iLaw จ่อเปิดชื่อคดีฮั้ว สว. คนที่ไม่ถูกส่งฟ้อง อ้างพยานกลับคำให้การ คือ “เอกราช”iLaw即将公布一名涉嫌参与参议员串谋案但尚未被起诉的人员的姓名,理由是一位证人撤回了证词。此人名叫“埃卡拉赫”。
“เป๋า ยิ่งชีพ” อ่านแถลงการณ์ iLaw ซัด สว. กำลังล้ำเส้น วางบทบาทหน้าที่เหมือนเป็นศาล ย้ำเปิดชื่อคนไม่ถูกส่งฟ้องแน่ อ้างพยานลำดับที่ 16/26 คือ “เอกราช ช่างเหลา” เตรียมเปิดคำให้การ 2 ทุ่มคืนนี้

“เป๋า ยิ่งชีพ” นำออกแถลงการณ์ iLaw ซัด สว. กำลังล้ำเส้น วางบทบาทหน้าที่เหมือนเป็นศาล ย้ำเปิดชื่อคนไม่ถูกส่งฟ้องแน่ อ้างพยานลำดับที่ 16/26 คือ “เอกราช ช่างเหลา” เตรียมเปิดคำให้การ 2 ทุ่มคืนนี้
วันที่ 14 กันยายน 2569 ที่สำนักงาน iLaw นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ ไอลอว์ พร้อมด้วย บุณยนุช มัทธุจักร กัลยกร สุนทรพฤกษ์ และ พัชชา ชัยมงคลทรัพ เจ้าหน้าที่ไอลอว์ ออกแถลงการณ์หลัง ผลคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. มีมติส่งศาลฎีกาฟ้องบุคคลพัวพันคดีฮั้ว สว. แค่ 77 คน โดยไม่มีคนในพรรคภูมิใจไทยเกี่ยวข้อง ว่า 1. ผลการวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่เสียงส่วนใหญ่ไม่ฟ้องคณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย แต่เลือกฟ้อง สว. เพียง 26 คนและทีมงานเครือข่าย เป็นเรื่องไม่น่าแปลกใจ โดยคำวินิจฉัยดังกล่าวหมายความว่า ผู้ถูกกล่าวหาอีก 152 คนจะไม่ถูกดำเนินคดี เพราะเราทราบกันดีอยู่แล้วว่า กกต. ชุดนี้มีที่มาจากการเลือกของ สว. เอง และเราก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่า สว. ชุดนี้มีที่มาความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับใคร ผลการวินิจฉัยที่ออกมาไม่เหนือความคาดหมาย
2.คำสั่งให้ดำเนินคดีกับ สว. 26 คนแสดงให้เห็นว่า ข้อเท็จจริงที่ได้จากการสืบสวนในสำนวนพบหลักฐานว่า มีการโกงการเลือก สว. เกิดขึ้นจริง โดย กกต. ตัดสินใจดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 77 เป็นมาตราที่เกี่ยวข้องกับการให้ผลตอบแทนในการเลือก สว.
อย่างไรก็ดี ขบวนการโกงการเลือก สว. ในปี 2567 เป็นขบวนการใหญ่มาก เป็นไปไม่ได้ที่จะมีผู้เกี่ยวข้องเพียงไม่กี่คน จากตัวอย่างหนึ่งที่นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. อธิบายคือ เส้นทางการเงินของนายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม สว. กลุ่ม 13 กลุ่มผู้ประกอบอาชีพด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสาร การพัฒนานวัตกรรม จังหวัดหนองบัวลำภู โดยนายสรชาติได้คะแนนในรอบเลือกกันเองเป็นอันดับ 5 จาก 154 คน และได้คะแนนในรอบเลือกไขว้ 66 คะแนน สูงเป็นอันดับหนึ่งของกลุ่ม 13 จึงเป็นไปไม่ได้ที่นายสรชาติจะได้คะแนนจากบุคคลเพียงไม่กี่คนที่ปรากฏหลักฐานการโอนเงินให้ แต่ต้องได้คะแนนจากบุคคลอีกมากในขบวนการนี้
การพิจารณาของ กกต. แยกเป็นรายคนว่า ใครมีหลักฐานอะไรบ้าง แต่ไม่ได้พิจารณาภาพรวมอย่างเป็นกระบวนการว่า ทั้งหมดนี้ไม่อาจเกิดขึ้นได้โดยบุคคลเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ซึ่งนายสรชาติมีหมายเลขปรากฏอยู่ในโพยที่พยานนำมาให้ร่วมกับคนอื่นจำนวนมาก ดังกล่าวจึงไม่เป็นเหตุเป็นผลเลยที่ สว. คนอื่นที่ปรากฏหมายเลขในโพยเดียวกันไม่รู้เห็นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
