จับตาประชุมเฟด รู้ผล 17 ก.ย.นี้ ตลาดคาดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% หุ้นกลุ่มไหนได้ประโยชน์?密切关注美联储会议;结果将于9月17日公布。市场预期利率将上调0.25%。哪些股票板块将从中受益?
จับตาเฟดคืนนี้ ตลาดคาดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ลุ้นขึ้นสั้นแล้วตรึง หรือขึ้นยาวสกัดเงินเฟ้อ หลังรคาาน้ำมันพุ่ง โบรกฯ เปิดลิสต์หุ้นได้ประโยชน์

# หุ้นกลุ่มโรงพยาบาล
TOTO "บริษัทขายชักโครก" ทำไมถึงกลายเป็นเบื้องหลังสำคัญยุค AI บูม | Digital Frontiers EP.73
จับตาเฟดคืนนี้ ตลาดคาดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ลุ้นขึ้นสั้นแล้วตรึง หรือขึ้นยาวสกัดเงินเฟ้อ หลังรคาาน้ำมันพุ่ง โบรกฯ เปิดลิสต์หุ้นได้ประโยชน์
ปลดล็อก Wealth คนรุ่นใหม่ ttb จับมือ Webull ดันฟีเจอร์ My Wealth วางแผน-บริหารพอร์ตการลงทุนครบวงจร
นาทีนี้สายเทรดและนักลงทุนทั่วโลกต่างรอฟังผลการประชุม FOMC ของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด อย่างใจจดใจจ่อ ตลาดไม่ได้ลุ้นเพียงว่าจะขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ แต่กำลังจับตาว่า Fed จะส่งสัญญาณขึ้นต่ออีกกี่ครั้ง
ซึ่งผลการประชุมนัดสำคัญนี้ เราจะได้รับรู้ผลอย่างเป็นทางการในช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 17 กันยายน 2569 ตามเวลาประเทศไทย
ชนวนสำคัญที่ทำให้เฟดต้องกลับมาทบทวนทิศทางดอกเบี้ยอย่างหนัก เกิดจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง คำถามใหญ่ที่ทุกคนอยากรู้ในตอนนี้คงหนีไม่พ้นว่า เฟดจะตัดสินใจอย่างไร และหุ้นกลุ่มไหนในตลาดที่จะได้อานิสงส์จากรอบนี้
ตัวเลขจาก CME FedWatch Tool สะท้อนให้น้ำหนักสูงถึง 92% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% แม้ว่าตลาดส่วนใหญ่จะรับรู้และคาดการณ์เรื่องการปรับขึ้นดอกเบี้ยไว้ล่วงหน้าแล้วก็ตาม
แต่สิ่งที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิดแท้จริงกลับเป็น "Dot Plot" หรือสัญญาณส่งผ่านจากเฟดถึงทิศทางดอกเบี้ยในระยะถัดไป Thairath Money จึงชวนมาเจาะลึกทั้งฉากทัศน์ที่เป็นไปได้ และโพยหุ้นเด็ดที่จะกลายเป็นผู้ชนะในเกมดอกเบี้ยขาขึ้นรอบนี้กัน
เจาะ 3 ฉากทัศน์ดอกเบี้ยเฟด ดอกเบี้ยพุ่งต่อหรือขึ้นสั้นแล้วตรึง?
