ปลัด มท. สั่ง 3 มาตรการเชิงรุก ลุยจัดระเบียบสังคม ตรวจสอบนอมินี เอาผิดเจ้าหน้าที่เอี่ยว内政部常务秘书下令采取三项积极措施,打击社会秩序,调查代持安排,并起诉涉事官员。
ปลัดมหาดไทย สั่ง 3 มาตรการเชิงรุก สกัดอาชญากรรมทุกประเภท ลุยจัดระเบียบสังคม ตรวจสอบนอมินี เอาผิดเจ้าหน้าที่เอี่ยว พร้อมขยายผลจากรายคดีสู่เครือข่าย บูรณาการทุกหน่วยบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด

ปลัดมหาดไทย สั่ง 3 มาตรการเชิงรุก สกัดอาชญากรรมทุกประเภท ลุยจัดระเบียบสังคม ตรวจสอบนอมินี เอาผิดเจ้าหน้าที่เอี่ยว พร้อมขยายผลจากรายคดีสู่เครือข่าย บูรณาการทุกหน่วยบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 15 กันยายน 2569 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยที่กระทรวงมหาดไทย ถึงการดำเนินมาตรการเชิงรุกตามข้อสั่งการของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อค้นหา ประเมิน และชี้เป้าความเสี่ยงของสถานการณ์ด้านความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยในปัจจุบันที่มีความซับซ้อน และเชื่อมโยงกันในหลายมิติ อาทิ อาชญากรรมข้ามชาติ ธุรกิจที่ใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง สถานบริการ โรงแรมและธุรกิจท่องเที่ยว อาวุธปืน ยาเสพติด การค้ามนุษย์ และผู้มีอิทธิพล ด้วยการใช้กลไกทุกระดับเป็นกลไกต้นทางในการทำให้การแก้ปัญหาเกิดผลเป็นรูปธรรมและยั่งยืน สามารถป้องกันการกระทำผิดซ้ำ และตัดวงจรเครือข่ายผู้กระทำผิดได้อย่างแท้จริง
นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด กำกับและเร่งรัดการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด จริงจัง และต่อเนื่อง ควบคู่กับการจัดระเบียบสังคม เพื่อป้องกัน และปราบปรามภัยคุกคามต่อความมั่นคงในพื้นที่ โดยถือเป็นข้อสั่งการสำคัญที่ต้องดำเนินการโดยทันที พร้อมกำกับติดตามให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และประเมินผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง รวม 3 แนวทาง ได้แก่
1. เร่งรัด “จัดระเบียบสังคมเชิงรุก” ด้วยการสำรวจและจัดทำบัญชีพื้นที่และสถานประกอบการ ทั้งสถานบริการและธุรกิจโรงแรม ที่ไม่ได้ดำเนินการตามกฎหมายกำหนด โดยตรวจสอบครอบคลุมทั้งใบอนุญาต การประกอบกิจการ ความปลอดภัย และพฤติการณ์ที่อาจเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอื่น
2. เร่งรัด “ตรวจสอบธุรกิจและบุคคลที่มีพฤติการณ์ผิดปกติ” โดยเฉพาะธุรกิจที่มีบุคคลต่างชาติเข้ามาเกี่ยวข้องหรือมีลักษณะเข้าข่ายการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง ด้วยการตรวจสอบผู้ประกอบการ ผู้ถือหุ้น ผู้บริหาร ผู้ควบคุมกิจการ แหล่งเงินทุน และผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง โดยยึดข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเป็นสำคัญ “ไม่วินิจฉัยจากสัญชาติหรือชื่อบุคคลเพียงอย่างเดียว” และต้องดำเนินการตามกฎหมายโดยเสมอภาค และไม่เลือกปฏิบัติ ทั้งนี้ หากพบข้อมูลหรือพฤติการณ์อันมีมูล ให้ประสานหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายขยายผลโดยทันที
3. “ดำเนินการกับเจ้าพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีส่วนในการกระทำความผิดหรือเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิด” รวมทั้งดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับการกระทำความผิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การงดใช้อาคารหรืออื่นใดที่เกี่ยวข้องกับสถานประกอบการที่ไม่ได้ดำเนินการตามกฎหมายกำหนด พร้อมทั้งขยายผลจากรายคดีสู่เครือข่าย
“การปฏิบัติการทุกกรณีต้องมิได้สิ้นสุดเพียงการตรวจค้นหรือจับกุม แต่ให้รวบรวมข้อมูลเพื่อขยายผลถึงผู้ควบคุม ผู้สั่งการ ผู้ได้รับประโยชน์ เครือข่ายทางธุรกิจ แหล่งเงินทุน และทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง พร้อมประสานบูรณาการหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เข้มข้น และต่อเนื่อง เพื่อสร้างความผาสุกให้สังคมไทยอย่างยั่งยืน”
内政部常务秘书已下令采取三项积极措施打击各类犯罪:严厉打击扰乱社会秩序的行为、调查涉案人员、起诉涉案官员,并将调查范围从个案扩大到整个犯罪网络。这些措施涉及各部门的协同努力,以严格执法。
2026年9月15日下午1点30分,内政部常务秘书阿西特·桑潘拉特先生在内政部公布了根据总理兼内政部长阿努廷·查恩维拉库尔和内政部副部长波尔佩拉蓬·苏万纳查维的指示正在实施的积极措施。这些措施旨在识别、评估和应对当前复杂且相互关联的安全和公共秩序形势所面临的风险,包括跨国犯罪、利用泰国国民作为代理人的企业、娱乐场所、酒店和旅游企业、枪支、毒品、人口贩运以及有影响力的人物。该方针利用各级机制作为主要工具,以期找到切实可行的可持续解决方案,防止犯罪再次发生,并有效打击犯罪网络。
阿西特先生表示,内政部已指示所有省长严格、持续地监督并加快执法力度,维护社会秩序,以预防和消除辖区内的安全威胁。这是一项至关重要的指令,必须立即执行,并密切监测各地区的执行情况,以确保取得切实成效,同时通过以下三种方式持续评估执行情况:
1. 加快“主动维护社会秩序”的步伐,对包括服务企业和酒店在内的未依法经营的区域和场所进行调查并编制清单。此次检查应涵盖许可证、业务运营、安全状况以及可能与其他违法行为相关的行为规范。
2. 加快调查从事可疑活动的企业和个人,特别是涉及外国公民或以泰国公民为代理人的企业和个人。这包括审查企业所有者、股东、高管、控制人、资金来源和实际受益人,主要依据事实和证据,而非仅凭国籍或姓名。必须公正无偏地采取法律行动。如发现可信信息或活动,应立即与相关部门协调,扩大调查范围。
3.“对参与或支持犯罪的政府官员或工作人员采取行动”,包括对违法者采取果断行动,特别是禁止使用与不依法经营的机构相关的建筑物或其他设施,并将调查范围从个案扩大到整个网络。
“所有行动不应止步于搜查或逮捕,而应包括收集信息,扩大调查范围,将控制者、下令者、受益人、商业网络、资金来源及相关资产都纳入其中。此外,具有法律授权的相关机构必须协调整合,确保法律得到果断、严格和持续的执行,从而为泰国社会创造持久的福祉。”