ตลาดหุ้นโลกปรับตัวลง รับแรงบอนด์ยีลด์พุ่ง-น้ำมันทะลุ 100 ดอลลาร์受债券收益率飙升和油价突破100美元的影响,全球股市下跌。
ศูนย์วิจัยกรุงไทย มองตลาดสินทรัพย์เสี่ยงยังเผชิญแรงกดดัน จากบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี พุ่งเข้าใกล้ 5% ราคาน้ำมันยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แนะนักลงทุนทยอยเปิดรับความเสี่ยง รักษาสภาพคล่องบางส่วน เพื่อรอประเมินทิศทางดอกเบี้ย หลังประชุม FOMC

วันนี้ ( 15 ก.ย.2569) ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office : CIO) วิเคราะห์ ว่า ตลาดหุ้นโลกส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง โดยดัชนี S&P 500 ลดลง 0.8% Nasdaq ลดลง 0.7% และ Dow Jones ลดลง 1.6% จากแรงกดดันของราคาน้ำมันและบอนด์ยีลด์ที่ปรับสูงขึ้น รวมถึงการปรับคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยของ Fed ขณะที่ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวสวนทาง จากแรงหนุนของหุ้นกลุ่ม Memory และ Semiconductor โดยนักลงทุนยังให้น้ำหนักกับหุ้นที่มีแนวโน้มผลประกอบการชัดเจน มากกว่าการเข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงในวงกว้าง
ตลาดหุ้นโลกปรับตัวลง รับแรงบอนด์ยีลด์พุ่ง-น้ำมันทะลุ 100 ดอลลาร์
ด้านตลาดตราสารหนี้และโภคภัณฑ์ บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ 10 ปี ปรับขึ้น 19 bps สู่ 4.97% จากแรงกดดันเงินเฟ้อและ Fiscal risk ขณะที่บอนด์ยีลด์ไทย 10 ปี เพิ่มขึ้น 11 bps สู่ 2.35% ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI พุ่ง 8.7% และ 9.4% สู่ 104.6 และ 100.1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตามลำดับ จากความเสี่ยงต่อการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่วนราคาทองคำลดลง 1.8% สู่ 4,349 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังยีลด์ที่สูงบดบัง Safe-haven demand
ศูนย์วิจัยกรุงไทย ยังคงให้น้ำหนักหุ้นมากกว่าระดับ Neutral ในระยะกลาง ส่วนระยะสั้นแนะทยอยสะสมหุ้นกลุ่ม Quality Growth, Semiconductor และตลาดหุ้นเอเชียเหนือ ที่มีปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้าง โดยแบ่งจังหวะลงทุน พร้อมกระจายความเสี่ยงใน Core Portfolio และใช้กลุ่ม Healthcare ลดความผันผวนใน Satellite Portfolio รวมถึงกลุ่ม พลังงาน เพื่อรับมือราคาน้ำมันที่ทรงตัวสูง
สำหรับตราสารหนี้ แนะนำลงทุนในตราสารอายุสั้นถึงปานกลางเพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของบอนด์ยีลด์ พร้อมใช้ทองคำช่วยกระจายความเสี่ยง โดยจับตาผลประชุม FOMC เป็นปัจจัยสำคัญ หาก Dot Plot ชี้อัตราดอกเบี้ยสิ้นปีที่ 4.00–4.25% สามารถทยอยเพิ่มน้ำหนักสินทรัพย์เสี่ยงสูงได้ แต่หากอยู่ที่ 4.25–4.50% หรือบอนด์ยีลด์เร่งตัวขึ้นแรง ควรรักษาสภาพคล่องต่อไป เพื่อรอตลาดปรับ Valuation ก่อน
สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ผลการประชุม FOMC วันที่ 16 กันยายน เพื่อจับตาสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยว่า เป็นมาตรการเชิงป้องกัน หรือเป็นจุดเริ่มต้นของวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้น การประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) วันที่ 17 ก.ย. ซึ่งคาดคงดอกเบี้ยที่ 3.75% และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) วันที่ 18 ก.ย. ซึ่งคาดขึ้นดอกเบี้ยสู่ 1.25% โดยตลาดจับตาสัญญาณนโยบายการเงินจากธนาคารกลางหลักทั้งสามแห่ง
จับตา 3 แบงก์กลางใหญ่ชี้ชะตาทองคำโลก ฮอร์มุซป่วน-เงินเฟ้อกดดันตลาด
หุ้นไทยปิดหลุด 1,600 ดิ่ง 13 จุด ต่างชาติเทขาย 2 วัน 5 พันล้าน
เฟดเสียงแตกเงินเฟ้อ จับตา CPI ศุกร์นี้ ชี้ชะตาดอกเบี้ย–ทอง
นาคารกลางอังกฤษ (BoE
2026年9月15日,泰京银行(Krungthai Bank)投资策略团队(泰京银行首席投资办公室:CIO)分析显示,全球多数股市下跌,标普500指数下跌0.8%,纳斯达克指数下跌0.7%,道琼斯指数下跌1.6%。这主要受油价和债券收益率上涨以及美联储利率走向预期调整的影响。与此同时,韩国股市逆势上涨,主要得益于存储器和半导体板块的走强。投资者继续优先考虑盈利前景明确的股票,而非广泛投资于风险资产。
受债券收益率飙升和油价突破100美元的影响,全球股市下跌。
债券和大宗商品市场方面,受通胀压力和财政风险影响,10年期美国国债收益率上涨19个基点至4.97%。10年期泰国国债收益率上涨11个基点至2.35%。由于霍尔木兹海峡石油运输风险,布伦特原油和WTI原油价格分别飙升8.7%和9.4%,至每桶104.6美元和100.1美元。由于高收益率抑制了避险需求,黄金价格下跌1.8%至每盎司4349美元。
泰京研究中心维持对股票中期走势的“略微偏中”评级。短期内,他们建议逐步增持结构性支撑强劲的优质成长股、半导体股和北亚股市股票。他们建议在核心投资组合中分散投资机会,并利用医疗保健板块来降低卫星投资组合的波动性,同时利用能源板块来应对持续高企的油价。
对于债券投资,我们建议投资于中短期债券以降低债券收益率波动带来的风险,同时利用黄金进行多元化配置。美联储公开市场委员会(FOMC)会议的结果是需要密切关注的关键因素。如果点阵图显示年底利率在4.00%至4.25%之间,我们可以逐步增加高风险资产的持有量。然而,如果利率在4.25%至4.50%之间,或者债券收益率急剧上升,我们应该保持流动性,等待市场调整估值。
本周需要关注的关键因素包括9月16日的联邦公开市场委员会(FOMC)会议,以判断其是否会发出预防性加息信号,或是开启新一轮加息周期;9月17日的英国央行(BoE)会议,预计利率将维持在3.75%不变;以及9月18日的日本央行(BOJ)会议,预计利率将上调至1.25%。市场正密切关注这三大央行释放的货币政策信号。
三大央行将决定全球黄金价格的走向;激素波动和通货膨胀给市场带来压力。
泰国股市收于1600点以下,下跌13点,两天内外国投资者抛售了价值50亿泰铢的股票。
美联储对通胀问题存在分歧;本周五公布的CPI数据将决定利率和黄金价格。
英格兰银行(BoE)