ฝ่ายวิจัยฯ บล. เอเซีย พลัส ระบุว่า ประเด็นสำคัญของการประชุมรอบนี้อยู่ที่การประเมิน Scenario ทิศทางดอกเบี้ยของเฟดและผลกระทบต่อตลาดหุ้น โดยกรณีแรก หากเฟดคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% พร้อม Dot Plot ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยปีนี้แค่ 1 ครั้ง ตลาดหุ้นมีโอกาสดีดตัวขึ้นได้อย่างร้อนแรง
ส่วนกรณีที่สอง หากเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยเป็น 4.00% ตามคาด พร้อม Dot Plot ชี้ขึ้นปีนี้ 1 ครั้ง ก็จะช่วยหนุนให้ตลาดหุ้นรีบาวน์กลับมาได้เช่นกัน
แต่หากเกิดกรณีที่สาม คือเฟดขึ้นดอกเบี้ยเป็น 4.00% แต่นำเสนอ Dot Plot ที่ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยปีนี้มากกว่า 1 ครั้ง ตลาดหุ้นจะเผชิญความเสี่ยงผันผวนหนักทันที
ขณะที่บทวิเคราะห์ บล. กรุงศรี ประเมินว่าการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในรอบนี้มีน้ำหนักสูงที่จะเป็นภาพ "Insurance Hike" หรือการขึ้นดอกเบี้ยสั้นๆ เพื่อป้องกันความเสี่ยงก่อนที่จะตรึงดอกเบี้ยไว้ เนื่องจากแรงกดดันเงินเฟ้อในระยะถัดไปมีลักษณะเหนียวแน่นตามราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ทรงตัวสูง
ด้านบทวิเคราะห์ บล. พาย ระบุว่า ตลาดมองเฟดอาจต้องขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องรวมถึง 4 ครั้งเพื่อสกัดกั้นเงินเฟ้อที่ร้อนแรงจากราคาพลังงาน ดังนั้น ท่าทีการแถลงของประธานเฟดจึงเป็นจุดชี้ขาดสำคัญที่จะกำหนดทิศทางเงินทุนโลกต่อจากนี้
เปิดโผหุ้นเด็ด กลุ่มไหนเข้าตา?
เมื่อแนวโน้มดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับสูง หุ้นกลุ่ม Value และ Defensive จึงกลายเป็นเป้าหมายหลักในการเลือกลงทุน
บล. พาย ระบุว่า หุ้นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยปรับตัวขึ้น ได้แก่ กลุ่มธนาคารอย่าง BBL, KBANK, KTB, SCB และกลุ่มสื่อสารอย่าง ADVANC นอกจากนี้ยังแนะนำ หุ้นกลุ่มค้าปลีก เช่น CPALL, CPN, HMPRO, CRC และกลุ่มโรงพยาบาล เช่น BDMS, BH, BCH, PR9 เป็นต้น
โดยหุ้น Top Pick แนะนำ BBL โดยให้ราคาเป้าหมาย 213 บาท จากการได้รับประโยชน์จากวัฏจักรการลงทุนในประเทศที่หนุนด้วยกระแสเงินทุนไหลเข้าภูมิภาคอาเซียน ช่วยส่งผลบวกต่อการขยายสินเชื่อและธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง
ด้าน บล. กรุงศรี มองว่าหุ้นธีม Energy Security เช่น PTT, IVL และ SCC ยังได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ยืนอยู่ในระดับสูง ขณะที่หุ้นภาคบริการและการบิน ได้แก่ AOT, THAI, ERW, AWC รวมถึงกลุ่มโรงพยาบาล BDMS และ BCH เป็นจังหวะทยอยสะสมเพื่อรอรับวันหยุดยาวปลายปีและมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว
นอกจากนี้ หุ้นธีมลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โรงไฟฟ้า และนิคมฯ เช่น GULF, GPSC, BGRIM, STECON, PYLON, AMATA, WHA จะได้อานิสงส์จากการเก็งกำไรเกณฑ์ Data Center ใหม่ และแผนงาน PDP 2026
ส่วน บล. เอเซีย พลัส ระบุว่า อีกปัจจัยหนุนเศรษฐกิจไทยคือการผ่าน พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570 วงเงิน 3.79 ล้านล้านบาท ซึ่งมีงบลงทุนสูงถึง 7.89 แสนล้านบาท การปลดล็อกงบประมาณรอบนี้จะช่วยเร่งโครงการเมกะโปรเจกต์ หนุนหุ้นกลุ่มรับเหมาและวัสดุก่อสร้างอย่าง CK, STECON, SCC, SCCC, TPIPL รวมถึงกลุ่มค้าปลีก CPALL, CPAXT, BJC เป็นต้น
ดังนั้น ประเด็นสำคัญของการลงทุนรอบนี้อาจไม่ใช่เพียงการขึ้นดอกเบี้ย 0.25% แต่คือสัญญาณของเฟดต่อทิศทางดอกเบี้ยในระยะถัดไป ขณะที่นักลงทุนยังต้องติดตาม Dot Plot และถ้อยแถลงของ Fed อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินว่าการขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องหรือไม่
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney
# 医院类股票
为什么“马桶公司”TOTO会成为人工智能蓬勃发展时代的关键参与者? | 数字前沿 第73期
今晚密切关注美联储的动向。市场预期美联储将加息0.25%,希望短期加息后维持利率不变,或者长期加息以抑制油价飙升后的通胀。券商已发布一份可能受益的股票名单。
为新一代开启财富之门:ttb 与 Webull 合作推出“我的财富”功能,提供全面的投资组合规划和管理。
目前,全球交易员和投资者正焦急地等待美联储联邦公开市场委员会(FOMC)会议的结果。市场不仅关注利率是否会上调,还关注美联储还会发出多少次加息信号。
本次重要会议的正式结果将于2026年9月17日清晨(泰国时间)公布。
迫使美联储认真重新考虑利率走向的关键因素源于通胀压力和持续上涨的全球原油价格。现在大家最想知道的问题是:美联储将做出怎样的决定,以及哪些股票板块将从这一转变中受益?
