กองปราบตรวจทรัพย์สินกุฏิอดีตเจ้าอาวาสพุทไธศวรรย์ จ่อถอนอายัดบัญชีวัด 71 ล้าน犯罪打击部门检查了帕泰萨旺寺前住持的资产和住所,并准备解除对该寺庙银行账户中7100万泰铢的冻结。
กองปราบตรวจทรัพย์สินกุฏิอดีตเจ้าอาวาสพุทไธศวรรย์ เตรียมคืนพื้นที่คณะสงฆ์ จ่อถอนอายัดบัญชีวัด 71 ล้าน ด้านวัดจัดระเบียบวัดครั้งใหญ่ เปิดเมรุคืนประชาชน

กองปราบตรวจทรัพย์สินกุฏิอดีตเจ้าอาวาสพุทไธศวรรย์ เตรียมคืนพื้นที่คณะสงฆ์ จ่อถอนอายัดบัญชีวัด 71 ล้าน ด้านวัดจัดระเบียบวัดครั้งใหญ่ เปิดเมรุคืนประชาชน
วันที่ 16 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่วัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา ตลอดทั้งวันยังคงมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเที่ยวชมโบราณสถานภายในวัดอย่างต่อเนื่อง พร้อมกราบไหว้ขอพรหลวงพ่อดำ พระประธานภายในพระอุโบสถ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา จำนวน 3 นาย คอยดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยภายในวัด
ขณะที่บริเวณกุฏิด้านข้างพระอุโบสถ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับสมีโชติ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ยังคงมีการปิดกั้นพื้นที่และห้ามบุคคลภายนอกเข้าไปภายในโดยเด็ดขาด โดยตลอดทั้งวันพบเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามเดินทางเข้า-ออกกุฏิอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำอุปกรณ์สำหรับตรวจสอบทรัพย์สินและเอกสาร รวมถึงเครื่องนับธนบัตรเข้าไปดำเนินการภายใน
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้นำเครื่องคอมพิวเตอร์และเครื่องพิมพ์เอกสารเข้าไปใช้ในการจัดทำบัญชีและบันทึกรายการทรัพย์สิน โดยตรวจสอบทั้งทรัพย์สิน เอกสาร และสิ่งของต่าง ๆ ที่อยู่ภายในกุฏิอย่างละเอียด เพื่อรวบรวมข้อมูลให้ครบถ้วน ทั้งนี้ เนื่องจากภายในกุฏิมีทรัพย์สินและเอกสารจำนวนมาก ทำให้กระบวนการตรวจสอบอาจต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง
รายงานข่าวระบุว่า หลังการตรวจสอบแล้ว เจ้าหน้าที่มีแนวทางเตรียมส่งมอบพื้นที่กุฏิคืนให้กับคณะสงฆ์ โดยมีพระศาสนาจังหวัดและผู้เกี่ยวข้องร่วมสำรวจและตรวจสอบทรัพย์สิน เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอน
นอกจากนี้ ยังมีความคืบหน้าในส่วนของบัญชีเงินฝากของวัด ซึ่งมีเงินอยู่ประมาณ 71 ล้านบาท โดยก่อนหน้านี้บัญชีดังกล่าวถูกอายัดไว้เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางการเงิน ล่าสุดมีรายงานว่า หลังจากตรวจสอบรายการเคลื่อนไหวเข้า-ออกและเส้นทางการเงินเบื้องต้น ยังไม่พบความเกี่ยวข้องกับประเด็นที่เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการสอบสวน จึงอยู่ระหว่างขั้นตอนพิจารณาถอนอายัดบัญชี เพื่อให้วัดสามารถดำเนินกิจการและบริหารจัดการเงินของวัดได้ตามขั้นตอนต่อไป
ส่วนการสืบสวนสอบสวนในภาพรวม เจ้าหน้าที่ยังคงตรวจสอบพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายงานว่าพบข้อมูลบุคคลอื่นที่อาจเกี่ยวข้องกับคดีเพิ่มเติมบางส่วน ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
ด้านพระพิพัฒน์ศาสนกิจวิธาน เจ้าอาวาสวัดท่าการ้อง รองเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และรักษาการเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ กล่าวว่า คณะสงฆ์ได้เข้าร่วมสำรวจและตรวจสอบทรัพย์สินของวัดร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนการตรวจสอบพยานหลักฐานและรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดี เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างดำเนินการและยังไม่แล้วเสร็จ
