← 返回新闻首页
泰国主流

ประท้วงวุ่น “พริษฐ์” แขวะ “นายกฯ หนู” ไม่ได้เรื่อง ปล่อยลูกพรรคร่วมขบวนการฮั้วสว.

“ไอติม” ยืมเวทีสภาฯ หวด กกต. กระหน่ำมติเสียงข้างมากไม่ฟ้องแกนนำภูมิใจไทย เข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่มิชอบ แขวะ “นายกฯ หนู” ไม่ได้เรื่อง ปล่อยลูกพรรคร่วมฮั้วสว. จี้กกต. รื้อฟื้นคดีใหม่

ThairathThairath查看原文 ↗
巴里特批评总理“农努”无能,并允许其党员参与串谋选举参议员,引发抗议。

“ไอติม พริษฐ์” ยืมเวทีสภาฯ หวด กกต. ต่อเนื่อง กระหน่ำมติเสียงข้างมากไม่ฟ้องแกนนำภูมิใจไทย เข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่มิชอบ แขวะ “นายกฯหนู” ไม่ได้เรื่อง ปล่อยลูกพรรคร่วมขบวนการฮั้วสว. จี้กกต.รื้อฟื้นคดีใหม่ จนถูกประท้วงวุ่น

วันที่ 16 กันยายน 2569 เมื่อเวลา 10.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาการรับทราบผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำปี 2567 และปี 2568 ให้เวลาการอภิปราย 5 ชั่วโมง โดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า มติกกต.เสียงข้างมาก ที่สั่งฟ้องคดีฮั้วสว. 77 คน เป็นมติขัดหลักการกฎหมาย เข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่มิชอบ จงใจมองไม่เห็นช้าง 3 ตัวได้แก่ 1.ขบวนการโกงสว. ตีกรอบว่า ขบวนการโกง ต่าง ๆ ไม่เกี่ยวกัน ต่างคนต่างโกง ขัดหลักฐานการโกงเป็นขบวนการ ทั้งโพยใบสั่ง สถิติการลงคะแนนระดับประเทศ ศูนย์ทำโพยที่มีผู้สมัครสว.ไปปรากฏตัวตามโรงแรม ต่าง ๆ ใช้วิทยากรคนเดียวกันวนไปทำหน้าที่ รวมถึงการปฐมนิเทศสว. ในวันที่ 21 ก.ค. 2567 หลัง 200 สว. ได้รับการรับรอง จากกกต. มีสว.หลายสิบคนไปประชุมที่โรงแรมพูลแมน เพื่อปฐมนิเทศ ตกลงจะเลือกใครเป็นประธานและรองประธานวุฒิสภา

นายพริษฐ์กล่าวว่า 2.ความเชื่อมโยงไปถึงแกนนำ รัฐมนตรี สส.พรรคภูมิใจไทย แม้กกต.ปัดตกคำให้การนายเอกราช ช่างเหลา พยานคดีนี้ แต่หลักฐานที่โยงถึงกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย ไม่ใช่แค่คำให้การนายเอกราช แต่มีหลักฐาน อื่น ๆ เช่น ประวัติการโทรศัพท์ โดยเฉพาะของนางรัตนา บ่อถ้ำ ผู้เชี่ยวชาญประจำตัวนายชรัฐ รัชกิจประการ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และยังเป็นเจ้าหน้าที่พรรคภูมิใจไทย หากพรรคภูมิใจไทยไม่เกี่ยวโกงสว. เหตุใดนางรัตนาโทรคุยกับ สว. 19 คน 62 ครั้ง ในช่วง 80 วัน ที่คาบเกี่ยวการเลือกสว. ทำให้นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ประท้วงนายพริษฐ์นำสำนวนความลับการสอบสวนของราชการมาเปิดเผย ขอให้ประธานควบคุมการประชุม ไม่ให้เอาของไม่ชอบ ของเถื่อน มาอภิปรายในสภา

แต่นายโสภณวินิจฉัยให้นายพริษฐ์พูดต่อ โดยนายพริษฐ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยเคยออกประกาศไม่ให้ลูกพรรคยุ่งเกี่ยวการเลือกสว. แต่การที่กกต.สั่งฟ้องบุคคลพรรคภูมิใจไทย เป็นได้ 2 ทางคือ 1.นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไม่ได้เรื่องกำชับลูกพรรคไม่ให้ยุ่งเกี่ยวเลือกสว. 2.นายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยร่วมกันโกงเลือกสว.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นบรรยากาศการประชุมคุกรุ่นขึ้นทันที เมื่อสส.ภูมิใจไทยรุมประท้วง ให้นายพริษฐ์ถอนคำพูด ขณะที่นายโสภณที่ทำหน้าที่ประธานการประชุม ขอให้นายพริษฐ์ถอนคำพูด เพราะกล่าวหานายกฯ เนื่องจากกกต.วินิจฉัย ยืนยันนายอนุทินไม่เกี่ยวข้อง จึงไม่สั่งฟ้อง แต่จะไม่ให้ถอนคำพูด แต่ต้องไม่พูดอีก ถ้าพูดจะไม่ให้อภิปราย ก่อนให้นายพริษฐ์อภิปรายต่อว่า 3.มาตรฐานกกต. ปีที่แล้วเคยสั่งฟ้องการโกงสว.ไปที่ศาล มีหลักฐานแค่ แชตไลน์ คน 2 คน ที่มีข้อความแลกเปลี่ยนคะแนนกัน แต่ปีนี้ไม่ฟ้องสว. ร้อยกว่า คน ที่อยู่ในโพยใบสั่ง แลกคะแนนเป็นระบบ ขัดมาตรฐานในอดีต

สิ่งที่กกต.ต้องทำมี 4 ข้อคือ 1.เปิดเผยมติกกต.ทุกคนว่า ใครลงมติอย่างไร 2.กกต.ต้องส่งสำนวนสอบสวน และความเห็นอนุกรรมการ ชุดที่ 26 ความเห็นนายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการกกต.ไปที่ศาลฎีกา 3.ยืนยันจะเดินหน้าสอบคดีโกงสว.ที่ไม่ได้อยู่ในสำนวนนี้ 4.หากกระบวนการไต่สวนศาลฎีกาพบความเชื่อมโยงการโกงสว.มากกว่า 77 คน กกต.ต้องรื้อฟื้นคดีและสั่งฟ้องเพิ่มเติม ข้อเท็จจริงที่แกนนำภูมิใจไทยและนายอนุทินไม่ถูกฟ้อง เพราะดุลยพินิจ 4 กกต.มาจากการเลือกของสว.สีน้ำเงิน ใช้ดุลยพินิจเป็นคุณต่อผู้ถูกกล่าวหา หากกกต.ใช้อำนาจต่างตอบแทนมากกว่าปฏิบัติหน้าที่ตรงไปตรงมา กังวลใจแทนว่า ความน่าเชื่อถือของกกต.ในสายตาประชาชนจะเหลือเท่าไรในการกลับมารายงานการปฏิบัติหน้าที่ต่อสภาฯ ปีหน้า

手机左右滑动,电脑按 ← → 键,也能切换新闻