“ยศชนัน-บุณย์ธิดา” ผนึก 4 หน่วยงาน ลงนาม MOU เปิดตัว “One Map น้ำ”“Yotchanan-Boonthida”联合了4个组织,签署了一份谅解备忘录,以启动“One Map Water”项目。
ถอดบทเรียนน้ำท่วมน่าน อว.-ดีอี ลงนาม MOU 4 หน่วยงานรัฐเร่งสร้าง “One Map น้ำ” ทลายกำแพงข้อมูลขัดแย้ง พร้อมเปิดแดชบอร์ดเตือนภัยล่วงหน้า ยกระดับการรับมือภัยพิบัติให้แม่นยำและทันท่วงที

ถอดบทเรียนน้ำท่วมน่าน อว.-ดีอี ลงนาม MOU 4 หน่วยงานรัฐเร่งสร้าง “One Map น้ำ” ทลายกำแพงข้อมูลขัดแย้ง พร้อมเปิดแดชบอร์ดเตือนภัยล่วงหน้า ยกระดับการรับมือภัยพิบัติให้แม่นยำและทันท่วงที
วันที่ 15 กันยายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย นางสาวบุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง 4 หน่วยงานสำคัญ เพื่อเร่งจัดทำ “One Map ของน้ำ”
ศ.ดร.ยศชนัน เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้เกิดจากการลงพื้นที่อำนวยการรับมือสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดน่าน ซึ่งพบช่องว่างสำคัญคือระบบเตือนภัยของไทยยังมีข้อมูลที่กระจัดกระจายและไม่ตรงกันระหว่างหน่วยงาน ทำให้เกิดความล่าช้าในการตัดสินใจ
“สิ่งที่ยากที่สุดไม่ใช่การสั่งการ แต่คือการตอบคำถามง่าย ๆ ว่า น้ำจะท่วมตรงไหน สูงเท่าไหร่ และอีกกี่ชั่วโมงจะถึง เพราะข้อมูลแต่ละหน่วยงานไม่ตรงกัน วันนี้เราจึงต้องทำ One Map ของน้ำ เพื่อให้ทุกหน่วยงานมองเห็นภาพเดียวกัน ใช้แผนที่ใบเดียวกัน และสื่อสารกับประชาชนด้วยข้อความเดียวกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างเตือน แล้วปล่อยให้ประชาชนเดาเองว่าจะเชื่อใคร” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
ด้าน นางสาวบุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดีอี ได้กล่าวเสริมถึงความสำคัญของความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “MOU นี้เป็นก้าวแรกของการนำข้อมูลที่สำคัญทั่วประเทศมารวมกัน ถ้าข้อมูลพร้อม จะทำให้การเตรียมตัว เตรียมกำลังคนสามารถทำได้ทันท่วงที ทำให้รัฐสามารถเข้าไปจัดการร่วมกัน ช่วยเหลือพี่น้องได้ทันท่วงที และลดความเสียหายได้”
การลงนามครั้งนี้ถือเป็นการทำงานข้ามกระทรวง เพื่อบูรณาการข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยา ภูมิสารสนเทศ สถานการณ์น้ำ และ Big Data/AI เข้าสู่ระบบคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ โดยประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์ผ่านแดชบอร์ดเตือนภัยรวมศูนย์ได้แล้วที่เว็บไซต์ www.thaiwater.net/new4all ทั้งนี้ 4 หน่วยงานหลักได้แบ่งบทบาทหน้าที่อย่างชัดเจน ดังนี้
