นับถอยหลัง iPhone 18 Pro ขายไทย ลองจริง “รูรับแสงปรับได้” พร้อม A20 ProiPhone 18 Pro 在泰国发布倒计时:上手体验“可调节光圈”和 A20 Pro。
เปิดประสบการณ์ iPhone 18 Pro Max ก่อนขายจริง ลองของใหม่กล้องรูรับแสงปรับได้ พร้อม A20 Pro และระบบระบายความร้อนใหม่ ชูจุดเด่นที่ต้องพิสูจน์จากการใช้งานจริง

# Apple Store Thailand
# Hands-on iPhone 18 Pro
# Apple Intelligence
ปี 2570 โจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่ “ขายอะไร” แต่คือ “ทำอย่างไรให้ลูกค้ากลับมา” | Money Issue EP.77
iPhone 18 Pro Max อัปเกรดสเปก และให่ประสบการณ์ใช้งานในจุดสำคัญ ทั้งกล้องหลัก 48MP ที่เพิ่ม Variable Aperture ให้ควบคุมรูรับแสงได้ตั้งแต่ ƒ/1.48-ƒ/4.0 พร้อม Pro Controls และ Texture-Gain ขณะที่ A20 Pro มาพร้อมระบบระบายความร้อนใหม่ที่ Apple ระบุว่าช่วยรักษาประสิทธิภาพต่อเนื่องได้ดีขึ้น จากการลองใช้งานช่วงแรกกล้อง คือฟีเจอร์ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงได้ทันทีส่วนความแรงความร้อน และแบตเตอรี่ ยังต้องรอพิสูจน์จากการใช้งานหนักต่อเนื่องต่อไป
CP Axtra เฉลยเกม Lotus’s Go Fresh ปรับโมเดล ขยับร้านใหญ่ขึ้น ปั้น Ecosystem ค้าปลีก
นับถอยหลัง Apple เปิดจำหน่าย iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max อย่างเป็นทางการในวันที่ 18 กันยายน 2569 โดย Apple Store ในไทยเตรียมเปิดให้ลูกค้าที่สั่งจองล่วงหน้าเข้ารับเครื่อง รวมถึงผู้ที่ต้องการวอล์กอินเข้าไปซื้อหน้าร้าน ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ที่ Apple Store สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ และไอคอนสยาม โดย Apple เปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา
สำหรับราคา iPhone 18 Pro ในไทย เริ่มต้นที่ 48,900 บาท iPhone 18 Pro Max เริ่มต้นที่ 48,900 บาท โดยขึ้นราคามาเครื่องละ 5,000 บาท และ 4,000 บาท ตามลำดับ เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า
หลังได้ลองใช้งาน iPhone 18 Pro Max เครื่องจริง สีดำ ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงแรก สิ่งที่เห็นชัดไม่ได้มีแค่ตัวเลขสเปก แต่เป็นการเปลี่ยนแนวคิดของ iPhone Pro ซีรีส์ ใน 2 จุดสำคัญ คือ กล้องที่ควบคุมรูรับแสงได้จริง และ A20 Pro ที่ออกแบบระบบระบายความร้อนใหม่ เพื่อรองรับการทำงานต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียง Hands-on ช่วงแรก ยังไม่ใช่บททดสอบเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะเรื่องแบตเตอรี่ ความร้อน และประสิทธิภาพเมื่อใช้งานหนักต่อเนื่อง ซึ่งต้องใช้เวลาทดสอบอีกระยะ
กล้องเปลี่ยนเกม เมื่อ iPhone ปรับ “รูรับแสง” ได้
จุดที่น่าสนใจที่สุดของ iPhone 18 Pro Max คือกล้องหลัก 48MP Fusion Main ที่มาพร้อม Variable Aperture หรือรูรับแสงที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ ถือเป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสำคัญของระบบกล้องรุ่น Pro ในครั้งนี้
ระบบสามารถปรับรูรับแสงอัตโนมัติตามสถานการณ์ ขณะเดียวกันผู้ใช้ที่ต้องการควบคุมภาพเองก็สามารถเข้าไปปรับรูรับแสงแบบแมนนวลผ่าน Pro Controls ได้
นอกจากรูรับแสงแล้ว Pro Controls ยังเปิดให้ปรับ Shutter Speed, White Balance และดู Histogram ได้ ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าไปควบคุมลักษณะของภาพได้ละเอียดขึ้น ตั้งแต่การจัดการแสง ไปจนถึงการสร้าง Motion Blur จากความเร็วชัตเตอร
