คุยกับ “ชลเดช เขมะรัตนา” CEO Webull Thailand อนาคตหลังดีล Pi สู่ระบบนิเวศลงทุน-บริหารเวลธ์ครบวงจร与 Webull Thailand 首席执行官 Chonladech Khemratana 就 Pi 交易后的未来以及构建全面投资和财富管理生态系统的道路进行了对话。
ชลเดช เขมะรัตนา CEO Webull Thailand เผยเบื้องหลังดีล 3.2 พันล้าน ซื้อ บล.พาย ผสานเทคโนโลยีระดับโลกเข้ากับทีมผู้เชี่ยวชาญ ปั้นระบบนิเวศลงทุนและบริหารความมั่งคั่งครบวงจร ดัน AUM สู่ 2 แสนล้าน

Executive Interviews
# บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด
# บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด
# การควบรวมและซื้อกิจการ
# การขยายธุรกิจ Webull
# ContentPartnership
ปี 2570 โจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่ “ขายอะไร” แต่คือ “ทำอย่างไรให้ลูกค้ากลับมา” | Money Issue EP.77
เปิดมุมมอง “ดร.ลัษมณ อรรถาพิช” NCB เข้าใจทุกความต่าง เมื่อคนรุ่นใหม่มองหนี้เป็นวิถีชีวิต
วันนี้นักลงทุนไทยบางคน อาจรู้จักหุ้น Nvidia, Apple หรือ Tesla มากกว่าหุ้นไทยบางตัวเสียอีก และหลายคนอาจแทบไม่เคยถือหุ้นไทยในพอร์ตเลยด้วยซ้ำ แต่ในวันที่เงินลงทุนของคนไทยกำลังไหลไปสู่ตลาดโลกนั้น ในตลาดหุ้นไทยกลับกำลังมี “ผู้เล่นระดับโลก” เข้ามาเดินเกมครั้งสำคัญ
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Webull Thailand บริษัทย่อยของ Webull Corporation (NASDAQ: BULL) ลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้น บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด จาก บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ CGH ในราคาประเมินมูลค่ากิจการกว่า 3,200 ล้านบาท
สำหรับความเคลื่อนไหวดังกล่าว ถ้ามองเผิน ๆ นี่คือ ดีลการซื้อกิจการโบรกเกอร์หนึ่งในตลาดทุนไทยเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วสิ่งที่อยู่เบื้องหลังกลับต่างออกไป เพราะดีลครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการเข้ามาเพื่อคว้า “ใบอนุญาต” ในการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์เพิ่มเติม
แต่คือ “การซื้อเวลา” ในการขยายธุรกิจ ผ่านการต่อยอดจากสิ่งที่ บล.พาย สั่งสมมาตลอดหลายทศวรรษ ทั้งฐานสินทรัพย์ภายใต้การดูแล (AUM) ความสัมพันธ์กับลูกค้า ทีมเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุน ตลอดจนความเชี่ยวชาญในผลิตภัณฑ์และตลาดทุนไทย
การผนึกกำลังระหว่างแพลตฟอร์มระดับโลกและเทคโนโลยีของ Webull กับฐานธุรกิจและความเข้าใจตลาดทุนไทยของ บล.พาย จึงน่าสนใจมาก เพราะกำลังเกิดขึ้นในจังหวะที่โลกลงทุนกำลังเข้าสู่ภาพ “Global Single Market” หรือการที่ตลาดหุ้นทั่วโลกกำลังเชื่อมต่อถึงกันมากขึ้น และกำลังเปลี่ยนทั้งวิธีคิดของนักลงทุนและรูปแบบการแข่งขันของผู้ให้บริการลงทุน
