จบมหากาพย์ที่ดิน เปลี่ยนชื่อโฉนดเป็น “วัดป่าอดุลยาราม” เจ้าอาวาสอโหสิกรรมให้ทุกคน土地纠纷风波已经结束;地契已更名为“Wat Pa Adulyaram”,住持也已原谅了所有人。
จบมหากาพย์ข้อพิพาทที่ดิน เปลี่ยนชื่อโฉนดจาก “นายเฮียง” เป็นชื่อ “วัดป่าอดุลยาราม” มอบสำนักพุทธฯ ขอนแก่นเก็บรักษาโฉนดฉบับจริง ด้านเจ้าอาวาสไม่เอาเรื่อง อโหสิกรรมให้ทุกคน

จบมหากาพย์ข้อพิพาทที่ดิน เปลี่ยนชื่อโฉนดจาก “นายเฮียง” เป็นชื่อ “วัดป่าอดุลยาราม” มอบสำนักพุทธฯ ขอนแก่นเก็บรักษาโฉนดฉบับจริง ด้านเจ้าอาวาสไม่เอาเรื่อง อโหสิกรรมให้ทุกคน
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 16 กันยายน 2569 ที่ห้องประชุมสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ ประธานกรรมการคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม ดร.ประยุทธ ประเทศเสนา หรือ “มหาหมี” รองประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม นายยุทธนา โพธิวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายกฤศกร สนิทศักดิ์ดี ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นางอุดมพร เอกเอี่ยม ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นางเนตรทิพย์ เจริญวัย ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น รวมถึงคณะสงฆ์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นำพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เดินทางมาพบเจ้าพนักงานที่ดิน เพื่อรับการโอนชื่อในโฉนดที่ดิน
โดยทันทีที่พระครูอดุลสารนิเทศ พร้อมมูลนิธิทนายกองทัพธรรมเดินทางถึงสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น นายพงษ์สุวัจน์ ไชยต้นเทือก เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น พร้อมคณะเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น ก็ดำเนินการหารือภายในห้องเจ้าพนักงานที่ดิน โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปร่วมรับฟังหรือสังเกตการณ์ภายในห้อง
ต่อมาคณะฯ เดินทางมายังห้องประชุมสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น เพื่อดำเนินขั้นตอนสำคัญเกี่ยวกับโฉนดที่ดินเลขที่ 61945 ซึ่งเดิมเป็นชื่อ นายเฮียง พิมพ์ศรี เจ้าพนักงานที่ดินและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการทางทะเบียน เปลี่ยนชื่อในโฉนดให้เป็น “วัดป่าอดุลยาราม” พร้อมลงนามและประทับตราของสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นตาม ทำให้ชื่อในโฉนดดังกล่าวปรากฏเป็นชื่อวัดป่าอดุลยารามอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
หลังเจ้าพนักงานที่ดินลงนามและประทับตราเสร็จสิ้น ได้มีการส่งมอบโฉนดฉบับจริงผ่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เพื่อนำถวายพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ต่อหน้าสื่อมวลชน ลูกศิษย์ คณะกรรมการวัด และประชาชนที่เดินทางมาร่วมเป็นสักขีพยาน บรรดาลูกศิษย์ คณะกรรมการวัด และญาติโยมที่เดินทางมาให้กำลังใจและร่วมเป็นสักขีพยานในเหตุการณ์ครั้งนี้
จากนั้นสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นได้ดำเนินการจัดทำสำเนาโฉนดดังกล่าวให้เรียบร้อย ก่อนส่งมอบ โฉนดฉบับจริงให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่นเป็นผู้เก็บรักษาไว้ ส่วนสำเนาโฉนด สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นได้จัดทำถวายให้วัดป่าอดุลยารามนำกลับไปเก็บรักษาไว้ที่วัด เพื่อใช้เป็นหลักฐาน