พูดง่ายๆ คือ iPhone 18 Pro ไม่ได้เพิ่มแค่กล้องที่ถ่ายภาพดีขึ้น แต่เพิ่มเครื่องมือ ให้คนถ่ายภาพเข้าไปควบคุมภาพมากขึ้นด้วย
ลองจริงกับภาพกลางคืน ไฟกลายเป็น “ประกายดาว”
หนึ่งในการทดลองที่เห็นผลชัดคือการถ่ายภาพกลางคืน โดยเฉพาะฉากที่มีแหล่งกำเนิดแสงอยู่ในภาพ
เมื่อทดลองปรับรูรับแสงไปที่ ƒ/4.0 แสงไฟในฉากสามารถสร้างเอฟเฟกต์เป็นประกายดาวได้อย่างชัดเจน ขณะที่วัตถุหลักอย่าง แมวสีทอง ยังคงมีรายละเอียด และฉากหลังยังมีมิติ
สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ใช่แค่ภาพออกมาสวย แต่เป็นการที่ผู้ใช้สามารถเลือก “บุคลิกของภาพ” ได้มากขึ้น
Apple เองระบุว่ารูรับแสงของกล้องหลักสามารถเลือกได้หลายระดับ ตั้งแต่ ƒ/1.48, ƒ/1.8, ƒ/2.8 ไปจนถึง ƒ/4.0 โดยค่าที่แคบลงสามารถช่วยเพิ่มระยะชัด และที่ ƒ/4.0 สามารถสร้างลักษณะประกายดาวจากแหล่งกำเนิดแสงได้เมื่อใช้ Pro Controls
การทดสอบต่อไปจึงน่าสนใจว่าจะเห็นความแตกต่างอย่างไร เมื่อถ่ายฉากเดียวกันที่ ƒ/1.48, ƒ/1.8, ƒ/2.8 และ ƒ/4.0 จากตำแหน่งเดียวกัน
ไม่ได้มีแค่รูรับแสง แต่ Pro Controls มาเต็มขึ้น
สำหรับคนทั่วไป ระบบอัตโนมัติยังทำหน้าที่เลือกค่าที่เหมาะสมให้ แต่สำหรับคนที่ต้องการเล่นกับภาพมากขึ้น iPhone 18 Pro เปิดพื้นที่ให้ควบคุมกล้องละเอียดขึ้น
โดยเฉพาะ Shutter Speed ที่สามารถนำไปใช้สร้าง Motion Blur จากวัตถุที่กำลังเคลื่อนไหว ขณะที่ White Balance และ Histogram ช่วยให้การควบคุมภาพมีลักษณะใกล้เคียงการใช้งานกล้องจริงมากขึ้น
จุดนี้จึงเป็นส่วนที่ต้องทดลองต่อว่าเครื่องมือใหม่เหล่านี้จะมีประโยชน์กับผู้ใช้ทั่วไปมากน้อยแค่ไหน หรือจะกลายเป็นฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์กลุ่มคนถ่ายภาพจริงจังเป็นหลัก
Photographic Styles เพิ่ม Texture และ Grain
อีกของใหม่ที่น่าสนใจอยู่ใน Photographic Styles ซึ่งเพิ่มการควบคุม Texture และ Grain
Texture ใช้ปรับมิติของภาพระหว่างส่วนสว่างกับเงา ขณะที่ Grain สามารถเพิ่มเนื้อภาพเพื่อสร้างอารมณ์แบบฟิล์ม หรือปรับลุคให้เรียบขึ้น
การเพิ่มเครื่องมือส่วนนี้ทำให้การปรับภาพไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องสี แต่ผู้ใช้สามารถกำหนดลักษณะและอารมณ์ของภาพได้ละเอียดขึ้นตั้งแต่ขั้นตอนถ่ายภาพ
A20 Pro ทรงพลัง คะแนน Benchmark พุ่ง
อีกจุดที่ลองในช่วงแรกคือประสิทธิภาพของ A20 Pro จากการทดสอบ Geekbench 6 บนเครื่องที่ใช้ทดสอบ ได้คะแนน Single-Core 4,713 คะแนน, Multi-Core 12,623 คะแนน และ GPU Metal 64,708 คะแนน
ตัวเลขดังกล่าวเป็นผลจากเครื่องที่นำมาทดสอบในช่วงแรก จึงยังไม่ควรใช้แทนผลทดสอบของ iPhone 18 Pro Max ทุกเครื่อง และที่สำคัญ คะแนน Benchmark เป็นเพียงภาพหนึ่งของประสิทธิภาพ
สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ Apple ปรับโครงสร้างภายใน A20 Pro และระบบระบายความร้อนใหม่ โดยวาง Silicon Die กับหน่วยความจำไว้ข้างกัน เพื่อให้เส้นทางการถ่ายเทความร้อนดีขึ้น และเชื่อมต่อกับ Vapor Chamber รุ่นใหม่โดยตรง
Apple ระบุว่า Vapor Chamber รุ่นใหม่มีพื้นที่มากกว่า iPhone 17 Pro ถึง 3 เท่า และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานต่อเนื่องได้สูงสุด 40% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน
ดังนั้นคำถามสำคัญจากนี้จึงไม่ใช่แค่ “A20 Pro แรงแค่ไหน?” แต่คือ “เมื่อแรงแล้ว สามารถรักษาความแรงนั้นไว้ได้นานแค่ไหน?”