Thairath Money พูดคุยกับ ชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Webull Thailand ถึงภาพตลาดที่เขาเห็น เหตุผลและเบื้องหลังในการตัดสินใจของกลุ่มบริษัทที่ทำให้เลือกซื้อแทนการสร้างเอง ตั้งแต่มุมมองต่อพฤติกรรมนักลงทุนไทย ไปจนถึงภาพของการผนึกกำลังครั้งใหม่ รวมถึงเป้าหมายและอนาคตการเดินเกมของ Webull ในประเทศไทย
ภาพนักลงทุนยุคใหม่ โจทย์ใหญ่ที่ Webull ต้องเข้ามาตอบ
ชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Webull Thailand สะท้อนมุมมองว่า พฤติกรรมของนักลงทุนไทยมีความเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะนักลงทุนรุ่นใหม่ที่มีความเป็น "Global Investor" สูงขึ้นอย่างมาก มีความคุ้นเคยกับหุ้นเทคโนโลยีหรือแบรนด์ระดับโลกในสหรัฐฯ มากกว่าหุ้นในประเทศ เน้นหุ้นเติบโตและแทบไม่ถือหุ้นไทย แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ยังมีกลุ่มนักลงทุนที่ยังคงเน้นลงทุนในตลาดหุ้นไทย เพื่อคาดหวังผลตอบแทนจากเงินปันผลของหุ้นขนาดใหญ่ ซึ่งนักลงทุนทั้งสองกลุ่มนี้ปัจจุบัน “แยกขั้ว” อย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปตามกาลเวลา คือ "จริตในการลงทุน" ที่เน้นการเก็งกำไรและการเทรดระยะสั้น ซึ่งเป็นธรรมชาติที่พบเห็นได้ทั่วไปในนักลงทุนฝั่งเอเชีย แม้แต่ละคนจะมีพอร์ตการลงทุนระยะยาวเป็นหลักอยู่แล้วก็ตาม
เรื่องนี้กลายเป็นโจทย์สำคัญที่ Webull มองเห็นและต้องการเข้ามาแก้ Pain Point ให้แก่นักลงทุนไทยเพื่อเพิ่มโอกาสการลงทุน ทั้งในกลุ่มนักลงทุนรายย่อยและกลุ่มนักลงทุนมีความมั่งคั่งสูง (High Net Worth และ Ultra High Net Worth)
สำหรับกลุ่มนักลงทุนรายย่อยนั้น จะยกระดับเครื่องมือเทรด ด้วยการนำจุดเด่นด้านเทคโนโลยี AI ซึ่ง Webull มีความเชี่ยวชาญเข้ามาช่วยวิเคราะห์ เพื่อช่วยให้สามารถตัดสินใจและเข้าถึงการซื้อขายหุ้นได้อย่างสะดวกรวดเร็วมากขึ้น
สำหรับกลุ่มนักลงทุนที่มีความมั่งคั่งสูง Webull มองว่า รูปแบบการให้บริการของโบรกเกอร์แบบดั้งเดิมอาจยังมีความยืดหยุ่นไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าแต่ละราย จึงนำจุดแข็งด้าน Customization หรือการออกแบบบริการให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม เข้ามาเสริมการให้บริการ พร้อมเปิดทางให้นักลงทุนที่มีมูลค่าสินทรัพย์ในพอร์ตเป็นไปตามเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์การลงทุนระดับโลก เช่น Bitcoin ETF และ Single-Stock Leveraged ETF ได้ผ่านแพลตฟอร์ม