CME FedWatch 工具的数据显示,美联储再次加息 0.25% 的可能性高达 92%,尽管大多数市场已经将这一加息预期考虑在内。
但投资者真正需要密切关注的是“点阵图”,也就是美联储发出的关于下一阶段利率走向的信号。因此,《泰叻理财》邀请您深入探讨各种可能的情况,并挑选出有望在本轮利率上升中脱颖而出的优质股票。
分析美联储加息的三种情景:利率会继续上升,还是会短暂上升然后保持不变?
亚洲证券研究部指出,本次会议的关键议题在于评估美联储的利率走向及其对股市的影响。首先,如果美联储维持利率在3.75%不变,并通过点阵图暗示今年仅加息一次,那么股市有望强劲反弹。
在第二种情况下,如果美联储如预期般将利率提高到 4.00%,点阵图显示今年将加息一次,这也将有助于股市反弹。
然而,如果出现第三种情况——美联储将利率提高到 4.00%,但给出的点阵图表明今年将不止一次加息——股市将立即面临剧烈波动。
与此同时,Krungsri Securities 的分析评估认为,由于布伦特原油价格持续高企,未来一段时间内通胀压力强劲,美联储此轮加息很可能是一次“保险性加息”,即在利率稳定之前为降低风险而进行的短期加息。
根据Pie Securities的分析,市场认为美联储可能需要加息四次才能抑制能源价格上涨引发的恶性通货膨胀。因此,美联储主席的声明将是决定未来全球资本流动方向的关键因素。
以下是一些精选股票;哪些行业值得考虑?
由于利率可能维持在高位,价值股和防御型股票已成为主要投资目标。
Pie Securities指出,受益于利率上升的股票包括BBL、KBANK、KTB和SCB等银行股,以及ADVANC等电信公司股。他们还推荐了CPALL、CPN、HMPRO和CRC等零售股,以及BDMS、BH、BCH和PR9等医院股。
我们首推股票是BBL,目标价为213泰铢。这是因为该公司受益于国内投资周期,并受到流入东盟地区的资本的支撑,这将对其贷款扩张和财富管理业务产生积极影响。
京城证券认为,PTT、IVL和SCC等能源安全股仍受高油价支撑。同时,AOT、THAI、ERW和AWC等服务和航空股,以及BDMS和BCH等医院集团,都是在年底长假和旅游刺激措施到来之际逐步增持的好机会。
此外,GULF、GPSC、BGRIM、STECON、PYLON、AMATA 和 WHA 等基础设施、发电厂和工业园区股票将受益于对新数据中心法规和 PDP 2026 计划的投机。
亚洲证券指出,支撑泰国经济的另一因素是总额达3.79万亿泰铢的2027年预算案获得通过,其中7890亿泰铢将用于投资。这项预算释放将加速大型项目的推进,提振建筑和建材板块的股票,例如CK、STECON、SCC、SCCC和TPIPL,以及零售板块的股票,例如CPALL、CPAXT和BJC。
因此,本轮融资的重点可能不仅仅是0.25%的加息,而是美联储对未来利率走向发出的信号。投资者仍需密切关注点阵图和美联储的声明,以评估此次加息是否预示着未来进一步加息的开始。
通过 Thairath Money 阅读股票和投资新闻,助您实现“更美好的财务生活”,网址:https://www.thairath.co.th/money/investment
请点击以下链接关注Thairath Money的Facebook主页:https://www.facebook.com/ThairathMoney