เรื่องนี้ต้องรอการทดสอบเกมและงานที่ใช้ CPU/GPU ต่อเนื่อง เพื่อดูทั้งอุณหภูมิ เฟรมเรต และการลดประสิทธิภาพเมื่อเครื่องทำงานหนักเป็นเวลานาน
Dynamic Island ใช้พื้นที่แสดงข้อมูลได้มากขึ้น
อีกการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้จากการออกแบบหน้าจอคือ Dynamic Island ที่ Apple ปรับให้มีขนาดเล็กลงและใช้งานได้มากขึ้น โดยรองรับการแสดง Live Activities ได้พร้อมกันสูงสุด 3 รายการ
จุดนี้อาจไม่ได้หวือหวาเท่ากล้องหรือชิป แต่มีโอกาสเป็นประโยชน์ในการใช้งานจริง โดยเฉพาะคนที่ต้องติดตามข้อมูลหลายอย่างพร้อมกัน
หลังทดลองในช่วงแรก iPhone 18 Pro Max มีจุดที่น่าสนใจชัดเจน โดยเฉพาะกล้อง Variable Aperture ที่ไม่ได้เพิ่มแค่ตัวเลขในสเปก แต่เปิดวิธีควบคุมภาพแบบใหม่ให้กับผู้ใช้ iPhone
ขณะที่ A20 Pro ก็มีการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ระดับโครงสร้างชิปไปจนถึงระบบระบายความร้อน แต่ทั้งหมดนี้ยังต้องพิสูจน์ด้วยการใช้งานจริงระยะยาว
จากนี้การทดสอบจะต้องเจอกับงานหนักมากขึ้น ทั้งการถ่ายภาพกลางวันและกลางคืนหลายรูปแบบ เกมที่รีดพลัง CPU และ GPU ต่อเนื่อง รวมถึงการวัดความร้อนและการรักษาประสิทธิภาพเมื่อใช้งานเป็นเวลานาน
เพราะคะแนน Benchmark อาจบอกได้ว่า A20 Pro แรงแค่ไหน แต่การใช้งานจริงจะเป็นตัวบอกว่า iPhone 18 Pro Max รักษาความแรงนั้นไว้ได้นานแค่ไหน
# 泰国苹果专卖店
# iPhone 18 Pro 上手体验
# Apple Intelligence
到2027年,最大的问题将不再是“卖什么”,而是“如何让顾客再次光顾”。| 财经专题 第77期
iPhone 18 Pro Max 在关键领域进行了规格升级并提升了用户体验。4800 万像素主摄像头现在支持可变光圈,光圈范围可在 ƒ/1.48 至 ƒ/4.0 之间调节,并新增了专业控制和纹理增益功能。A20 Pro 芯片配备了全新的散热系统,苹果声称该系统有助于长时间保持更佳性能。初步测试表明,摄像头是此次升级中最显著的改进;然而,其性能、发热量和电池续航时间仍需在高强度、连续使用条件下进行测试。
CP Axtra 揭示了 Lotus Go Fresh 背后的战略:调整模式、扩展门店并构建零售生态系统。
倒计时开始!苹果将于2026年9月18日正式发布iPhone 18 Pro和iPhone 18 Pro Max。泰国CentralWorld和ICONSIAM的苹果零售店将于当天上午8:00开始为预购顾客和到店顾客开放,预购顾客可前往领取新机。预购已于9月12日开启。
iPhone 18 Pro 在泰国的起售价为 48,900 泰铢,iPhone 18 Pro Max 的起售价也为 48,900 泰铢。与前代机型相比,价格分别上涨了 5,000 泰铢和 4,000 泰铢。
在使用黑色 iPhone 18 Pro Max 几个小时后,显而易见的不仅仅是规格,还有 iPhone Pro 系列在两个关键领域的理念转变:真正具备光圈控制的摄像头和采用重新设计的散热系统以支持持续运行的 A20 Pro。
