี้ยประกันภัยที่สูงขึ้น
บทเรียนจากปี 2567 สะท้อนว่า ฮูตีไม่จำเป็นต้องปิดช่องแคบทั้งหมดก็สร้างแรงกระแทกได้ เพียงเกิดการโจมตีเรือด้วยโดรน เบี้ยประกันภัยสงครามก็พุ่งขึ้นมากกว่า 10 เท่า จนสายเดินเรือรายใหญ่เลือกอ้อมแอฟริกา แม้สหรัฐฯ จะส่งกองกำลังเข้าคุ้มกันเส้นทางแล้วก็ตาม
ราคาน้ำมันเหนือ 100 ดอลลาร์ ตลาดจับตาเป้าหมายถัดไป
ความเสี่ยงด้านอุปทานผลักราคาน้ำมันดิบเบรนท์ขึ้นเหนือ 107 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ใกล้ระดับสูงสุดรอบก่อน ขณะที่รอยเตอร์รายงานว่า ราคาน้ำมันช่วงเปิดตลาดพุ่งขึ้นมากกว่า 3% ก่อนชะลอลงเล็กน้อย โดยเบรนท์อยู่ที่ 107.51 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน WTI อยู่ที่ 102.32 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ทั้งนี้ ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันปรับขึ้นแล้วประมาณ 8% และกลับมายืนเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม
นักวิเคราะห์จาก IG ประเมินว่า หากซาอุดีอาระเบียยังไม่สามารถนำท่อส่งน้ำมัน East-West กลับมาใช้งาน และการเจรจาเรื่องช่องแคบฮอร์มุซไม่มีความคืบหน้า ราคาน้ำมันดิบอาจขยับเข้าใกล้จุดสูงสุดเดิมที่ 119.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ความหวังด้านการทูตยังลดลง หลังการประชุมระหว่างอิหร่านกับประเทศอ่าวอาหรับที่โอมานถูกเลื่อนออกไป ทำให้ตลาดยังประเมินไม่ได้ว่า ปัญหาการขนส่งและความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานจะยืดเยื้อเพียงใด
แรงกระแทกอาจลากยาว มากกว่าน้ำมันขาดตลาดทันที
ดร.พิพัฒน์มองว่า สถานการณ์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นมากกว่าคือ การโจมตีและรบกวนเส้นทางขนส่งเป็นระยะ ไม่ถึงขั้นปิดช่องแคบอย่างสมบูรณ์ ผลที่ตามมาอาจไม่ใช่ภาวะน้ำมันขาดตลาดอย่างฉับพลัน แต่เป็นต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง และเบี้ยประกันภัยที่สูงขึ้นและอยู่กับเศรษฐกิจโลกนานกว่าที่คาด
จุดที่แตกต่างจากวิกฤตทะเลแดงเมื่อปี 2567 คือ รอบนี้ “เบาะรองรับ” ของเศรษฐกิจโลกบางลง ช่องแคบฮอร์มุซมีปัญหาอยู่ก่อนแล้ว สต็อกน้ำมันโลกลดลง และตลาดเริ่มให้น้ำหนักกับความเสี่ยงที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed อาจกลับมาขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของไทยมีฐานะติดลบหลายหมื่นล้านบาท