3. กกต. กำลัง “ล้ำเส้น” วางบทบาทหน้าที่เหมือนเป็นศาล หน้าที่ของ กกต. คือต้องไต่สวนคดีโกงเลือก สว. ตามกฎหมายเลือก สว. ระบุว่า ถ้ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกหรือรู้เห็นกับการกระทำของบุคคลอื่น อันทำให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ให้ กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น
ตามที่นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. ระบุว่าพยานไม่น่าเชื่อถือ คำให้การของพยานไม่สอดคล้องกัน และอ้างว่าไม่พบหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องกับการ “โกงเลือก สว.” ที่พยานอ้าง จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่จะตัดสินใจ “ไม่ส่งฟ้อง” ผู้ถูกกล่าวหาในคดีโกงเลือก สว. ที่เหลือ กกต. กำลังวางบทบาท “ล้ำเส้น” บทบาทหน้าที่เสมือนเป็นศาล
ขอย้ำว่า หน้าที่ของ กกต. เมื่อไม่พบหลักฐาน คือ ต้องแสวงหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อพิสูจน์ว่าขบวนการตระเตรียมการโกงเลือก สว. ที่พยานกล่าวอ้างนั้น มี “หลักฐานอันควรเชื่อ” หรือไม่ ไม่ใช่ตัดสินไปก่อนว่า “พยานไม่น่าเชื่อถือ” และยุติการแสวงหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม ขณะที่บทบาทในการตัดสินชี้ถูกชี้ผิด ชั่งน้ำหนักว่าพยานหลักฐานใดน่าเชื่อถือหรือไม่น่าเชื่อถือ เป็นหน้าที่ของศาลฎีกา องค์กรตุลาการที่มีที่มา “เป็นกลาง” กว่า กกต. ที่มาจากความเห็นชอบโดยวุฒิสภา
การที่ กกต. ตัดสินใจไม่ส่งให้ศาลฎีกาแผนกพิจารณากรณีของผู้ถูกกล่าวหาที่ไม่ส่งฟ้องไป ยังเป็นการ “ปิดโอกาส” ไม่ให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ซึ่งมีกระบวนการพิจารณาคดีแบบไต่สวน ได้เรียกพยานหลักฐานเพิ่มเติม และ “ปิดโอกาส” ไม่ให้ประชาชนได้ร่วมเข้าดูกระบวนการพิจารณาคดีของผู้ถูกกล่าวหาที่ กกต. สั่งไม่ฟ้องแบบเปิดเผย
4. หลังจากนี้เราจะทยอยเปิดข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่ไม่ถูกฟ้อง ที่เป็นข้อมูลที่เราได้รับมาจากสำนวนการสืบสวน พูดตรงไปตรงมาก่อนเลยว่า พยานลำดับที่ 16/26 ที่ถกเถียงกันนั้นคือนายเอกราช ช่างเหลา อดีต สส. เขต 4 พรรคภูมิใจไทย โดยในปี 2567 ระหว่างการเลือก สว. เอกราชเป็น สส. ของพรรคภูมิใจไทย และเกี่ยวข้องกับการนำพยานลำดับ 21/26 ซึ่งก็คือ นายอัษฎางค์ แสวงการ เข้าสู่การสมัคร สว. ในจังหวัดขอนแก่นและได้เป็น สว. ในที่สุด ซึ่งหมายเลขของนายอัษฎางค์คือ หมายเลข 150 อยู่ในโพยเดียวกับสรชาติ
นอกจากนี้ยังมีพยานหนึ่งปากเคยกล่าวว่า นายเอกราช ช่างเหลา โทรหานายเนวิน ชิดชอบ และมีหลักฐานจากสำนวนคดีว่า นายเอกราชโทรหานายเนวิน ดังนั้น หากจะกล่าวว่า คำให้การของนายเอกราช ช่างเหลาเลื่อนลอยไม่มีที่มาเลยก็คงจะไม่สมเหตุสมผล วันนี้เวลา 20:00 น. เราจะเปิดเผยคำให้การของนายเอกราช ช่างเหลาฉบับจริง
