เจาะไข่ทัพฟ้า มีหลายขนาด ประสิทธิภาพเหลือกำลังลาก !!空军的穿刺鸡蛋技术有多种尺寸,并拥有惊人的拉力!
กองทัพอากาศได้พัฒนาศักยภาพทั้งด้านบุคลากร และอาวุธยุทโธปกรณ์ให้มีความทันสมัย ก้าวทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป โดยยึดหลัก คุณภาพเหนือปริมาณ เพื่อให้พร้อมสำหรับการป้องกันประเทศในยามสงคราม

พูดน้อยต่อยหนัก "คุณภาพเหนือปริมาณ" ภารกิจและหน้าที่หลักของกองทัพอากาศ คือการเตรียมกำลังและใช้กำลังทางอากาศเพื่อปกป้องอธิปไตย รักษาความมั่นคงและเสถียรภาพของชาติ ควบคู่ไปกับการช่วยเหลือประชาชน กองทัพอากาศได้พัฒนาศักยภาพทั้งด้านบุคลากร และอาวุธยุทโธปกรณ์ให้มีความทันสมัย ก้าวทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป โดยยึดหลัก คุณภาพเหนือปริมาณ เพื่อให้พร้อมสำหรับการป้องกันประเทศในยามสงคราม ตลอดจนสามารถช่วยเหลือประชาชน และสนับสนุนการพัฒนาประเทศในยามสงบ ในด้านสถานการณ์พิพาท ตามแนวชายแดนฝั่งตะวันออก ที่ผ่านมา กองทัพอากาศได้บูรณาการปฏิบัติภารกิจร่วมกับเหล่าทัพอื่นเพื่อปกป้องอธิปไตยอย่างเต็มขีดความสามารถ โดยเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจตลอด 24 ชั่วโมง
ขีปนาวุธที่ปรากฏในภาพแรกคือ AGM-65 Maverick อาวุธปล่อยนำวิถี อากาศ-สู่-พื้น หรือ Air-to-Surface Missile ASM ระดับยุทธวิธี มีความแม่นยำสูง เป็นหนึ่งในเขี้ยวเล็บหลักของกองทัพอากาศไทย (ในรูปเป็นขีปนาวุธสำหรับฝึก TGM-65 / CATM-65) AGM-65 Maverick ส่วนหัวที่เป็นโดมกระจกใส Optical Glass Dome สำหรับเลนส์กล้องตรวจจับเป้าหมาย ส่วนแถบสีฟ้าบริเวณส่วนหน้าของลำตัวมิสไซล์ สีมาตรฐาน NATO หมายถึง ลูกซ้อม/ลูกฝึก Inert Warhead & Motor หรือรุ่น CATM-65 Captive Air Training Missile ซึ่งไม่มีหัวรบระเบิดจริงและไม่มีเครื่องยนต์ขับดัน ใช้สำหรับการฝึกบิน เล็ง ล็อกเป้าหมาย และส่งสัญญาณภาพจริงกลับมายังหน้าจอแสดงผลในห้องนักบิน
ชุดรางยิงด้านบน โครงโลหะสีเทาที่ยึดติดอยู่บนหลังมิสไซล์คือ รางยิง LAU-117/A (Single-Rail Launcher) ซึ่งเป็นตัวเชื่อมต่อทางกลและระบบอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างตัวมิสไซล์กับตำบลติดอาวุธ (Pylon) ใต้ปีกเครื่องบิน แท่นรอง ตัวอาวุธและรางยิงถูกวางอยู่บนรถลากขนถ่ายอมกวาง/ยุทโธปกรณ์ภาคพื้น (Munitions Handling Trailer)