ควบคู่ไปกับการเติมเต็มความต้องการด้าน "Human Touch" หรือการพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญและนักวิเคราะห์โดยตรง ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนความมั่งคั่งสูง ซึ่งตลาดนี้เชื่อว่ายังเติบโตได้อีกมาก
นอกจากนี้ นักลงทุนไทยจำนวนมากยังขาดเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงยามตลาดผันผวน ซึ่ง Webull ได้นำเสนอกลยุทธ์การลงทุนในอนุพันธ์บนหุ้นสหรัฐฯ ผ่าน Short Option เช่น Covered Call และ Cash-Secured Put โดยเป็นโบรกเกอร์รายแรกและรายเดียวในประเทศไทยที่ให้บริการดังกล่าว เพื่อเพิ่มทางเลือกให้นักลงทุนสามารถวางกลยุทธ์และบริหารพอร์ตได้อย่างหลากหลายมากขึ้น
ดังนั้น การตอบโจทย์ของนักลงทุนทุกกลุ่มด้วยการนำเทคโนโลยีระดับโลกมาผสานกับบุคลากรผู้เชี่ยวชาญเพื่อสร้างบริการที่ดีที่สุด จึงกลายเป็นสะพานเชื่อมสำคัญที่นำไปสู่ดีลยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ของตลาดทุนไทยในครั้งนี้
เปิดเบื้องหลังดีล 3.2 พันล้าน ซื้อเวลา 3-5 ปี
ชลเดช เล่าว่า จุดเริ่มต้นของดีลนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ Webull Thailand เปิดให้บริการในประเทศไทยเมื่อเดือนพฤษภาคม 2567 และได้รับการตอบรับที่ดีเกินคาด จนถึงปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนกว่า 1 ล้านราย และเปิดบัญชีสำเร็จกว่า 460,000 บัญชี
จากตัวเลขดังกล่าว ซึ่งถือเป็นผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารระดับสูงของ Webull Group จึงวางแนวทางเชิงกลยุทธ์ในการมองหาโอกาสทำการควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) ในประเทศไทย เพื่อสร้างการเติบโตและขยายธุรกิจแบบก้าวกระโดด
ดังนั้นการนำมาซึ่งดีลการเข้าซื้อกิจการบล.พาย จึงมีการวางแผนมาอย่างถี่ถ้วน โดยชลเดช อธิบายถึงแนวทางการคัดเลือกบริษัทหลักทรัพย์เป้าหมายในไทยอย่างเข้มงวด 4 เรื่อง ได้แก่
ต้องเป็นโบรกเกอร์ที่มีขนาด AUM ตั้งแต่ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมากกว่า 50,000–100,000 ล้านบาทขึ้นไป
มีโครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่จำนวนน้อยราย เพื่อให้กระบวนการเจรจามีความคล่องตัว
สินทรัพย์ที่มีอยู่ต้องเป็นสินทรัพย์คุณภาพสูงที่สามารถสร้างรายได้จริง
ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน และสินทรัพย์ภายใต้การบริหารมีความหลากหลาย
เมื่อนำเกณฑ์ทั้งหมดมาเข้ามากรอง ควบคู่กับการตัดกลุ่มโบรกเกอร์ที่เป็นบริษัทย่อยของธนาคารและโบรกเกอร์ต่างชาติออก ผลลัพธ์ที่เหลือเพียงรายเดียวในตลาดทุนไทย นั่นคือ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน)
