จะเกิดอะไรขึ้นหลัง Clarity Act สะดุด? Bitcoin ร่วงสถาบันชะลอเกม “กติกาคริปโตฯ” ยังต้องรอความชัดเจน《加密货币监管法案》搁浅后会发生什么?比特币价格下跌,机构放缓操作,“加密货币监管”仍悬而未决。
วุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติไม่ให้ผ่านร่างกฎหมาย Clarity Act หลังปรับแก้ไขและหนุนมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะการแก้ไขล่าสุดที่เพิ่มเรื่องจริยธรรมลงไปชัดเจนขึ้น ส่งผลให้แผนผลักดันต้องเลื่อนออกไป

# Digital Asset Market Clarity Act
# กฎหมายคริปโตเคอร์เรนซี
DCA แล้วเจ๊ง? หุ้นไทยยังไหวไหม? และวิธีคัดหุ้นเปลี่ยนชีวิต? | Money Issue EP.74
วุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติไม่ให้ผ่านร่างกฎหมาย Clarity Act ที่จะช่วยแบ่งแยกความชัดเจนของสินทรัพย์ดิจิทัล หลังจากที่ฝั่งรีพับลิกันปรับแก้ไขและสนับสนุนมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะการแก้ไขล่าสุดที่เพิ่มเรื่องจริยธรรมลงไปชัดเจนขึ้น ส่งผลให้แผนผลักดันต้องเลื่อนออกไปอีกครั้ง
เปิด 3 ปัจจัยบวก ดัน Bitcoin พุ่งแรงสุดในรอบหลายเดือน แตะ 69,500 ดอลลาร์ นักลงทุนต้องจับตาอะไรต่อ?
เมื่อวันอังคารที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติไม่ให้ผ่านร่างกฎหมาย Digital Asset Market Clarity Act หรือ Clarity Act สกัดไม่ให้เดินหน้าต่อ หลังมีความพยายามมาอย่างยาวนานในการวางกรอบกำกับดูแลอุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซีอย่างครอบคลุม ทำให้ต้องเลื่อนแผนออกไปอีกครั้ง
ผลโหวตออกมาที่ 50 เสียงเห็นด้วย และมี 49 เสียงไม่เห็นด้วย ซึ่งยังห่างจากเกณฑ์ 60 เสียงที่จำเป็นต้องใช้ในการผ่านญัตติให้ร่างกฎหมายเดินหน้าต่อ โดยเกณฑ์ดังกล่าวต้องการเสียงเห็นชอบจากสมาชิกพรรคเดโมแครตอย่างน้อย 7 เสียง บวกกับเสียงของสมาชิกพรรครีพับลิกันทั้งหมด 53 เสียง
ทางฝั่งรีพับลิกันชี้แจงว่า ร่างกฎหมายฉบับล่าสุดที่นำมาโหวตนั้น ได้ผ่านการแก้ไขมาแล้วกว่า 100 จุดตามข้อเรียกร้องของฝ่ายเดโมแครต รวมถึงเพิ่มมาตรฐานด้านจริยธรรมที่เข้มงวดขึ้นลงไปด้วย
สมาชิกวุฒิสภา Elizabeth Warren จากพรรคเดโมแครต รัฐแมสซาชูเซตส์ เป็นหนึ่งในผู้ที่ออกมาวิจารณ์ร่างกฎหมายฉบับนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเธอระบุว่าร่างกฎหมายนี้ “ยังไม่สามารถปกป้องนักลงทุน ระบบการเงิน และความมั่นคงของชาติได้อย่างเพียงพอ”
ร่างกฎหมายฉบับนี้มีความยาวกว่า 600 หน้า และหากผ่านออกมาเป็นกฎหมายจริง จะถือเป็นการกำกับดูแลอุตสาหกรรมคริปโตฯ ของสหรัฐฯ ในระดับรัฐบาลกลางเป็นครั้งแรก โดยก่อนหน้านี้ร่างกฎหมายฉบับก่อนหน้าเคยผ่านสภาผู้แทนราษฎรมาแล้วเมื่อปีก่อน แต่มาสะดุดที่ชั้นวุฒิสภา
