← 返回新闻首页
泰国主流

กบข.เสริมเกราะสกัดมิจฉาชีพ

กบข.จับมือมิตรป้องกันมิจฉาชีพ หลอกประชาชน พร้อมชงแก้กฎหมาย นำเงินบำนาญมาลงทุนได้ ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ แจงแนวคิดแก้กฎหมาย รัฐลดเงินสำรองเหลือ 2 เท่า ไม่กระทบเงินสมาชิก เงินคนละส่วนกัน

Thairath查看原文 ↗
กบข.เสริมเกราะสกัดมิจฉาชีพ
กบข.เสริมเกราะสกัดมิจฉาชีพ

# นายศรพล ตุลยะเสถียร

# เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

# กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

# บริษัท โกโกลุก (ประเทศไทย)

# การป้องกันมิจฉาชีพออนไลน์

# การประชุมคณะกรรมการ กบข.

# การบริหารจัดการเงิน

# การลงทุนหลังเกษียณ

# การหลอกลวงทางออนไลน์

# การสำรองเงินของรัฐบาล

ทำไม Stablecoin ถึงเป็นธุรกิจที่ฉลาดที่สุดในโลกการเงิน | Digital Frontiers EP.76

กบข. มอบสิทธิ์ใช้งาน Whoscall Premium ฟรี 6 เดือน จำนวน 1.5 ล้านสิทธิ์ ให้สมาชิกเพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงผ่านสายโทรศัพท์และข้อความ

เตรียมเสนอคณะกรรมการ กบข. วันที่ 17 ก.ย. นี้ เพื่อแก้ไขกฎหมายเปิดทางให้ผู้เกษียณอายุสามารถนำเงินบำนาญฝากบริหารจัดการต่อกับ กบข. ได้

ข้อมูลจาก Whoscall ระบุว่าตั้งแต่ ม.ค.-ก.ย. 67 มีมูลค่าความเสียหายจากมิจฉาชีพรวม 3,150 ล้านบาท โดยเป็นกลุ่มผู้สูงอายุถึง 28%

กบข. ยืนยันว่าข้อเสนอปรับลดการสำรองเงินของรัฐบาลไม่กระทบต่อเงินออมของสมาชิก เนื่องจากมีการแยกบัญชีบริหารจัดการอย่างชัดเจนตามกฎหมาย

สถาบันคุ้มครองเงินฝากเผยตั้งแต่ปี 67 มีผู้ติดต่อแจ้งเหตุถูกมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อสถาบันเพื่อหลอกลวงรวม 270 ครั้ง มีผู้สูญเสียเงินจริง 24 ราย

“เอกนิติ” พร้อมชง ครม. 22 ก.ย. ต่ออายุ “ไทยช่วยไทย พลัส” เติมเงินบัตรสวัสดิการเพิ่มให้ด้วย

นายศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า กบข.ได้ลงนามร่วมมือกับ สถาบันคุ้มครองเงินฝาก, บริษัท โกโกลุก (ประเทศไทย) ผู้ให้บริการแอพฯ Whoscall และบริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ็กซ์ จำกัด เพื่อเสริมเกราะป้องกันมิจฉาชีพทางออนไลน์แก่สมาชิก โดยมอบสิทธิ์ให้ กบข.รวม 1.5 ล้านสิทธิ์ ในการเป็นสมาชิกพรีเมียม เพื่อช่วยป้องกันมิจฉาชีพออนไลน์เป็นระยะเวลา 6 เดือน

ทั้งนี้ กบข.เป็นห่วงข้าราชการผู้สูงอายุที่เกษียณไปแล้วในการโดนหลอกลวง จนอาจต้องสูญเสียเงินเก็บมาตลอดชีวิต จึงนำเครื่องมือ Whoscall เป็นด่านแรก ก่อนที่สมาชิกจะรับสาย พูดคุย หรือกดลิงก์ที่อาจนำไปสู่ความเสียหาย สามารถช่วยระบุสายที่น่าสงสัย บล็อกสายสแปมได้ โดยสมาชิกสามารถรับโค้ดผ่านแอปฯ กบข. ได้ นอกจากนี้ วันที่ 17 ก.ย. จะมีการประชุมคณะกรรมการ กบข.เพื่อแก้ไขกฎหมาย เปิดโอกาสให้อดีตสมาชิกหรือผู้เกษียณอายุ สามารถนำเงินบำนาญมาฝากบริหารจัดการต่อกับ กบข. เพื่อให้มีมืออาชีพดูแลเงินออมหลังเกษียณและลดความเสี่ยงจากการถูกมิจฉาชีพหลอกลวง