ซึ่งปัจจุบันมี AUM อยู่ที่ประมาณ 100,000 ล้านบาท และมีความโดดเด่นในการให้บริการผลิตภัณฑ์ตราสารอนุพันธ์ทั้งในไทย (TFEX) และต่างประเทศ (CME) รวมถึงธุรกิจตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) ซึ่งเคยขึ้นถึงอันดับ 2 ของตลาด
นอกจากนี้ ยังเป็นหนึ่งในโบรกเกอร์ไทยที่อยู่ในตลาดทุนไทยมายาวนานกว่า 50 ปี และเห็นการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม พร้อมได้ปรับโครงสร้างธุรกิจจากโบรกเกอร์ดั้งเดิม สู่การเป็นแพลตฟอร์มการลงทุนดิจิทัลตั้งแต่ช่วงปี 2565 จากบริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป สู่แบรนด์ “Pi” ซึ่งพัฒนาแพลตฟอร์มที่รวมการซื้อขายและการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภทไว้ในที่เดียว
ซึ่งยังมีการให้บริการลงทุนในกองทุนรวม ตราสารหนี้ และหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง (Structured Notes) รวมถึงมีทีมงานเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุน (IC) และเจ้าหน้าที่ดูแลความสัมพันธ์ลูกค้า (RM) มากกว่า 300 คน และทีมวิเคราะห์หลักทรัพย์ชื่อดัง นำโดย “กวี ชูกิจเกษม” ประธานเจ้าหน้าที่ สายการบริหารพอร์ตการลงทุน
แม้การเข้าซื้อกิจการด้วยมูลค่า 3,200 ล้านบาทในครั้งนี้ จะมีราคาที่สูงกว่ามูลค่าทางบัญชี แต่ในมุมมองของ ชลเดช การได้มาซึ่งสินทรัพย์คุณภาพ ทีมเจ้าหน้าที่ RM และ IC มากกว่า 300 คน ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานด้านบทวิเคราะห์และธุรกิจ DR ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง เพราะช่วยประหยัดเวลาในการสร้างและขยายธุรกิจเองที่อาจต้องใช้เวลานานถึง 3–5 ปี
โดยดีลนี้ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้น เมื่อ 29 มิถุนายน 2569 ผ่านการตรวจสอบสถานะทางกฎหมาย การเงิน และภาษี (Due Diligence) ได้รับการอนุมัติจากสำนักงาน ก.ล.ต. และชำระเงินพร้อมโอนหุ้นเสร็จสิ้นแล้วเมื่อ 31 สิงหาคม 2569
โอกาสใหม่ของนักลงทุนไทย หลัง Webull ควบ Pi
สำหรับกลยุทธ์การดำเนินงานหลังจากนี้ ชลเดช เล่าว่า ได้วางโรดแมป 3 ขั้นตอนหลัก คือ “Acquire -> Transform -> Migrate” เริ่มต้นจาก Acquire หรือการเข้าซื้อกิจการ ซึ่งสำเร็จลุล่วงแล้วหลังการชำระเงินค่าหุ้นเรียบร้อย
ถัดมาคือขั้นตอน Transform ที่คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ปีนับจากนี้ ในการยกระดับและพัฒนาทักษะเจ้าหน้าที่ IC ให้กลายเป็น RM ที่มีความรอบรู้ในผลิตภัณฑ์ทางการเงินระดับโลกอย่างหลากหลาย ควบคู่ไปกับการนำเทคโนโลยีและระบบ AI เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพฝั่งงานหลังบ้าน โดยในช่วงแรกของการ Transform จะยังคงชื่อแบรนด์ บล.พาย ไว้ตามเดิม เพื่อป้องกันความสับสนของผู้ใช้บริการ