แม้ผลโหวตครั้งนี้จะยังไม่ผ่าน แต่สำหรับอุตสาหกรรมคริปโตฯ การโหวตที่ผ่านมาถือเป็นก้าวแรกที่ทำให้วุฒิสภาได้เริ่มพิจารณาร่าง Clarity Act อย่างจริงจัง เปิดทางให้มีการเจรจากันต่อ ก่อนที่จะต้องส่งกลับไปให้สภาผู้แทนราษฎรอนุมัติอีกครั้งหากมีการแก้ไขเพิ่มเติม
หลังมีประกาศไม่ผ่านร่างกฎหมาย หุ้นในกลุ่มคริปโตฯ มีการปรับตัวลงทันที อย่าง Coinbase ปิดตลาดลดลง 10% ขณะที่หุ้น Circle ผู้ออกเหรียญ Stablecoin ปรับตัวลงมากกว่า 11% ส่วน Bitcoin ร่วงลงสูงสุด 5.3% โดยราคาลดลงต่ำกว่า 75,000 ดอลลาร์สหรัฐ
โอกาสผ่านร่างกฎหมายที่ริบหรี่ลงเรื่อย ๆ
จริง ๆ แล้วในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้ โอกาสที่ร่างกฎหมาย Clarity Act จะผ่านสภานั้นลดลงต่อเนื่อง เนื่องจากสมาชิกพรรคเดโมแครตคนสำคัญหลายคนออกมาคัดค้านต่อเนื่อง
แต่การพ่ายแพ้ครั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าตลาดคริปโตฯ จะซบเซาไปอีกยาวนาน เพราะยังมีกระแสคลั่ง AI ได้ดึงความสนใจของนักลงทุนรายย่อยออกไป ขณะที่สภาพคล่องที่ตึงตัวขึ้นและความต้องการเสี่ยงที่ลดลง ก็ยิ่งทำให้ตลาดหมี (Bear Market) ยืดเยื้อออกไป
สิ่งที่ Clarity Act จะมอบให้ได้แตกต่างออกไปคือ หากผ่านสภา จะทำให้ผู้เล่นในตลาดเข้าใจกรอบกฎหมายที่ควบคุมอุตสาหกรรมนี้ได้ชัดเจนขึ้น พร้อมเปิดเส้นทางที่แน่นอนให้บริษัทต่าง ๆ ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าจะลงทุน ขยายธุรกิจ หรือทำดีลในสหรัฐฯ หรือไม่
ในมุมกฎระเบียบ ร่างกฎหมายนี้จะช่วยขีดเส้นแบ่งอำนาจระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ หรือ SEC กับคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า หรือ CFTC ให้ชัดเจนขึ้น หากผ่านออกมา จะช่วยระบุได้ว่าสินทรัพย์ดิจิทัลแบบไหนควรถูกจัดเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ และแบบไหนควรเป็นหลักทรัพย์
กฎหมายนี้จะช่วยคลี่คลายความไม่แน่นอนที่ตลาด Exchange โบรกเกอร์ ดีลเลอร์ และผู้เล่นในตลาดคริปโตฯ ต้องเผชิญอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งท้ายที่สุดจะช่วยชี้ทางให้ผู้เล่นรู้ว่าควรไปจดทะเบียนกับหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐบาลกลางแห่งไหน
หนึ่งในปัจจัยหนุนตลาดที่หายไป คือ การที่ Clarity Act ไม่ผ่านสภา ทำให้ ตลาดที่กำลังซบเซาอยู่แล้วอาจซบเซามากขึ้นไปอีก
“ถ้า Clarity Act ผ่าน คริปโตฯ น่าจะกลายเป็นสิ่งที่นักลงทุนสถาบันเห็นพ้องต้องกันในไตรมาส 4 นี้” Matthew Hougan ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Bitwise Asset Management กล่าว “มันจะเป็นตลาดกระทิงที่พุ่งแรงมาก แต่พอ Clarity ไม่ผ่าน ตลาดก็ท้าทายขึ้น และยังมองบวกว่า ปีนี้คริปโตฯ จะขยับสูงขึ้นเรื่อย ๆ กว่าปัจจุบัน แต่คงช้าลง”
