กมธ.พัฒนาการเมืองฯ จี้แก้ปัญหาลอบทิ้งสารพิษปราจีนบุรี ชี้เจ้าหน้าที่มีแค่ 4–5 คน ดูแลไม่ทั่วถึง众议院政治发展委员会敦促解决巴真府非法倾倒有毒物质的问题,并指出目前只有 4-5 名官员负责监管,不足以应对这种情况。
กมธ.พัฒนาการเมืองฯ จี้แก้ปัญหาลักลอบทิ้งสารพิษปราจีนบุรี ชี้เจ้าหน้าที่มีแค่ 4–5 คน ดูแลไม่ทั่วถึง ย้อนถามรัฐบาลแล้วจะพร้อมเข้า EEC ได้อย่างไร

กมธ.พัฒนาการเมืองฯ จี้แก้ปัญหาลักลอบทิ้งสารพิษปราจีนบุรี ชี้เจ้าหน้าที่มีแค่ 4–5 คน ดูแลไม่ทั่วถึง ย้อนถามรัฐบาลแล้วจะพร้อมเข้า EEC ได้อย่างไร
วันที่ 17 กันยายน 2569 คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ เป็นประธานกรรมาธิการ มีวาระพิจารณาศึกษาปัญหาการลักลอบทิ้งและการจัดการกับอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีและการพิจารณาศึกษาความพร้อมข้อจำกัดของจังหวัดปราจีนบุรีในการเข้าสู่โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
ในช่วงเช้า ตัวแทนภาคประชาชนได้สะท้อนถึงปัญหามลพิษในพื้นที่ว่า ปัจจุบันปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพและวิถีชีวิตของประชาชน โดยมีการนำหลักฐานภาพและคลิปเสียงจากชุมชนมาแสดงต่อที่ประชุม ทั้งกรณีน้ำเสียสีดำไหลเข้าสู่พื้นที่บ้านเรือนและลงสู่แม่น้ำปราจีนบุรี รวมถึงปัญหากลิ่นเหม็นที่ส่งผลกระทบต่อเด็กนักเรียนจนมีอาการแสบตา ปวดศีรษะ ต้องสวมหน้ากากอนามัยและรับยาเพื่อบรรเทาผลกระทบ
เครือข่ายภาคประชาชนระบุว่า สามารถรวบรวมจุดลักลอบทิ้งกากพิษและน้ำเสียในจังหวัดปราจีนบุรีได้แล้วอย่างน้อย 67 จุด โดยพบทั้งการนำขยะอิเล็กทรอนิกส์และสารเคมีมาทิ้งในพื้นที่ การลักลอบทิ้งสารโซลเวนต์ การปล่อยน้ำเสียลงพื้นที่เกษตรและคลองสาธารณะ รวมถึงบ่อน้ำเสียที่ไม่มีระบบป้องกันการรั่วซึม นอกจากนี้ยังเกิดเหตุเพลิงไหม้บ่อขยะในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติหลายครั้ง จนส่งผลกระทบต่อชุมชนและผู้ป่วยในพื้นที่ โดยตั้งแต่ปี 2560 ถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุอุบัติภัยในโรงงานอย่างน้อย 24 ครั้ง และพบพื้นที่ที่มีโรงงานก่อผลกระทบกระจุกตัวอยู่ในอำเภอศรีมหาโพธิและอำเภอกบินทร์บุรีรวมกว่า 53 จุด โดยมีโรงงานเถื่อนเกือบ 20 แห่งที่ยังดำเนินกิจการอยู่
นอกจากนี้ ยังมีการร้องเรียนถึงปัญหาการเข้าถึงข้อมูลผลตรวจวิเคราะห์มลพิษ โดยประชาชนระบุว่าเคยยื่นหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายครั้งแต่ไม่ได้รับคำตอบที่ตรงประเด็นและหลักฐานของเสียจากอุตสาหกรรมบางส่วนที่ถูกจัดเก็บโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเป็นของกลางกลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่าหลักฐานดังกล่าวถูกทำลายแล้ว