5. นาทีนี้ชัดเจนแล้วว่า กกต. ที่มาจากการเลือกของ สว. ได้ใช้อำนาจวินิจฉัยเพื่อปกป้อง สว.สีน้ำเงิน หลังจากนี้ประเทศไทยกำลังเดินหน้าสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยมีร่างรัฐธรรมนูญที่เสนอโดยพรรคภูมิใจไทยที่ให้อำนาจกับ สว.สีน้ำเงินในการหยิบเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้ตามอำเภอใจ สามารถอนุมัติหรือไม่อนุมัติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้เป็นไปดั่งที่เขาต้องการ
ซึ่งเรายืนยันไม่เห็นด้วย เราจำเป็นต้องออกจากระบบนี้ให้ได้โดยตอนนี้เรามีหนทางเดียวคือ เราจะต้องคัดค้านกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่สีน้ำเงินจะยึดครอง โดยการร่วมเข้าชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ให้มี สสร. เลือกตั้ง และไม่ต้องผ่านมือ สว.สีน้ำเงิน
“Pao Yingcheep”牵头发表了iLaw的声明,批评参议院越权行事,扮演法庭的角色。他强调,公布那些可能不会被起诉的人的姓名是错误的,并指出证人16/26“Ekkarach Changlao”是关键证人,其证词定于今晚8点公布。
2026年9月14日,在iLaw办公室,互联网人民法律项目(iLaw)主任英奇普·阿查农先生与iLaw工作人员布尼亚努奇·马图贾克、卡利亚科恩·孙通普鲁克和帕查·柴蒙科尔塔普就选举委员会决定仅将参议院串谋案中的77名涉案人员(不包括泰自豪党成员)移交最高法院一事发表声明。声明如下:1. 选举委员会以多数票决定不起诉泰自豪党执行委员会,而仅起诉26名参议员及其关系网,这一决定并不令人意外。这意味着其他152名被告将不会受到起诉,因为众所周知,该届选举委员会是由参议院自行选出的,我们也清楚这些参议员之间的关系。这一结果在意料之中。
2. 对26名参议员提起诉讼的命令表明,调查发现了参议院选举舞弊的证据。选举委员会决定依据2018年《参议院议员遴选法》第77条提起诉讼,该条款涉及参议员当选的补偿规定。
然而,2024年参议院选举中的舞弊行为是一场规模巨大的行动。不可能只有少数人参与其中。选举委员会主席纳隆·克兰瓦林先生举例说明了这一点:来自农磨兰普省第13组(科学、技术、通信和创新发展领域)的参议员索拉查·维查亚苏万普罗姆的资金流向。索拉查参议员在自选轮次中从154名候选人中排名第五,并在第13组的交叉选举轮次中获得最高票数(66票)。因此,他不可能只从少数几个有记录的转账者那里获得选票;他必定是从更多参与此舞弊行为的人那里获得选票。
选举委员会的审查是逐案进行的,只关注谁掌握了哪些证据,却忽略了整个过程,以及这一切不可能仅靠少数人就能完成的事实。索拉查特先生的号码与其他许多人的号码一起出现在证人提供的名单上。因此,其他号码也出现在同一份名单上的参议员不可能对所发生的事情毫不知情,这显然是不合逻辑的。
3. 选举委员会越权行事,扮演了法院的角色。选举委员会的职责是调查参议院选举中的舞弊行为。《参议院选举法》规定,如果有可信的证据表明候选人或任何其他人在选举中实施了舞弊行为,或知悉他人实施了导致选举不公平或不公正的行为,选举委员会应向最高法院提起诉讼,要求撤销该人的参选资格或投票权。
选举委员会主席纳隆·克兰瓦林先生表示,证人证词不可信,前后矛盾,而且没有找到其他与证人所指控的“参议员选举舞弊”相关的证据。这正是委员会决定不对参议员选举舞弊案中的其他被告提起诉讼的原因之一。选举委员会越权行事,更像是法院。
重申一下,选举委员会的职责是在未发现证据的情况下,寻求进一步证据,以证明证人所声称的操纵参议院选举的阴谋是否“可信”,而不是先入为主地认定“证人不可信”并停止寻找进一步证据。判定有罪或无罪以及权衡证据可信度的职责,属于最高法院。最高法院是一个司法机构,其来源比经参议院批准任命的选举委员会更为“中立”。
选举委员会决定不将案件提交最高法院选举庭审理,以审理未被起诉的被告,这“关闭了”最高法院选举庭(采用调查程序)要求提供更多证据的机会,也“关闭了”公众公开旁听选举委员会下令不予起诉的被告审判程序的机会。
4. 随后,我们将根据调查档案中获取的信息,逐步公布与未被起诉人员相关的信息。坦白地说,引发争议的证人16/26是泰自豪党第四选区前议员埃卡拉·昌劳先生。2024年参议院选举期间,埃卡拉是泰自豪党议员,他参与了将证人21/26阿萨当·桑坎先生推入孔敬府参议院候选人名单,最终促成其当选。阿萨当先生的候选人编号为150,与索拉查特在同一名单上。
此外,一位证人作证称,埃卡拉·昌劳先生曾致电纽因·奇乔布先生,而案卷中也有证据证明埃卡拉·昌劳先生确实致电过纽因先生。因此,认为埃卡拉·昌劳先生的证词毫无根据是不合理的。今晚8点,我们将公布埃卡拉·昌劳先生的真实证词。
5. 至此,由参议院选出的选举委员会显然已利用其司法权力保护“蓝党”参议员。随后,泰国正着手起草新宪法,泰自豪党提出的草案赋予“蓝党”参议员任意选择宪法起草者并根据自身意愿批准或否决新宪法的权力。
我们坚决反对这种做法。我们必须摆脱这个体制,而现在,我们唯一的出路就是反对“蓝党”掌控的新宪法起草过程。这意味着我们要发起请愿,提出一份由人民起草的宪法草案,并由民选的制宪会议来制定,绕过“蓝党”控制的参议院。