สำหรับการเปลี่ยนชื่อในโฉนดที่ดินจากนายเฮียง พิมพ์ศรี เป็นชื่อวัดป่าอดุลยาราม นั้น สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 พระครูอดุลสารนิเทศได้นำโฉนดเลขที่ 61945 ฉบับจริงไปแสดงต่อสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น เพื่อคัดค้านการขอออกใบแทนโฉนด ที่มีนางบัวไข ไปยื่นคำร้องขอเปลี่ยนโฉนดที่ดินเป็นฉบับใหม่แทนฉบับเก่า โดยให้การกับเจ้าหน้าที่ว่าโฉนดที่ดินฉบับเดิมสูญหาย ซึ่งเมื่อหลวงพ่อเจ้าอาวาสวัดนำโฉนดที่ดินมาแสดงต่อเจ้าพนักงานที่ดิน เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและยืนยันว่าเป็นโฉนดฉบับจริง จึงเข้าสู่กระบวนการดำเนินการเกี่ยวกับการเปลี่ยนชื่อในโฉนด
และต่อมาเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นายโกวิทย์ แสงสากล หรือ “ทนายบอย” ทนายความของวัด ได้นำความเห็นทางกฎหมายและแนวคำพิพากษาศาลฎีกากว่า 100 หน้า ยื่นต่อสำนักงานที่ดินและอธิบดีกรมที่ดิน เพื่อประกอบการพิจารณาดำเนินการทางทะเบียน และสุดท้ายในวันที่ 16 กันยายน 2569 เป็นวันโอนชื่อในโฉนดที่ดินจากนายเฮียง พิมพ์ศรี เป็นวัดอดุลยาราม เป็นที่เรียบร้อย
หลังจากที่ โอนชื่อในโฉนดที่ดินจากนายเฮียง เป็นชื่อวัดป่าอดุลยาราม เป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น พระครูเจ้าอาวาสวัดก็เดินทางกลับวัด เพื่อพักผ่อน และได้เปิดเผยความรู้สึกหลังทุกอย่างดำเนินการตามขั้นตอนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ว่า ทุกเรื่อง ทุกคดี หลวงพ่อไม่เอาเรื่อง ขออโหสิกรรมให้ทุกคน และไม่วิตกกังวลเรื่องอะไรอีกแล้ว
ทางด้านศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ ประธานกรรมการคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า หลวงพ่อมาที่สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นในครั้งนี้ เพื่อมาเปลี่ยนชื่อที่ถูกต้อง ซึ่งการดำเนินการก็ดำเนินการมาอย่างรอบคอบและถูกต้อง ครบถ้วน และเปลี่ยนชื่อในโฉนดที่ดินเป็นที่เรียบร้อย ในส่วนของแนวปฏิบัติ หลังโอนเปลี่ยนชื่อในโฉนดที่ดินเรียบร้อยแล้วนั้น สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น เป็นผู้เก็บรักษาไว้ตามระเบียบ ส่วนวัดนั้น สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น ได้ถ่ายสำเนาโฉนดกลับไปที่วัดให้ เพื่อญาติโยมดู จึงถือว่า การดำเนินการทุกอย่างก็เสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์แล้ว.
这场土地纠纷最终以土地所有权人姓名由“Hiang先生”变更为“Wat Pa Adulyaram”而告终。原土地所有权证已移交孔敬府佛教事务处保管。住持已决定不再追究此事,并宽恕了所有相关人员。
2026年9月16日上午9点30分,在孔敬府土地局会议室,出席会议的有:全国佛教保护委员会主席通通·占让苏教授;法军律师基金会主席阿南猜·猜亚德律师;法军律师基金会副主席普拉育·普拉特塞纳博士(又名“玛哈·赫米”);孔敬府副府尹尤塔纳·波提维霍克先生;国家佛教办公室督察克里萨空·萨尼萨克迪先生;国家佛教办公室主任乌东蓬·埃卡伊安女士;孔敬府佛教办公室主任内蒂普·查伦瓦女士;与僧侣和相关官员一起,帕库阿杜萨拉尼特寺住持前往土地官员处,办理土地所有权转移手续。
帕库·阿杜萨拉尼特法师和法军律师基金会抵达孔敬府土地局后,孔敬府土地局局长蓬苏瓦·柴顿图克先生及其工作人员立即在土地局办公室内展开讨论。媒体人员被禁止进入或旁听。
随后,委员会前往孔敬府土地局会议室,办理编号为61945的土地所有权证的相关手续。该地契原登记在Hiang Phimsri先生名下。土地官员及相关人员完成了登记手续,将地契上的名称更改为“Wat Pa Adulyaram”,并加盖了孔敬府土地局的印章和签字。因此,地契上的名称正式变更为“Wat Pa Adulyaram”。
土地官员在地契上签字盖章后,将地契原件交给孔敬府副府尹,由他呈交给帕阿杜利亚拉姆寺住持帕库阿杜萨拉尼泰,媒体、信徒、寺庙委员会成员和前来见证这一时刻的公众都在场。
孔敬府土地局随后制作了一份地契副本,并将原件移交给孔敬府佛教事务办公室保管。地契副本随后被交给帕阿杜利亚拉姆寺,作为寺庙的证据保存。
关于土地所有权证上姓名由 Hiang Phimsri 先生变更为 Wat Pa Adulyaram 一事,缘起于 2026 年 8 月 14 日。当日,住持 Phra Khru Adulsaranithet 向孔敬府土地局出示了编号为 61945 的原始所有权证,以反对更换所有权证的申请。Buakhai 女士此前提交了一份请愿书,声称原始所有权证已遗失。住持出示所有权证后,官员们核实了其真实性,由此启动了变更所有权证上姓名的程序。
随后,在2026年8月31日,寺庙的律师科维特·桑萨科尔先生(人称“律师小子”)向土地局及其局长提交了超过100页的法律意见书和最高法院判决书,供其在土地登记过程中参考。最终,在2026年9月16日,土地所有权证成功从香皮姆斯里先生转让给了阿杜利亚拉姆寺。
在土地所有权从香先生成功转移到帕阿杜利亚拉姆寺名下后,住持返回寺庙休息。一切结束后,他表达了自己的感受,表示不会再采取任何法律行动,原谅了所有人,并且不再为任何事情担忧。
全国佛教保护委员会主席通通·占朗苏教授表示,住持此次前往孔敬府土地局是为了更改土地所有权证上的正确姓名。他补充说,整个过程进行得非常谨慎、准确、完整,土地所有权证上的姓名变更已经完成。关于土地所有权证过户完成后的相关程序,孔敬府佛教事务处将按照规定保管该所有权证。至于寺庙方面,孔敬府土地局已向寺庙提供了一份所有权证副本,供信众查阅。因此,所有程序均已完成。