ด้านสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี ในฐานะผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัด ชี้แจงว่า จังหวัดได้ดำเนินการตรวจสอบและดำเนินคดีในหลายกรณี มีการลงพื้นที่ เก็บตัวอย่าง และแจ้งความตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมออกคำสั่งทางปกครองให้ผู้ครอบครองดำเนินการกำจัดอย่างถูกต้อง พร้อมระบุว่ากากพิษจำนวนมากถูกนำมาจากพื้นที่อื่นเพื่อแอบทิ้งในบ่อลูกรังร้างและฝังกลบ
สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดยอมรับว่าปัญหาดังกล่าวเป็น “ปัญหาเร่งด่วน” และอยู่ระหว่างรวบรวมกรณีลักลอบทิ้งเพื่อเสนอกรมโรงงานอุตสาหกรรมขอใช้กองทุนฟื้นฟู พร้อมเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากเจ้าของที่ดินหรือผู้ต้องหา รวมถึงรับปากจัดทำ Public Mapping เพื่อเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนติดตามได้ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าปัจจุบันสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดมีเจ้าหน้าที่เพียง 4–5 คน ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบพื้นที่ได้อย่างครอบคลุม
ด้านกรมโรงงานอุตสาหกรรมชี้แจงว่า อยู่ระหว่างผลักดันการแก้ไขกฎหมายโรงงานและกฎหมายเกี่ยวกับกากอุตสาหกรรม เพื่อจัดตั้งกองทุนสำหรับเยียวยาและฟื้นฟูพื้นที่ พร้อมระบุว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมได้กำชับให้พิจารณาปิดโรงงานที่สร้างผลกระทบร้ายแรง ส่วนการตรวจหากากอุตสาหกรรมที่ฝังอยู่ใต้ดิน จำเป็นต้องใช้งบประมาณและหลักวิชาการ โดยอยู่ระหว่างเตรียมขอใช้งบกลางปี 2570 ขณะที่การเปิดเผยผลตรวจแล็บยังมีขั้นตอนตามระเบียบของหน่วยงาน
กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ตั้งคำถามต่อหน่วยงานถึงประสิทธิภาพของมาตรการที่ดำเนินอยู่ โดยตั้งข้อสังเกตว่าการชี้แจงของหน่วยงานยังเป็นรูปแบบเดิม ขณะที่ปัญหายังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง พร้อมชี้ว่าหากจังหวัดยอมรับว่าเป็นปัญหาเร่งด่วน ก็ควรมีมาตรการที่รวดเร็วและเป็นรูปธรรมมากกว่าการตั้งคณะกรรมการตามกระบวนการปกติ รวมถึงพิจารณามาตรการทางกฎหมาย เช่น การขอศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว หรือการสั่งระงับการประกอบกิจการในกรณีที่มีความจำเป็น