หากราคาพลังงานและค่าขนส่งส่งผ่านไปยังราคาสินค้า เงินเฟ้ออาจค้างอยู่ในระดับสูง ทำให้ธนาคารกลางลดดอกเบี้ยได้ยากขึ้น กระทบต่อการลงทุนซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจโลกในปีนี้ โดยเฉพาะการลงทุนด้าน AI
ความเสี่ยงที่ต้องจับตาจึงขยับจากเรื่อง “น้ำมันจะขาดหรือไม่” ไปสู่คำถามว่า โลกกำลังจะเผชิญภาวะ Stagflation หรือเศรษฐกิจชะลอตัวพร้อมเงินเฟ้อสูงอีกครั้งหรือไม่ ส่วนฉากทัศน์เลวร้ายคือภาพต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพแบบปี 2565-2566 กลับมา
3 สัญญาณที่ต้องจับตาจากนี้
ดร.พิพัฒน์ระบุ 3 ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่
กลุ่มฮูตีจะควบคุมชายฝั่งติดช่องแคบบับเอลมันเดบได้หรือไม่ เริ่มโจมตีเรือมากขึ้นหรือยัง และกองกำลังนานาชาติ โดยเฉพาะสหรัฐฯ จะควบคุมสถานการณ์ได้เพียงใด
เบี้ยประกันภัยสงครามและค่าระวางเรือ เนื่องจากต้นทุนทั้งสองรายการมักปรับขึ้นก่อนราคาน้ำมัน และใช้เป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าได้
ผลการประชุม Fed วันที่ 15-16 กันยายน ซึ่งจะสะท้อนว่าแรงกดดันด้านพลังงานมีน้ำหนักต่อทิศทางเงินเฟ้อและดอกเบี้ยมากเพียงใด
ด้านหนึ่ง โลกยังมีประสบการณ์จากวิกฤตเงินเฟ้อปี 2565 เหตุปั่นป่วนในทะเลแดงปี 2567 และราคาน้ำมันที่เคยพุ่งถึง 126 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อเดือนเมษายน ธุรกิจจึงรู้วิธีปรับเส้นทางเดินเรือและบริหารสต็อกมากขึ้น ขณะที่ธนาคารกลางมีบทเรียนในการรับมือเงินเฟ้อมาแล้ว
แต่อีกด้านหนึ่ง หาก “ประตูหน้า” และ “ประตูหนีไฟ” ของน้ำมันโลกถูกกดดันพร้อมกัน ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นย่อมไม่ได้หยุดอยู่ในตลาดพลังงาน แต่อาจเดินทางต่อไปถึงค่าขนส่ง ราคาสินค้า ดอกเบี้ย การลงทุน และค่าครองชีพของผู้คนทั่วโลก ดังที่ ดร.พิพัฒน์ ทิ้งท้ายไว้ว่า
“ภูมิรัฐศาสตร์ไม่มีใครควบคุมได้ แต่ความพร้อมของตัวเองเราควบคุมได้ ไม่ต้องกลัว แต่อย่าประมาท”
อ่านข่าวเศรษฐกิจและนโยบายรัฐ กับ ThairathMoney เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี ได้ที่
https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney
深入剖析人工智能芯片股:涨幅已达数千个百分点,还有哪些投资机会?| 数字前沿访谈 第72期
中东动荡局势影响了从霍尔木兹海峡到曼德海峡的三条能源运输路线;全球油价面临下跌 4% 的风险,可能超过每桶 107 美元;经济学家警告称,这可能对泰国消费者造成通胀影响。
“Amata - B.Grimm”进军漂浮式太阳能发电领域。
全世界都在关注霍尔木兹海峡,但现在能源风险正在蔓延到曼德海峡,这条通道连接红海和亚丁湾,意为“眼泪之门”。
也门胡塞武装最近的行动,加上沙特阿拉伯一条重要输油管道的关闭,同时对中东三条石油出口路线施加压力,这一事件可能导致全球石油供应减少高达 4%。
沙特阿拉伯输油管道停运;霍尔木兹绕行路线中断。
路透社今日报道,沙特阿拉伯的东西输油管道遭到一架来自伊拉克的无人机袭击后关闭。在霍尔木兹海峡局势动荡之际,这条输油管道至关重要,因为它是沙特阿拉伯东部石油经该国向红海港口输送石油的重要通道,使沙特阿拉伯无需经过霍尔木兹海峡即可出口石油。
