ชุมชนผนึกรัฐ-ผู้เชี่ยวชาญ ดัน 5 ยุทธศาสตร์ "บางกะเจ้า 2050" ให้คนอยู่ได้ ธรรมชาติอยู่รอด社区、政府和专家携手推进“邦克拉昭2050”的5项战略,以确保人类居住和自然生存。
สำนักงาน ก.พ.ร. ร่วมกับชุมชนและผู้เชี่ยวชาญ เคาะ 5 ยุทธศาสตร์ "บางกะเจ้า 2050" ปรับเกษตร รับมือน้ำเค็ม และแก้กฎหมาย เพื่อสร้างรายได้ควบคู่ฟื้นฟูธรรมชาติอย่างยั่งยืน

ประชาชนคุ้งบางกะเจ้า นักวิชาการ และหน่วยงานรัฐกว่า 140 คน ร่วมหาทางออกให้คุ้งบางกะเจ้า ทั้งเรื่องเกษตร น้ำเค็ม ท่องเที่ยว และกฎระเบียบ ก่อนนำเสนอในงาน Bangkok Climate Action Week วันที่ 10 ต.ค.นี้
เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 69 ที่อุ่นใจริเวอร์ไซด์ ต.บางกระสอบ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ นายนิกูล ธนวรเมธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธานเปิด "OpenGov for Citizen พลเมืองเคลื่อนรัฐ" ครั้งที่ 5 Share the Vision, Shape the Future @ Bang Kachao ร่วมคิดภาพฝัน ร่วมสร้างสรรค์อนาคตบางกะเจ้า “เวทีแลกเปลี่ยนชุมชน x Experts” ซึ่งสำนักงาน ก.พ.ร. จัดร่วมกับมูลนิธิคอนราด อาเดนาวร์ จังหวัดสมุทรปราการ และภาคีเครือข่าย มีผู้นำชุมชน ประชาชนคุ้งบางกะเจ้า ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ และเจ้าหน้าที่รัฐกว่า 140 คน มาร่วมกันวางอนาคต “บางกะเจ้า 2050” เพื่อให้ข้อเสนอของชุมชนนำไปใช้ได้จริง
เวทีครั้งนี้ต่อยอดจากกิจกรรม “ฟังเสียงบางกะเจ้า” เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ที่ผ่านมาชุมชนได้ร่วมกันเลือกภาพอนาคตของพื้นที่ในแนวคิด “ความหลากหลายสู่รายได้ที่ยั่งยืน” ต่อมาวันที่ 15 ส.ค. ผู้เชี่ยวชาญได้นำประเด็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในชุมชนมาวิเคราะห์ทั้งด้านสังคม เทคโนโลยี เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และนโยบาย รวมถึงศึกษาแนวทาง “จ่ายค่าตอบแทนให้ผู้ดูแลระบบนิเวศ” (Payment for Ecosystem Services: PES) เพื่อให้คนที่ดูแลธรรมชาติมีรายได้ที่ยั่งยืนจากการดูแลธรรมชาติ
ผลการระดมความคิดเห็นครั้งล่าสุดได้ข้อสรุปเป็น 5 ยุทธศาสตร์ ได้แก่
ทำเกษตรมูลค่าสูง หันมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย แปรรูปผลผลิตเพื่อเพิ่มราคา และพัฒนาเป็น “ชุมชนอาหารสุขภาพ” พลิกปัญหาน้ำเค็ม ดินเค็ม ให้เป็นโอกาส ทดลองวิธีเพาะปลูกที่เหมาะกับพื้นที่ และส่งเสริมพืชทนเค็ม ใช้เทคโนโลยีจัดการน้ำ เชื่อมข้อมูลการเปิดปิดประตูน้ำกับข้อมูลน้ำเค็มและน้ำจืด โดยให้คนในพื้นที่มีส่วนร่วมดูแลจัดการ ผูกเกษตรกับการท่องเที่ยว นำพืชท้องถิ่น วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่น มาทำเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่สร้างรายได้เข้าชุมชน แก้กฎที่เป็นอุปสรรค ดึงคนรุ่นใหม่กลับบ้าน ทบทวนข้อกำหนดที่ทำให้พัฒนาพื้นที่ได้ยาก และหาแรงจูงใจให้เจ้าของที่ดินกับผู้ดูแลพื้นที่สีเขียว