และขั้นตอนสุดท้ายคือการ Migrate หลังจากกระบวนการ Transform เสร็จสิ้น เพื่อรวมการดำเนินงานและแบรนด์ทั้งหมดเข้าด้วยกัน สู่แบรนด์ Webull อย่างเต็มรูปแบบในท้ายที่สุด
ชลเดช ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ RM และ IC ทั้งหมดยังคงอยู่ครบถ้วน และไม่มีนโยบายลดพนักงาน พร้อมคงโครงสร้างตอบแทนและส่วนแบ่งรายได้ไว้เช่นเดิม โดยเน้นย้ำว่าสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุดของบริษัทหลักทรัพย์คือ "คน" พร้อมเปิดรับผู้ที่ต้องการมาร่วมงานเพิ่มเติมในอนาคต
ส่วนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการระหว่าง Webull กับ บล.พาย ถูกวางไว้อย่างเป็นขั้นตอนเพื่อรองรับพฤติกรรมนักลงทุนยุคใหม่ ซึ่งสิ่งที่จะได้เห็นในอนาคตอันใกล้นี้ ได้แก่
ยกระดับบทวิเคราะห์ภายใต้ Webull Research ผนึกกำลังระหว่างทีมนักวิเคราะห์เดิมของ บล.พาย เข้ากับเทคโนโลยี AI เพื่อผลิตบทวิเคราะห์ 2 ภาษาทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ที่เข้าถึงง่ายและครอบคลุมทั่วโลก
รุกตลาด DR พร้อมอัดฉีดเงินทุนและส่งเสริมด้วยเครือข่ายพันธมิตร Webull ระดับสากล เพื่อเฟ้นหาหลักทรัพย์อ้างอิงระดับ Next S-Curve ใหม่ ๆ โดยตั้งเป้าติดอันดับ Top 3 ของตลาดทั้งในมิติส่วนแบ่งตลาดและมูลค่าการซื้อขาย
ขยายบริการ US Options นำเสนอเครื่องมือเก็งกำไรและบริหารความเสี่ยงขั้นสูงบนหุ้นสหรัฐฯ แก่ฐานลูกค้ากว้างขึ้น
ขยายฐานลูกค้ารายย่อยและลูกค้ากลุ่มมั่งคั่ง ผ่านยุทธศาสตร์ร่วมกับพันธมิตร เช่น แอปพลิเคชันชั้นนำอย่าง TrueMoney และธนาคารทหารไทยธนชาต (ttb) ช่วยให้ลูกค้ารายย่อยที่มีศักยภาพด้านการลงทุนสามารถเข้าถึงการลงทุนได้อย่างสะดวกง่ายดาย ขณะที่ลูกค้ากลุ่มมั่งคั่งคาดว่าจะยังเป็นกลุ่มที่เติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง ผ่านการส่งมอบสิทธิประโยชน์และประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ผ่านโปรแกรม Webull Prime ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อปี 2568
ขยายบริการลูกค้าสถาบัน รับส่งออเดอร์หุ้นต่างประเทศให้แก่ บล. และบลจ. ในไทย เพื่อเพิ่มความหลากหลายและประสิทธิภาพในการลงทุนต่างประเทศ และเฟสถัดไปจะนำใบอนุญาตและสัญญาตัวแทนจำหน่ายกองทุนรวมของ บล.พาย ซึ่งเชื่อมต่อกับ บลจ. ในไทยเกือบทั้งหมด มาพัฒนาให้ลูกค้ารายย่อยสามารถซื้อขายกองทุนรวมบนแอปพลิเคชันได้โดยตรง
