“นนท์ อินทนนท์” เปิดแผลใจ ปิดบังตัวเองกว่า 10 ปี รักแรกกับนักร้องฝึกหัด ทุ่มเกินร้อยแต่ถูกนอกใจ《Non Inthanon》揭露了他长达 10 年的心碎经历:他与一位练习生歌手的初恋,他为她付出了一切,却最终被她背叛。
“นนท์ อินทนนท์” เปิดแผลใจปิดบังตัวเองกว่า 10 ปี รักแรกกับนักร้องฝึกหัด ทุ่มเกินร้อยแต่ถูกนอกใจ

เปิดหมดเปลือกในรายการ "Let’s talk" เบื้องหลังเสียงหัวเราะและความตลกของ “นนท์ อินทนนท์” เคยใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวง กลัวคนอื่นรู้ตัวตนและกลัวทำให้ครอบครัวผิดหวัง ต้องปิดบังมาตั้งแต่เด็กกว่าจะกล้ายอมรับตัวเองได้ใช้เวลานานกว่า 10 ปี เคยมีวันที่ตลกไม่ออกจนต้องพึ่งจิตแพทย์ ย้ำบทเรียนชีวิตไม่มีงานเครียดกว่าเหนื่อย เผยรักแรกกับนักร้องฝึกหัดเจ็บเหมือนตกหน้าผา ทุ่มเทเกินร้อยแต่ถูกนอกใจ
เป็นคนตลกมีความสุขตลอดหรือเป็นบทบาทในการทำงาน?
นนท์ อินทนนท์: เคยถามตัวเองเหมือนกันจะต้องตลกไปถึงเมื่อไหร่ เพราะเวลาออกไปข้างนอก หรือแม้กระทั่งมารายการเจอผู้คน ทุกคนจะ.."พี่นนท์ขออัดคลิปหน่อยสิ ด่าแฟนหนูให้หน่อย” หรือเล่นตลกให้หนูดูสักอันหนึ่งสิ ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามไม่ได้มีพรสวรรค์เท่าพี่โหน่งพี่เท่ง
แต่เคยไปปรึกษาพี่ๆ ทางฝั่งนั้นเหมือนกันที่เขาเล่นตลกกันมานานๆ เขาก็บอกว่าชีวิตจริงก็ไม่ได้ตลก และไม่มีทางที่จะตลกได้ตลอดอยู่แล้ว ซึ่งตอนก่อนหน้านี้ที่ทำงานในวงการต้องยอมรับว่าพยายามจะให้ทุกคนมีความสุข ซึ่งพอเวลาคนเจอหรือบางคนที่ทำงานเหน็ดเหนื่อยมาก แล้วได้มาเจอเราสักครั้งหนึ่งในชีวิต เขารู้สึกว่าอยากได้พลังงานนี้ก็เลยอยากจะมอบพลังงานนี้ให้
แต่พอทำงานมาได้สัก 5 ปี ที่ทำงานตรงนี้รู้สึกว่าบางวันอาจจะขอนั่งเงียบๆ แต่ไม่ถึงเหนื่อยกับการทำงานขนาดนั้น ซึ่งสุดท้ายแล้วงานของนนท์ทำเป็นตัวเอง 100% ไม่ว่าจะเป็นหน้ากล้อง หลังกล้อง หรืออยู่ในทีมกับน้องๆ หรืออยู่กับเพื่อนที่เป็นเพื่อนสนิทก็จะเป็นแบบนี้ เป็นคนที่ชอบพูด ชอบสร้างสีสันให้คนมีความสุข เป็นอย่างนี้มาตั้งนานแล้ว
การที่คุยกับตัวเองระบายความรู้สึกกับตัวเองได้ เป็นอีกหนึ่งบุคลิกที่ทำให้ได้ระบาย ก็เลยมีบุคลิกมากมาย?
