"เซ็นทรัล ทำ" เชื่อม 4 ชุมชน ผู้ปลูกกาแฟภาคเหนือเพิ่มมูลค่าผลผลิต“Central Do”将泰国北部四个咖啡种植社区连接起来,以提高其产品的价值。
"เซ็นทรัล ทำ" เดินหน้าเชื่อม 4 ชุมชน ผู้ปลูกกาแฟในพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต สอดรับกับตลาดกาแฟในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง พร้อมกับการรักษาป่าเพื่อคนรุ่นหลัง

"เซ็นทรัล ทำ" เดินหน้าเชื่อม 4 ชุมชน ผู้ปลูกกาแฟในพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต สอดรับกับตลาดกาแฟในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง พร้อมกับการรักษาป่าเพื่อคนรุ่นหลัง
เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า "เซ็นทรัล ทำ" (CENTRAL THAM) โครงการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนโดยกลุ่มเซ็นทรัล ดำเนินภารกิจต่อเนื่อง โดยเชื่อม 4 ชุมชน ผู้ปลูกกาแฟในภาคเหนือ เพื่อเพิ่มผลผลิต พร้อมรักษาพื้นที่ป่า
ทั้งนี้ ตลาดกาแฟในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุ ปี 2568 ตลาดกาแฟไทยมีมูลค่าประมาณ 65,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.33% จากปีก่อน ขณะที่คนไทยบริโภคกาแฟมากกว่า 340 แก้วต่อคนต่อปี ให้ความสำคัญกับคุณภาพ รสชาติและแหล่งที่มามากขึ้น ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ปี 2569 ตลาดร้านเครื่องดื่ม ซึ่งรวมร้านเบเกอรี่และไอศกรีมมีมูลค่าประมาณ 94,000 ล้านบาท เติบโต 5.1% จากปีก่อน สะท้อนโอกาสของกาแฟคุณภาพจากชุมชนที่มีอัตลักษณ์และเรื่องราวแหล่งปลูก สามารถสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตได้ ซึ่งสอดรับกับแนวทางของโครงการเซ็นทรัล ทำ ที่เดินหน้าสนับสนุนชุมชนผู้ปลูกกาแฟในภาคเหนือผ่านการต่อยอดคุณค่าของผลผลิตและภูมิปัญญาท้องถิ่น ตั้งแต่การพัฒนาคุณภาพกาแฟ การแปรรูป การสร้างผลิตภัณฑ์และเรื่องราวของแหล่งปลูกไปจนถึงการเชื่อมโยงตลาด เพื่อให้เกษตรกรสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลผลิตของตนเอง ขณะเดียวกันการปลูกกาแฟในพื้นที่ป่าและการทำเกษตรภายใต้ร่มเงาไม้ยังเป็นอีกทางเลือกในการสร้างรายได้และลดการพึ่งพาพืชเชิงเดี่ยว
ปัจจุบันเซ็นทรัล ทำ ได้ทำงานร่วมกับ 4 ชุมชน ผู้ปลูกกาแฟในภาคเหนือ ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกกาแฟอินทรีย์รักษาป่าภูชี้เดือน จ.เชียงราย วิสาหกิจชุมชนเกษตรคนกล้าบ้านแม่คงคา จ.เชียงใหม่ วิสาหกิจชุมชนกาแฟ เดอ ม้ง มณีพฤกษ์ จ.น่าน และวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกกาแฟปลอดสารพิษ บ้านแม่อูคอหลวง หมู่ที่ 5 จ.แม่ฮ่องสอน โดยแต่ละพื้นที่มีจุดเด่นและศักยภาพที่แตกต่างกัน ก่อนนำมาต่อยอดให้เหมาะกับชุมชนและโอกาสทางการตลาด