รุกบริการวาณิชธนกิจ (Investment Banking) ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมนำบริษัทไทยที่มีศักยภาพสูงไปจดทะเบียนระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ระดับสากล ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสทางธุรกิจและเสริมศักยภาพการเติบโตในอนาคต
นอกจากนี้ ยังเตรียมความพร้อมระบบงานภายในเพื่อรองรับโครงการ TISA (Thailand Individual Savings Account) หรือ บัญชีออมและลงทุนส่วนบุคคลรูปแบบใหม่ ที่กระทรวงการคลังและสำนักงาน ก.ล.ต. กำลังผลักดันเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาวและใช้ลดหย่อนภาษี ซึ่งคาดว่าจะเริ่มขับเคลื่อนในปี 2570
โดยทั้งหมดนี้ จะทำให้ Webull บรรลุเป้าหมายในการขยายจำนวนผู้เปิดบัญชีสำเร็จทะลุ 1 ล้านบัญชี ควบคู่ไปกับการผลักดันมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การดูแล (AUM) ให้ทะยานขึ้นสู่ระดับ 200,000 ล้านบาท
ปั้น Ecosystem การลงทุนครบวงจร ยุค “Global Single Market”
ชลเดช กล่าวทิ้งท้ายว่า ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า เทรนด์ที่จะเข้ามาเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาดทุนคือการกลายเป็น “ตลาดโลกเป็นตลาดเดียว” (Global Single Market) นักลงทุนจะไม่ถูกจำกัดขอบเขตการลงทุนเพียงแค่ในประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่จะเคลื่อนย้ายเงินทุนไปตามผลตอบแทน และอัตราดอกเบี้ยของแต่ละภูมิภาค
ขณะเดียวกัน ค่าความสัมพันธ์ หรือ Correlation ระหว่างประเภทสินทรัพย์ต่าง ๆ จะสูงขึ้น ทำให้การจัดสรรเงินลงทุนและการกระจายความเสี่ยงข้ามภูมิภาคมีความสำคัญอย่างมากในการลงทุนยุคใหม่
ดังนั้น ภาพของ Webull Thailand ในอนาคต จะไม่ได้เป็นเพียงแอปพลิเคชันเทรดหุ้น แต่คือระบบนิเวศทางการเงินและการบริหารความมั่งคั่งแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งหุ้นไทยและต่างประเทศ เครื่องมือบริหารความเสี่ยงในตลาดอนุพันธ์ทั้ง TFEX และ CME ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) กองทุนรวม ตลอดจนผลิตภัณฑ์สิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่าง TISA โดยมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุน ที่เชื่อมโยงนักลงทุนไทยเข้ากับเครือข่ายกว่า 18 ประเทศทั่วโลกในกลุ่มบริษัท Webull เพื่อเปิดประตูสู่โอกาสการลงทุนใหม่ ๆ อย่างไม่สิ้นสุด
อ่านข่าวธุรกิจ กลยุทธ์การตลาด และสัมภาษณ์พิเศษ กับ ThairathMoney เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/business_marketing
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney
高管访谈
