← 返回新闻首页
泰国主流

กกต.เสียงข้างน้อย เปิดใจมติฮั้ว สว. เสียงข้างมาก 4:3 ไม่รับสืบสวนต่อในเส้นเงินบางส่วน

“สิทธิโชติ” กกต.เสียงข้างน้อย เปิดใจปมฮั้ว สว. ข้อกล่าวหาที่ 1 และ 2 มติไม่ได้เอกฉันท์ เผยเสียงข้างมาก 4 ต่อ 3 ไม่รับสืบสวนต่อในเส้นทางการเงินบางส่วน จึงสอบสวนถึงต้นทางเงินโอนไม่ได้

ThairathThairath查看原文 ↗
选举委员会的少数派成员公开谈论了涉及参议院的勾结案,而多数派(4:3)则拒绝继续调查资金流向的某些方面。

“สิทธิโชติ” กกต.เสียงข้างน้อย เปิดใจปมฮั้ว สว. ข้อกล่าวหาที่ 1 และ 2 มติไม่ได้เอกฉันท์ เผยเสียงข้างมาก 4 ต่อ 3 ไม่รับสืบสวนต่อในเส้นทางการเงินบางส่วน จึงสอบสวนถึงต้นทางเงินโอนไม่ได้

วันที่ 15 กันยายน 2569 นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสียงข้างน้อย ให้สัมภาษณ์เปิดใจในประเด็นการแถลงมติ กกต. เมื่อวานนี้ (14 กันยายน) ว่า ไม่ใช่ไม่พอใจการแถลงข่าวของประธาน กกต. แต่ก่อนแถลงข่าวเราได้คุยกันแล้วว่าในการลงมติ ไม่ต้องทำขนาดบอกชื่อว่าเสียงข้างมากเป็นใคร ข้างน้อยเป็นใคร แต่ขอให้ชัดว่าในแต่ละข้อกล่าวหา กกต. ได้ลงมติเสียงข้างมากเป็นอย่างไร ส่วนเสียงข้างน้อยมีกี่เสียงก็บอกไปด้วย

แต่ตอนที่ประธาน กกต. แถลงอาจจะไม่รู้ว่าเสียงข้างมากเป็นใคร เสียงนั้นเป็นใคร แต่ขอให้ได้แจ้งกับประชาชนได้ทราบว่า ในทุกมติไม่ได้เป็นเอกฉันท์เสียทีเดียว แต่มีมติที่เป็นเอกฉันท์คือบุคคลที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหา ส่วนข้อกล่าวหาที่ 1 และข้อกล่าวหาที่ 2 เกี่ยวกับการกระทำของบุคคลในพรรคการเมืองกับกรรมการบริหารพรรค, สส. มติก็ไม่ได้เป็นเอกฉันท์ โดยบางคนที่สำคัญมติที่ออกมาคือ 5 ต่อ 2 เสียงให้ยกคำร้องบุคคลสำคัญบางราย และมีมติ 6 ต่อ 1 ในบางกรณี ขณะที่กรรมการ กกต. เสียงข้างน้อย 2 เสียง คือตนเองและ นายชาย นครชัย กกต. เห็นว่าพยานหลักฐานมีความน่าเชื่อถือและมีน้ำหนักเพียงพอที่จะลงโทษ เนื่องจากพฤติการณ์กระทำผิดไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะจุด แต่กระจายไปทั่วประเทศ

นายสิทธิโชติ กล่าวต่อไปว่า ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ยกคำร้องเฉพาะผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และมีมติเอกฉันท์ให้ลงโทษกลุ่มผู้กระทำผิดที่มีพยานหลักฐานชัดเจน ทั้งพยานบุคคล พยานนิติวิทยาศาสตร์ และเส้นทางการเงิน

สำหรับพยานหลักฐานที่กรรมการเสียงข้างน้อยนำมาพิจารณา พบการจัดทำ “โพยเลือก สว.” ในหลายพื้นที่ เช่น กลุ่มนครศรีธรรมราช ภูเก็ต หนองบัวลำภู อุทัยธานี นครสวรรค์ และสุโขทัย โดยพบโพยรวม 12 ฉบับที่มีการเขียนหมายเลขกำกับไว้ และผู้ที่ได้รับเลือกอันดับ 1-7 ทั้งหมดล้วนมีรายชื่ออยู่ใน 12 โพยนี้ทั้งนั้น ซึ่งกลุ่มผู้ทำโพยถูกลงโทษแล้ว เนื่องจากเข้าข่ายทุจริตการเลือกตั้งและอาจมีความผิดทางอาญา เรื่องการให้ทรัพย์สิน