ข้อมูลทางเทคนิคของ AGM-65 Maverick (Specifications)
ระบบนำวิถี (Guidance System)
AGM-65 มีการพัฒนาระบบนำวิถีหลายรูปแบบ ซึ่งในกองทัพอากาศไทยมีใช้อยู่หลักๆ ได้แก่ Electro-Optical / TV Guidance (เช่น AGM-65B/H) ช้กล้องทีวี/CCD ที่ส่วนหัว จับความต่างระดับของแสงและเงา (Contrast) ของเป้าหมาย
Imaging Infrared / IIR Guidance (เช่น AGM-65D/G) ใช้กล้องถ่ายภาพความร้อน สำหรับการโจมตีในเวลากลางคืนหรือสภาพอากาศปิด Laser Guidance (เช่น AGM-65E) นำวิถีด้วยแสงเลเซอร์จากการชี้เป้าภาคพื้นดินหรือพ็อดชี้เป้า (Targeting Pod)
ชนิดหัวรบ หัวรบชนวนระเบิดแรงสูง/เจาะเกราะ น้ำหนักประมาณ 57 กิโลกรัม (125 ปอนด์) ออกแบบมาเพื่อทำลายรถถัง ยานเกราะ และที่มั่นดัดแปลง
หัวรบเจาะทำลายหนัก (Penetrator / Blast-Fragmentation) น้ำหนักประมาณ 136 กิโลกรัม (300 ปอนด์) ใช้ชนวนหน่วงเวลาสำหรับเจาะทะลุบังเกอร์คอนกรีต อาคาร หรือสิ่งปลูกสร้างแข็งแรง
AGM-65 เป็นขีปนาวุธประเภท Fire-and-Forget เมื่อนักบินทำการล็อกเป้าหมายผ่านหน้าจอในห้องนักบินและปลดอาวุธแล้ว ขีปนาวุธจะนำวิถีเข้าหาเป้าหมายเองโดยอัตโนมัติ ทำให้นักบินสามารถบินผละออกจากพื้นที่อันตรายได้ทันที การติดตั้งกับอากาศยานของทัพอากาศไทย AGM-65 Maverick ติดตั้งได้กับเครื่องบินหลายแบบ เช่น F-16A/B, JAS-39C/D Gripen, T-50TH, รวมถึงได้รับการปรับปรุงสถาปัตยกรรมระบบภารกิจดิจิทัลให้สามารถรองรับการติดตั้งและใช้งานร่วมกับเครื่องบินโจมตีเบา AT-6TH Wolverine ร่วมกับพ็อดกล้องตรวจการณ์ L3 Wescam MX-15D ได้อย่างแม่นยำ สำหรับภารกิจหลักของAGM-65 คือ การสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิด Close Air Support - CAS ทำลายกองกำลังยานเกราะของฝ่ายตรงข้าม โจมตีเป้าหมายซึ่งเป็นจุดสำคัญทางยุทธวิธีที่ต้องการความแม่นยำสูง
