สอศ.ชู White Paper 5 ปี ปั้นอาชีวะสมรรถนะสูงตอบโจทย์อุตสาหกรรมใหม่ประเทศ职业教育委员会办公室 (OVEC) 发布了一份为期 5 年的白皮书,旨在培养高技能职业毕业生,以满足国家新兴产业的需求。
สอศ.ชู White Paper 5 ปี ปั้นอาชีวะสมรรถนะสูงตอบโจทย์อุตสาหกรรมใหม่ประเทศ พลิกโฉมผลิตกำลังคนสายอาชีพแห่งอนาคต

สอศ.ชู White Paper 5 ปี ปั้นอาชีวะสมรรถนะสูงตอบโจทย์อุตสาหกรรมใหม่ประเทศ พลิกโฉมผลิตกำลังคนสายอาชีพแห่งอนาคต
ท่ามกลางโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบอัตโนมัติ และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง “อาชีวศึกษา” กำลังถูกยกระดับบทบาทจากระบบการศึกษาที่มุ่งผลิตแรงงาน ไปสู่กลไกสำคัญในการสร้างกำลังคนสมรรถนะสูงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ภายใต้การขับเคลื่อนของ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาทักษะที่เชื่อมโยงกับโลกการทำงาน ผ่านแนวคิด “เรียนอาชีวะ ได้งาน ได้เงิน ได้วุฒิ” มุ่งให้การเรียนสายอาชีพไม่ใช่แค่การได้รับวุฒิการศึกษา แต่ต้องนำไปสู่การมีทักษะที่ใช้ได้จริง มีงานทำ มีรายได้ และมีโอกาสเติบโตในเส้นทางอาชีพ
แนวคิดดังกล่าวสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จึงนำมาสู่การจัดทำ “White Paper” และกรอบทิศทางการพัฒนาอาชีวศึกษาไทยระยะ 5 ปี พ.ศ. 2571–2575 เพื่อเชื่อมโยง “การเรียน” เข้ากับ “การทำงาน”และ “ความต้องการของประเทศ”
โดย สอศ.ได้ระดมสมองประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “ทิศทางการขับเคลื่อนการอาชีวศึกษาแห่งอนาคต”ขึ้นเมื่อวันที่ 3–4 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา มี ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ ประธานกรรมการการอาชีวศึกษา นั่งหัวโต๊ะพร้อมด้วยคณะอนุกรรมการทั้ง 5 คณะ ผู้ทรงคุณวุฒิ และภาคเอกชน เพื่อจัดทำ White Paper ใช้เป็นกรอบกำหนดทิศทางการพัฒนาอาชีวศึกษาไทยในระยะ 5 ปี
จากเวทีระดมความคิดเห็นได้ข้อเสนอเชิงนโยบายเร่งด่วน 6 ประการ ถูกวางเป็นแนวทางสำคัญสำหรับการเปลี่ยนผ่านอาชีวศึกษาไทย 1.ปฏิรูปหลักสูตร มุ่งพัฒนาหลักสูตร Practical STEM ในรูปแบบ 3+2 พร้อมบรรจุทักษะ AI ในทุกหลักสูตร ควบคู่กับระบบ 1+X Certificate และธนาคารหน่วยกิต 2.ยกระดับครูอาชีวะสู่ “ครูสองสมรรถนะ” พัฒนาครูให้มีทั้งความรู้ทางวิชาการและประสบการณ์จากหน้างานจริง หรือ Double Qualified Teacherโดยตั้งเป้าหมายให้ครูผ่านการรับรองร้อยละ 50 ภายในปี 2575
3.ดึงภาคเอกชนเป็นหุ้นส่วนในการผลิตกำลังคน ยกระดับระบบทวิภาคีให้มีการบริหารจัดการที่เข้มแข็งนำร่องความร่วมมือกับบริษัทขนาดใหญ่ 20 แห่ง 4. ยกระดับมาตรฐานและภาพลักษณ์ผู้จบอาชีวศึกษา ปรับมุมมองต่อผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาจาก “ผู้ปฏิบัติงาน” สู่ “Technical Service Provider” ผู้มีสมรรถนะในการให้บริการทางเทคนิค ยกระดับสู่มาตรฐานสากล และผลักดันค่าตอบแทนเริ่มต้นให้เหมาะสมกับทักษะความสามารถ