กรมอุตุนิยมวิทยา : สนับสนุนข้อมูลตรวจวัด พยากรณ์อากาศ เรดาร์ และเป็นหน่วยงานหลักในการออกคำเตือนอย่างเป็นทางการ (Official Warning) สำหรับพายุและฝนตกหนัก
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) : สนับสนุนภาพถ่ายดาวเทียม ข้อมูลภูมิสารสนเทศ การติดตามจุดความร้อน และสถานการณ์ PM2.5 เพื่อประเมินพื้นที่เสี่ยง
สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) : สนับสนุนข้อมูลระดับและปริมาณน้ำ จากสถานีโทรมาตรอัตโนมัติ พร้อมประเมินพื้นที่เฝ้าระวังฝนล่วงหน้า 24-48 ชั่วโมง และรวบรวมเข้าสู่คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ
สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (สขญ.) : รับผิดชอบพัฒนาระบบวิเคราะห์และแดชบอร์ด บริหารจัดการข้อมูลตามหลักธรรมาภิบาล และประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสนับสนุนการจัดการภัยพิบัติ
ในช่วงท้าย รองนายกฯ ได้กล่าวย้ำว่า เป้าหมายสูงสุดไม่ใช่การมีข้อมูลเยอะที่สุดหรือมีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าที่สุด แต่คือความสามารถในการมองเห็นความเสี่ยงได้เร็วขึ้น วิเคราะห์ได้รอบด้าน เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถอพยพและเตรียมพร้อมรับมือได้ทันเวลาก่อนน้ำมาถึง ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างความมั่นคงปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างยั่งยืน
吸取楠府洪灾教训,高等教育、科学、研究与创新部 (MHESI) 和数字经济与社会部 (DE) 与四个政府机构签署了一份谅解备忘录,旨在加快“一体化水资源地图”系统的创建。该系统旨在打破数据冲突壁垒,并推出早期预警平台,以提高灾害应对的准确性和及时性。
2026年9月15日,在政府大楼,副总理兼高等教育、科学、研究与创新部长约萨努·翁沙瓦教授博士与数字经济与社会部副部长布尼亚蒂达·颂猜女士共同主持了四个主要机构之间签署谅解备忘录的仪式,以加快制定“水资源统一地图”。
约沙南教授博士透露,此次合作源于在楠府开展的防洪管理实地调研。调研发现泰国的预警系统存在重大缺陷,各机构间数据分散且不一致,导致决策延误。
“最难的不是下达命令,而是回答一些简单的问题,比如‘洪水会淹到哪里?’‘水位会涨到多高?’‘洪水会持续多久?’因为各个机构提供的信息相互矛盾。所以,今天我们需要制作一张‘统一洪水地图’,让所有机构看到相同的情况,使用相同的地图,并向公众传达相同的信息。我们不能发布不同的预警,然后让公众去猜测该相信谁,”约沙南教授说道。
数字经济与社会部副部长汶提达·颂猜女士就此次合作的重要性补充道:“这份谅解备忘录是整合全国关键数据的第一步。一旦数据准备就绪,就能迅速开展准备工作和人力部署。这将使政府能够协同应对局势,及时向受影响民众提供援助,并将损失降至最低。”
此次签约标志着跨部门合作正式启动,旨在将气象数据、地理空间信息、水情数据以及大数据/人工智能技术整合到国家水资源数据存储库中。公众现在可以通过www.thaiwater.net/new4all上的集中式预警平台监测水情。四个主要机构的职责划分如下:
泰国气象部门提供天气测量、预报和雷达数据,是发布风暴和强降雨官方预警的主要机构。
地理信息和空间技术发展局 (GISTDA) 提供卫星图像、地理空间数据、热点监测和 PM2.5 数据,以评估高风险地区。
水资源信息研究所 (WRII) 提供来自自动遥测站的水位和水量数据,提前 24-48 小时评估降雨监测区域,并将数据汇编到国家水资源数据库中。
大数据研究所 (GDTI) 负责开发分析系统和仪表板,根据良好的治理原则管理数据,并应用人工智能 (AI) 来支持灾害管理。
最后,副总理重申,最终目标并非拥有最多的数据或最先进的技术,而是能够更快地识别风险并进行全面分析。这将有助于人们在洪水来临前及时撤离和做好准备,从而保障人民生命财产的可持续安全。