อาวุธในภาพคือ KGGB (Korean GPS Guided Bomb) พัฒนาโดยบริษัท LIG Nex1 ของประเทศเกาหลีใต้ ส่วนจุดสังเกตที่ระบุชัดว่าเป็น KGGB ส่วนหัวลูกระเบิดสีเหลือง/น้ำตาล ของลูกระเบิดอเนกประสงค์ Mark 82 (Mk 82) ขนาด 500 ปอนด์ โผล่ออกมาจากชุดฝาครอบนำวิถีด้านหน้า ชุดปีกร่อนด้านบน Glide Kit Box) ตัวกล่องสีเขียวเข้ม/เทา ติดตั้งอยู่หลังลำตัวระเบิด ทำหน้าที่เก็บชุดปีกร่อนที่พับไว้ และจะกางออกเมื่อปล่อยออกจากตัวเครื่อง
ชุดแพนหาง (Tail Actuator) แพนบังคับทิศทางรูปตัว X ติดตั้งอยู่ที่ส่วนท้ายของตัวระเบิด Mk 82
สมรรถนะและคุณลักษณะทางยุทธวิธี
ระบบนำวิถี นำวิถีด้วย GPS / INS (ชุดอุปกรณ์ CK-100K) ให้ความแม่นยำสูง
ระยะร่อน (Stand-off Range) สามารถร่อนทำลายเป้าหมายได้ระยะทางประมาณ 47 ถึง 100+ กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับความสูงและความเร็วของเครื่องบินขณะปล่อย KGGB ไม่จำเป็นต้องรื้อถอนหรือดัดแปลงระบบเดินสายของตัวเครื่องบิน (Avionics Integration) เนื่องจากเชื่อมต่อและส่งข้อมูลเป้าหมายกับนักบินผ่านอุปกรณ์แสดงผลแบบพกพา (Pilot Display Unit) ไร้สาย ทำให้กองทัพอากาศไทย นำมาติดตั้งใช้งานกับเครื่องบินรบได้หลากหลายรุ่น เช่น F-16, F-5E/TH หรือ T-50TH ได้ทันที
อาวุธปล่อยนำวิถีในภาพคือ AIM-120 AMRAAM หรือ Advanced Medium-Range Air-to-Air Missile เวอร์ชัน CATM-120C (Captive Air Training Missile) เป็นอาวุธปล่อยนำวิถี อากาศ-สู่-อากาศ ระยะนอกสายตา (Beyond Visual Range BVR) เป็นขีปนวุธหลักของกองทัพอากาศไทย
ส่วนหัวสีขาว เป็นครอบหัวเรดาร์ (Dielectric Nose Cone) ซ่อนจานสายอากาศเรดาร์นำวิถีแบบ Active Radar Homing (ARH) ไว้ภายใน ลักษณะปีกตัดปลาย หรือ Cropped/Clipped Fins ปลายปีกกลางลำตัวและแพนหางที่ถูกตัดตรง สังเกตความต่างจากทรงสามเหลี่ยมเต็มรูปในรุ่น A/B เอกลักษณ์เฉพาะของตระกูล AIM-120C (C-5 / C-7) ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อลดมิติพื้นที่เก็บ สำหรับให้บรรจุในช่องเก็บอาวุธภายในตัวถัง (Internal Weapons Bay) ของเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 5 อย่าง F-22 หรือ F-35 ได้
แถบสีฟ้า (Blue Band) ระบุชัดเจนว่าเป็น CATM (ลูกซ้อมบิน) สำหรับให้นักบินฝึกเล็ง ล็อกเป้า และจำลองการยิงในสภาวะการบินจริง โดยไม่มีการบรรจุหัวรบระเบิดและเครื่องยนต์จรวดขับดันจริง
สเปกและขีดความสามารถทางยุทธวิธี