当输油管道关闭时,通过其他途径出口石油的能力会立即下降。路透社估计,如果问题持续下去,可能会影响全球高达4%的石油供应。
据报道,霍尔木兹海峡一艘船只遭到袭击,起火并迫使船员撤离,局势进一步升级。与此同时,伊朗方面称,其一艘商船在其海岸附近遭到袭击,造成一人死亡,四人受伤。
“曼德海峡大门”,世界的防火通道。
Kiatnakin Phatra 金融集团首席经济学家 Pipat Luangnarumitchai 博士解释道:如果霍尔木兹海峡是自年初以来一直出现问题的“前门”,那么曼德海峡就是帮助维持全球石油运输的“逃生门”。
过去,即使霍尔木兹海峡出现问题,沙特阿拉伯的石油仍然通过管道输送到红海。然而,将石油运往亚洲的船只仍然必须经过曼德海峡。
因此,胡塞武装占领也门港口城市摩加并将兵力调往更靠近海峡的地方,并自 7 月以来宣布封锁沙特阿拉伯的石油运输,这增加了风险。
“如果霍尔木兹海峡是紧闭的大门,那么曼德海峡就是防火逃生通道,现在有人在那里站岗放哨。”
胡塞武装向位于曼德海峡入口处的佩里姆岛推进,引发了人们的担忧,因为近几个月来,这条通道承担了全球约4%至5%的石油供应。这意味着中东能源通道正同时面临来自三个方面的压力:霍尔木兹海峡、曼德海峡以及沙特阿拉伯的东西输油管道。
影响不仅限于石油;全球12%的贸易都沿着这条路线进行。
曼德海峡也是亚洲和欧洲之间的货物运输通道;在正常情况下,全球约 12% 的贸易和大约四分之一的集装箱通过这条通道到达苏伊士运河。
如果船舶无法通过海峡,航运公司必须将其绕道南非好望角,这将使航程增加大约两周,从而导致燃料成本、运费和保险费上涨。
2024年的教训表明,胡塞武装无需完全封锁海峡就能造成巨大冲击。仅仅一次无人机袭击就能使船只的战争保险费增加十倍以上,迫使主要航运公司绕开非洲,即便有美军守卫航线也无济于事。
油价突破100美元大关;市场关注下一个目标价位。
供应风险推动布伦特原油价格突破每桶107美元,接近前期高点。路透社报道称,布伦特原油开盘价一度飙升超过3%,随后略有回落。布伦特原油报每桶107.51美元,WTI原油报每桶102.32美元。
过去一周,油价上涨了约 8%,自 7 月以来首次重回每桶 100 美元以上。
IG 的分析师估计,如果沙特阿拉伯无法恢复东西石油管道的运营,并且有关霍尔木兹海峡的谈判没有取得进展,原油价格可能会接近此前每桶 119.48 美元的高点。
由于伊朗与海湾国家在阿曼举行的峰会被推迟,外交希望有所减弱,市场对交通中断和能源基础设施受损的持续时间感到不确定。
其影响可能比短期石油短缺持续时间更长。
皮帕特博士认为,更有可能出现的情况是一系列袭击和航运路线中断,而非海峡完全关闭。其后果可能并非石油突然短缺,而是能源成本、运输费用和保险费上涨,并且这些影响将在全球经济中持续比预期更长的时间。
与2024年红海危机的主要区别在于,这一次全球经济“缓冲”更加薄弱,霍尔木兹海峡本就问题重重,全球石油库存正在下降,市场开始关注美联储可能恢复加息的风险。与此同时,泰国的燃料基金面临数百亿泰铢的赤字。
如果能源和运输成本转嫁到大宗商品价格上,通胀可能居高不下,这将使各国央行更难降低利率。这将影响投资,而投资是今年支撑全球经济的关键引擎,尤其是人工智能领域的投资。
因此,需要关注的风险已从“是否会出现石油短缺?”转变为“世界是否即将再次面临滞胀,即经济放缓伴随高通胀”。最糟糕的情况是能源成本和生活成本回升至2022-2023年的水平。
从现在开始要留意这三个迹象。
Pipat 博士确定了三个需要监测的关键因素:
胡塞武装能否控制曼德海峡沿岸地区?他们是否开始更频繁地袭击船只?国际部队,特别是美国,能在多大程度上控制局势?
战争保险费和运输费率都很高,因为这两种成本往往在油价上涨之前就会上涨,可以作为早期预警信号。
美联储9月15日至16日会议的结果将反映出能源压力对通胀和利率走向的影响程度。
一方面,世界也从2022年的通胀危机、2024年的红海海难以及4月份油价飙升至每桶126美元的危机中汲取了经验。因此,企业学会了如何更有效地调整运输路线和管理库存,而各国央行也从应对通胀中吸取了教训。
另一方面,正如皮帕特博士总结的那样,如果全球石油市场的“前门”和“消防出口”同时受到压力,成本增加就不会止步于能源市场,而是会蔓延到运输成本、商品价格、利率、投资以及全世界人民的生活成本。
“没有人能控制地缘政治,但我们可以控制自身的准备。无需恐惧,但也不要掉以轻心。”
通过 ThairathMoney 阅读经济新闻和政府政策,帮助您实现“更美好的财务生活”。
https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics
请点击以下链接关注Thairath Money的Facebook主页:https://www.facebook.com/ThairathMoney