ทำเกษตรมูลค่าสูง หันมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย แปรรูปผลผลิตเพื่อเพิ่มราคา และพัฒนาเป็น “ชุมชนอาหารสุขภาพ”
พลิกปัญหาน้ำเค็ม ดินเค็ม ให้เป็นโอกาส ทดลองวิธีเพาะปลูกที่เหมาะกับพื้นที่ และส่งเสริมพืชทนเค็ม
ใช้เทคโนโลยีจัดการน้ำ เชื่อมข้อมูลการเปิดปิดประตูน้ำกับข้อมูลน้ำเค็มและน้ำจืด โดยให้คนในพื้นที่มีส่วนร่วมดูแลจัดการ
ผูกเกษตรกับการท่องเที่ยว นำพืชท้องถิ่น วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่น มาทำเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่สร้างรายได้เข้าชุมชน
แก้กฎที่เป็นอุปสรรค ดึงคนรุ่นใหม่กลับบ้าน ทบทวนข้อกำหนดที่ทำให้พัฒนาพื้นที่ได้ยาก และหาแรงจูงใจให้เจ้าของที่ดินกับผู้ดูแลพื้นที่สีเขียว
สำหรับกิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการสร้างต้นแบบ “เศรษฐกิจที่เป็นบวกต่อธรรมชาติ” (Nature Positive Economy) ในคุ้งบางกะเจ้า ซึ่งยึดหลักความเป็นธรรมด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Justice) มีศูนย์ RUBEA คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นแกนหลัก ร่วมกับ GSEI, สสส., เครือข่าย RoLD Fellows, Forest Guardians (ชุมชนพิทักษ์ป่า) และ LANDPROCESS โดยได้รับการสนับสนุนจากสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ)
ดันข้อเสนอชุมชน สู่แผนระดับชาติ
ข้อสรุปทั้งหมดจะนำไปจัดทำเป็น “พิมพ์เขียวบางกะเจ้า 2050” (Bang Kachao 2050 Living Blueprint) ซึ่งปรับปรุงได้ตลอด พิมพ์เขียวนี้จะกำหนดภาพอนาคต วิธีทำงาน และโครงการที่ลงมือทดลองในพื้นที่ได้จริง ข้อเสนอเชิงนโยบายที่ได้จะเสนอเข้าสู่แผนปฏิบัติการแห่งชาติ ภายใต้การที่ประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกภาคีเครือข่ายภาครัฐระบบเปิด (Open Government Partnership: OGP) เพื่อผลักดันให้บางกะเจ้าเป็นพื้นที่ต้นแบบของประเทศ
นอกจากนี้ ในวันที่ 10 ตุลาคม 2569 จะมีการจัดกิจกรรม “Financing a Nature-Positive Urban Economy: The Bang Kachao Commitment” หรือ “การเงินเพื่อเศรษฐกิจเมืองที่เกื้อกูลธรรมชาติ: คำมั่นแห่งบางกะเจ้า” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Bangkok Climate Action Week 2026 (BKKCAW 2026) และได้รับการรับรองให้เป็นกิจกรรมคู่ขนานของการประชุมประจำปี IMF–World Bank 2026
ภายในกิจกรรมจะมีเวที Show & Share เพื่อเชื่อมโยงเสียงและการลงมือทำของชุมชน ภาคประชาชน และนักสร้างสรรค์ ร่วมกับภาครัฐ ภาคธุรกิจ ผู้ให้ทุน และสถาบันการเงิน เพื่อพัฒนาแนวทางการเงินที่สนับสนุนและตอบแทนผู้ดูแลธรรมชาติอย่างเป็นธรรม เช่น การจ่ายค่าตอบแทนบริการของระบบนิเวศ (PES) กองทุนสีเขียว พันธบัตรเพื่อส่งเสริมความยั่งยืน