ประเภท อาวุธปล่อยนำวิถี อากาศ-สู่-อากาศ ระยะนอกสายตา (BVRAAM)
ผู้ผลิต Raytheon (สหรัฐอเมริกา)
ความเร็วสูงสุด เหนือเสียงระดับ Mach 4+
ระยะยิงไกลสุด ประมาณ 105+ กิโลเมตร (สำหรับรุ่น AIM-120C-5 / C-7)
ระยะกลาง ระบบนำร่องแรงเฉื่อย (INS) ร่วมกับการอัปเดตพิกัดผ่าน Data-link
ระยะสุดท้าย เรดาร์แอคทีฟ (Active Radar Homing) ขนาดเล็กที่ส่วนหัวมิสไซล์
ยุทโธปกรณ์ในภาพคือ GBU-12 Paveway II ซึ่งเป็นระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์ (Laser-Guided Bomb: LGB) ขนาด 500 ปอนด์ มาตรฐานของกองทัพอากาศไทย GBU-12 เป็นการนำระเบิดอเนกประสงค์แบบธรรมดามาติดตั้งชุดอุปกรณ์นำวิถีด้วยเลเซอร์ (Laser Guidance Kit) โดยแบ่งองค์ประกอบหลักออกเป็น 3 ส่วน
ส่วนหัวนำวิถี (Computer Control Group - CCG) ด้านหน้าสุดคือชุดหัวค้นหาเลเซอร์แบบ Wind-Vane ส่วนหัวโดมสีน้ำตาลอ่อน พร้อมครีบบังคับทิศทางด้านหน้า ทำหน้าที่ตรวจจับแสงเลเซอร์ที่สะท้อนกลับมาจากเป้าหมายแล้วคำนวณทิศทางเพื่อเบี่ยงครีบปรับทิศทาง
ส่วนหัวรบ (Warhead Body) ลำตัวส่วนกลางคือตัวลูกระเบิดอเนกประสงค์ Mk 82 ขนาด 500 ปอนด์ (ประมาณ 227 กิโลกรัม) บรรจุสารระเบิดแรงสูง Tritonal หรือ Comp B ภายใน ส่วนหาง (Air Foil Group - AFG) ชุดหางรุ่น MXU-650 มีครีบหางรูปทรงสี่เหลี่ยมแบบพกพากางออกได้ สายริบบิ้นสีแดง REMOVE BEFORE FLIGHT คล้องสลักความปลอดภัย ครีบหางนี้จะกางออกทันทีที่ระเบิดหลุดออกจากราวแขวน เพื่อสร้างแรงยกและเพิ่มความเสถียรในการร่อน
สเปกและขีดความสามารถทางยุทธวิธี (Specifications)
ประเภท ระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์ (Laser-Guided Bomb - LGB)
น้ำหนักรวม ประมาณ 500 ปอนด์ (227 กิโลกรัม)
ระบบนำวิถี นำวิถีด้วยลำแสงเลเซอร์ (Semi-Active Laser Homing)
ระยะยิง/ระยะร่อน: ประมาณ 12–15 กิโลเมตร (ขึ้นอยู่กับความสูงและความเร็วของเครื่องบินขณะปล่อย)
ความแม่นยำ (CEP) รัศมีคลาดเคลื่อนไม่เกิน 1–2 เมตร จากจุดที่ลำแสงเลเซอร์ตกกระทบ
รูปแบบการควบคุม แบบ Bang-Bang Control (ครีบบังคับจะเบี่ยงสุดตัวเป็นจังหวะตามการตรวจจับสัญญาณเลเซอร์เพื่อปรับมุมร่อน)
