สว.สำรอง ยื่นหนังสือถึง กกต. ฉบับที่ 100 เตือนหากเชื่อพยานกลับคำต้องฟ้องแจ้งความเท็จ一名候补参议员向选举委员会提交了第 100 号信函,警告说,如果他们相信一位撤回证词的证人,他们将因作伪证而被起诉。
กลุ่ม สว.สำรอง ยื่นหนังสือฉบับที่ 100 ปิดท้าย ถึง กกต. ก่อนลงมติคดีฮั้วเลือก สว. ชี้พยานหลักฐานชัด จี้เปิดผลโหวตโปร่งใส ห้ามยื้อเวลา เตือน กกต. หากเชื่อพยานกลับคำต้องฟ้องแจ้งความเท็จ

กลุ่ม สว.สำรอง ยื่นหนังสือฉบับที่ 100 ปิดท้าย ถึง กกต. ก่อนลงมติคดีฮั้วเลือก สว. ชี้พยานหลักฐานชัด จี้เปิดผลโหวตโปร่งใส ห้ามยื้อเวลา มั่นใจความจริงปรากฏ เตือน กกต. หากเชื่อพยานกลับคำต้องฟ้องแจ้งความเท็จ
วันที่ 14 ก.ย. 2569 พลตำรวจโท คำรบ ปัญญาแก้ว ตัวแทนกลุ่ม สว.สำรอง และคณะ ติดตามการทำงานและยื่นหนังสือฉบับสุดท้ายถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับการพิจารณาคดีฮั้วเลือก สว. โดยเปิดเผยว่ากลุ่ม สว.สำรอง ได้เคลื่อนไหวเรียกร้องให้ กกต. บริหารจัดการการเลือก สว. ให้เป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรมมาเป็นเวลา 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2567 ซึ่งเป็นวันแรกหลังการเลือก สว. โดยตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาได้ส่งหนังสือถึง กกต. มาแล้วกว่า 100 ฉบับ
สำหรับครั้งนี้ถือเป็นหนังสือฉบับสุดท้ายที่นำมาฝากเจ้าหน้าที่เพื่อส่งตรงถึง กกต. ทั้ง 7 คน ก่อนการพิจารณาวินิจฉัย เนื่องจากพยานหลักฐานต่าง ๆ ได้ถูกเปิดเผยสู่สาธารณชนจนชัดเจนแล้ว
พร้อมกันนี้ยังได้ตั้งข้อสังเกตและคุณสมบัติของ กกต. ชุดปัจจุบัน เนื่องจากมี กกต. ถึง 4 คน ที่ได้รับการรับรองตำแหน่งจาก สว. ชุดปัจจุบัน โดยได้รับคะแนนท่วมท้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคะแนนจาก สว. กลุ่ม 138 คน ที่ถูกกล่าวหา และยังมี กกต. อีก 1 คน มีเรื่องร้องเรียนค้างอยู่ที่สำนักงาน ป.ป.ช. อาจขัดต่อหลักการมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความกังวลตามมาตรา 8 แห่ง พ.ร.ป. ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 ว่า กกต. อาจมีปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนและความผูกพันกับผู้ถูกกล่าวหา จึงขอเรียกร้องให้ กกต. ทั้ง 7 คน ใช้สติ จิตสำนึก และจิตวิญญาณในการพิจารณาบนพยานหลักฐานอย่างตรงไปตรงมา
พลตำรวจโท คำรบ ระบุอีกว่าขอให้การพิจารณาในวันนี้มีความชัดเจนและโปร่งใส โดยขอให้ กกต. แต่ละคนระบุเหตุผลในการวินิจฉัย ความเห็นชอบ ไม่เห็นชอบ หรือข้อท้วงติงไว้อย่างละเอียด เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบย้อนหลังทางกฎหมาย ซึ่งเชื่อว่าจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน และขอให้ กกต. แถลงผลการลงมติอย่างตรงไปตรงมา ไม่ลับๆ ล่อ ๆ หรือยื้อเวลา เช่น แถลงให้ชัดว่ามติออกมาเท่าไหร่ อย่างที่มีกระแสข่าว 5 ต่อ 2 เสียงจริงหรือไม่ และจะมีมติส่งดำเนินคดีกี่คน ส่วนการจัดทำคำวินิจฉัยกลางที่อาจใช้เวลาถึง 60 วัน สังคมยังพอรอได้ แต่ผลการลงมติต้องชัดเจนทันทีเพื่อไม่ให้สังคมเกิดความงุนงง