นนท์ อินทนนท์: ใช่ครับ ก็มีบุคลิกมากมายอย่าง "อินทนิน" หรือการมี "แฟนทิพย์" เรารู้จักตัวเองดีที่สุด บางทีท้อมากเรื่องงานหรือกับผู้ร่วมงาน บางทีเจอไม่น่ารักกับเรา ก็จะไม่ได้ไปโทษเขา เพราะสุดท้ายบางทีเขาอาจจะไปเจออะไรมาไม่ดี เช่น ที่บ้านเขาอาจจะทะเลาะกันกับคนนั้นคนนี้ อารมณ์ไม่ดี แล้วเขาก็มาเจอเรา
บางทีอารมณ์เราอาจจะเกินไป จนบางทีอาจจะรู้สึกว่า "อะไรของนนท์" มีหลากหลายมาก รู้สึกว่าจัดการอารมณ์กับตัวเองดีกว่า โอเค ตั้งสติ ไม่เป็นไร เขาอาจจะไปเจอเรื่องไม่ดีมา เพราะถ้าสมมติเจอเรื่องไม่ดีมา ก็คงไม่ได้อยากจะมาสุงสิง ซึ่งการทำงานจะได้ราบรื่นด้วย ไม่อยากให้คนอื่นอึดอัด เพราะไม่ได้ทำงานแค่คนเดียว ช่างกล้อง พี่ๆ ทุกคนเขาต้องรอ เพราะฉะนั้นจัดการตัวเองคือเข้าห้องน้ำ ตั้งจิตอธิษฐานก่อน ทำใจ ทำงาน อดทน ออกไปทำงานต่อได้
วันที่ตลกไม่ออก เบื้องหลังรอยยิ้มในวันที่ข้างในพังที่สุด?
นนท์ อินทนนท์: มีครับ ก่อนที่นนท์จะคุยกับตัวเอง ต้องบอกก่อนว่านนท์ไปพบจิตแพทย์เลย ไม่ว่าจะเป็นจิตแพทย์ที่เป็นหมอ หรือจะคุยเป็นความรู้สึกที่เกี่ยวกับโรงละคร เพราะเราเรียนการละครมา แล้วมีอาจารย์คนหนึ่งที่คุยกับเขาแล้วสบายใจ เราคุยทั้งสองท่าน แล้วท่านบอกว่า “การที่ใช้ชีวิตอยู่ทุกวันนี้ ดีที่สุดแล้ว การที่บางอย่างเหนื่อยมากๆ เราหลีกหนีสิ่งนี้ไม่ได้ สุดท้ายแล้ว ถ้าไม่เหนื่อย ก็ไม่มีงานเครียดกว่า อยากได้แบบไหน”
แล้วคิดว่า เหนื่อยจัดการได้ ทุกสิ่งทุกอย่างในทุกปัญหาที่เกิดขึ้น เราเชื่อว่าจัดการได้แน่ๆ อย่างที่ 1 เราคุยกับตัวเองแล้วเรารู้ว่าควรจะจัดการยังไง อย่างที่ 2 คือ ตอนนี้มีธรรมะเข้ามาช่วย ถามว่ามีสิ่งที่ยากไหมกับการใช้ชีวิต หรือสิ่งที่ยากกับการที่เราจะจัดการอารมณ์ ณ ตอนนี้ไม่ยากเลย แต่กว่าจะผ่านมาได้สาหัสเหมือนกันนะ
ความสัมพันธ์ในอดีตกับนักร้องชายค่ายดัง ในวันที่เขาไม่กล้าเดินข้างเรา?