5. ประกาศวาระ AI อาชีวศึกษาแห่งชาติ ให้ผู้เรียนทุกคนมีพื้นฐาน AI Literacy พร้อมพัฒนาระบบ Big Data ด้านอาชีวศึกษาบนระบบคลาวด์ เพื่อใช้ข้อมูลเป็นฐานในการบริหารจัดการ การจัดการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล การแนะแนวอาชีพ และการติดตามเส้นทางอาชีพของผู้สำเร็จการศึกษา และ 6. ปฏิรูปงบประมาณสู่การลงทุนระยะยาว ผลักดันแนวคิด “Free VET Thailand” เพื่อสนับสนุนโอกาสทางการศึกษา พร้อมพัฒนาศูนย์เทคโนโลยีขั้นสูงด้าน Robotics, AI, EV และ Smart Manufacturing ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เทคโนโลยีที่สอดคล้องกับโลกการทำงานจริง
นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงของโลกทำให้การผลิตกำลังคนไม่สามารถเป็นภารกิจของสถานศึกษาเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือกับภาคเอกชนในทุกมิติ ตั้งแต่การร่วมพัฒนาหลักสูตร การจัดการเรียนรู้ การฝึกประสบการณ์จริง การสนับสนุนทรัพยากร ห้องปฏิบัติการ เครื่องมือ อุปกรณ์ และเทคโนโลยี ตลอดจนการพัฒนาครูให้มีประสบการณ์ตรงจากสถานประกอบการ
“หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อน คือการสร้าง Partnership ระหว่าง สอศ. กับภาคเอกชนในทุกมิติ ตั้งแต่การร่วมออกแบบหลักสูตร การจัดการเรียนรู้ การฝึกประสบการณ์จริง การสนับสนุนเครื่องมือและเทคโนโลยี ไปจนถึงการพัฒนาครู”
การจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีจึงมีบทบาทในฐานะสะพานเชื่อมระหว่างห้องเรียนกับสถานประกอบการ และเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้นโยบาย “ได้งาน ได้เงิน ได้วุฒิ” เกิดขึ้นได้จริงในเส้นทางการเรียนสายอาชีพ
หลังเวทีสัมมนา คณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการทั้ง 5 คณะจัดทำรายละเอียดเพิ่มเติม ขณะที่ สอศ. จะนำข้อเสนอไปจัดทำ White Paper และแผนขับเคลื่อนเชิงนโยบาย โดยมีประเด็นสำคัญครอบคลุมทั้งการจัดตั้งกองทุนเพื่อการอาชีวศึกษา การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การยกระดับครูและบุคลากร การพัฒนาหลักสูตรร่วมกับภาคเอกชน ตลอดจนการนำ AI และ Big Data มาเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการบริหารจัดการอาชีวศึกษาทั้งระบบ
พร้อมผลักดันประเด็นการพัฒนาอาชีวศึกษาเข้าสู่ ร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 เพื่อให้การพัฒนากำลังคนไม่ใช่เพียงภารกิจของภาคการศึกษา แต่เป็น วาระสำคัญของประเทศ
นี่จึงไม่ใช่เพียงการ “ปรับหลักสูตร” หรือ “เพิ่มเทคโนโลยี” ให้กับอาชีวศึกษา แต่คือการออกแบบระบบใหม่ให้ การเรียนรู้ ทักษะ เทคโนโลยี และตลาดแรงงานเดินไปในทิศทางเดียวกัน