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า กาแฟรักษาป่า ภูชี้เดือน จากผืนป่าสู่ศูนย์เรียนรู้ของชุมชน หนึ่งในพื้นที่ต้นแบบสำคัญคือ วิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกกาแฟอินทรีย์รักษาป่าภูชี้เดือน จ.เชียงราย ดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2560 ปัจจุบันมีสมาชิก 84 ราย และมีพื้นที่ปลูกกาแฟรักษาป่ากว่า 1,500 ไร่ เป็นกาแฟอินทรีย์สายพันธุ์อาราบิกา 100% ปลูกบนพื้นที่สูงประมาณ 1,300–1,600 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งมีสภาพภูมิอากาศเหมาะสมกับการปลูกกาแฟคุณภาพ โดยเซ็นทรัล ทำ สนับสนุนการพัฒนาชุมชนตั้งแต่การพัฒนาผลผลิต การแปรรูป และการจัดทำโรงคั่ว รวมถึงการเชื่อมโยงตลาด พร้อมต่อยอดพื้นที่ให้เป็นทั้งศูนย์การเรียนรู้และโรงแปรรูปกาแฟ เปิดโอกาสให้ชุมชนมีรายได้จากทั้งกาแฟและกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ ปัจจุบันมีผู้เข้ามาเรียนรู้แล้วประมาณ 3,000 ราย ขณะเดียวกันการพัฒนากระบวนการผลิตและการแปรรูปสามารถสร้างรายได้ให้ชุมชนราว 5 ล้านบาท กาแฟจากภูชี้เดือนจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจำหน่ายในรูปของวัตถุดิบ แต่สามารถต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม พร้อมบอกเล่าเรื่องราวของแหล่งปลูกและแนวคิดการปลูกกาแฟควบคู่กับการดูแลผืนป่า ซึ่งช่วยสร้างแรงจูงใจให้ชุมชนเห็นคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติในฐานะแหล่งสร้างรายได้ในระยะยาว
แม่คงคา กาแฟใต้ร่มเงาไม้ สร้างทางเลือกจากพืชเชิงเดี่ยว อีกพื้นที่ที่สะท้อนการทำเกษตรที่คำนึงถึงทั้งคุณภาพผลผลิตและความหลากหลายของระบบการเกษตร คือ วิสาหกิจชุมชนเกษตรคนกล้าบ้านแม่คงคา อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ซึ่งเซ็นทรัล ทำ สนับสนุนมาตั้งแต่ปี 2563 ปัจจุบันมีสมาชิก 50 ราย ปลูกกาแฟอาราบิกาออร์แกนิกสายพันธุ์คาติมอร์ใต้ร่มเงาของไม้ใหญ่ บนพื้นที่สูงประมาณ 1,000–1,100 เมตรจากระดับน้ำทะเล โดยกาแฟจากแม่คงคามีจุดเด่นด้านรสชาติ ให้โทนดอกไม้ป่าและผลไม้ มีความกลมกล่อมและความหวานตามธรรมชาติ ขณะเดียวกันชุมชนยังพัฒนาระบบการเกษตรให้มีความหลากหลายมากขึ้น