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีพยานปากเอกยื่นร้องเรียนว่าถูกเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ข่มขู่จนต้องกลับคำให้การ จะมีผลต่อมติของ กกต. หรือไม่ พลตำรวจโท คำรบ ระบุว่าพยานรายนี้ได้เข้าให้การต่อคณะพนักงานสอบสวน ชุดที่ 26 ด้วยตนเองพร้อมทนายความถึง 2-3 ครั้ง โดยมีทั้งพนักงานสอบสวนและอัยการร่วมรับฟัง และคำให้การดังกล่าวถูกนำเสนอต่อ กกต. ทั้ง 7 คน เพื่ออนุมัติให้กันตัวไว้เป็นพยานตามมาตรา 65 ซึ่ง กกต. เป็นผู้อนุมัติเอง ไม่ใช่ชุดที่ 26 ดังนั้น กกต. จึงรับรู้รายละเอียดในสำนวนมาตั้งแต่ต้น
นอกจากนี้ชุดที่ 26 ได้ส่งสำนวนให้ฝ่ายเลขาธิการ กกต. เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ที่ผ่านมา และอยู่ในกระบวนการของสำนักงานฯ จนถึงปลายเดือนสิงหาคมถึงต้นเดือนกันยายน โดยพยานยังไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ ซึ่งต่อมารัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล เข้ามารับหน้าที่เมื่อวันที่ 4 กันยายน และมีการตั้งคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 เมื่อวันที่ 14 กันยายน พยานรายนี้จึงเพิ่งมาขอกลับคำให้การ ซึ่งถือเป็นพฤติการณ์ที่ไม่ปกติ
นอกจากนี้ยังมีข้ออ้างที่ว่าเขียนโพยขึ้นมาเองไม่เป็นความจริง เพราะตนเองเคยนำโพยฉบับแรกมารายงานข่าวต่อสื่อมวลชนตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2567 ซึ่งได้รับมาตั้งแต่วันเลือก สว. ตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายน ส่วนโพยอื่น ๆ อีกกว่า 10 ฉบับ ในสำนวนชุดที่ 26 ก็มีตัวตนผู้เขียนจริงที่เขียนในโรงแรมต่าง ๆ และเข้าให้การไว้แล้ว ดังนั้นการอ้างว่าเขียนโพยขึ้นมาเองจึงเป็นการกล่าวอ้าง หาก กกต. รับฟังก็ต้องทบทวนความเป็นวิญญูชน ซึ่ง กกต. ควรต้องมีมาตรฐานสูงกว่าปกติ
พลตำรวจโท คำรบ ระบุอีกว่าศาลฎีกาเคยมีแนวคำวินิจฉัยเป็นบรรทัดฐานว่า พยานที่มากลับคำให้การในภายหลังเป็นเวลานานโดยไม่มีรายละเอียดใหม่มาหักล้างคำให้การเดิม จะไม่รับฟัง และในสำนวนคดีพิเศษของ DSI พนักงานสอบสวนก็ไม่รับฟังการกลับคำให้การนี้เช่นกัน เนื่องจากพยานเป็นถึงอดีต สส. มาให้การเอง การอ้างว่าถูกชายชุดดำข่มขู่โดยไม่มีหลักฐาน ไม่มีการแจ้งความคดีอาญา หรือขอคุ้มครองความปลอดภัยเพิ่มเติมจึงไม่มีน้ำหนัก แต่หาก กกต. จะรับฟังการกลับคำให้การ กกต. จำเป็นต้องดำเนินคดีอาญากับพยานรายนี้ในข้อหาแจ้งความเท็จ และต้องสั่งยกเลิกหรือเพิกถอนสิทธิการคุ้มครองพยานตามมาตรา 65 ทันที ซึ่งต้องตั้งคำถามว่า กกต. ได้ดำเนินการแล้วหรือยัง
