สธ.ประชุมด่วนรับมือน้ำท่วม สั่ง รพ.เตรียมพร้อม สำรองระบบ-ยาเวชภัณฑ์ 72 ชม.公共卫生部召开紧急会议应对洪水,命令各医院做好准备,并备好备用系统和医疗用品,以应对72小时的洪灾。
ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเรียกประชุมด่วนติดตามสถานการณ์น้ำท่วม พบ 12 จังหวัดได้รับผลกระทบ มี รพ.สต.ปิดบริการ 4 แห่ง ส่วน "กทม.-ปริมณฑล-ภาคกลาง" ยังเสี่ยงสูงน้ำท่วมฉับพลันซ้ำในรอบ 24 ชั่วโมง ออก 4 มาตรการรับมือช่วง 26-28 ก.ย. 2569

วันนี้ (26 ก.ย.2569) นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมทางไกลติดตามสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ร่วมกับกองสาธารณสุขฉุกเฉิน สำนักงานเขตสุขภาพที่ 4, 5 และ 6 กรมการแพทย์ กรมสุขภาพจิต และกรมอนามัย โดยระบุว่า จากการติดตามข้อมูลเมื่อเวลา 13.00 น. ได้รับผลกระทบรวม 12 จังหวัด 38 อำเภอ 143 ตำบล มี รพ.สต.ปิดบริการแล้ว 4 แห่ง ได้แก่ ปราจีนบุรี 1 แห่ง และสระแก้ว 3 แห่ง โดยมีการจัดบริการทดแทนในสถานบริการใกล้เคียง และ จ.พระนครศรีอยุธยา รพ.สต.ได้รับผลกระทบ 2 แห่ง แต่ยังเปิดบริการได้ ส่วนโรงพยาบาลในพื้นที่นนทบุรี ปทุมธานี สุพรรณบุรี สระบุรี (อ.มวกเหล็ก) อ่างทอง และจันทบุรี ขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่าได้รับผลกระทบ แต่มีการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ เช่น เตรียมเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ กั้นกระสอบทราย เป็นต้น
นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์ยังมีความเสี่ยงสูงในรอบ 24 ชั่วโมง คือ กทม.-ปริมณฑล เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันซ้ำ น้ำลดช้า, ปทุมธานี เสี่ยงน้ำคลองรังสิตล้น, ปราจีนบุรี-ภาคตะวันออก ดินอิ่มน้ำเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและดินสไลด์ คาดแนวโน้มอีก 3-5 วัน ยังคงมีความเสี่ยงสูง พื้นที่ กทม. นนทบุรี ปทุมธานี ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ต่อเนื่อง พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง นครปฐม ต้องติดตามฝนตกซ้ำรวมถึงระดับน้ำเจ้าพระยา ขณะที่ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี และจันทบุรี ต้องเฝ้าระวังความเสี่ยงการเกิดเหตุซ้ำ จึงมีข้อสั่งการเป็นมาตรการด้านการแพทย์และสาธารณสุขสำหรับโรงพยาบาลในช่วงวันที่ 26-28 กันยายน 2569 ดังนี้