โดยส่งเสริมพืชเศรษฐกิจอื่น เช่น แมคคาเดเมียและอะโวคาโด เพื่อเป็นทางเลือกด้านรายได้และลดการพึ่งพาพืชเชิงเดี่ยว ในด้านตลาด ผลผลิตกาแฟจากแม่คงคาถูกนำไปแปรรูปเป็นเมล็ดกาแฟคั่วและเครื่องดื่ม ก่อนเชื่อมโยงสู่ผู้บริโภคผ่าน Good Goods ทำให้ชุมชนสามารถเพิ่มมูลค่าผลผลิตจากการขายวัตถุดิบไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีเรื่องราวและเข้าถึงตลาดได้มากขึ้น พร้อมนำรายได้ส่วนหนึ่งกลับไปต่อยอดการพัฒนาอาชีพในพื้นที่
สำหรับ มณีพฤกษ์ ใช้คุณภาพกาแฟสร้างอัตลักษณ์ เตรียมต่อยอดการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) โดยวิสาหกิจชุมชนกาแฟ เดอ ม้ง มณีพฤกษ์ อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน ดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2565 ปัจจุบันมีสมาชิก 110 ราย พร้อมขับเคลื่อนการอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ป่ากว่า 120 ไร่ ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพและเพิ่มมูลค่ากาแฟ โดยมุ่งสร้างอัตลักษณ์ให้กับกาแฟจากแหล่งปลูกบ้านมณีพฤกษ์ และอยู่ระหว่างการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เพื่อสร้างการรับรู้และเพิ่มมูลค่าให้กับกาแฟของชุมชน คุณภาพของกาแฟจากพื้นที่ยังได้รับการยอมรับจากเวทีระดับประเทศ โดยเกษตรกรจากบ้านมณีพฤกษ์สามารถ คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 จากการประกวด สุดยอดเมล็ดกาแฟพิเศษไทย ประจำปี 2569 (Thai Specialty Coffee Awards 2026) ทั้ง 3 Process และรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 จากการประกวด Cup of Excellence Thailand 2026 สะท้อนศักยภาพของกาแฟจากชุมชนและโอกาสในการพัฒนาสู่ตลาด Specialty Coffee ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและเอกลักษณ์ของแหล่งปลูก
แม่อูคอหลวง พื้นที่ใหม่ วางรากฐานสู่กาแฟคุณภาพ ขณะที่วิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกกาแฟปลอดสารพิษ บ้านแม่อูคอหลวง หมู่ที่ 5 จ.แม่ฮ่องสอน เป็นพื้นที่ใหม่ที่เซ็นทรัล ทำ เข้าไปสนับสนุนตั้งแต่ปี 2568 ปัจจุบันมีสมาชิก 27 ราย โดยปลูกกาแฟบริเวณพื้นที่ทุ่งดอกบัวตอง ที่ระดับความสูงกว่า 1,600 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งมีจุดเด่นด้านรสชาติและกลิ่น ทั้งโทนอัลมอนด์ น้ำผึ้ง ซิตรัส และดอกไม้ สำหรับบ้านแม่อูคอหลวงนั้น เซ็นทรัล ทำ มุ่งวางรากฐานด้านการผลิตและเพิ่มศักยภาพของชุมชน ตั้งแต่การรับซื้อกาแฟกะลา การส่งเสริมการปลูกป่าด้วยต้นกล้ากาแฟสายพันธุ์ JAVA ไปจนถึงการสนับสนุนโรงแปรรูปและอุปกรณ์ที่จำเป็น เพื่อให้ชุมชนสามารถพัฒนากระบวนการผลิตและการแปรรูป เพิ่มมูลค่าผลผลิต และเตรียมความพร้อมสำหรับการเชื่อมโยงตลาดในอนาคต