เป้าหมายปลายทางคือ การทำให้ผู้เรียนอาชีวศึกษามีทักษะที่ตลาดต้องการ มีประสบการณ์จากการทำงานจริง สามารถใช้เทคโนโลยีและ AI เป็นเครื่องมือในการทำงาน และพัฒนาทักษะของตนเองได้ตลอดชีวิต พร้อมมีเส้นทางสู่การมีงานทำและรายได้ที่ชัดเจน
ภาคอุตสาหกรรมจะได้กำลังคนที่ตรงกับความต้องการมากขึ้น ประเทศมีบุคลากรรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และระบบการศึกษาสามารถปรับตัวได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก
เพราะอาชีวะวันนี้ ไม่ใช่ “ทางเลือก” แต่คือ “ทางหลัก” ของคนรุ่นใหม่และของประเทศ
职业教育委员会办公室 (OVEC) 发布了一份为期 5 年的白皮书,概述了培养高技能职业毕业生以满足国家新兴产业需求、转变未来专业劳动力生产方式的计划。
在数字技术、人工智能 (AI)、自动化和先进技术产业驱动下,工作世界瞬息万变,职业教育的作用日益提升,从以生产劳动力为中心的体系转变为培养高技能人才以推动国家经济发展的关键机制。
这一方向与教育部在教育部长普拉瑟·詹塔拉翁通先生的领导下所推行的政策相一致,该政策优先考虑创造教育机会并培养与就业世界相关的技能。“职业教育带来就业、收入和资格”的理念旨在确保职业教育不仅仅是获得学位,还能带来实用技能、就业机会、收入和职业发展机会。
基于这一理念,职业教育委员会办公室 (OVEC) 制定了一份“白皮书”和泰国职业教育发展五年框架 (2028-2032),旨在将“学习”与“工作”和“国家需求”联系起来。
职业教育委员会办公室(OVEC)于2026年7月3日至4日举办了一场题为“引领未来职业教育发展方向”的研讨会。职业教育委员会主席皮切特·杜隆卡韦罗博士主持了会议,与会代表包括五个下属委员会的代表、专家以及私营部门代表。会议旨在制定一份白皮书,为未来五年泰国职业教育的发展方向提供框架。
在头脑风暴会议上,确定了六项亟需落实的政策建议,作为泰国职业教育转型的重要指导方针:1. 课程改革:重点发展3+2模式的实用型STEM课程,将人工智能技能融入所有课程,并辅以1+X证书体系和学分库。2. 将职业教师提升为“双料教师”:培养兼具学术知识和实践经验的教师,即双资质教师,目标是到2032年实现50%的教师获得资格认证。
3. 鼓励私营部门参与劳动力发展,提升双元制职业培训体系的管理水平,并与20家大型企业开展试点合作。4. 提升职业院校毕业生的素质和形象,转变人们对职业院校毕业生的认知,从“工人”转变为“技术服务提供者”(即具备提供技术服务能力的人员),使其达到国际标准,并推动起薪与技能和能力相匹配。
5. 公布国家人工智能职业教育议程,确保所有学生具备人工智能素养基础,并开发基于云的职业教育大数据系统。该系统将以数据为基础,用于管理、学习管理、评估、职业指导以及追踪毕业生的职业发展路径。6. 改革预算,转向长期投资,推广“泰国免费职业教育”理念,以支持教育机会,并发展机器人、人工智能、电动汽车和智能制造等领域的先进技术中心,使学生能够学习与实际工作相关的技术。
职业教育委员会秘书长约萨波尔·韦努科塞特先生指出,全球变化意味着培养技能型人才不再仅仅是教育机构的责任。这必须涉及与私营部门在各个方面的合作,从联合课程开发和学习管理到实践经验培训、资源支持、实验室、工具、设备和技术,以及培养具有企业直接经验的教师。
“这项举措的关键在于职业教育委员会与私营部门在各个方面建立伙伴关系,从共同设计课程和管理学习,到提供实践经验、支持工具和技术,以及培养教师。”
因此,双元制职业教育体系发挥着连接课堂和工作场所的桥梁作用,是使“获得工作、获得收入、获得资格”的政策在职业教育途径中成为现实的关键机制。
研讨会结束后,职业教育委员会责成五个小组委员会进一步完善细节。同时,职业教育委员会办公室(OVEC)将把这些建议纳入白皮书和政策规划。重点议题包括设立职业教育基金、投资基础设施建设、提升教师和人员素质、与私营部门合作开发课程,以及利用人工智能和大数据技术作为职业教育整体管理的基础。
我们致力于将职业教育发展纳入第十四个国民经济和社会发展计划草案,使人力资源开发不仅是教育部门的责任,而且是一项重要的国家议程。
因此,这不仅仅是“修改课程”或“在职业教育中加入技术”的问题,而是要设计一个新系统,使学习、技能、技术和劳动力市场朝着同一个方向发展。
最终目标是使职业学生掌握市场所需的技能、实践工作经验、在工作中运用技术和人工智能作为工具的能力,以及终身技能发展的能力,并为就业和收入提供明确的途径。
工业部门将拥有更符合自身需求的劳动力,国家将拥有能够支持未来产业的技能型劳动力,教育体系也将能够适应全球变化。
因为如今职业教育不再是“可选项”,而是新一代和国家的“主要途径”。