อีกปัจจัยหนึ่งคือ ความสงบด้านกฎระเบียบดูจะไม่ถาวร ซึ่งหน่วยงานกำกับดูแลยังคงเดินหน้าออกกฎเกณฑ์ต่อไปได้แม้ไม่มี Clarity Act โดยอุตสาหกรรมนี้เคยผ่านการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองมาแล้วครั้งหนึ่ง อย่างเช่นเคสของ Coinbase และบริษัทคริปโตฯ รายใหญ่อื่น ๆ ที่เคยต่อสู้คดีฟ้องจาก SEC ก่อนที่หน่วยงานกำกับดูแลภายใต้รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ จะยกเลิกคดีเหล่านั้นในภายหลัง
ซึ่งหาก Clarity Act ผ่านสภา จะช่วยตอบคำถามทางกฎหมายได้ว่าเบื้องหลังของข้อพิพาทเหล่านั้นคืออะไร รวมถึงประเด็นว่าสินทรัพย์ดิจิทัลชนิดใดควรถูกจัดเป็นหลักทรัพย์หรือสินค้าโภคภัณฑ์ และหน่วยงานใดควรเป็นผู้กำกับดูแล แต่เมื่อไม่มีร่างกฎหมายนี้ หน่วยงานกำกับดูแลและศาลก็จะมีอิทธิพลมากขึ้นแทน
นอกจากนี้ ดีลใน Wall Street อาจต้องรอ เนื่องจากความไม่แน่นอนครั้งนี้อาจทำให้ดีลเข้าซื้อกิจการแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตฯ ผู้ให้บริการดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล (Custodian) และบริษัทจัดการสินทรัพย์ ต้องล่าช้าออกไป
Brian Dixon ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Off the Chain Capital กองทุนที่ลงทุนในบริษัทคริปโตฯ ระบุว่า ผู้ซื้อที่คาดว่าจะเข้ามาต้องการความชัดเจนด้านกฎระเบียบมากกว่านี้ ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนซื้อกิจการก้อนใหญ่ แม้ SEC และ CFTC อาจให้ความชัดเจนส่วนใหญ่ได้เองในที่สุด แต่กระบวนการออกกฎของหน่วยงานภาครัฐต้องใช้เวลา และอาจเผชิญกับการท้าทายในชั้นศาลหรือพลิกแพลงได้หากรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหาร
อย่างไรก็ตาม ธนาคารเองก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เรื่องซับซ้อนขึ้น เพราะธนาคารต่างคัดค้านร่างกฎหมายบางส่วนของ Clarity Act โดยเฉพาะบทบัญญัติเกี่ยวกับผลตอบแทนจาก Stablecoin ซึ่งธนาคารมองว่าอาจดึงเงินฝากออกจากธนาคารแบบดั้งเดิมนั่นเอง
ที่มา: Bloomberg , Yahoo! Finance
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ “การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney
# 数字资产市场透明度法案
# 加密货币法律
定投失败了?泰国股市还有潜力吗?选股又如何改变你的人生?| 理财专栏 第74期
美国参议院投票否决了《清晰法案》(Clarity Act)的通过。该法案旨在规范数字资产的交易,此前共和党人长期倡导并修改了该法案,尤其是在最近的修正案中加入了更明确的道德考量。这一决定标志着该法案的通过进程再次被推迟。
三大利好因素推动比特币价格飙升至数月来的最高点,达到 69,500 美元。投资者接下来应该关注什么?