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า การทำงานร่วมกับทั้ง 4 ชุมชนสะท้อนแนวทางของเซ็นทรัล ทำ ต้องการให้การพัฒนาชุมชนเกิดขึ้นควบคู่กับโอกาสทางการตลาด โดยนำศักยภาพของแต่ละพื้นที่มาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มีเรื่องราวและมีช่องทางเข้าสู่ผู้บริโภคมากขึ้น เพราะสำหรับกาแฟจากชุมชนคุณค่าไม่ได้อยู่เพียงในรสชาติของกาแฟหนึ่งแก้ว แต่ยังรวมถึงคนปลูก แหล่งที่มา และผืนป่าที่เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตของกาแฟ การต่อยอดคุณค่าทรัพยากรและภูมิปัญญาของชุมชนให้เชื่อมโยงกับตลาด จึงเป็นอีกกลไกสำคัญในการสร้างรายได้ให้เกษตรกร พร้อมสร้างแรงจูงใจให้ชุมชนเห็นคุณค่าของการดูแลผืนป่า และสามารถเดินหน้าสร้างเศรษฐกิจของชุมชนได้ในระยะยาว
ทั้งนี้ ผู้สนใจอยากลิ้มลองรสชาติ สัมผัสประสบการณ์ของกาแฟรักษาป่าจากชุมชนไทย ทั้งกาแฟภูชี้เดือน แม่คงคา มณีพฤกษ์ และ แม่อูคอ สามารถสนับสนุนได้ที่ร้าน Good Goods ทั้ง 10 สาขา เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 1 โซน Dazzle จริงใจมาร์เก็ต จ.เชียงใหม่ เซ็นทรัล ภูเก็ต เฟสติวัล ชั้น 2 โซน Skywalk เซ็นทรัล พัทยา ชั้น G เซ็นทรัล พาร์ค ชั้น LG เซ็นทรัล กระบี่ โซน Palm Square เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ชั้น 1 เซ็นทรัลชิดลม ชั้น 6 เซ็นทรัลป่าตอง ชั้น 1 โรบินสัน โอเชี่ยน จังซีลอน ชั้น 1 โดยรายได้นำกลับไปพัฒนาชุมชนภายใต้ เซ็นทรัล ทำ วิสาหกิจเพื่อสังคม
“Central Do”正在推进将泰国北部四个咖啡种植社区连接起来,以提高其产品的价值,从而与不断增长的泰国咖啡市场保持一致,同时还注重为子孙后代保护森林。
9 月 17 日,记者报道称,Central Group 的可持续社会和环境项目“CENTRAL THAM”继续履行其使命,将泰国北部的四个咖啡种植社区连接起来,在提高产量的同时保护森林地区。
泰国咖啡市场预计将持续增长。泰国商务部商业发展厅的数据显示,到2025年,泰国咖啡市场规模将达到约650亿泰铢,较上年增长8.33%。泰国人均年咖啡消费量超过340杯,因此对咖啡的品质、口感和产地格外重视。开泰研究中心(Kasikorn Research Center)预测,到2026年,包括面包店和冰淇淋店在内的饮料市场规模将达到约940亿泰铢,较上年增长5.1%。这反映出,来自拥有独特风貌和产区故事的社区的高品质咖啡市场蕴藏着巨大的发展机遇。这与Central Tham的理念不谋而合,Central Tham致力于支持泰国北部咖啡种植社区,充分发挥其农产品价值和当地智慧。具体措施包括提升咖啡品质和加工工艺,打造产品并讲述产区故事,以及连接咖啡农与市场,帮助他们实现农产品增值。与此同时,在森林地区种植咖啡和荫蔽种植是可减少对单一作物依赖的替代收入来源。