กมธ. ยังเสนอให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรีจัดทำ Public Mapping ที่รวบรวมจุดลักลอบทิ้ง ประเภทสารเคมีหรือกากอุตสาหกรรมที่ตรวจพบ หน่วยงานหรือผู้รับผิดชอบ และสถานะการฟื้นฟู เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและติดตามการแก้ไขปัญหาได้และได้สะท้อนปัญหาของหลักเกณฑ์การใช้ดุลพินิจในการลงโทษโรงงานว่า หากมีการกระทำผิดซ้ำต้องดำเนินการถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตเมื่อใด รวมถึงเกณฑ์และหลักฐานในการขุดตรวจหากากอุตสาหกรรมใต้ดิน
สำหรับแนวทางดำเนินการต่อกรณีดังกล่าว กมธ.พัฒนาการเมืองฯ จะทำหนังสือถึงรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมการปกครอง เพื่อรายงานข้อเท็จจริงและขอให้เร่งแก้ไขปัญหา รวมถึงเตรียมส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณาประเด็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 และพิจารณาดำเนินการทางศาลปกครองในกรณีเจ้าหน้าที่ละเลยหรือล่าช้าในการปฏิบัติหน้าที่
นอกจากนี้ กมธ. ยังเตรียมประสานจเรตำรวจแห่งชาติให้ตรวจสอบกรณีของกลางขยะอันตรายที่สูญหายหรือมีการนำไปทำลาย โดยจะตรวจสอบว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายหรือไม่ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าจากที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชี้แจงว่าปัจจุบันสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดมีเจ้าหน้าที่เพียง 4–5 คนจะมีความพร้อมมากพอในการให้จังหวัดปราจีนบุรีเข้าสู่ EEC หรือไม่
สำหรับช่วงบ่าย กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ได้พิจารณาถึงความพร้อมและข้อจำกัดของจังหวัดปราจีนบุรีในการเข้าสู่ EEC ในการประชุมร่วมกับคณะกรรมาธิการ ภาคประชาชนได้สะท้อนความกังวลต่อการขยายพื้นที่ EEC มายังจังหวัดปราจีนบุรี โดยเกรงว่าอาจนำไปสู่การเปลี่ยนผังเมืองและการเพิ่มโรงงานที่มีความเสี่ยงด้านมลพิษ ซึ่งอาจซ้ำเติมปัญหาการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมและสารเคมีที่กระทบต่อสุขภาพและแหล่งน้ำของชุมชน พร้อมเสนอให้รัฐเน้นพัฒนาเศรษฐกิจเกษตรอย่างยั่งยืนและใช้ศักยภาพของท้องถิ่น แทนการขยายอุตสาหกรรมเพียงอย่างเดียว
ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ชี้แจงว่า การส่งเสริมการลงทุนต้องควบคู่กับการปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด และพร้อมรับเรื่องร้องเรียนเพื่อตรวจสอบโรงงานที่สร้างผลกระทบ รวมถึงพิจารณาเพิกถอนสิทธิประโยชน์หากพบการกระทำผิด
