แฉพฤติการณ์ นายก อบต.หนองหมี รีดเงิน มีขู่จะไม่ต่อสัญญา-ยุบตำแหน่ง ยังอ้างขาดงบประมาณ揭露农密区行政组织主席的行事手法:勒索钱财,威胁不续签合同或取消职位,同时还声称缺乏预算。
ป.ป.ช.ร่วมกับ บก.ปปป. และ ป.ป.ท. บุกจับกุม นายก อบต.หนองหมี อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ คาห้องทำงาน ปมเรียกรับเงินจากพนักงานจ้างรายละ 30,000 บาท แลกกับการพิจารณาต่อสัญญาจ้าง รวม 28 ราย

ป.ป.ช.ร่วมกับ บก.ปปป. และ ป.ป.ท. บุกจับกุม นายก อบต.หนองหมี อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ คาห้องทำงาน ปมเรียกรับเงินจากพนักงานจ้างรายละ 30,000 บาท แลกกับการพิจารณาต่อสัญญาจ้าง รวม 28 ราย คิดเป็นเงินกว่า 840,000 บาท
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 17 กันยายน 2569 ที่สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดศรีสะเกษ อ.เมืองศรีสะเกษ จ.ศรีสะเกษ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมด้วย นายสุกิจ เหลืองสกุลไทย รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธุ์ ผู้บังคับการกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ผบก.ปปป.) นายชัยวัฒน์ ทองเกษม ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ช. และนายนิรันดร ศรีภักดี ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมแถลงข่าวการจับกุม นายยศพนธ์ ศรีใสย์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองหมี อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ กรณีเรียกรับเงินเพื่อแลกกับการต่อสัญญาพนักงานจ้าง
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากสำนักงาน ป.ป.ช.ได้รับแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการเรียกรับเงินจากเจ้าหน้าที่ของรัฐในสังกัด อบต.หนองหมี เพื่อแลกกับการพิจารณาต่อสัญญาจ้างพนักงาน จึงส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน กระทั่งพบข้อมูลว่า ในช่วงเดือนสิงหาคม 2569 นายยศพนธ์ได้เรียกประชุมพนักงานจ้างในสังกัด เพื่อแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับการประเมินผลการปฏิบัติงานสำหรับการต่อสัญญาจ้าง โดยมีพนักงานจ้างจำนวน 28 ราย ที่กำลังจะสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยมีการเรียกเก็บเงินจากผู้ที่ประสงค์จะต่อสัญญา รายละ 30,000 บาท รวมเป็นเงินกว่า 840,000 บาท
นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลว่ามีการกดดันและเร่งรัดให้พนักงานจ้างนำเงินมาจ่ายภายในระยะเวลาที่กำหนด พร้อมแจ้งว่าหากไม่จ่ายอาจไม่ได้รับการพิจารณาต่อสัญญาจ้าง และอาจมีการสรรหาบุคคลอื่นเข้ามาปฏิบัติหน้าที่แทน รวมถึงอาจยุบเลิกภารกิจในบางตำแหน่ง ทำให้พนักงานจ้างบางรายเกิดความกังวลและยินยอมจ่ายเงินเพื่อหวังให้ได้รับการต่อสัญญา
ต่อมา สำนักงาน ป.ป.ช.ได้บูรณาการร่วมกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย จนนำไปสู่การขอศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ออกหมายจับนายยศพนธ์ ตามหมายจับที่ จ.68/2569 ลงวันที่ 16 กันยายน 2569 พร้อมขอหมายค้นศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ที่ ค.1/2569 ลงวันที่ 16 กันยายน 2569 เพื่อเข้าตรวจค้นสถานที่ที่เกี่ยวข้อง จากนั้น เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ตำรวจ บก.