目前,Central Do正与泰国北部四个咖啡种植社区合作:清莱府的Phu Chi Duean有机咖啡社区企业、清迈府的Mae Khong Kha勇敢农民社区企业、楠府的De Mong Manee Phruek咖啡社区企业以及湄宏顺府的Mae U Kho Luang 5号村无农药咖啡社区企业。每个地区都拥有独特的优势和潜力,Central Do会充分利用这些优势,以满足社区和市场的需求。
记者进一步报道称,从森林到社区学习中心的普奇杜安森林保护咖啡项目是重点示范区之一。位于清莱府的普奇杜安有机咖啡社区企业自2017年开始运营。目前,该企业拥有84名成员,种植了超过1500莱(约3800公顷)的土地,全部为100%有机阿拉比卡咖啡。咖啡树生长在海拔约1300至1600米的地区,气候条件非常适合优质咖啡的生长。中央集团为社区发展提供支持,涵盖产品开发、加工、烘焙设施和市场对接等各个方面。他们还将该地区扩展为学习中心和咖啡加工厂,为社区带来咖啡种植和教育旅游收入。目前,约有3000人参加了学习项目。与此同时,生产和加工流程的改进也为社区创造了约500万泰铢的收入。因此,富志端咖啡不仅限于作为原材料出售,还可以进一步开发成增值产品,讲述其起源故事以及咖啡种植与森林保护相结合的理念。这激励着当地社区认识到自然资源作为长期收入来源的价值。
湄孔卡咖啡:荫生种植农业——单一作物种植的替代方案。该地区的农业模式兼顾产品质量和农业多样化。位于清迈府湄占县的湄孔卡社区农业企业自2020年以来一直得到中央集团的支持。目前,该企业拥有50名成员,他们在海拔约1000-1100米的大树荫下种植有机阿拉比卡卡蒂莫咖啡。湄孔卡咖啡以其独特的风味而著称,带有野花和水果的香气,口感顺滑,天然甘甜。与此同时,该社区正通过推广澳洲坚果和鳄梨等其他经济作物,实现农业系统的多样化,从而提供替代收入来源,减少对单一作物种植的依赖。在市场营销方面,湄孔卡咖啡经过加工制成烘焙咖啡豆和咖啡饮品,并通过“优质商品”项目销售给消费者。这使得社区能够通过将农产品从原材料转化为有故事的产品来提高其价值,获得更大的市场准入,并将部分收入再投资以进一步发展当地居民的生计。
对于马尼普鲁克(Maneephruk)来说,他们正利用咖啡的卓越品质打造独特的品牌形象,并准备申请地理标志(GI)认证。位于南府通昌县的德蒙马尼普鲁克咖啡社区企业自2022年成立以来,目前拥有110名成员。他们致力于保护和恢复超过120莱(约37公顷)的森林,同时提升咖啡的品质和价值。他们的目标是为马尼普鲁克产区的咖啡打造独特的品牌形象,并正在申请地理标志认证,以提高人们对该产区的认知度,并提升社区咖啡的价值。他们的咖啡品质也获得了国家级的认可;马尼普鲁克的咖啡农在2026年泰国精品咖啡大赛(涵盖所有三种加工方式)和2026年泰国卓越杯大赛中均荣获第一名,这充分体现了他们咖啡的潜力以及进军精品咖啡市场的机遇。精品咖啡市场注重品质和产区的独特风味。
湄乌科銮:优质咖啡新摇篮。位于湄宏顺府5号村的湄乌科銮村,是一个种植无农药咖啡的社区企业,自2025年以来一直是CentralTham支持的新区域。目前,该企业拥有27名成员,在海拔1600多米的布阿通花田种植咖啡。这里的咖啡风味独特,香气浓郁,带有杏仁、蜂蜜、柑橘和花香。CentralTham致力于为湄乌科銮村的咖啡生产奠定基础,并提升社区的能力。这包括收购带壳咖啡豆、推广爪哇咖啡树苗的植树造林,以及支持加工设施和必要的设备。这些举措使社区能够发展生产和加工技术,提高产品价值,并为未来的市场准入做好准备。
记者进一步指出,与这四个社区的合作体现了中央集团的理念,即社区发展与市场机遇齐头并进。这意味着充分发挥每个地区的潜力,打造具有引人入胜故事的高品质产品,并拓展消费者群体。对于社区生产的咖啡而言,其价值不仅在于一杯咖啡的口感,更在于种植者、咖啡的产地以及构成咖啡生长不可或缺的森林。利用社区资源和传统知识的价值来对接市场,是为农民创造收入、激励社区重视森林保护并帮助他们建立长期经济体系的关键机制。
如果您有兴趣品尝和体验来自泰国社区(包括普奇杜安、湄孔卡、玛尼普鲁克和湄乌科)的独特森林可持续咖啡,可以通过前往以下10家Good Goods门店支持这项事业:CentralWorld购物中心1楼Dazzle Zone;清迈Jingjai Market;普吉岛Central Festival购物中心2楼Skywalk Zone;芭堤雅Central购物中心G层;Central Park购物中心LG层;甲米Central购物中心Palm Square Zone;清迈机场Central购物中心1楼;奇隆Central购物中心6楼;芭东Central购物中心1楼;以及Robinson Ocean Jungceylon购物中心1楼。所有收益将用于Central Tham社会企业旗下社区的发展。