นายศรพลกล่าวถึงกรณีแนวคิดการปรับลดการสำรองเงินของรัฐบาลจาก 3 เท่า เหลือ 2 เท่า หรือลดจาก 3 ปี เหลือ 2 ปี ว่า เป็นเรื่องข้อเสนอเชิงนโยบายการบริหารงบประมาณของภาครัฐ และบริหารจัดการเงินของกระทรวงการคลัง ไม่ได้กระทบต่อกองทุนของสมาชิก แต่อย่างใด เงินออมของสมาชิกทุกคนยังคงถูกแยกบัญชีและดูแลอย่างปลอดภัยตามกฎหมาย โดย กบข. ย้ำว่า เงินสะสมของสมาชิกและเงินสมทบจากรัฐบาลยังคงนำส่งและได้รับการบริหารจัดการตามปกติ โดยสมาชิกสามารถเลือกแผนการลงทุนที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงของตนเองได้

ปัจจุบัน กบข. บริหารสินทรัพย์แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ เงินสำรองของกระทรวงการคลัง 1 ล้านล้านบาท และเงินออมส่วนของสมาชิก 600,000 ล้านบาท โดยเงินทั้งสองส่วนมีวัตถุประสงค์ในการบริหารที่แตกต่างกัน โดยเงินของสมาชิกจะถูกแยกบัญชีชัดเจนเพื่อบริหารให้มุ่งเน้นผลตอบแทนสำหรับใช้ชีวิตหลังเกษียณ ส่วนเงินสำรองของกระทรวงการคลังมีไว้เพื่อเป็นหลักประกันการจ่ายบำเหน็จบำนาญของกรมบัญชีกลางในภาวะวิกฤต

นายแมนวู จู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกโกลุก (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แอปพลิเคชันระบุสายเรียกเข้าและป้องกันมิจฉาชีพที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในประเทศไทย Whoscall ซึ่งปัจจุบันพบว่าได้พัฒนาเป็นเครือข่ายระดับอุตสาหกรรมที่นำเอไอมาวิเคราะห์เหยื่อ โดยใช้คอลเซ็นเตอร์มืออาชีพ ส่งเอสเอ็มเอสหลอกจำนวนมาก โดยหมายเลขมิจฉาชีพหมายเลขเดียวสามารถโทรออกได้มากกว่า 800,000 ครั้ง และเอสเอ็มเอสหลอกลวง 38-39 ล้านครั้ง ผ่านการใช้ระบบโทรอัตโนมัติและคอลเซ็นเตอร์มืออาชีพเท่านั้น

ทั้งนี้ ทาง Whoscall ให้ข้อมูลว่า จากเดือนม.ค.-ก.ย. นี้ มีมูลค่าความเสียหายจากการโดนมิจฉาชีพหลอกลวง รวม 3,150 ล้านบาท ในจำนวนนี้ 28 % เป็นมูลค่าความเสียหายของผู้สูงอายุ ซึ่งรูปแบบการหลอกลวง จะเน้นไปที่การหลอกลวง การหลอกให้รัก และการข่มขู่ ที่สำคัญยังพบว่าตัวเลขการหลอกลวงเป็นกลุ่มวัยรุ่นมากขึ้น

นางปิยาภรณ์ โพธิ์กลิ่น รองผู้อำนวยการรักษาการแทน ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก กล่าวว่า นับตั้งแต่สถาบันเริ่มเก็บข้อมูลจากคนที่โทรเข้ามาหาสถาบัน หรือตั้งแต่ปี 67 จนถึงปัจจุบัน มีคนติดต่อเข้ามาทางสถาบันว่าถูกมิจฉาชีพโทรมาหลอกลวงโดยอ้างชื่อสถาบันรวม 270 ครั้ง ในจำนวนสูญเสียเงิน 24 ครั้ง ซึ่งมีตั้งแต่การสูญเสียน้อยคือ 500 บาท จนถึง 400,000 บาท

กองบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

手机左右滑动,电脑按 ← → 键,也能切换新闻