← 返回新闻首页
泰国主流

เอกนิติ เผยกระทรวงการคลังเล็งเก็บภาษีรถ EV ราว 30% ปกป้องฐานผลิตรถยนต์ไทย

เอกนิติ เผยไทยอาจจัดเก็บภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้าที่นำเข้าทั้งคันในอัตราราว 30% หวังใช้ภาษีปกป้องฐานการผลิต จูงใจค่ายรถเพิ่มการลงทุน

ThairathThairath查看原文 ↗
埃卡尼特透露,财政部正在考虑对电动汽车征收约 30% 的税,以保护泰国的汽车制造业基础。

เอกนิติ เผยไทยอาจจัดเก็บภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้าที่นำเข้าทั้งคันในอัตราราว 30% หวังใช้ภาษีปกป้องฐานการผลิต จูงใจค่ายรถเพิ่มการลงทุน ใช้ชิ้นส่วนและห่วงโซ่อุปทานในประเทศ หลังรถ EV ราคาถูกจากจีนหลั่งไหลเข้าสู่ตลาดไทยและจุดสงครามราคาอย่างรุนแรง

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ Bloomberg Television เมื่อที่ 15 ก.ย.69 ที่ผ่านมาว่า ประเทศไทยอาจเรียกเก็บภาษีสรรพสามิตในอัตราราว 30% สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า หรือ รถอีวี ที่นำเข้าทั้งคัน โดยเป็นการเปิดเผยครั้งแรกถึงอัตราภาษีที่อาจนำมาใช้เพื่อจูงใจผู้ผลิตรถยนต์ให้เข้ามาผลิตในประเทศ

ทั้งนี้รัฐบาลกำลังหารือร่วมกับอุตสาหกรรมยานยนต์เพื่อสรุปอัตราภาษี และคาดว่าจะตัดสินใจได้ภายในเดือนกันยายนนี้

อย่างไรก็ตามเมื่อถูกถามว่าอัตราภาษีอาจอยู่ที่ 31-32% หรือไม่ นายเอกนิติระบุว่า อัตราดังกล่าวน่าจะอยู่ที่ประมาณ 30% ไทยจำเป็นต้องปกป้องการลงทุนในประเทศ และไม่สามารถปรับขึ้นภาษีนำเข้าได้โดยง่าย

เนื่องจากไทยมีข้อตกลงการค้าเสรีกับหลายประเทศ ทำให้ภาษีสรรพสามิตเป็นเครื่องมือที่สามารถนำมาใช้เพื่อให้สิทธิประโยชน์แก่บริษัทที่ผลิตรถยนต์ภายในประเทศ

โดยการจัดเก็บภาษีดังกล่าวถือเป็นการเปลี่ยนแนวทางของไทยในการส่งเสริมอุตสาหกรรม EV หลังจากการลดอุปสรรคด้านการนำเข้าทำให้รถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกจากจีนหลั่งไหลเข้าสู่ตลาด ส่งผลให้การแข่งขันด้านราคารุนแรงขึ้นและสร้างแรงกดดันต่ออุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ขนาดใหญ่ของไทย

ขณะนี้ไทยต้องการใช้มาตรการทางภาษีเพื่อจูงใจให้ผู้ผลิตรถยนต์เพิ่มการลงทุนในประเทศและขยายห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ

ทั้งนี้รายละเอียดดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนที่คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ หรือ บอร์ด EV เห็นชอบในหลักการเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเสนอให้จัดเก็บภาษีสรรพสามิตรถ EV ใน 3 ระดับ ได้แก่ รถ EV ที่นำเข้าทั้งคันจะเสียภาษีในอัตราสูงสุด ขณะที่รถที่ผลิตในประเทศไทยจะเสียภาษีในอัตราต่ำสุด ส่วนรถที่ประกอบในประเทศแต่ยังพึ่งพาชิ้นส่วนนำเข้าบางส่วนจะเสียภาษีในอัตราระดับกลาง

นายเอกนิติ ระบุว่า ผู้ผลิตรถยนต์บางรายที่ปัจจุบันนำเข้ารถยนต์จากจีนและยุโรป ได้ติดต่อมายังรัฐบาลไทยเพื่อหารือเกี่ยวกับการลงทุนในประเทศไทยแล้ว เพื่อให้มีคุณสมบัติได้รับอัตราภาษีสรรพสามิตที่ต่ำลง โดยผู้ผลิตรถยนต์เหล่านี้ต้องการเข้ามาลงทุนเพื่อรับสิทธิประโยชน์ด้านภาษี แต่จำเป็นต้องเพิ่มการลงทุนในไทยและใช้ห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ

โดยไทยยังเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยสร้างฐานอุตสาหกรรมดังกล่าวจากการลงทุนของญี่ปุ่นตลอดหลายทศวรรษ รวมถึงเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์จำนวนมาก

ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตรถยนต์จีนได้ทุ่มเงินลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ในโรงงานผลิตรถ EV ในไทยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ขณะที่ไทยพยายามรักษาฐานการผลิตรถยนต์ของประเทศไว้ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า

นายเอกนิติ กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ผลิต EV จำนวน 9 รายเข้ามาดำเนินธุรกิจในไทยแล้ว และบางรายได้ส่งออกรถยนต์ที่ผลิตในประเทศไปยังตลาดต่างประเทศ

ทั้งนี้ รัฐบาลยังได้กำหนดให้ EV และยานยนต์แห่งอนาคตประเภทอื่น ๆ เป็นหนึ่งใน 7 อุตสาหกรรมที่ต้องการผลักดันเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป

手机左右滑动,电脑按 ← → 键,也能切换新闻