GBU-12 เป็นอาวุธทำลายเป้าหมายภาคพื้นดินที่มีความแม่นยำสูง (Precision-Guided Munition) โดยต้องอาศัยการชี้เป้าด้วยเลเซอร์ (Laser Designation)
การชี้เป้า (Laser Designation) สามารถชี้เป้าได้จากกระเปาะชี้เป้า Targeting Pod เช่น Litening III หรือ Sniper ATP ติดตั้งใต้ท้องเครื่องบินรบ หรือใช้เจ้าหน้าที่ควบคุมการโจมตีทางอากาศระยะหน้า (JTAC) บนภาคพื้นดินยิงลำแสงเลเซอร์ชี้ไปที่เป้าหมาย
การเข้าทำลาย เมื่อ GBU-12 ถูกปล่อยออกจากเครื่องบิน หัวค้นหาหน้าสุดจะล็อคทิศทางตามแสงเลเซอร์ที่สะท้อนมาจากเป้าหมาย ทำให้สามารถทำลายเป้าหมายเฉพาะจุด เช่น ยานเกราะ, สะพาน, คลังอาวุธ หรือที่บังคับการของศัตรูได้อย่างแม่นยำ โดยลดผลกระทบและความเสียหายต่อพื้นที่ข้างเคียง (Collateral Damage)
ยุทโธปกรณ์ของทัพฟ้า ทหารอากาศขาดรัก ในภาพ คือ อาวุธปล่อยนำวิถี อากาศ-สู่-อากาศ ระยะใกล้ AIM-9 Sidewinder (ตระกูล AIM-9P / CATM-9P) วางอยู่บนแท่นรองรับ โดยมีเครื่องบินโจมตีเบา Beechcraft AT-6TH Wolverine จอดเป็นฉากหลัง
AIM-9 Sidewinder ฝาครอบหัวค้นหา โดมยางสีเหลืองบริเวณส่วนหัว ทำหน้าที่ป้องกันเลนส์ของหัวค้นหารังสีอินฟราเรด จากสิ่งสกปรกและแรงกระแทกขณะจอดบนพื้น พร้อมสายริบบิ้นสีแดง REMOVE BEFORE FLIGHT แพนบังคับทิศทางด้านหน้า ครีบปรับทิศทางทรงสามเหลี่ยม 4 ทิศทาง ทำหน้าที่ขยับเบี่ยงทิศทางเพื่อควบคุมการร่อนของมิสไซล์เข้าหาแหล่งความร้อน ท่อท้ายเครื่องบินเป้าหมาย สายอัมบิลิคัล เคเบิลสีดำพร้อมหัวเชื่อมต่อสีน้ำเงินใต้ส่วนหัว ใช้สำหรับส่งกระแสไฟฟ้า สัญญาณควบคุม และเป่าเย็นหัวค้นหา (Cooling) จากตัวเครื่องก่อนการยิง
แพนหางและโรลเลอรอน ครีบหางส่วนท้ายติดตั้งล้อหมุนแรงลม (Rolleron) ที่ปลายครีบ ซึ่งจะหมุนด้วยความเร็วสูงเมื่อแหวกไปในอากาศ เพื่อสร้างแรงเหวี่ยงเชิงมุม ลดอาการหมุนควงรอบตัวเองของตัวมิสไซล์
ประเภท: อาวุธปล่อยนำวิถี อากาศ-สู่-อากาศ ระยะใกล้ (Short-Range Air-to-Air Missile: SRAAM)
ผู้ผลิต Raytheon / Ford Aerospace (สหรัฐอเมริกา)
ระบบนำวิถี หัวค้นหารังสีอินฟราเรดตรวจจับความร้อน (Infrared Homing)
ความเร็วสูงสุด เหนือเสียงระดับ Mach 2.5+