พระพิพัฒน์ศาสนกิจวิธาน กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับทรัพย์สินหรือสิ่งของมีค่าต่าง ๆ ที่อยู่ภายในกุฏิ ยังต้องใช้เวลาในการตรวจสอบและรวบรวมรายละเอียดอีกระยะหนึ่ง ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับคดี ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ชี้แจง เพื่อให้ข้อมูลเป็นไปตามข้อเท็จจริงและขั้นตอนของคดี
ขณะเดียวกัน ทางคณะสงฆ์ยังเดินหน้าจัดระเบียบและฟื้นฟูพื้นที่ภายในวัดครั้งใหญ่ โดยพระพิพัฒนกิจจาธร หรือพระอาจารย์เบิ้ม รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ มีแนวทางปรับปรุงพื้นที่ต่าง ๆ ให้กลับมาใช้ประโยชน์ได้ตามปกติ โดยเฉพาะบริเวณเมรุเผาศพ ซึ่งก่อนหน้านี้มีสิ่งของถูกนำไปกองเก็บไว้ภายใน
ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการเคลียร์สิ่งของออกจากพื้นที่ เพื่อเตรียมเปิดเมรุให้ชาวบ้านสามารถกลับมาใช้ประกอบพิธีฌาปนกิจตามประเพณีได้ตามปกติอีกครั้ง ถือเป็นการเตรียมคืนพื้นที่สาธารณประโยชน์ให้ประชาชนในชุมชน
นอกจากนี้ ยังมีแผนรื้อถอนแผงสังกะสีขนาดใหญ่ รวมถึงสิ่งปลูกสร้างและสิ่งกีดขวางบางส่วนที่บดบังทัศนียภาพภายในวัด เพื่อปรับภูมิทัศน์และคืนความสวยงามให้กับพื้นที่ของวัดพุทไธศวรรย์ ซึ่งเป็นโบราณสถานสำคัญของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ขณะเดียวกัน คณะสงฆ์ยังมีแนวทางพัฒนาพื้นที่บางส่วนให้เป็นลานจอดรถ เพื่อรองรับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังวัดในอนาคต ลดปัญหาการจอดรถกีดขวางพื้นที่ และจัดสภาพแวดล้อมภายในวัดให้มีความเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น
แม้ขณะนี้บางพื้นที่ภายในวัดยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและเก็บพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม แต่บรรยากาศโดยรวมยังคงเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนและนักท่องเที่ยวยังคงเดินทางเข้ามากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์และเที่ยวชมโบราณสถานอย่างต่อเนื่อง พร้อมติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการตรวจสอบกุฏิอดีตเจ้าอาวาสและการจัดระเบียบพื้นที่ภายในวัด
สำหรับแนวทางการดำเนินการหลังจากนี้ ยังคงต้องติดตามทั้งขั้นตอนการตรวจสอบทรัพย์สิน การส่งมอบพื้นที่คืนให้คณะสงฆ์ รวมถึงความชัดเจนเกี่ยวกับการถอนอายัดบัญชีวัดประมาณ 71 ล้านบาท ขณะที่การจัดระเบียบพื้นที่ต่าง ๆ จะทยอยดำเนินการ เพื่อให้วัดพุทไธศวรรย์กลับมาเป็นพื้นที่ทางศาสนา แหล่งท่องเที่ยว และพื้นที่สาธารณประโยชน์ที่ประชาชนสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ได้ตามปกติ
ด้าน ยิ่งยง ยอดบัวงาม นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง กล่าวว่า หลังทราบข่าวความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นภายในวัดพุทไธศวรรย์ จึงมีความตั้งใจเดินทางมาดูบรรยากาศด้วยตัวเอง โดยมองว่าวัดยังคงเป็นสถานที่ที่น่าเลื่อมใสและศรัทธา ขณะที่ประชาชนสามารถแยกแยะได้ว่า หากมีการกระทำผิดก็เป็นเรื่องของบุคคล ไม่ควรเหมารวมว่าเกี่ยวข้องกับวัดหรือพระพุทธศาสนาโดยรวม
ยิ่งยง กล่าวต่อว่า สำหรับผู้ที่รู้สึกไม่สบายใจที่จะเดินทางมาทำบุญที่วัดแห่งนี้ ก็สามารถเลือกไปทำบุญยังวัดอื่นที่ตนเองมีความศรัทธาได้ เพราะการทำบุญและการปฏิบัติธรรมสามารถทำได้ทุกสถานที่
พร้อมกันนี้ ยิ่งยง ยังมองว่า หากผู้ใดจะเข้ามารับหน้าที่เป็นเจ้าอาวาสหรือปกครองดูแลวัด ก็ควรประพฤติปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลในธรรม ยึดหลักพระธรรมวินัย และรักษาศีลตามสมควรแก่สมณเพศ เพื่อให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่พระสงฆ์และพุทธศาสนิกชน
“หากท่านไม่ทำผิด ใครก็ทำอะไรท่านไม่ได้” ยิ่งยงกล่าว พร้อมฝากให้ทุกฝ่ายมองเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างแยกแยะ ระหว่างการกระทำของบุคคลกับสถานที่และศรัทธาที่ประชาชนมีต่อวัด เพื่อให้พระพุทธศาสนาและพื้นที่ของวัดสามารถเดินหน้าต่อไปได้.