นนท์ อินทนนท์: เอาเป็นว่าเขาเป็นนักร้องฝึกหัดที่กำลังจะเข้าค่ายๆ หนึ่งแล้วกัน คือตอนนั้นเด็กมาก ในมุมของเด็กของ นนท์ บุญชื่น สมัยเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว เสียใจมาก รู้สึกว่าเราเป็นตัวอะไร เหมือนไม่ให้เกียรติกัน ไม่ว่าจะเรื่องอะไรเราสนับสนุนเขาทุกเรื่อง รู้สึกว่าให้ใจเขาเต็มที่มากๆ
เราเพิ่งจะก้าวข้ามผ่านของการที่เคยคบผู้หญิง แล้วมาคบคนนี้เป็นผู้ชายคนแรกของเรา ก้าวข้ามผ่านหลายๆ อย่างมาเยอะมาก เช่น เพื่อนสมัยก่อนที่เขาคิดว่าเราเป็นผู้ชายเขามองเรายังไง แล้วเพื่อนสมัยนี้ที่เราเพิ่งเจอกัน แต่เรายังเป็นผู้ชายอยู่เขาจะมองเรายังไง ไม่สนใจ
ทำให้เรารู้สึกเสียใจมากที่ไม่ได้เรียกร้องอะไรเลย ไม่ได้แบบว่า "เธอต้องเปิด เธอต้องเป็นคนที่ลงรูปกับฉัน" หรือแม้แต่กระทั่ง "เธอต้องไปบอกค่ายนะว่าเธอเป็นนั่นเป็นนี่" หรือ "เธอต้องเดินจับมือ" ไม่เคยมีแบบนั้น เรารู้ เข้าใจ ถึงแม้ว่าตอนนั้นอาจจะยังไม่เหมือนตอนนี้ที่เปิดได้สบายใจ ตอนนั้นเรารู้ดีว่ามันเปิดไม่ได้ คนยังไม่ได้ยอมรับขนาดนั้น
แต่สิ่งที่เราเจอกลายเป็นเหมือนบาดแผลเล็กๆ ในใจเรา เหมือนโดนหักหลัง เรากำลังมีความสุขดีแล้วโดนผลักตกหน้าผาหัวกระแทกพื้นเสียชีวิต รู้สึกไม่ดีกับเขาไปเลย เหมือนมีกำแพงบางอย่าง เข้าใจว่าเราจะทุ่มเทให้เขาเท่านี้ สมมติเคยทุ่มเทให้เขา 100% ทุ่มเทให้เขา 99.99% แล้วกัน ลดมา 0.1% ก็ถือว่าลด
มีอยู่วันหนึ่งเขาขึ้นคอนโดกับคนหนึ่ง ไม่รู้ว่าทำอะไรมา มีคลิปให้ดูด้วยว่าขึ้นคอนโดด้วยกัน ถ่ายมาเป็นชั่วโมง ตอนลงมากอดคอกัน หอมแก้มกันด้วย เหลือ 95% ก็ลดยังไม่ถึง 50% ซะที สุดท้ายแล้วในใจเราก็ไปบอกเลิกเขา เลิกกันเถอะ เสียใจ ร้องไห้ บอกเลิกเขาตอนประมาณ 14:00 น. พอช่วง 16:00 น. "เธอเรามาคบกันเถอะ คนเราผิดพลาดกันได้" เป็นแบบนี้ครับ อยากด่าตัวเองในตอนนั้นมาก
ถ้าย้อนกลับไปด่าตัวเองในวันนั้น อยากด่าตัวเองว่าอะไร?
นนท์ อินทนนท์: ไม่ทันคนมากเลยนะ คนแบบนี้มีอีกเป็นร้อยเป็นล้านพันล้านคน เขาช่วยเหลืออะไรบ้าง ไม่มีเลยแม้แต่อย่างเดียว เราช่วยเหลือเขาหมด แล้วเรารักเขาขนาดนี้ ยังจะกลับไปหาเขาอีก โง่ จะพูดประมาณนี้ คือเรารู้สึกว่าขาดเขาไม่ได้ตอนนั้น จะไม่สามารถหาผู้ชายแบบนี้ได้อีกแล้วตลอดชีวิต อยากเขย่าตัวเองแล้วบอกว่า “ฟังนะนนท์ เดินออกไปอีกสัก 3-4 ก้าว ผู้ชายเต็ม” เตือนตัวเอง เพราะตอนนั้นเป็นอย่างงั้นจริงๆ
ถ้าในวันนั้นเลือกที่จะรักตัวเองให้เป็น คิดว่าเส้นทางชีวิตและความสัมพันธ์ตอนนั้นจะเปลี่ยนไปในทิศทางไหน?