จากเดิมที่ทุกฝ่ายถามกันว่า “จะรักษาปอดคนเมืองแห่งนี้ไว้ได้อย่างไร” วันนี้โจทย์ของบางกะเจ้าจึงเปลี่ยนเป็น “จะทำอย่างไรให้คนในพื้นที่อยู่ได้ ธรรมชาติฟื้นคืนและเพิ่มพูน สร้างเศรษฐกิจชุมชน และบางกะเจ้ายังเป็นมรดกสีเขียวให้ลูกหลานต่อไป”
ทั้งนี้ ในพิธีเปิดมีนายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ประธานอนุกรรมการพัฒนาระบบราชการเกี่ยวกับการส่งเสริมการบริหารภาครัฐระบบเปิดและการมีส่วนร่วม นางอารีย์พันธ์ เจริญสุข ที่ปรึกษาอาวุโส สำนักงาน ก.พ.ร. และ น.ส.อรพรรณ สุวรรณวัฒนกุล ผู้จัดการโครงการ มูลนิธิคอนราด อาเดนาวร์ สำนักงานประเทศไทย ร่วมงานด้วย
140 多名邦卡昭居民、学者和政府机构代表齐聚一堂,探讨邦卡昭的农业问题、海水入侵、旅游业和监管问题的解决方案,并在 10 月 10 日的曼谷气候行动周上展示了他们的研究成果。
2026年9月14日,在北榄府帕巴登县邦卡索镇翁猜河畔,北榄府副府尹尼库尔·塔纳沃拉梅特先生主持了第五届“公民开放政府:公民推动政府发展”活动“分享愿景,塑造未来@邦卡昭”的开幕式。本次活动是由公共部门发展委员会(OPDC)联合康拉德·阿登纳基金会北榄府分会及合作伙伴网络共同举办的社区专家交流论坛。超过140位社区领袖、邦卡昭居民、专家、学者和政府官员参加了此次活动,旨在规划“邦卡昭2050”的未来,并确保社区建议得到切实落实。
本次活动以8月9日举行的“聆听邦克拉昭之声”活动为基础,该活动中,社区成员基于“多元化迈向可持续收入”的理念,共同选定了该地区的未来愿景。随后,在8月15日,专家们分析了社区利益相关者从社会、技术、经济、环境和政策等各个方面提出的问题,包括探讨“生态系统服务付费”(PES)模式的可行性,该模式旨在为那些关心自然环境的人们提供可持续的收入。
最近一次头脑风暴会议产生了五项策略,分别是:
转向高价值农业,种植节水作物,加工农产品以提高价格,并发展成为“健康食品社区”。将盐水和土壤问题转化为机遇,试验适合当地的耕作方法,并推广耐盐植物。利用水资源管理技术,将水闸的开关数据与海水和淡水入侵数据关联起来,并让当地居民参与管理。将农业与旅游业相结合,利用当地的植物、生活方式和传统知识,打造创收的旅游线路。解决监管障碍,吸引年轻一代回乡发展,审查阻碍地区发展的法规,并为土地所有者和绿地管理者寻找激励措施。
专注于高价值农业,种植需水量较少的作物,加工农产品以提高价格,发展成为“健康食品社区”。
将盐碱水土问题转化为机遇:试验适合当地的耕作方法,推广耐盐植物。
利用水资源管理技术,将水闸开启和关闭数据与海水和淡水入侵数据联系起来,同时让当地社区参与管理和监督。
将农业与旅游业联系起来,利用当地的植物、生活方式和传统知识,创建旅游路线,为社区创造收入。
改革阻碍发展的法规,吸引年轻一代回乡,审查阻碍地区发展的法规,并为土地所有者和绿地管理者寻找激励措施。
这项活动是邦卡昭“自然积极经济”试点项目的一部分,该项目基于气候正义原则。该项目由朱拉隆功大学建筑学院RUBEA中心牵头,并与GSEI、泰国健康促进基金会(ThaiHPF)、RoLD Fellows网络、森林守护者(森林保护社区)和LANDPROCESS合作开展,同时得到了泰国司法研究所(TIJ)的支持。
将社区提案纳入国家规划。
所有结论将汇编成《邦卡昭2050生活蓝图》,该蓝图将持续修订。该蓝图将明确该地区的未来愿景、工作方法和试点项目。政策建议将纳入泰国参与开放政府伙伴关系(OGP)的国家行动计划,以推动邦卡昭成为国家示范区。
此外,2026 年 10 月 10 日,“为自然友好型城市经济提供融资:邦卡昭承诺”活动将作为 2026 年曼谷气候行动周 (BKKCAW 2026) 的一部分举行,并已被认可为与 2026 年国际货币基金组织-世界银行年会同期举行的活动。
本次活动将包括一个展示与分享平台,将社区、民间社会和创新者的声音和行动与政府、商业部门、资助者和金融机构联系起来,以制定公平支持和奖励自然保护者的金融战略,例如 PES(和平与交换服务)付款、绿色基金和可持续发展债券。
最初,问题是“我们如何保护这片城市绿肺?”如今,邦卡昭面临的挑战已转变为“我们如何确保当地居民能够在这里生活,自然能够恢复和繁荣,我们能够创造社区经济,并且邦卡昭能够成为子孙后代的绿色遗产?”
出席开幕式的还有:公共部门发展促进开放公共行政和参与小组委员会主席 Bandhoon Sethasirirot 先生;公共部门发展委员会办公室高级顾问 Areepun Charoensuk 女士;以及康拉德·阿登纳基金会泰国办事处项目经理 Orapan Suwanwattanakul 女士。