9 月 15 日星期二,美国参议院投票否决了《数字资产市场透明度法案》(简称《透明度法案》),这阻碍了长期以来为加密货币行业建立全面监管框架的努力取得进一步进展,并迫使该法案再次延期。
投票结果为50票赞成,49票反对,距离法案通过所需的60票还相差甚远。通过该法案至少需要7名民主党议员的赞成票,再加上全部53名共和党议员的赞成票。
共和党方面澄清说,提交表决的最新版本法案已经按照民主党的要求进行了 100 多项修改,其中包括增加更严格的道德标准。
来自马萨诸塞州的民主党参议员伊丽莎白·沃伦一直批评这项法案,她表示该法案“未能充分保护投资者、金融体系和国家安全”。
这项法案长达600多页,如果最终获得通过,这将是美国历史上首次通过此类立法。此前,众议院去年曾通过一项类似法案,但该法案在参议院受阻。
尽管这次投票并未通过该法案,但对于加密货币行业来说,这被视为迈出的第一步,使参议院能够认真考虑《清晰法案》,为进一步谈判铺平了道路,之后如果进行任何修改,该法案必须送回众议院批准。
法案未获通过的消息公布后,加密货币股票立即下跌。Coinbase 收盘下跌 10%,稳定币发行商 Circle 下跌超过 11%。比特币跌幅最大,下跌 5.3%,价格跌破 75,000 美元。
该法案通过的可能性越来越小。
事实上,近几个月来,由于几位关键民主党议员的持续反对,《清晰法案》在国会获得通过的可能性稳步下降。
然而,这次下跌并不意味着加密货币市场会长期低迷。人工智能热潮吸引了散户投资者,而流动性收紧和风险偏好下降则进一步延长了熊市。
如果国会通过《清晰法案》,它将带来一些不同之处,例如,它将使市场参与者更清楚地了解该行业的法律框架,并为公司提供更清晰的途径,以便更容易地决定是否在美国投资、扩大业务或进行交易。
从监管角度来看,这项法案将有助于明确美国证券交易委员会(SEC)和商品期货交易委员会(CFTC)之间的权限划分。如果获得通过,它将有助于确定哪些数字资产应被归类为商品,哪些应被归类为证券。
这项立法将有助于缓解加密货币交易所、经纪商、交易商和参与者目前面临的不确定性,最终指导他们应该向哪个联邦监管机构注册。
支撑市场的缺失因素之一是《清晰法案》未能获得国会通过,这可能会进一步削弱本已疲软的市场。
Bitwise资产管理公司首席投资官马修·霍根表示:“如果《清晰法案》获得通过,加密货币很可能在第四季度就成为机构投资者的共识。届时,市场将迎来一波强劲的牛市。但由于《清晰法案》未能通过,市场形势变得更加复杂。不过,我仍然乐观地认为,加密货币今年将继续上涨,尽管增速会放缓。”
另一个因素是监管稳定性似乎难以持久,即使没有《清晰法案》(Clarity Act),监管机构仍在继续出台规则。该行业已经经历了政治变迁,例如 Coinbase 和其他大型加密货币公司曾与美国证券交易委员会(SEC)就诉讼进行抗争,但最终在特朗普政府时期,监管机构驳回了这些诉讼。
如果《清晰法案》在国会获得通过,它将有助于解答这些争议背后的法律问题,包括哪些数字资产应被归类为证券或商品,以及应由哪个机构对其进行监管。然而,如果没有这项立法,监管机构和法院的影响力将会更大。
此外,华尔街的交易可能不得不推迟,因为这种不确定性可能会延迟对加密货币交易所、托管机构和资产管理公司的收购。
投资加密货币公司的基金Off the Chain Capital的首席执行官布莱恩·迪克森表示,潜在买家在决定进行大规模收购投资之前,希望监管政策更加明朗。虽然美国证券交易委员会(SEC)和商品期货交易委员会(CFTC)最终可能会提供大部分明确的监管信息,但政府监管流程需要时间,而且如果新政府上台,可能会面临法律挑战或应对措施。
然而,银行自身又增加了一层复杂性,因为它们反对《清晰法案》的某些部分,特别是关于稳定币收益的条款,它们认为这些条款可能会将存款从传统银行转移出去。
资料来源:彭博社、雅虎财经
通过 Thairath Money 阅读股票和投资新闻,助您实现“更美好的财务生活”,网址:https://www.thairath.co.th/money/investment
请点击以下链接关注Thairath Money的Facebook主页:https://www.facebook.com/ThairathMoney