ส่วนประเด็นที่ว่าอาจมีการยกคำร้องในกลุ่มผู้ถูกกล่าวหาล็อตหลัง ตั้งแต่ลำดับที่ 140-229 จนเหลือผู้ถูกส่งดำเนินคดีเพียง 89 คน ซึ่งรายชื่อล็อตหลังส่วนใหญ่เป็นกรรมการบริหารพรรคสีน้ำเงิน พลตำรวจโท คำรบ ให้ความคิดเห็นว่าพยานที่กลับคำให้การถือเป็นพยานปากเอกที่อยู่ในห้องประชุมในวันเกิดเหตุ ซึ่งสามารถระบุตัวบุคคลและกรรมการบริหารพรรคที่ถูกกล่าวหาได้ หากมีความพยายามของ กกต. บางคนที่จะให้น้ำหนักกับพยานกลับคำเพื่อยกคำร้องก็เป็นเรื่องที่น่าสังเกต
อย่างไรก็ตามหากสำนวนนี้ไปถึงชั้นศาลฎีกา ศาลย่อมมีอำนาจไต่สวนสำนวนเดิมของชุดที่ 26 และไต่สวนพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้ทั้งหมด ซึ่งเชื่อมั่นว่าความจริงจะปรากฏในชั้นศาลอย่างแน่นอน
ภาพ : เอกลักษณ์ ไม่น้อย
在参议院选举舞弊案投票前,一群候补参议员向选举委员会递交了他们的第100封也是最后一封信。他们在信中列举了确凿的证据,敦促选举委员会公开透明地公布投票结果,并警告不要拖延。他们表示相信真相终将水落石出,并警告选举委员会,如果他们相信那些撤回证词的证人,将会因虚假陈述而被起诉。
2026年9月14日,代表预备参议员团体的警察中将卡姆罗布·帕尼亚凯乌及其团队跟进工作,并向选举委员会提交了关于参议院选举中串通舞弊案的最终信函。他透露,预备参议员团体自2024年6月28日(参议院选举后的第二天)起,已开展了为期两年的活动,以确保选举委员会公平公正地管理参议院选举。在此期间,他们已向选举委员会发送了100多封信函。
这是最终提交给官员的文件,由他们直接转交给选举委员会的七名成员,之后他们将做出决定,因为所有证据都已公开,而且显而易见。
此外,人们对现任选举委员会的资格表示担忧,因为四名委员是在现任参议院以压倒性多数票通过的,而这些选票主要来自目前受到指控的138名参议员。另外,一名选举委员会委员还面临国家反腐败委员会的投诉,这可能违反了廉洁原则。这些情况引发了人们对2017年《选举委员会法》第8条规定的潜在利益冲突以及与被指控者之间关系的担忧。因此,呼吁所有七名选举委员会委员在审议证据时,秉持公正、无偏的原则,并恪守良知和廉洁。
卡姆罗布中将进一步表示,他要求今天的审议过程必须清晰透明。他要求选举委员会每位成员详细阐述其决定、批准、不批准或反对的理由,以便日后接受他认为不可避免的法律审查。他还要求选举委员会公开透明地公布投票结果,不得隐瞒或拖延。例如,他们应该明确公布最终的计票结果,确认此前报道的5比2的选举结果,并具体说明将有多少人受到起诉。虽然最终裁决的起草可能需要长达60天的时间,公众可以接受,但投票结果必须立即公布,以避免公众产生困惑。
当记者询问关键证人投诉称其受到特别调查局(DSI)官员恐吓而撤回证词,以及这是否会影响选举委员会(EC)的决定时,卡姆罗布中将表示,该证人曾两次或三次在律师陪同下亲自到第26调查组作证。调查人员和检察官均在场。此外,该证词已提交给所有七名选举委员会成员,以批准根据《刑法》第65条给予证人保护。批准该证人保护的是选举委员会本身,而非第26调查组;因此,选举委员会从一开始就了解案件的全部细节。
此外,第26小组委员会于7月17日向选举委员会秘书处提交了案件档案,并一直处于该委员会的审批流程中,直至8月底9月初。在此期间,证人没有任何行动。随后,阿努廷·查恩维拉库尔先生的政府于9月4日就职,第36小组委员会于9月14日成立。此时,该证人才要求撤回其证词,这种行为实属异常。
此外,关于笔记系伪造的说法并不属实,因为笔记的第一版于2024年6月28日提交给媒体,而该笔记的接收日期为6月27日,即参议院选举日当天。至于案件编号26中的其他十余份笔记,其实际撰写者是那些在不同酒店撰写笔记并已作证的人。因此,关于笔记系伪造的说法仅仅是一种断言。如果选举委员会接受这种说法,他们必须反思自身的职业操守,因为选举委员会应当保持比以往更高的标准。
卡姆罗布中将进一步指出,最高法院此前已确立先例,证人若在事后很久才撤回证词,且未提供新的细节反驳其原先的证词,则其证词不予采纳。在特别调查局(DSI)的特别案件档案中,调查人员同样不采纳这份撤回的证词,因为该证人是前国会议员,且证词系本人所作。其声称遭到黑衣人恐吓的说法缺乏证据,未提起刑事诉讼,也未要求提供额外的安全保护。然而,如果选举委员会采纳这份撤回的证词,则必须以作伪证罪起诉该证人,并立即根据《宪法》第65条撤销或取消其证人保护权。那么问题来了:选举委员会是否已这样做了?
关于撤销对编号为140至229的后一批被告的指控,仅留下89人待起诉的问题(其中大部分是蓝党执行委员会成员),卡姆罗布中将评论说,撤回证词的证人是关键证人,事发当天他在会议室,能够辨认出被指控的个人和执行委员会成员。如果选举委员会的某些成员试图采信这位撤回证词的证人以撤销指控,那将值得关注。
然而,如果此案上诉至最高法院,法院将有权审查原案卷(第26号案件)并审查所有其他证据。人们相信,真相终将在法庭上水落石出。
照片:Ekkarat Mainoi