ฉะนั้น หากเรามองทุกพื้นที่ล้วนเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองเดียว ไม่มีพรรคอื่นเข้ามาแทรก ทุกคนล้วนแต่เป็นสมาชิกพรรคหรือเกี่ยวข้องกับพรรค แล้วกลุ่มนี้เมื่อทำโพยเสร็จก็ไปสอดคล้องกับพยานที่กลับคำให้การ โดยให้การครั้งแรกว่ามีการกระทำหนึ่งในการประชุมพรรคได้มอบหมายให้ สส. ในพื้นที่ไปดำเนินการ

นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลเบอร์โทรศัพท์และเส้นทางการเงินเชื่อมโยงระหว่างสมาชิกพรรค กรรมการบริหารพรรค และ สส. อีกทั้งคำให้การของพยาน ที่เป็นเลขาฯ สว. ว่า หลังการประกาศผลมีการนัดประชุม สว.ใหม่ ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2567 เพื่อกำหนดตัวประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภา โดยในวันดังกล่าวมีการสั่งเก็บโทรศัพท์มือถือของผู้เข้าร่วมประชุมทุกคน และพบคนสำคัญของพรรคเดินเข้า-ออกในพื้นที่ดังกล่าว

ส่วนของพยานบุคคล นายดิเรก พรสีมา ให้การสอดคล้องกับ “พยานรหัส 16” อ้างถึงพฤติการณ์ของบุคคลที่เคยอยู่กับ “รัฐมนตรีหนุ่ม” สำหรับ กรณีที่มีพยานบางปากยื่นหนังสือกลับคำให้การโดยอ้างว่าถูกข่มขู่นั้น กรรมการเสียงข้างน้อยเห็นว่าไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ เนื่องจากพยานเป็น สส. ผู้มีบารมี และอีกท่านเป็นถึงพ่อตาของหัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่ จึงยากที่จะมีใครข่มขู่ได้ ประกอบกับหนังสือกลับคำให้การถูกยื่นหลังจากตั้งอนุกรรมการชุดที่ 36 แล้ว เมื่อช่วงปลายเดือนตุลาคม 2568 ซึ่งห่างจากวันให้การครั้งแรกเป็นเวลานาน

นอกจากนี้ นายสิทธิโชติ ยังกล่าวอีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ กกต. มีมติเสียงข้างมาก 4 ต่อ 3 ไม่รับสืบสวนต่อในเส้นทางการเงินบางส่วน ทำให้ไม่สามารถสอบสวนไปถึงต้นทางของเงินโอนได้

นายสิทธิโชติ ยืนยันด้วยว่า ความเห็นที่แตกต่างในการลงมติ ไม่ได้สะท้อนความแตกแยกภายในองค์กร กกต. แต่เป็นการวิเคราะห์ตามเหตุผลและพยานหลักฐานของแต่ละฝ่าย โดยในส่วนสำนวนของ กกต. ถือว่ายุติลงแล้วตามพยานหลักฐานที่มีอยู่ แต่เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้ความผิดเกี่ยวกับการเลือก สว. เป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) จะนำข้อมูลเส้นทางการเงินไปสืบสวนและดำเนินคดีทางกฎหมายต่อ ซึ่งผู้ที่หลุดพ้นจากข้อกล่าวหาในชั้น กกต. อาจถูก DSI ดำเนินคดีฟอกเงินได้ หากพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงในภายหลัง

เมื่อถามต่อไปว่า สิ่งที่พูดวันนี้ กับการแถลงข่าวของประธาน กกต. เมื่อวาน อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองบางอย่าง กกต. จะรับความเปลี่ยนแปลงนั้นไว้หรือไม่ นายสิทธิโชติ กล่าวว่า ตนเองไม่ทราบว่าการเมืองจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร แต่วันนี้คือการชี้แจงทุกข้อสงสัยว่าที่จริงแล้วมติข้อกล่าวหาที่ 1 และ 2 ไม่ได้เอกฉันท์ แต่ยังมีความต่างในเสียงค่อนข้างค่อนข้างน้อยอยู่

ในคำถามว่ารู้สึกโล่งและสบายใจหรือไม่ ที่วันนี้ได้พูดและตอบทุกข้อสงสัย นายสิทธิโชติ กล่าวตอบว่า “ก็สบายใจขึ้น เมื่อคืนก็มีคนโทรศัพท์มาหาบ้าง จึงชี้แจงจนเหนื่อยว่า จริงๆ แล้วก็มีเสียงมากข้างน้อยกันอยู่”

手机左右滑动,电脑按 ← → 键,也能切换新闻