รัฐบาลโชว์เก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ 11 เดือนทะลุ 4 พันล้าน เร่งตรวจสวมสิทธิ Made in Thailand政府公布11个月内通过网络征收的进口税款超过40亿泰铢,并加快调查“泰国制造”欺诈性声明。
รัฐบาลเผยผลเก็บอากรสินค้านำเข้าออนไลน์ ตั้งแต่บาทแรก 11 เดือนกว่า 4 พันล้านบาท ลดความได้เปรียบด้านภาษีร้านต่างประเทศ–เร่งตรวจสวมสิทธิ Made in Thailand

รัฐบาลเผยผลเก็บอากรสินค้านำเข้าออนไลน์ ตั้งแต่บาทแรก 11 เดือนกว่า 4 พันล้านบาท ลดความได้เปรียบด้านภาษีร้านต่างประเทศ–เร่งตรวจสวมสิทธิ Made in Thailand
วันที่ 17 กันยายน 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลติดตามผลมาตรการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ตั้งแต่บาทแรก ซึ่งเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 หลังยกเลิกการยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับสินค้านำเข้ามูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท เพื่อให้สินค้านำเข้ามูลค่าต่ำเข้าสู่ระบบภาษี ลดความได้เปรียบด้านภาษี และสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรมมากขึ้นกับผู้ประกอบการไทย
กรมศุลกากรรายงานผลในช่วง 11 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 พบว่า มีสินค้านำเข้าภายใต้มาตรการดังกล่าวประมาณ 225 ล้านชิ้น มูลค่าการนำเข้าราว 41,000 ล้านบาท และสามารถจัดเก็บอากรขาเข้าได้มากกว่า 4,000 ล้านบาท ขณะเดียวกัน การสั่งซื้อสินค้าชิ้นเล็กจากต่างประเทศมีแนวโน้มชะลอลง และผู้บริโภคหันมาซื้อสินค้าจากร้านค้าที่มีสต็อกอยู่ภายในประเทศมากขึ้น
นางสาวลลิดา กล่าวว่า เป้าหมายของมาตรการไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มรายได้รัฐเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการแก้ปัญหาความไม่เท่าเทียมด้านภาษี เนื่องจากที่ผ่านมา ผู้ผลิตและผู้ค้าในประเทศไทยมีภาระภาษีและต้นทุนจากการปฏิบัติตามกฎหมาย ขณะที่สินค้านำเข้าออนไลน์มูลค่าต่ำบางส่วนได้รับยกเว้นอากร ทำให้เกิดความแตกต่างด้านต้นทุนในการแข่งขัน
“ของนำเข้าราคาถูกแข่งขันได้ แต่ต้องแข่งขันภายใต้กติกาภาษีเดียวกัน การเก็บอากรตั้งแต่บาทแรกจึงไม่ใช่เพียงเรื่องรายได้กว่า 4 พันล้านบาท แต่คือการลดช่องว่างที่ทำให้ร้านค้าและผู้ประกอบการไทยเสียเปรียบ เพื่อให้การแข่งขันเป็นธรรมขึ้น” นางสาวลลิดา กล่าว