นนท์ อินทนนท์: เราจะมีความสุขมากกว่านี้ ตอนนั้นเสียดายเวลาด้วย เพราะการที่ร้องไห้เหมือนในมิวสิกวิดีโอ ไม่กินข้าวประมาณ 2-3 วัน เราหิวนะ หิวข้าวมาก แต่อยากประชดประชัน อยากใช้ชีวิตให้เขารู้สึกสงสารเรา สุดท้ายเขาก็ไม่ได้รับรู้
เราฝากเพื่อนไปบอกเขา ถ่ายรูปลงเมื่อก่อนใช้โทรศัพท์ BB ถ่ายรูปลงแล้วก็เขียน BC แล้วบอกว่า OMG ก็ไม่ทัก บอกให้เพื่อนว่า "นนท์ไม่กินข้าวเลย" เงียบ เราก็ทนหิวไปขาดสารอาหาร เราพยายามเรียกร้องความสนใจอยู่อย่างงั้น ซึ่งเขาไม่รับรู้ ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมากๆ ในขณะที่เราจมอยู่กับอะไรก็ไม่รู้ในสิ่งที่ไม่ได้ผิดด้วยซ้ำ สุดท้ายแล้วทุกอย่างมีแต่เสียกับเสีย มีสติแค่นั้น กลับมาเหอะ
ในวันที่เห็นตัวเองในอดีตกำลังจมอยู่ในวังวนเดิมๆ ถ้าส่งเสียงไปถึงได้ คิดว่าประโยคไหนจะฉุดขึ้นมาจากน้ำ?
นนท์ อินทนนท์: ลงไปให้ลึก ให้เราเสียชีวิตไปเลย ดำเข้าไปข้างล่างเลย ถ้าเรายังคิดไม่ได้ เราเป็นบัวใต้ตมอยู่ในโคลน ไปพอกโคลนซะ เผื่อผิวเราอาจจะดีขึ้น สมองจะใสขึ้นด้วย ไม่พูดอะไรกับนนท์แล้ว เพราะด่านนท์แล้วรู้สึกเจ็บจี๊ดครับ
ความกลัวที่ซ่อนอยู่หลังรอยยิ้มสิ่งที่ "นนท์" กลัวที่สุดในการใช้ชีวิต?
นนท์ อินทนนท์: อยากบอกสิ่งที่นนท์รู้สึกกลัวมาตลอดคือการใช้ชีวิต จะเป็นคนที่ปิดบังตัวเอง กลัวว่าคนจะรู้ว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ กลัวมาก แล้วก็เป็นคนที่ใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวงมาโดยตลอด ตั้งแต่ ป.6 จนช่วงขึ้น ปี 1 ช่วงที่อยู่ ป.6 เริ่มถือป้ายโรงเรียน เป็นเชียร์ลีดเดอร์ ทำกิจกรรมมากขึ้น จนเพื่อนมองว่าเป็นเพศที่สามก็เลยเลิกทำ ไม่อยากเป็น
พอเข้ามัธยม เพื่อนที่ล้อว่าเป็นเพศที่สามกลับมาเรียนห้องใกล้ๆ กัน นนท์ก็ต้องยิ่งแมนขึ้น ปิดบังขึ้นไปอีก จนจบ ม.6 ขึ้น ปี 1 ก็ยังต้องปิดบัง เพราะกลัว ไม่รู้กลัวอะไร กลัวพ่อแม่รู้ กลัวคนที่เขาคาดหวังจะให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้รู้ กลัวไปหมด อยากจะให้กล้ามากกว่านี้ครับ
เมื่อพ่อบอกว่า "เป็นอะไรก็ได้" โมเมนต์ที่ปลดปล่อยชีวิตให้เป็นของตัวเองอย่างแท้จริง?