ด้านสภาพัฒน์ระบุว่า มีความกังวลต่อการขยาย EEC เช่นเดียวกับภาคประชาชน โดยเสนอให้ประเมินความคุ้มค่าของการใช้พื้นที่ EEC เดิมเสียก่อน และหากจะขยายมายังจังหวัดปราจีนบุรี ต้องแสดงเหตุผลและความจำเป็นอย่างชัดเจน พร้อมประเมินผลกระทบอย่างรอบด้านทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชน ก่อนพิจารณาขยายพื้นที่ต่อไป
国会政治发展委员会敦促政府尽快解决巴真府非法倾倒有毒物质的问题,并指出目前仅有4-5名官员负责监管,力度不足。他们还质疑,如果政府不能有效监控该地区的情况,又如何能确保其为东部经济走廊(EEC)做好准备。
2026年9月17日,由帕卡蒙·努纳南女士主持的众议院政治发展、大众传媒和公众参与委员会审议了巴真府非法倾倒和工业废物管理问题,并审查了巴真府参与东部经济走廊(EEC)项目的准备情况和局限性。
上午,社区代表重点介绍了该地区的污染问题,指出这些问题目前已严重影响居民的健康和生活质量。他们在会议上展示了来自社区的照片和音频证据,包括黑色污水流入居民家中和巴真武里河,以及恶臭影响学龄儿童,导致他们眼睛发痒、头痛,不得不佩戴口罩并服用药物缓解症状。
一个由民间社会组织组成的网络已在巴真府查明至少有67处非法倾倒有毒废物和废水的地点。这些地点包括倾倒电子垃圾和化学品、非法倾倒溶剂、向农田和公共沟渠排放废水,以及缺乏防漏系统的废水池。此外,国家森林保护区内的垃圾填埋场也发生多起火灾,对当地社区和居民健康造成影响。2017年至2016年8月15日期间,至少发生了24起工厂事故,其中超过53家工厂集中在西玛哈坡县和卡宾武里县。目前,这些地区仍有近20家非法工厂在运营。
此外,还有市民抱怨难以获取污染分析结果。市民表示,他们曾多次致函相关部门,但始终没有得到满意的答复;而且,警方收集的一些工业废料样本据称已被销毁。
巴真府工业办公室代表府长澄清,该府已对多起案件展开调查并提起诉讼,包括实地走访、采集样本以及根据相关法律法规向警方报案。该办公室还发布行政命令,要求持有废弃物者妥善处置。此外,该办公室指出,大量有毒废弃物从其他地区运来,非法倾倒在废弃的砂石坑中并掩埋。
省工业办公室承认,这是一个“高度优先的问题”,目前正在收集非法倾倒垃圾的案例,以便提交给工业工程部申请动用土地复垦基金。他们还将向土地所有者或被指控者收取费用,并承诺制作一份公共地图,以便公众获取相关信息。然而,他们也承认,省工业办公室目前只有4-5名工作人员,因此无法对该地区进行全面检查。
工业工程部澄清,目前正积极推动修订工厂法和工业废弃物相关法律,以设立基金,用于补偿和重建受影响地区。他们还表示,工业部长已指示他们考虑关闭造成严重影响的工厂。关于掩埋工业废弃物的检测,这需要预算和科学专业知识,他们目前正准备从2027财年预算中申请相关资金。此外,实验室检测结果的公布将遵循相关机构的既定规定。
政治发展委员会质疑各机构现有措施的有效性,指出尽管问题持续存在,但各机构的解释却始终未变。委员会还指出,如果各省承认这些问题紧迫,就应该采取比仅仅通过正常程序成立委员会更快、更具体的措施。此外,委员会建议考虑采取法律措施,例如在必要时申请法院颁布临时保护令或暂停企业运营。
委员会还建议巴真府工业办公室建立一个公共地图系统,汇总非法倾倒点的信息、检测到的化学品或工业废物的种类、负责机构或实体以及整改工作的进展情况。这将使公众能够了解和监督问题解决的进展,并突出有关对工厂酌情处罚标准的问题,特别是对于屡犯者何时应吊销许可证,以及挖掘和探测地下工业废物所需的标准和证据。
关于此案的后续行动,政治发展委员会将致函工业部长、内政部长和省行政部门总干事,报告事实情况并要求他们加快解决问题。委员会还将准备把此事提交国家反腐败委员会(NACC),由其根据《劳动法》第157条审查是否存在玩忽职守的情况,并考虑如果官员玩忽职守或拖延履行职责,则向行政法院提起诉讼。
此外,委员会正准备与国家警察总监协调,调查查获的危险废物失踪或销毁情况。他们将审查这些行动是否符合法律程序。委员会还对省工业办公室目前仅有4-5名工作人员的说法表示担忧,质疑这是否足以应对巴真府加入东部经济走廊(EEC)的准备工作。
下午,政治发展委员会审议了巴真府纳入东部经济走廊(EEC)的准备情况和局限性。在与委员会的联席会议上,民间团体对东部经济走廊扩展至巴真府表示担忧,担心城市规划可能发生改变,工厂数量增加会带来污染风险。这些担忧可能会加剧非法倾倒工业废料和化学品的问题,影响社区健康和水源。委员会建议政府应重点发展可持续农业,充分利用当地潜力,而不是仅仅追求工业扩张。
与此同时,投资促进委员会(BOI)澄清,投资促进必须与严格遵守环境法律相结合,并准备接受投诉,调查造成环境影响的工厂,如果发现违规行为,将考虑撤销优惠政策。
国家经济和社会发展委员会(NESDC)对东部经济走廊(EEC)的扩张表示担忧,这与公众的担忧不谋而合。他们建议首先评估利用现有EEC区域的成本效益。如果计划将EEC扩展至巴真府,则必须充分论证其合理性和必要性,并在考虑进一步扩张之前,对经济、社会、环境以及人民生活质量的影响进行全面评估。