ขณะเดียวกัน รัฐบาลเดินหน้าปิดช่องการสวมสิทธิแหล่งกำเนิดสินค้า โดยกรมศุลกากรอยู่ระหว่างประสานกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ตรวจสอบสินค้าที่อ้างว่าเป็น Made in Thailand หรือผลิตในประเทศไทย แต่มีข้อสงสัยว่าอาจไม่ได้ผ่านกระบวนการผลิตในประเทศอย่างแท้จริง เพื่อป้องกันการใช้ประเทศไทยเป็นช่องทางหลีกเลี่ยงมาตรการทางการค้าของประเทศคู่ค้า ซึ่งอาจกระทบต่อผู้ผลิตไทยที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องและความน่าเชื่อถือของสินค้าไทยในตลาดต่างประเทศ
“Made in Thailand ต้องมีที่มาและตรวจสอบย้อนกลับได้ รัฐบาลจึงไม่ได้หยุดแค่การเก็บอากรสินค้านำเข้า แต่จะตรวจสอบการสวมสิทธิแหล่งกำเนิดสินค้า เพื่อไม่ให้คนที่ทำผิดกติกาใช้ชื่อประเทศไทยสร้างความเสียหายให้ผู้ประกอบการไทยทั้งระบบ” นางสาวลลิดา กล่าว
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำว่า การเสียอากรกับมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้าเป็นคนละเรื่องกัน การที่สินค้านำเข้าเสียภาษีและอากรแล้ว ไม่ได้หมายความว่าสินค้านั้นผ่านมาตรฐานหรือได้รับการรับรองด้านความปลอดภัยทุกประเภท ประชาชนจึงควรตรวจสอบผู้ขาย ฉลาก คำเตือน การรับประกัน และเครื่องหมายมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดก่อนซื้อสินค้าออนไลน์
ทั้งนี้ ตัวเลขประมาณ 225 ล้านชิ้น หมายถึงสินค้านำเข้าที่เข้าสู่ฐานการจัดเก็บตามมาตรการ ไม่ใช่จำนวนสินค้าผิดกฎหมาย ขณะที่รายได้มากกว่า 4,000 ล้านบาทเป็นอากรขาเข้าตามรายงานของกรมศุลกากร ไม่ใช่ยอดภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งหมด และไม่ได้หมายถึงรายได้จากสินค้านำเข้าจากประเทศใดประเทศหนึ่งเท่านั้น
政府透露,在过去的 11 个月里,政府对网上商品征收了超过 40 亿泰铢的进口关税,减少了外国零售商享有的税收优势,并加快了对“泰国制造”虚假宣传的调查。
2026年9月17日,总理府副发言人拉莉达·佩里斯维瓦塔纳女士透露,政府正在密切关注一项措施的实施效果,该措施将从2026年1月1日起对网上商品征收首泰铢进口税。此前,政府已取消了价值低于1500泰铢商品的进口关税豁免,旨在将低价值进口商品纳入税收体系,减少税收优惠,并为泰国企业创造更公平的竞争环境。
海关部门报告称,在2026财年的前11个月,约有2.25亿件进口商品受到这些措施的影响,进口额约为410亿泰铢,征收进口关税超过40亿泰铢。与此同时,来自国外的小件商品订单增速放缓,消费者越来越多地从国内有现货的商店购买商品。
拉莉达女士表示,这项措施的目标不仅在于增加政府收入,还在于解决税收不平等问题。此前,泰国制造商和贸易商承担着沉重的税负和合规成本,而一些低价值的线上进口商品却免征关税,造成了竞争中的成本差距。
拉莉达女士表示:“廉价进口商品可能具有竞争力,但它们必须在相同的税收规则下竞争。从首泰铢开始征收关税,不仅是为了创造超过40亿泰铢的税收收入,更是为了缩小不利于泰国零售商和企业的差距,从而创造更公平的竞争环境。”
与此同时,政府正着手堵住虚假原产地声明的漏洞。海关总署正与商务部国际贸易司协调,调查那些声称“泰国制造”但涉嫌并非真正泰国生产的产品。此举旨在防止泰国被用作规避贸易伙伴贸易措施的漏洞,从而避免损害合法泰国生产商的利益以及泰国产品在国际市场上的信誉。
“泰国制造的产品必须有可追溯的来源。政府不仅会征收进口关税,还会调查欺诈性地使用原产地声明的行为,以防止那些违反规定的人利用泰国的名义损害整个泰国企业的利益,”拉利达女士说。
总理副发言人强调,缴纳关税和产品安全标准是两个不同的问题。进口商品已缴税并不意味着它们符合所有安全标准或已获得所有必要的认证。因此,公众在网上购物前应仔细核查卖家信息、标签、警告、保修条款以及法律规定的标准标识。
需要注意的是,约2.25亿件的数字指的是根据相关措施进入税收数据库的进口商品数量,而非非法商品的数量。同时,根据海关部门的报告,超过40亿泰铢的收入来自进口关税,并不代表增值税总额,也不仅反映来自任何单一国家的进口收入。