← 返回新闻首页
泰国权威

พบจุดน้ำมันรั่วจากท่อพระราม 3 "ฐิติภัสร์" จี้ BPT-BFPL เร่งซ่อม

"เลขาฯ รมว.พลังงาน" เผยพบจุดน้ำมันรั่วจากท่อพระราม 3 "BPT-BFPL" ต้องรับผิดชอบ เร่งซ่อมพร้อมทดสอบ Pigging Test ตลอดแนว 32 กม. ขณะที่ คพ.ชี้พื้นที่ภายในหลุมที่พบการรั่วไหลยังเสี่ยงสูง ต้องระมัดระวังในการปฏิบัติงาน

Thai PBSThai PBS查看原文 ↗
拉玛三世路的一条输油管道发现漏油。Thitipass敦促BPT和BFPL加快维修速度。

วันนี้ (17 ก.ย.2569) น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบเหตุน้ำมันรั่วไหลบริเวณถนนเชื้อเพลิง ใต้สะพานยกระดับถนนพระราม 3 หลังเจ้าหน้าที่เร่งค้นหาต้นตอของน้ำมันที่ปนเปื้อนในระบบระบายน้ำและพื้นที่โดยรอบอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้ขุดสำรวจพื้นที่และพบโพรงใต้ดิน รวมถึงน้ำที่มีน้ำมันปะปนในระบบระบายน้ำเก่า จึงขยายจุดตรวจสอบเพื่อค้นหาต้นทางของน้ำมันรั่วไหล

ล่าสุดจากการตรวจสอบ พบจุดที่มีน้ำมันรั่วซึมจากแนวท่อขนส่งน้ำมันบริเวณพระราม 3 โดยระบบท่อดังกล่าวมีบริษัท บาฟส์ขนส่งทางท่อ จำกัด หรือ BPT เป็นเจ้าของใบอนุญาต ขณะที่บริษัท กรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อและโลจิสติกส์ จำกัด หรือ BFPL ในกลุ่มบริษัทบางจาก เป็นผู้ดำเนินการระบบท่อ

พบจุดน้ำมันรั่วจากท่อพระราม 3 "ฐิติภัสร์" จี้ BPT-BFPL เร่งซ่อม

น.ส.ฐิติภัสร์ ระบุว่า ทั้ง 2 บริษัทจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด และต้องดำเนินการตามข้อสั่งการของกรมธุรกิจพลังงาน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างเป็นระบบ รวมถึงป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันซ้ำอีก

สำหรับแนวทางดำเนินการ กรมธุรกิจพลังงานได้กำหนดขั้นตอนสำคัญไว้ 3 ส่วน ได้แก่

เร่งค้นหาและซ่อมแซมจุดที่เกิดความเสียหาย ผู้ประกอบการต้องเร่งหาจุดที่เป็นแผลหรือจุดบกพร่องของแนวท่อเพื่อดำเนินการซ่อมแซมโดยเร็ว ขณะเดียวกันเจ้าของท่อต้องส่งข้อมูลประวัติการดูแลรักษาและประวัติการซ่อมบำรุงระบบท่อทั้งหมดให้กรมธุรกิจพลังงานตรวจสอบ เพื่อประกอบการหาสาเหตุและประเมินความเสี่ยงของระบบ

ทดสอบระบบท่อตลอดแนว 32 กิโลเมตร ภายหลังดำเนินการซ่อมแซมแล้ว จะต้องมีการทดสอบ Pigging Test ตลอดแนวท่อระยะทางประมาณ 32 กิโลเมตร เพื่อสำรวจสภาพภายในระบบและตรวจหาบริเวณที่อาจมีความเสี่ยงต่อการรั่วซึมหรือความผิดปกติอื่น ๆ หากระหว่างการทดสอบพบการรั่วไหลหรือพบความผิดปกติบริเวณใด จะต้องหยุดการดำเนินการทันที เพื่อเข้าตรวจสอบและแก้ไขก่อนที่จะเดินหน้าทดสอบต่อ

เปลี่ยนท่อและปรับแนวใหม่ในจุดเสี่ยง สำหรับบริเวณที่พบแผลหรือจุดบกพร่อง จะต้องจัดทำแผนเปลี่ยนท่อใหม่ พร้อมจัดทำแผนปรับแนวท่อเพื่อเพิ่มความปลอดภัย โดยเฉพาะบริเวณที่แนวท่ออยู่ใต้ตอม่อหรือโครงสร้างที่มีความเสี่ยง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำในอนาคต

ขณะที่นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ คพ.ได้ตรวจวัดค่าความเข้มข้นของไอระเหยสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) และค่าความเสี่ยงต่อการระเบิดหรือการลุกติดไฟ (LEL) บริเวณจุดต้องสงสัยดังกล่าว พบค่า VOCs เท่ากับ 21 ppm. และไม่พบความเสี่ยงต่อการติดไฟ (LEL) พร้อมเก็บตัวอย่างน้ำมันบริเวณจุดดังกล่าว เพื่อส่งตรวจวิเคราะห์ทางเคมีชั้นสูงในห้องปฏิบัติการในการพิสูจน์เอกลักษณ์ หรือที่เรียกว่า การตรวจสอบลายนิ้วมือน้ำมัน (Oil Fingerprinting) สำหรับนำไปเปรียบเทียบกับชนิดน้ำมันของผู้ประกอบการขนส่งน้ำมันในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งจะช่วยระบุแหล่งที่มาและต้นตอของน้ำมันรั่วไหลได้อย่างแม่นยำตามหลักกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม พื้นที่ภายในหลุมที่พบการรั่วไหลยังคงมีความเสี่ยงสูง จึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในการปฏิบัติงาน และได้ให้คำแนะนำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำน้ำมันที่รั่วไหลรวมถึงดินที่ปนเปื้อนทั้งหมดไปกำจัดอย่างถูกต้องต่อไป

หมอกควันพัดข้ามแดน พบ "นราฯ-ยะลา" ฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐาน

อช.ดอยอินทนนท์ แจ้งความกลุ่มนักท่องเที่ยว ฝ่าแนวกั้นเหยียบ "ข้าวตอกฤๅษี" พืชหายาก

"กรณ์" ชี้สหรัฐฯ ไม่รอไทย จ่อคว่ำบาตร 28 รายชื่อโยงสแกมเมอร์

手机左右滑动,电脑按 ← → 键,也能切换新闻