ระยะยิงไกลสุด ประมาณ 8–18 กิโลเมตร (ขึ้นอยู่กับระดับความสูงและทิศทางการเข้าทำลาย)
หัวรบ หัวรบสะเก็ดระเบิดทำลายสูง (Annular Blast Fragmentation) จุดชนวนด้วยชนวนเฉียดระเบิดหรือชนวนกระทบแตก
การติดตั้ง AIM-9P เข้ากับ AT-6TH Wolverine ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันตนเองทางอากาศ (Air Self-Defense) รวมถึงภารกิจสกัดกั้นทางอากาศระยะต่ำ/ความเร็วต่ำ (Low-Altitude / Slow-Speed Interception) เช่น การทำลายโดรนไร้คนขับ (UAV), เฮลิคอปเตอร์ หรืออากาศยานเบาของฝ่ายตรงข้าม โดยเน้นความคุ้มค่าต่อชั่วโมงการบินที่ต่ำกว่าการใช้เครื่องบินขับไล่ไอพ่นขนาดใหญ่
ภาพนี้เป็นลูกระเบิดทิ้งจากอากาศ Air-delivered Munitions ตระกูล Mk 82 ขนาด 500 ปอนด์ ในสองรูปแบบการติดตั้งที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนตามภารกิจทางยุทธวิธี ลูกซ้ายหน้า Mk 82 Snakeye High-Drag / ระเบิดทิ้งระดับต่ำ ลำตัวลูกระเบิด Mk 82 ขนาด 500 ปอนด์ หรือประมาณ 227 กิโลกรัม บรรจุวัตถุระเบิดแรงสูง สังเกต แถบสีเหลือง บริเวณส่วนหัวซึ่งเป็นสัญลักษณ์มาตรฐาน NATO ระบุว่าเป็นลูกระเบิดจริงแบบ High Explosive ชุดหางหน่วงความเร็ว ติดตั้งชุดหางรุ่น Mk 15 Snakeye ซึ่งมีกลไกครีบโลหะ 4 แฉก ออกแบบมาสำหรับ การทิ้งระเบิดในระดับต่ำมาก (Low-Altitude Attack) เมื่อระเบิดถูกปล่อยจากราวแขวน ครีบทั้ง 4 แฉกจะกางออกคล้ายร่มปะทะลมเพื่อสร้างแรงต้านอากาศ (Drag) ชะลอความเร็วของลูกระเบิดลง ทำให้เครื่องบินรบที่เข้าโจมตีด้วยความเร็วสูงมีเวลาบินพ้นระยะรัศมีสะเก็ดระเบิด (Fragmentation Zone) ได้ทันเวลา ป้องกันไม่ให้เครื่องบินได้รับความเสียหายจากแรงระเบิดของตัวเอง
ลูกขวาหน้า (ตรงกลาง) Mk 82 LDGP Low-Drag General-Purpose / ระเบิดทิ้งระดับสูง Mk 82 ขนาด 500 ปอนด์ติดตั้งชุดหางทรงกรวยเรียวมาตรฐาน MAU-93/B ออกแบบมาสำหรับ การทิ้งระเบิดจากระดับความสูงปานกลางถึงระดับสูง (Medium to High Altitude) มีความเพรียวลม ตกลงสู่เป้าหมายตามวิถีโค้งแรงโน้มถ่วง (Ballistic Trajectory) ด้วยความเร็วสูง แม่นยำ และเข้าถึงเป้าหมายได้รวดเร็ว.
อาคม รวมสุวรรณ E-Mail chang.arcom@thairath.co.th Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/