นนท์ อินทนนท์: เหมือนโดนขอแต่งงาน หูดับ นั่งร้องไห้มานานมากแล้ว ก่อนที่เขาจะพูด เขาเห็นจนเราไม่ไหว คงเห็นความพยายามว่า ให้เป็นไปเถอะ พอหูดับเสร็จอยู่ๆ กลายเป็นใจฟู สักแป๊บหนึ่งใจหล่นลงมาอีกแล้ว เพราะเขารับได้จริงไหมหรือว่าเขาไม่ได้รู้สึกอะไร อยากให้ผ่านๆ ไป ซึ่งวัดไม่ได้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่เขาพูดไปคืออะไร
แต่การกระทำกับเขาหลังจากนั้นวัดได้ เพราะเป็นคนที่เข้ามาหาเราแล้วถามว่า “เป็นยังไงบ้าง ทำอะไรก็ทำไปเถอะ ตั้งใจ สักวันหนึ่งจะสำเร็จ” แต่แม่เป็นคนที่หนักกว่าพ่อมากๆ ไม่คุยกันปีหนึ่ง แต่ก็จะฝากบอกพ่อมาเสมอ เขาก็เป็นห่วงเรากินได้ไหม
ช่วงนั้นโควิดระบาด ก็เลยกลายเป็นความโชคร้ายที่มีโควิด แต่ในอีกมุมหนึ่งเป็นความโชคดีของเราที่ทำให้ได้กลับเข้ามาอยู่บ้าน เพราะเขากลัวว่าเราจะเป็นโควิด เชื่อคำนี้เลยว่าความโชคร้ายยังมีความโชคดีเสมอ อีกอย่างคือไม่ว่าจะเจออะไรเราจะผ่านไปได้ กลายเป็นเชื่อคำนี้จากสิ่งนี้ไปเลยครับ
จุดสำคัญที่ทำให้คนวางความคาดหวังแล้วมาโอบรับตัวเองจริงๆ?
นนท์ อินทนนท์: นนท์เชื่อว่าทุกคนรู้ว่าควรทำอะไร แต่ยังไม่ถึงจุดที่เขาทำได้ รู้ว่าต้องทำอะไรตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่ต้องยอมรับตัวเอง เป็นเรื่องใหญ่สำหรับนนท์มาก อย่างเช่น ยอมรับว่าเป็นเกย์กว่าจะยอมรับได้ตั้ง 10 กว่าปี กว่าจะยอมรับ สิ่งที่พ่อแม่เป็น เขายอมรับไม่ได้เลยตั้งแต่แรก ไม่ใช่เรื่องผิด เขาจะยอมรับได้ใน 20 ปีข้างหน้าก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะเราก็เกือบ 20 ปีเหมือนกัน
เพราะฉะนั้นการยอมรับตัวเอง พูดไม่ได้เลยว่าต้องทำตอนไหน เมื่อไหร่ เอาเป็นว่าเมื่อพร้อม เมื่อเข้มแข็ง เมื่อแข็งแรง เมื่อรู้สึกว่าจะยอมรับในสิ่งที่ว่า ใช่, ไม่ใช่, ชอบ, ไม่ชอบ, โอเค หรือไม่โอเค มีแค่นี้ครับ
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม
在节目《畅所欲言》中,侬·因塔农(Non Inthanon)揭开了他笑声和幽默背后的真相。他曾生活在恐惧之中,担心别人发现他的真实身份,让家人失望。他从小就不得不隐藏真实的自己,花了十多年才最终接受自己。他甚至有过无法开怀大笑的日子,不得不寻求心理医生的帮助。他强调,人生经历中汲取的教训包括失业的压力,并透露他与一位练习生歌手的初恋令人心碎,如同坠入悬崖;他倾尽所有,却最终被背叛。
你总是那么风趣快乐,还是这只是你在工作中扮演的角色?