1. ยกระดับการเตรียมพร้อมพื้นที่เสี่ยงและสถานบริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะ กทม.–นนทบุรี–ปทุมธานี/รังสิต พระนครศรีอยุธยา–ชลบุรี/ศรีราชา–ปราจีนบุรี/นาดี และพื้นที่ภาคกลางด้านตะวันตกที่มีสัญญาณฝนหนัก ให้ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน (EOC) ระดับโรงพยาบาลพร้อมปฏิบัติ รักษาระบบไฟฟ้า นํ้าสะอาด ออกซิเจน ยา เวชภัณฑ์ เลือด เชื้อเพลิง ระบบสื่อสาร ระบบการแพทย์ฉุกเฉินและส่งต่อ รวมถึงบุคลากร สํารองไม่น้อยกว่า 72 ชั่วโมง ทั้งนี้ ส่วนกลางได้เตรียมความพร้อมสนับสนุน กทม. ทั้งด้านการส่งต่อผู้ป่วยและเวชภัณฑ์จำเป็น โดยองค์การเภสัชกรรมมียาชุดน้ำท่วมคงคลัง 900,000 ชุด
2. ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกพื้นที่รับรองความต่อเนื่องของ EMS/Refer และบริการจําเป็น ตรวจสอบถนน สะพาน จุดนํ้าท่วม และเส้นทางเข้า–ออกโรงพยาบาล ทุก 1–3 ชั่วโมงในพื้นที่วิกฤต พร้อมเตรียมรถยกสูง เรือ และโรงพยาบาลรับส่งต่อ โดยไม่รอให้นํ้าเข้าสถานพยาบาลก่อนจึงเริ่มเคลื่อนย้ายผู้ป่วยหรือทรัพยากรสําคัญ
3. เร่งดูแลและติดตามกลุ่มเปราะบางเชิงรุก ได้แก่ ผู้ป่วยติดบ้าน–ติดเตียง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยฟอกไต ผู้ใช้ออกซิเจน ผู้ป่วย NCDs หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยใกล้คลอด ให้จัดทําบัญชีรายบุคคล สํารองยา/อุปกรณ์ และเตรียมส่งต่อหรืออพยพล่วงหน้าทันทีเมื่อเส้นทางหรือพื้นที่มีแนวโน้มถูกตัดขาด
4. เฝ้าระวังนํ้าป่า–นํ้าท่วมฉับพลัน–ดินถล่มและผลกระทบซํ้าในพื้นที่เสี่ยงสูง โดยเฉพาะปราจีนบุรี/นาดี รวมถึงกาญจนบุรี อุทัยธานีด้านตะวันตก ราชบุรีด้านตะวันตก ตากตอนล่าง และเพชรบุรีตอนบน ซึ่งมีสัญญาณฝนหนัก ให้ SAT/PHEOC ตรวจสอบข้อมูลกับกรมอุตุนิยมวิทยา ปภ. สทนช./ThaiWater และ DWR ก่อนยืนยัน พร้อมเตรียมรถสูง เรือ เส้นทางสํารอง และการเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบาง
นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำให้ปกป้องระบบบริการที่สำคัญ เช่น ฉุกเฉิน ไอซียู ผ่าตัด ห้องคลอด ฟอกไต แล็บ ห้องยา โดยย้ายยา เครื่องมือ และระบบไอทีให้พ้นจุดเสี่ยงน้ำ เตรียมพื้นที่บริการสำรอง เตรียมบุคลากร 24-72 ชั่วโมง โดยจัดเวรสำรองและทีม Standby เตรียมที่พัก อาหาร น้ำดื่ม และระบบรับส่ง มีอุปกรณ์ป้องกัน พร้อมทั้งดูแลสุขภาพจิตและความเหนื่อยล้าของบุคลากร