“少言多行,重质不重量。”泰国皇家空军的首要任务和职责是准备并运用空中力量,捍卫国家主权,维护国家安全与稳定,并服务于公众。空军不断提升人员和武器装备能力,保持现代化并与时俱进,始终秉持“重质不重量”的原则。这确保了战时国防的战备状态,以及和平时期服务于公众和支持国家发展的能力。针对过去东部边境的争端,空军已与其他军种协同作战,全面捍卫国家主权,并保持全天候的战备状态。
第一张图片中所示的导弹是AGM-65“小牛”战术空对地导弹(ASM),精度高,是泰国皇家空军的主要武器之一。(图片中展示的是TGM-65/CATM-65训练导弹。)AGM-65“小牛”导弹的目标探测摄像头镜头采用光学玻璃罩。导弹前端的蓝色条纹是北约标准颜色,表明该导弹为惰性弹头和发动机版本,或者为CATM-65训练导弹,该导弹不配备真正的爆炸性弹头和发动机。它用于飞行训练、瞄准、目标锁定以及将实时视频信号传输回驾驶舱显示器。
导弹顶部的灰色金属框架式上部发射导轨组件是LAU-117/A(单轨发射器),它提供导弹与飞机机翼下方武器挂架之间的机械和电子连接。武器和发射导轨安装在弹药装卸拖车上。
AGM-65“小牛”导弹技术数据(规格)
导航系统
AGM-65 导弹有多种制导系统,泰国皇家空军最常用的是光电/电视制导(例如 AGM-65B/H),它使用弹头中的电视/CCD 摄像机来检测目标光线和阴影的对比度。
红外成像制导(例如AGM-65D/G)使用热成像摄像机进行夜间攻击或恶劣天气条件下的作战。激光制导(例如AGM-65E)使用来自地面瞄准装置或瞄准吊舱的激光进行制导。
弹头类型:高爆/穿甲弹头,重约 57 公斤(125 磅),设计用于摧毁坦克、装甲车辆和改装的防御工事。
这种重型穿甲弹(爆破破片弹)弹头重约 136 公斤(300 磅),采用延时引信穿透混凝土掩体、建筑物或其他坚固结构。
AGM-65 是一种发射后不管的导弹。飞行员通过座舱屏幕锁定目标并解除武装后,导弹会自动引导自身飞向目标,飞行员可以立即飞离危险区域。对于泰国皇家空军而言,AGM-65“小牛”导弹可安装在多种机型上,包括 F-16A/B、JAS-39C/D“鹰狮”和 T-50TH。此外,其数字任务系统架构已升级,可与 AT-6TH“金刚狼”轻型攻击机配合使用,并可搭载 L3 Wescam MX-15D 监控摄像头吊舱进行精确瞄准。AGM-65 的主要任务是近距离空中支援 (CAS)、摧毁敌方装甲部队以及攻击需要高精度打击的关键战术目标。
图中所示的武器是韩国LIG Nex1公司研制的KGGB(韩国GPS制导炸弹)。KGGB的一个主要识别特征是其500磅Mk 82型多用途炸弹的黄褐色弹头,该弹头从前部制导罩伸出。炸弹弹体后方的深绿色/灰色盒子内存放着折叠的滑翔组件,该组件会在炸弹释放时展开。
尾部作动器是一个 X 形方向控制面板,安装在 Mk 82 炸弹的尾部。
性能和战术特点
GPS/INS 制导系统(CK-100K 套件)提供高精度。
KGGB的防区外射程使其能够滑翔并摧毁约47至100公里以上的目标,具体距离取决于飞机起飞时的高度和速度。由于它通过便携式飞行员显示单元无线连接并将目标数据传输给飞行员,因此无需拆卸或改装飞机的线路系统(航空电子设备集成)。这使得泰国皇家空军能够立即将其安装并应用于多种战斗机型号,例如F-16、F-5E/TH或T-50TH。
图中所示的导弹是AIM-120 AMRAAM,即先进中程空空导弹,CATM-120C型(训练型空空导弹)。它是一种超视距空空导弹,也是泰国皇家空军的主要武器。
白色鼻锥内装有介质鼻锥,用于隐藏主动雷达制导(ARH)天线。机翼采用截短式垂直尾翼,中段油翼和尾翼的翼尖被直接切掉,这是A/B型三角形设计的显著特征,也是AIM-120C(C-5/C-7)系列导弹的典型特征。这种设计最大限度地减少了存储空间,使其能够装入F-22或F-35等第五代战斗机的内部武器舱。
蓝色带子清楚地表明,这是一枚 CATM(训练弹),供飞行员练习瞄准、锁定目标以及在真实飞行条件下模拟射击,没有任何实际的弹头或火箭发动机。
规格和战术能力
类型:超视距空空导弹(BVRAAM)
制造商:雷神公司(美国)
最大速度超过音速,4马赫以上。
最大射程:约105公里以上(AIM-120C-5/C-7型)