Non Inthanon:我一直在问自己,“我还能搞笑多久?”因为每次我出门,甚至上节目遇到人,大家都会说,“Non,你能录个视频吗?你能帮我损损我男朋友吗?”或者“给我讲个笑话。”不管怎样,我都没有P' Nong或P' Teng那样的天赋。
但我确实咨询了一些资深的喜剧演员,他们从业多年。他们告诉我,现实生活并不总是充满欢笑,也不可能一直保持幽默。以前我入行的时候,不得不承认,我总是努力让每个人都开心。人们见到我,尤其是那些工作很累、一生只有一次机会见到我的人,会觉得他们需要那种能量,所以我想要把这种能量传递给他们。
在这里工作了大约五年后,我有时只想安静地待着,但工作并没有让我感到筋疲力尽。说到底,无论是在镜头前、镜头后,还是和年轻的同事一起工作,亦或是和亲密的朋友在一起,我都能百分百地做自己。我喜欢说话,喜欢给别人带来快乐,一直以来都是这样。
自言自语和向自己表达感受是人格的另一个方面,它允许自我表达。这是否就是人格如此多样的原因呢?
非因他侬:是的,人有很多种性格,比如“因他侬”或者“虚拟女友”。我们最了解自己。有时我们会因为工作或同事而感到非常沮丧,或者遇到不愉快的人,但我们不会责怪他们,因为归根结底,他们可能经历了一些不好的事情,比如和家人吵架、心情不好,然后才会来找我们倾诉。
也许我的情绪有点失控了,以至于我有时会想:“诺特到底怎么了?” 大家的反应五花八门。我觉得最好还是控制好自己的情绪。好吧,冷静下来。没事的。也许他经历了什么不好的事。因为如果真是这样,他可能就不想待在这里了,这样工作就能顺利进行。我不想让其他人感到不舒服,因为这里不止我一个人在工作。摄影师、其他人,他们都得等着。所以,控制情绪意味着去洗手间,祈祷,让自己冷静下来,然后回到工作岗位,保持耐心,然后再继续工作。
那些没有幽默感的日子;那些笑容背后,内心最破碎的日子?
Non Inthanon:是的,我去看了。在跟自己对话之前,我应该先提一下,我去看过心理医生。不管是医生还是能帮我处理与戏剧相关的情绪的人,因为我学的是戏剧,我跟一位教授聊过,他让我感觉很自在。我跟他们俩都谈过,他们说:“你现在的生活方式已经是最好的了。有些事情很累,你无法逃避。归根结底,如果你不感到疲惫,就不会再有压力大的工作了。你想要哪种?”
然后我想:“我很累,但我能应付。我相信我能解决所有问题。首先,我已经和自己对话过了,我知道该怎么做。其次,现在有佛教的原则在帮助我。如果你问我生活中有没有什么难事,或者说在控制情绪方面有什么难处,现在一点都不难。但经历这一切真的非常艰难。”
我曾和一位知名唱片公司的男歌手交往过,那天他甚至不敢走在我身边?
Non Inthanon:这么说吧,他当时是个即将加入唱片公司的练习生歌手,年纪很小。从十多年前年轻的Non Boonchuen的角度来看,我当时非常难过。我觉得自己一文不值,感觉他根本不尊重我。但无论如何,我都全力支持他,感觉我把全部的心都给了他。
我们刚刚结束了和女性交往的阶段,现在正第一次和男性交往。我们克服了很多困难,比如以前的朋友一直以为我是男性,以及我们刚认识的新朋友会如何看待我。我们现在不在乎了。
我们很后悔当时什么都没要求。不是那种“你必须公开恋情,你必须发和我一起的照片”,也不是“你必须告诉经纪公司你是怎样的人”,或者“你必须牵我的手”。这些都没发生过。我们当时知道,我们明白,虽然那时候不像现在这样可以完全公开。那时候,我们知道这不可能;人们还没有那么容易接受。
但我们经历的一切,就像在我们心中留下了一道小小的伤口,如同被背叛一般。我们原本幸福快乐,却突然被推下悬崖,头部撞击地面,坠入深渊。现在我们对他感到愧疚,仿佛被一堵墙隔开。我明白我们应该对他有所付出。比如说,我们曾经对他百分百投入,现在却只投入了99.99%。哪怕只减少了0.1%,也是减少了。
有一天,他和另一个人回了他的公寓。我不知道他们做了什么,但有一段视频显示他们一起待了一个小时。他们下来的时候,拥抱亲吻。我对他的感情已经消磨了95%,始终无法突破50%。最终,我还是决定和他分手。“我们分手吧,”我心碎地哭着说。我大约在下午两点和他分手。然后,大约下午四点,他说:“我们在一起吧。人都会犯错。”事情就是这样。我真想狠狠地责备自己当时的所作所为。
如果你能回到过去责备那天的自己,你会责备自己什么?