ปปป. และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. ได้ร่วมกันเข้าจับกุมนายยศพนธ์ตามหมายจับ และตรวจค้นห้องทำงานนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองหมี โดยพบ เงินสดของกลางจำนวนหนึ่ง จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 กรณีเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ เพื่อข่มขืนใจหรือจูงใจให้บุคคลใดมอบหรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเอง มาตรา 149 กรณีเป็นเจ้าพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยมิชอบเพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง และมาตรา 157 กรณีเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต รวมถึงความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 และมาตรา 173 หลังจับกุม เจ้าหน้าที่นำตัวนายยศพนธ์ พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน บก.ปปป. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ด้าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า การจับกุมในครั้งนี้ผู้ต้องหามีพฤติกรรมอุกอาจโดยมีการเรียกลูกน้องเข้ามาประชุมรวม เอาเปรียบลูกจ้าง เรียกเก็บเงินค่าต่อสัญญา ซึ่งรู้ว่าผิดก็ยังกระทำผิด ขาดมนุษยธรรม เอาเปรียบลูกจ้างที่มีเงินเดือนน้อยอยู่แล้ว และสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ที่ต้องพึ่งหน่วยงานรัฐ โดยข้ออ้างที่ไม่สมเหตุสมผล นายกฯอ้างว่าขาดงบประมาณ จึงอยากให้ผู้เสียหายเข้ามาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ ปปช. เพื่อนำกลุ่มคนเอารัดเอาเปรียบเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ผู้เสียหายไม่ต้องกลัวผู้บังคับบัญชาที่เอาเปรียบ เพราะเจ้าหน้าที่รัฐมีกฎหมายและระเบียบในการบังคับใช้ คนทำผิดก็ว่าไปตามผิด ไม่มียกเว้น
泰国国家反腐败委员会(NACC)联合泰国皇家警察反腐败部门和公共部门反腐败委员会,突击搜查了位于四色菊府拉西沙莱县的农密镇行政组织主席办公室,并以向每位合同工索要3万泰铢以换取续约的罪名将其逮捕。共有28名员工牵涉其中,涉案金额超过84万泰铢。
2026年9月17日下午3点,在位于四色菊府四色菊县的国家反腐败委员会(NACC)办公室,中央调查局副局长贾伦基亚特·潘加奥少将与四色菊府副府尹苏吉特·卢昂萨库尔泰先生、警察等出席了会议。反贪污和不当行为镇压部门(ACMSD)司令普拉松·查勒姆潘少将、国家反贪污委员会(NACC)调查和特别事务局局长猜瓦·通卡森先生以及NACC四色菊府办事处主任尼兰顿·斯里帕克迪先生举行新闻发布会,宣布逮捕了四色菊府拉西萨莱县农米镇行政组织市长约萨蓬·斯里赛先生,他被指控收受贿赂以换取续签雇员合同。
此案源于国家反腐败委员会(NACC)收到的举报,举报称有人涉嫌向农密县行政组织下属的政府官员索贿,以换取合同续签。NACC官员随即展开调查并收集证据。调查发现,2026年8月,约萨蓬先生召集合同工开会,告知他们合同续签的绩效评估结果。当时有28名员工的合同将于2026年9月30日到期,约萨蓬先生涉嫌向每位希望续签合同的员工索要3万泰铢,总计超过84万泰铢。
此外,信息显示,员工们被施压并催促在指定期限内付款,并被警告称,如果不付款,他们的合同可能不予续签,职位可能被其他人取代,甚至部分职位可能被取消。这导致一些员工焦虑不安,为了保住合同,他们同意付款。
随后,国家反腐败委员会(NACC)联合反腐败和不当行为打击司(ACMSD)以及公共部门反腐败委员会(PACC)收集证据,准备提起诉讼。由此,第三区刑事法院于2026年9月16日签发了针对约萨蓬先生的逮捕令(逮捕令编号:J.68/2569)和搜查令(搜查令编号:K.1/2569),对相关地点进行搜查。之后,NACC、ACMSD和PACC官员根据逮捕令联合逮捕了约萨蓬先生,并搜查了他作为农密区行政组织主席的办公室。搜查中发现并扣押了一定数量的现金作为证据。
最初,警方以《刑法》第148条(公职人员滥用职权胁迫或诱使他人给予或提供财产或其他利益)、第149条(公职人员为履行或不履行其公务行为而非法索取、接受或同意接受财产或其他利益)和第157条(公职人员非法或腐败地履行或玩忽职守)对约萨蓬先生提出指控。他还被指控违反了《佛历2561年(2018年)反腐败预防和制止法》第172条和第173条。逮捕后,警方将约萨蓬先生连同缴获的证据一起移交给反腐败部门的调查人员,以进行进一步的法律程序。
中央调查局副局长贾伦基亚特·潘加奥少将透露,此次逮捕的嫌疑人行为胆大妄为,他们召集下属开会,以此剥削员工,并索要续约费。他们明知故犯,毫无人性,肆意践踏本就收入微薄的员工。他们还以总理提出的预算短缺为借口,给依赖政府机构的民众造成了沉重的负担。他呼吁受害者挺身而出,联系警方和国家反腐败委员会,将这些剥削者绳之以法。受害者不必惧怕剥削他们的上级,因为政府官员有相应的法律法规来执行,任何违法者都将受到法律的严惩,绝无例外。