中程:惯性导航系统(INS)结合数据链坐标更新。
最后阶段,导弹头部安装了一个小型主动雷达(主动雷达制导)。
图中所示装备为泰国皇家空军的GBU-12“铺路II”型500磅激光制导炸弹(LGB)。GBU-12是一种常规多用途炸弹,加装了激光制导装置,由三个主要部件组成。
导航头(计算机控制组 - CCG)的最前端部分是风向标式激光导引头。这个浅棕色的圆顶状导引头带有向前的定向鳍片,用于探测目标反射的激光束,并计算其方向以调整定向鳍片。
弹头主体(即弹头的核心部分)是一枚重约500磅(约227公斤)的Mk 82型多用途榴弹,装填有高爆药Tritonal或Comp B。尾翼部分(翼型组件 - AFG)为MXU-650型尾翼组件,配备一个可移动、可展开的矩形尾翼。尾翼上的安全销上系有一条红色丝带,上面写着“飞行前移除”。该尾翼在榴弹脱离悬挂系统后立即展开,产生升力并提高滑翔稳定性。
规格和战术能力
类型:激光制导炸弹(LGB)
总重量约 500 磅(227 公斤)。
制导导航系统:激光束制导(半主动激光寻的)
发射/滑翔范围:约 12-15 公里(取决于飞机发射时的高度和速度)。
精度(CEP)是指激光束照射点到目标位置的误差不超过 1-2 米。
控制模式为 Bang-Bang 控制(控制鳍会根据激光信号检测以有节奏的方式完全偏转,以调整滑翔角)。
GBU-12 是一种依靠激光指示进行精确制导的弹药。
激光指示可以通过安装在战斗机下方的 Litening III 或 Sniper ATP 等瞄准吊舱来实现,也可以由地面联合目标控制 (JTAC) 人员向目标发射激光束来实现。
就破坏力而言,当 GBU-12 从飞机上发射时,其前导导引头会锁定目标反射的激光束,从而能够精确摧毁装甲车辆、桥梁、武器库或敌方指挥所等特定目标,同时最大限度地减少附带损害。
图片显示的是空军装备,具体来说是一枚安装在支架上的 AIM-9 响尾蛇短程空空导弹(AIM-9P/CATM-9P 系列),背景中停放着一架比奇 AT-6TH 金刚狼轻型攻击机。
AIM-9“响尾蛇”导弹的搜索头保护罩是一个位于弹头顶部的黄色橡胶圆顶,用于在地面停放时保护红外搜索头镜头免受灰尘和冲击。保护罩上系有一条红色丝带,用于在飞行前将其取下。前向定向舵(四个方向的三角形翼片)用于调整方向,从而控制导弹滑翔至热源。尾部喷嘴和左右手通用电缆(位于弹头下方的黑色电缆,带有蓝色接头)用于传输电力、控制信号以及在发射前冷却搜索头。
尾翼和滚轮:尾翼末端装有风力轮(滚轮),它们高速旋转并切割空气。这会产生角离心力,从而降低导弹的旋转。
类型:短程空空导弹(SRAAM)
制造商:雷神/福特航空航天(美国)
制导系统,红外归航头。
最高速度:超音速,2.5马赫以上
最大射程约为 8-18 公里(取决于高度和攻击方向)。
弹头:高爆环形爆炸破片弹头由近炸引信或撞击引信引爆。
在 AT-6TH 金刚狼上安装 AIM-9P 导弹增强了其空中自卫能力,包括低空/低速拦截任务,例如摧毁无人机 (UAV)、直升机或轻型飞机,同时与使用大型喷气式战斗机相比,优先考虑成本效益。
这张图片展示了两种截然不同的Mk 82型空投炸弹,它们采用不同的挂载方式,用于执行不同的战术任务。左前方的炸弹是Mk 82“蛇眼”高阻力/低空炸弹。这种500磅(约227公斤)的Mk 82炸弹装有高爆弹。请注意弹头上的黄色条纹,这是北约的标准标志,表明它是一枚高爆弹。尾翼辅助系统采用Mk 15“蛇眼”尾翼组件,该组件带有四个金属尾翼,专为超低空轰炸而设计。当炸弹从挂架上释放时,四个尾翼像降落伞一样展开,产生空气阻力,从而降低炸弹的速度。这使得高速攻击机有时间逃离碎片区,避免被自身爆炸波及。
右前方(中央)为Mk 82 LDGP低阻力通用炸弹/高空炸弹。Mk 82型500磅炸弹配备标准的MAU-93/B锥形尾翼组件。该炸弹设计用于中高空轰炸,其流线型设计使其能够以高速、精确、快速地沿弹道轨迹落向目标。
Arcom Rumsawan 电子邮件:chang.arcom@thairath.co.th Facebook:https://www.facebook.com/chang.arcom https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/