犯罪调查科检查了佛泰沙旺寺前住持的财产和住所,准备将土地归还给寺院。他们也即将解冻寺庙账户中7100万泰铢的冻结款项。与此同时,寺庙正在进行大规模的重组,火葬场也将重新向公众开放。
2026年9月16日,记者观察到,位于阿瑜陀耶府的佛塔萨旺寺(Wat Phutthaisawan)全天人流熙攘,当地居民和游客络绎不绝地前来参观这座古老的寺庙遗址,并向主殿内供奉的主佛像——銮坡丹(Luang Pho Dam)致敬。来自阿瑜陀耶府警察局的三名警员在寺庙内维持秩序。
与此同时,毗邻主殿的僧侣住所周围区域仍然被封锁,严禁外人进入。该住所与佛陀沙旺寺前任住持帕卓提有关。当天,犯罪调查科的警员不断进出僧侣住所,携带用于检查资产和文件的设备以及验钞机,以便进入内部进行调查。
近日,相关部门已引进电脑和打印机,用于编制账目和记录资产。他们正在仔细检查僧侣住所内的所有资产、文件和物品,以收集完整信息。然而,由于住所内资产和文件数量庞大,检查过程可能需要一些时间。
新闻报道显示,检查结束后,有关部门正准备将僧侣的住所归还给寺院。省宗教事务办公室和其他相关部门将参与财产的调查和检查,以确保归还过程按程序进行。
此外,寺庙银行账户(约含7100万泰铢)的解冻工作也取得了进展。此前,该账户已被冻结,以便当局调查其财务交易。最新报告显示,对交易记录和资金流向的初步审查并未发现与正在进行的调查有任何关联。因此,账户解冻程序正在进行中,寺庙可以恢复运营并按照既定程序管理资金。
关于整体调查,当局仍在继续审查相关证据。有报道称,已发现一些可能与此案有关的其他人的信息。目前,当局正在收集证据并核实事实,之后才会考虑采取进一步的法律行动。
大城府副教长、塔卡隆寺住持、普泰萨旺寺代理住持帕皮帕·萨萨纳·吉维坦表示,僧团与警方一同参与了寺庙资产的勘察和检查。然而,案件的证据调查和细节核查仍由警方负责,目前警方仍在进行调查,尚未完成。
帕皮帕·萨萨纳·吉维坦进一步指出,关于僧侣住所内的财物或贵重物品,需要一些时间进行检查和收集详细信息。至于案件的具体细节,他要求警方提供澄清,以确保信息真实可靠并符合正当程序。
与此同时,僧团正在对寺庙进行大规模的改建和修复。帕帕吉加通(Phra Pipatkitjathorn,又名帕阿赞柏姆 Phra Ajarn Berm)是普泰萨旺寺(Wat Phutthaisawan)的代理住持,他计划改善寺庙的各个区域,使其能够恢复正常使用,特别是火葬场区域,该区域此前堆满了杂物。
目前,相关部门正在清理该地区的瓦砾,为重新开放火葬场做准备,以便村民能够恢复传统的火葬仪式。这标志着公共土地归还给了社区。
此外,还有计划拆除大型锌板,以及一些阻挡寺庙内视线的建筑物和障碍物,以改善景观,恢复帕那空阿瑜陀耶府重要历史遗址帕那空阿瑜陀耶寺的美丽。
与此同时,寺院团体还计划将部分区域开发成停车场,以方便未来前来寺庙参观的公众和游客,从而减少停车拥堵问题,并在寺庙内创造一个更有秩序的环境。
尽管寺庙内部分区域目前正在接受调查,警方正在收集证据,但整体氛围依然活跃。民众和游客继续前来寺庙,瞻仰圣物,参观历史遗迹,同时也密切关注着对前住持住所的调查进展以及寺庙区域的重新规划。
关于后续步骤,仍需密切关注资产核实流程、土地归还僧团事宜,以及寺庙约7100万泰铢账户冻结解除的后续事宜。同时,各区域的重组工作将逐步进行,以使菩提沙旺寺能够再次发挥宗教场所、旅游景点和公共空间的正常功能。
著名卢通歌手英勇·约德布安甘表示,在听闻佛塔萨旺寺内发生的事件后,他决定亲自前往感受一下那里的氛围。他认为,这座寺庙仍然是人们敬畏和信仰的圣地,人们应该区分个人的过错和他人的行为,而不是一概而论地指责寺庙或整个佛教。
英勇进一步表示,对于那些觉得前往这座寺庙积功德不方便的人,他们可以选择在自己信仰的其他寺庙积功德,因为积功德和修行佛法可以在任何地方进行。
此外,英勇认为,任何有志成为住持或管理寺庙的人都应该在道德和伦理上规范自己的行为,遵守与其僧侣身份相符的佛教原则和戒律,以便为僧侣和佛教徒树立好榜样。
“如果你没有做错任何事,就没有人能对你做什么,”英勇说道,并敦促各方以明辨是非的态度看待这起事件,区分个人行为和事件发生的地点,以及公众对寺庙的信任,以便佛教和寺庙能够继续向前发展。