สำหรับพื้นที่ที่มีการเปิดศูนย์พักพิง ให้จัดทีมสาธารณสุขร่วมดูแลทั้งน้ำดื่ม อาหาร ห้องน้ำ ความแออัด เฝ้าระวังโรคอุจจาระร่วง อาหารเป็นพิษ โรคฉี่หนู บาดแผล และโรคทางเดินหายใจ สื่อสารความเสี่ยงโดยแจ้งบริการที่ยังเปิด จุดย้ายบริการ เส้นทางเข้าโรงพยาบาล ที่สำคัญหากได้รับผลกระทบให้รายงานทันที ทั้งนี้ ประชาชนที่บาดเจ็บ/เจ็บป่วยฉุกเฉิน สามารถแจ้งขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วน 1669 ตลอด 24 ชั่วโมง
น้ำท่วมกระทบเดินทาง รถร่วมฯ หยุดวิ่งชั่วคราว 5 เส้นทางไปภาคตะวันออก
เลื่อนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เป็น 11 ต.ค.69 เหตุฝนตกหนัก-น้ำท่วม
การรถไฟฯ แจ้งปิดเดินรถสายตะวันออก 8 ขบวนรถ หลังน้ำท่วมสันราง
今天(2026年9月26日),公共卫生部常务秘书颂鲁克·钟萨曼博士主持召开电话会议,与紧急公共卫生司、第四、第五和第六卫生区办事处、医疗服务部、精神卫生部和卫生部共同监测洪水、风暴和山体滑坡情况。他报告说,截至下午1点,共有12个府、38个县和143个乡镇受到影响。四个乡镇卫生中心(RPS.ST.)已关闭:一个在巴真府,三个在沙缴府,附近的医疗机构提供替代服务。在大城府,有两个乡镇卫生中心受到影响,但仍在正常运转。暖武里府、巴吞他尼府、素攀武里府、沙拉武里府(穆阿莱克县)、安通府和尖竹汶府的医院尚未报告受到影响,但已做好应对准备,例如备有大型水泵和沙袋屏障。
索姆鲁克医生指出,根据评估,未来24小时内,曼谷及其周边地区仍处于高风险状态,存在反复发生山洪暴发和水位缓慢回落的风险;巴吞他尼府兰实运河可能决堤;巴真府及东部地区土壤水分饱和,存在山洪暴发和山体滑坡的风险。他预计高风险状态将持续3-5天。曼谷、暖武里府和巴吞他尼府需要持续监测。大城府、安通府和佛统府需要监测降雨量和湄南河水位。同时,巴真府、沙缴府、春武里府和尖竹汶府需要密切监测,以防类似事件再次发生。因此,已针对2026年9月26日至28日期间各医院发布了以下医疗和公共卫生措施:
1. 加强高风险地区和医疗机构的防灾准备工作,确保24小时待命,尤其是在曼谷、暖武里府、巴吞他尼府/兰实府、大城府、春武里府/是拉差府、巴真府/纳迪府以及泰国中西部地区等出现强降雨迹象的地区。各医院的应急行动中心(EOC)必须做好应对准备,确保电力系统、清洁用水、氧气、药品、医疗用品、血液、燃料、通信系统、紧急医疗和转运系统以及人员至少72小时处于待命状态。中央政府已做好准备,为曼谷提供病人转运和基本医疗物资支持。政府制药组织已储备90万份防洪救灾药品包。
2. 各省公共卫生部门必须确保急救/转诊服务和基本服务的持续运行。在重点区域,每隔1-3小时检查道路、桥梁、易涝点和医院通道。准备好高底盘车辆、船只和转诊医院,不要等到洪水涌入医疗机构才开始疏散病人或重要物资。
3. 主动关怀和监测弱势群体,包括居家卧床患者、老年人、残疾人、透析患者、吸氧患者、非传染性疾病患者、孕妇和临产妇女。建立个人清单,储备药品/设备,并在路线或区域可能被切断时提前做好立即转移或疏散的准备。
4. 密切监测高风险地区(特别是巴真府/纳迪地区,以及北碧府西部、乌泰他尼府西部、叻丕府西部、达府下游和碧差汶府上游等强降雨地区)的突发洪水、山体滑坡及其反复影响。国家灾害管理局/公共卫生应急行动中心(SAT/PHEOC)在确认信息前,应与气象局、防灾减灾厅、国家水资源管理局/泰国水务局(ThaiWater)和水资源部(DWR)核实信息,并为弱势群体准备高底盘车辆、船只、备用路线和疏散计划。
此外,重点在于保护急诊室、重症监护室、手术室、产房、透析室、实验室和药房等关键服务系统,具体措施包括将药品、设备和信息技术系统从涉水风险区域转移,准备备用服务区域,并确保人员24至72小时待命。这包括建立备用班次和待命小组,提供住宿、食物、饮用水和交通运输系统,确保充足的防护设备,并关注人员的心理健康和疲劳状况。
在已开放避难所的地区,应部署公共卫生团队提供饮用水、食物、卫生设施,并管理过度拥挤的情况。监测内容应包括腹泻、食物中毒、钩端螺旋体病、受伤和呼吸道疾病的监测。应提供风险沟通信息,包括可用服务、安置点和医院就诊路线。重要的是,所有受影响人员都应立即报告。此外,受伤或遇到紧急医疗情况的人员可通过24小时热线1669寻求帮助。
洪水影响出行;前往东部地区的 5 条共享出租车线路暂时停运。
由于暴雨和洪水,社会保障委员会的选举推迟到 2026 年 10 月 11 日举行。
泰国国家铁路局(SRT)宣布,由于铁轨被洪水淹没,东部线八趟列车服务暂停运营。