มท. ลุยจัดระเบียบสังคม สั่งรื้อระบบขอสัญชาติ ทบทวนหลักเกณฑ์-ตรวจย้อนหลัง内政部正在严厉打击社会结构重组,下令彻底改革公民身份申请制度,审查申请标准,并进行追溯性审查。
“พลพีร์-วรศิษฎ์” ประชุมชุดเฉพาะกิจจัดระเบียบสังคม สั่งรื้อระบบขอสัญชาติ ทบทวนหลักเกณฑ์-ตรวจสอบย้อนหลัง เหตุปราบนอมินีพบหลายคดีโยงต่างชาติถือสัญชาติไทย

“พลพีร์-วรศิษฎ์” ประชุมชุดเฉพาะกิจจัดระเบียบสังคม สั่งรื้อระบบขอสัญชาติ ทบทวนหลักเกณฑ์-ตรวจสอบย้อนหลัง เหตุปราบนอมินีพบหลายคดีโยงต่างชาติถือสัญชาติไทย
วันที่ 14 กันยายน 2569 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมชุดเฉพาะกิจจัดระเบียบสังคมของกระทรวงมหาดไทย ครั้งที่ 3/2569 ที่ประชุมห้องประชุมราชสีห์ ชั้น 2 กระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ประชุมชุดเฉพาะกิจจัดระเบียบสังคม เพื่อติดตามผลการดำเนินงานประจำเดือน พร้อมสั่งการครั้งสำคัญให้ทบทวนระบบและหลักเกณฑ์การขอสัญชาติไทย หลังการลงพื้นที่ปราบปรามภัยสังคมและเครือข่ายนอมินี พบหลายคดีมีความเชื่อมโยงกับบุคคลต่างชาติที่ถือสัญชาติไทย
ทั้งนี้ ที่ประชุมมีข้อสั่งการให้ “รื้อระบบการขอสัญชาติ” โดยทบทวนตั้งแต่ขั้นตอน หลักเกณฑ์ และกระบวนการพิจารณาการขอสัญชาติ รวมถึงตรวจสอบย้อนหลังถึงการได้มาซึ่งสัญชาติไทย เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณาปรับปรุงพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ปิดช่องโหว่ และปกป้องสิทธิของคนไทย
ข้อสั่งการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังชุดเฉพาะกิจจัดระเบียบสังคม นำโดยนายพลพีร์ ลงพื้นที่ตรวจสอบและปราบปรามภัยสังคมในหลายจังหวัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะปัญหาชาวต่างชาติถือครองทรัพย์สินหรือประกอบธุรกิจในประเทศไทยผ่านการใช้คนไทยเป็นตัวแทน หรือ “นอมินี”
จากการดำเนินงานพบว่า หลายคดีมีความเกี่ยวพันหรือเชื่อมโยงกับบุคคลต่างชาติที่ถือสัญชาติไทย จึงนำมาสู่การทบทวนว่ากระบวนการและหลักเกณฑ์การได้มาซึ่งสัญชาติที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน มีช่องว่างที่อาจถูกนำไปใช้แสวงหาประโยชน์หรือหลีกเลี่ยงข้อจำกัดตามกฎหมายหรือไม่ โดย มีการกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบกระบวนการดังกล่าวอย่างละเอียด พร้อมทบทวนหลักเกณฑ์การขอสัญชาติ เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงกฎหมายให้รัดกุมและทันต่อสถานการณ์ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ ปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของประชาชนไทย
นอกจากนี้ ยังขอให้กรมการปกครองเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายคนเข้าเมืองให้แก่เจ้าหน้าที่ตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ ไปจนถึงหมู่บ้านและชุมชน เพื่อให้ฝ่ายปกครองและประชาชนในพื้นที่ร่วมกันเป็นหูเป็นตา เฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสเมื่อพบพฤติการณ์ผิดปกติ
โดยเฉพาะกรณีชาวต่างชาติหลอกนำบัตรประชาชนหรือข้อมูลของคนไทยไปใช้สวมสิทธิจัดตั้งบริษัท ซึ่งที่ผ่านมาเคยตรวจพบกรณีลักษณะดังกล่าวในจังหวัดสกลนครและนครพนม และอาจนำไปสู่การใช้คนไทยเป็นนอมินีเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดตามกฎหมาย
ทั้งนี้ ได้ให้กรมการปกครองตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง 1 ปี เพื่อค้นหาความผิดปกติและช่องโหว่ของระบบ ก่อนนำผลการตรวจสอบมาประกอบการทบทวนหลักเกณฑ์ รวมถึงพิจารณาปรับปรุง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.2508 ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และป้องกันไม่ให้มีการใช้ช่องว่างของกฎหมายสร้างความเสียหายต่อสิทธิและผลประโยชน์ของคนไทย
“Phonpee-Worrasit”主持召开特别工作组会议,旨在恢复社会秩序,下令改革公民身份申请系统,审查申请标准,并开展回顾性调查。此前,警方发现多起涉及持有泰国国籍的被提名人的案件。
2026年9月14日,内政部副部长波尔佩拉·苏万纳查维先生在内政部二楼拉贾西会议室主持召开了内政部社会秩序工作组2026年第三次会议。内政部副部长沃拉西·连普拉西先生也出席了会议。会议回顾了月度工作,并就审查泰国公民身份申请制度和标准作出了重要指示。此前,针对社会问题和提名网络开展的实地行动中,发现了一些与持有泰国公民身份的外国公民有关的案例。
会议指示对公民身份申请系统进行“全面改革”,审查公民身份申请的程序、标准和审核流程。这包括对泰国公民身份的获取方式进行回顾性调查,并利用调查结果对1965年《国籍法》进行修订,使其符合当前情况,堵塞漏洞,并保护泰国公民的权利。
此前,由波尔皮尔先生领导的特别工作组对全国多个省份进行了检查,并严厉打击了社会问题,特别是外国人通过泰国国民作为代理人在泰国拥有资产或开展业务的问题。
调查显示,许多案件涉及持有泰国国籍的外国公民。这促使当局对现行的入籍程序和标准进行审查,以确定是否存在任何可被利用或规避法律限制的漏洞。相关机构被指示彻底调查这些程序,并审查入籍申请标准,以完善法律框架,使其更加严格和符合时代要求。其主要目标是保护泰国公民的权利和利益。
此外,敦促省级行政部门加快对省、县、村、社区各级官员进行移民法相关知识的培训。这将有助于地方政府和公众携手合作,保持警惕,监控并举报任何可疑活动。
尤其是在外国人以欺诈手段获取泰国公民身份证或个人信息,并利用这些信息非法设立公司的情况下,情况更是如此。此类案件已在沙功那空府和那空帕侬府被发现,并可能导致有人利用泰国公民作为代理人来规避法律限制。
省行政部门已奉命审查过去一年的数据,以找出系统中的违规行为和漏洞。审查结果将用于修订相关标准,并考虑修改1965年《国籍法》,使其与当前情况相符,防止有人利用法律漏洞损害泰国公民的权利和利益。