然而,这只是初步的实际体验,并非全面的测试,尤其是在电池续航时间、发热情况以及持续高强度使用下的性能方面,还需要进一步测试。
当 iPhone 能够调节“光圈”时,相机就改变了游戏规则。
iPhone 18 Pro Max 最有趣的功能是其 4800 万像素 Fusion 主摄像头,具有可变光圈,这是此次专业级摄像头系统的一项重大变革。
该系统可以根据情况自动调节光圈,而想要手动控制图像的用户可以通过专业控制手动调节光圈。
除了光圈之外,专业控制功能还允许您调整快门速度、白平衡和查看直方图,使用户能够更详细地控制图像特性,从管理曝光到通过快门速度创建运动模糊。
简而言之,iPhone 18 Pro 不仅提供了更好的摄像头,还增加了让摄影师更好地控制照片的工具。
用真实的夜景照片来测试一下;灯光会变成“星芒”。
一项显示出明显结果的实验是夜间摄影,尤其是在图像中有光源的场景中。
当光圈调整到 ƒ/4.0 时,场景中的光线产生了引人注目的星芒效果,而主体——金猫——保持了细节,背景也保持了深度。
因此,有趣的是,不仅照片效果精美,而且用户可以更好地控制照片的“个性”。
苹果公司表示,主摄像头的光圈可以在多个级别中选择,范围从 ƒ/1.48、ƒ/1.8、ƒ/2.8 到 ƒ/4.0。较小的光圈值有助于增加景深,而当光圈设置为 ƒ/4.0 时,在使用专业控制功能时,可以利用光源产生星芒效果。
因此,下一个测试将会很有趣,看看从同一位置分别使用 ƒ/1.48、ƒ/1.8、ƒ/2.8 和 ƒ/4.0 光圈拍摄同一场景时会观察到哪些差异。
不仅仅是光圈;专业控制功能现在也更好了。
对于大多数用户来说,自动系统会选择最佳设置,但对于那些想要尝试更多图像处理的用户来说,iPhone 18 Pro 提供了更详细的相机控制。
具体来说,快门速度可以用来制造运动物体的运动模糊效果,而白平衡和直方图则可以实现更接近使用真实相机的图像控制。
这就需要进一步测试,以确定这些新工具对普通用户有多大用处,或者它们是否主要服务于专业摄影师的需求。
摄影风格可以增加纹理和颗粒感。
另一个有趣的新功能是“照片风格”,它增加了对纹理和颗粒的控制。
纹理用于调整图像中明暗区域之间的立体感,而颗粒可以添加纹理以营造胶片般的质感或使画面更加平滑。
添加此工具后,图像调整不再局限于颜色,用户可以从拍摄阶段就对图像的外观和感觉进行更精细的控制。
A20 Pro性能强劲,跑分成绩斐然。
我们在早期阶段测试的另一点是 A20 Pro 的性能。在测试机上进行的 Geekbench 6 测试中,它的单核得分为 4,713,多核得分为 12,623,GPU Metal 得分为 64,708。
这些数据来自早期测试的设备,并不代表所有 iPhone 18 Pro Max 的性能。需要注意的是,跑分成绩只是性能的一个方面。
更有趣的是,苹果重新设计了 A20 Pro 的内部结构及其散热系统,将硅芯片和内存并排放置,以改善热传递路径,并将它们直接连接到新的均热板。
苹果公司表示,新款均热板的容量是 iPhone 17 Pro 的三倍,与上一代机型相比,持续性能提升高达 40%。
因此,从现在开始,关键问题不再仅仅是“A20 Pro 的性能有多强?”,而是“一旦它性能强劲,它能保持这种强劲的性能多久?”
这需要使用大量占用 CPU/GPU 的游戏和任务进行进一步测试,以观察机器长时间高强度使用时的温度、帧速率和性能下降情况。
动态岛利用更多空间来显示信息。
显示屏设计的另一个显著变化是动态岛,苹果对其进行了简化,使其更小巧、功能更强大,支持同时显示最多三个实时活动。
这项功能可能不如摄像头或芯片那样引人注目,但它在实际应用中具有潜在的实用价值,尤其对于那些需要同时监控多个数据的人来说更是如此。
经过初步测试,iPhone 18 Pro Max 拥有几个明显有趣的功能,尤其是其可变光圈摄像头,这不仅提高了规格,还为 iPhone 用户开辟了控制图像的新方式。
虽然 A20 Pro 在芯片结构和散热系统等方面都进行了改进,但所有这些改进仍需通过长期的实际使用来验证。
从现在开始,测试将更加严格,包括各种白天和夜晚的摄影场景、不断将 CPU 和 GPU 推向极限的游戏,以及测量发热量和在长时间内保持性能。
跑分成绩或许能反映 A20 Pro 的性能有多强,但实际使用情况才能真正展现 iPhone 18 Pro Max 的性能能维持多久。