# WeBull Securities (Thailand) Co., Ltd.
# Pie Securities Company Limited
# 并购
# Webull 业务拓展
# 内容合作
到2027年,最大的问题将不再是“卖什么”,而是“如何让顾客再次光顾”。| 财经专题 第77期
从 NCB 的 Laksamon Atthapich 博士那里获得真知灼见:了解年轻一代将债务视为一种生活方式时所存在的种种差异。
如今,一些泰国投资者可能更熟悉英伟达、苹果或特斯拉的股票,而不是泰国本土股票,许多人甚至从未在投资组合中持有过泰国股票。但随着泰国投资资本流入全球市场,一家重要的“全球参与者”正在进军泰国股市。
8 月 31 日,Webull Corporation (NASDAQ: BULL) 的子公司 Webull Securities (Thailand) Co., Ltd. 与 Country Group Holdings Public Company Limited (CGH) 签署了股份购买协议,以超过 32 亿泰铢的估值收购 Pie Securities Co., Ltd.。
乍看之下,这似乎只是泰国资本市场又一起证券公司收购案。然而,其背后的原因却截然不同。这笔交易并非仅仅为了获得更多证券业务牌照。
但关键在于“争取时间”,通过巩固 Pi Securities 几十年来积累的资产(AUM)、客户关系、投资顾问团队以及在泰国资本产品和市场方面的专业知识,来扩大业务。
Webull 的全球平台和技术与 Pi Securities 在泰国资本市场的专业知识之间的合作非常有趣,因为此时投资界正在进入“全球单一市场”,世界各地的股票市场日益相互联系,这既改变了投资者的思维方式,也改变了投资服务提供商的竞争格局。
Thairath Money 采访了 Webull Thailand 的首席执行官 Choldet Khemratana,讨论了他对市场的展望、公司决定收购而不是自建的原因和背景、他对泰国投资者行为的看法、新的战略合作伙伴关系,以及 Webull 在泰国的目标和未来战略。
现代投资者的形象是Webull必须应对的一项重大挑战。
Webull Thailand首席执行官Choldet Khemratana认为,泰国投资者的行为发生了显著变化,尤其是年轻投资者,他们越来越倾向于“全球投资”。相比国内股票,他们更熟悉美国的科技股或全球品牌,专注于成长股,持有的泰国股票数量很少。另一方面,仍有一部分投资者专注于投资泰国股市,希望从大型股的股息中获得回报。目前,这两类投资者之间存在着明显的界限。
然而,随着时间的推移,有一点从未改变,那就是强调投机和短期交易的“投资心态”,这是亚洲投资者的共同特征,尽管他们中的许多人主要拥有长期投资组合。
这成为韦布尔认识到的一个关键挑战,并致力于解决这一挑战,以解决泰国投资者的痛点,从而增加散户投资者和高净值(高净值和超高净值)投资者的投资机会。
对于散户投资者而言,通过利用 Webull 在人工智能技术方面的专业知识来增强交易工具,从而改进分析,实现更快、更便捷的决策和股票交易。
对于高净值投资者而言,Webull 意识到传统经纪模式可能不够灵活,无法满足每位客户的个性化需求。因此,他们充分发挥自身在定制化服务方面的优势,为每组客户量身打造专属服务,从而提升产品价值。这使得投资组合价值符合泰国证券交易委员会 (SEC) 标准的投资者能够通过其平台投资比特币 ETF 和单只杠杆 ETF 等全球投资产品。
除了满足“人情味”或与专家和分析师直接互动的需求(这仍然是建立高净值投资者信心的关键因素)之外,该市场还被认为具有巨大的进一步增长潜力。
此外,许多泰国投资者缺乏在市场波动时管理风险的工具。Webull 通过卖空期权(例如备兑看涨期权和现金担保看跌期权)提供美国股票衍生品投资策略,是泰国首家也是唯一一家为投资者提供更多元化策略和投资组合管理选择的券商。
因此,通过将世界一流的技术与专家人员相结合,满足所有投资者群体的需求,创造最好的服务,已成为促成泰国资本市场这项重大战略交易的关键桥梁。
32亿泰铢交易的幕后真相:争取3-5年的时间。
Choladet解释说,这项交易源于Webull Thailand于2024年5月在泰国上线,并获得了压倒性的积极反响。截至目前,Webull Thailand拥有超过100万注册用户,成功开户超过46万个。
基于这些代表快速增长的数字,Webull 集团的创始人和高级管理人员采取了战略方法,在泰国寻求并购机会,以推动指数级增长和业务扩张。
因此,收购Pi Securities是经过精心策划的。Choldet解释了在泰国对目标证券公司进行严格筛选的四个关键方面:
经纪商的资产管理规模(AUM)必须达到至少 20 亿美元,或 500 亿至 1000 亿泰铢。
为了便于谈判,股东结构中主要股东人数较少。
现有资产必须是能够产生实际收益的高质量资产。
所管理的金融产品和资产种类繁多。
综合考虑所有标准,并排除银行子公司和外国经纪商,最终泰国资本市场只剩下一家参与者:Pi Securities Public Company Limited。
目前,该公司管理资产规模约为 1000 亿泰铢,在泰国(TFEX)和国际(CME)衍生品市场以及存托凭证(DR)业务方面均处于领先地位,其存托凭证业务一度位居市场第二。
此外,该公司是少数几家在泰国资本市场经营超过50年的泰国券商之一,见证了行业的变迁。自2022年起,该公司已将其业务从传统券商转型为数字化投资平台,从Country Group Securities发展成为“Pi”品牌,并开发出一个整合了各类资产交易和投资的平台。
该公司还提供共同基金、债券和结构性票据方面的投资服务,拥有一支由 300 多名投资顾问 (IC) 和客户经理 (RM) 组成的团队,以及一支由首席投资组合官 Kavee Chookitkasem 领导的知名证券分析师团队。
尽管这笔32亿泰铢的收购价格高于其账面价值,但从Choldet的角度来看,收购高质量资产、一支由300多名客户经理(RM)和投资顾问(IC)组成的团队,以及分析和灾难恢复业务基础设施,是一项极具价值的投资。与从零开始创建和扩展业务相比,这节省了3-5年的时间。
该交易涉及于 2026 年 6 月 29 日签署股份购买协议,通过法律、财务和税务方面的尽职调查,获得美国证券交易委员会 (SEC) 的批准,并于 2026 年 8 月 31 日完成付款和股份转让。
Webull 收购 Pi 后,泰国投资者迎来了新的机遇。
关于未来的运营战略,Chonladet解释说,公司制定了三步路线图:“收购 -> 转型 -> 迁移”。该路线图首先从收购开始,在完成股份支付后,收购已成功完成。
接下来是转型阶段,预计持续约一年时间。该阶段旨在提升和发展内部沟通人员的技能,使其成为精通各类全球金融产品的客户经理(RM),同时整合技术和人工智能,提高后台运营效率。在转型初期,Pi Securities品牌名称将继续保留,以避免客户混淆。
最后一步是在转型过程完成后进行迁移,最终将所有运营和品牌整合到一个完全整合的 Webull 品牌中。
Chonladech确认,所有RM和IC员工均留任,公司没有裁员计划。薪酬结构和收益分成方案也将保持不变。他强调,这家证券公司最重要的资产是“员工”,公司欢迎更多人才在未来加入团队。
Webull 和 Pi Securities 正在系统地规划产品和服务开发,以适应现代投资者的行为。以下是我们预计在不久的将来会看到的一些变化:
Webull Research 正在通过将 Pi Securities 现有分析师团队的专业知识与人工智能技术相结合来增强其分析能力,从而生成泰语和英语双语分析报告,提供便捷全面的全球覆盖。
Webull正积极拓展存托凭证(DR)市场,注入资金并利用其国际合作伙伴网络寻找新的下一代S曲线基础资产。其目标是在市场份额和交易量方面均跻身市场前三。
扩大美国期权服务范围,向更广泛的客户群体提供美国股票的高级投机和风险管理工具。
通过与TrueMoney和TMB Thanachart银行(TTB)等领先应用建立战略合作伙伴关系,我们旨在扩大零售和高净值客户群体,为高潜力零售客户提供便捷的投资机会。同时,我们预计高净值客户群体将继续保持强劲增长势头,并通过将于2025年推出的Webull Prime计划,为其提供专属权益和生活方式体验。
为了拓展机构客户,该服务将为泰国的经纪公司和资产管理公司执行国际股票交易,从而提高国际投资的多元化和效率。下一阶段,Pi Securities(与几乎所有泰国资产管理公司都有合作关系)的牌照和代理分销协议将进一步完善,以便零售客户能够直接通过该应用程序交易共同基金。
该公司正在拓展其投资银行服务,旨在帮助具有高潜力的泰国企业在国际证券交易所上市并筹集资金。这将开拓商机,并提升未来的增长潜力。
此外,内部系统正在准备中,以支持泰国个人储蓄账户(TISA)项目。TISA是财政部和证券交易委员会正在推广的一种新型个人储蓄和投资账户,旨在鼓励长期储蓄并享受税收减免。该项目预计将于2027年启动。
所有这些都将使Webull实现其成功账户数量超过100万的目标,同时将其管理资产(AUM)推至2000亿泰铢。
在“全球单一市场”时代构建完善的投资生态系统。
查拉德总结道,未来两到三年内,决定资本市场走向的趋势将是向“全球单一市场”的转型。投资者将不再局限于投资单一国家,而是会根据各个地区的回报率和利率来调配资本。
与此同时,不同资产类别之间的相关性将会增强,使得跨区域投资配置和多元化在现代投资中变得极其重要。
因此,Webull Thailand的未来愿景不仅在于打造一个股票交易应用,更在于构建一个涵盖泰国及国际股票、衍生品市场(包括TFEX和CME)风险管理工具、存托凭证(DR)、共同基金以及TISA等税收优惠产品的综合金融财富管理生态系统。我们将运用科技提升投资效率,连接泰国投资者与Webull集团旗下遍布18个国家的全球网络,开启无限的投资机遇。
阅读 ThairathMoney 的商业新闻、营销策略和独家专访,助您实现“更美好的财务生活”,网址:https://www.thairath.co.th/money/business_marketing
请点击以下链接关注Thairath Money的Facebook主页:https://www.facebook.com/ThairathMoney