Non Inthanon:“我当时真是太天真了。像他这样的人成百上千,甚至数十亿。他帮过我们什么?什么都没做。我们竭尽全力地帮助他,我们那么爱他,可我们还是回到他身边?真是太傻了。” 我大概就是这个意思。那时候,我觉得没有他我活不下去。我觉得这辈子再也找不到像他这样的男人了。我真想摇醒自己,对自己说:“听着,Non,再往前走三四步。这世上还有很多男人呢。” 我这样提醒自己,因为我当时就是这么想的。
如果那天我选择学会爱自己,你认为我的生活和人际关系会发生怎样的变化?
Non Inthanon:我们本可以更快乐。那时候,我后悔浪费时间,因为像MV里那样哭,两三天没吃饭……我饿极了,真的饿极了,但我却想装出一副讽刺的样子,想让他觉得我可怜。到最后,他什么也不知道。
我们请朋友转告他,我们拍了照片,用黑莓手机发了出去,写上“BC”并说了句“我的天哪”,但他没有回复。我们又让朋友说:“Non什么都没吃。” 一片寂静。我们忍受着饥饿和营养不良。我们不停地试图引起他的注意,但他却视而不见。他过着快乐的生活,而我们却深陷于一件我们根本没做错的事情中。最终,一切都只是失去。请珍惜当下,然后回来。
当你看到过去的自己再次陷入同样的循环中时,如果你能开口说话,你认为哪句话能把你从困境中拉出来?
Non Inthanon:再深一点,干脆就去死吧。一直潜到最深处。如果我们还是无法理清思路,那就如同淤泥下的莲花。把自己埋进泥里,或许你的皮肤会变好,头脑也会更清醒。我不想再跟Non说什么了,因为侮辱他会让我感到一阵剧痛。
在笑容背后,Non 生活中最大的恐惧是什么?
Non Inthanon:我想分享我一直以来最害怕的事情:我一直隐藏着自己,害怕别人发现我是LGBTQ+群体的一员。我非常害怕,从六年级到大学一年级,我一直生活在恐惧之中。六年级的时候,我开始举学校的横幅,当啦啦队员,参加各种活动,直到我的朋友们开始注意到我是同性恋,所以我停止了这些活动。我不想那样。
进入高中后,那些曾经嘲笑他是同性恋的朋友开始在隔壁教室上课。诺特不得不变得更加男子气概,更加努力地隐藏真实的自己。即使高中毕业,进入大学一年级后,他仍然隐藏着自己的性取向,因为他害怕。他不知道自己在害怕什么——害怕父母发现,害怕那些对他抱有某种期望的人,害怕一切。他多么希望自己能更勇敢一些。
当你的父亲说“你想做什么就做什么”时,真正解放自己、为自己而活的那一刻是什么样的?
Non Inthanon:那感觉就像被求婚一样。我当时耳聋了,坐在那里哭了很久,他才开口。他大概看出我快要崩溃了,看到我的挣扎,心想:“就顺其自然吧。”我耳聋之后,突然间心中充满了喜悦。然而,片刻之后,我的心又沉了下去。是因为他真的接受了,还是他根本毫无感觉,只想快点结束?我根本无法判断他到底说了什么。
但他之后的举动才真正体现了他的价值,因为是他主动来问我们:“你们好吗?不管你们在做什么,坚持下去。要有决心,总有一天你们会成功的。” 但我母亲比父亲更执着。他们有一年没说话,但她总是会给他捎信。她很担心我们,确保我们吃得好。
那段时间新冠疫情正在蔓延,我们感染新冠固然不幸,但从另一个角度来看,能够回家也是一件幸运的事,因为他们担心我们会感染。我真心相信,即使身处逆境,也总会有一线希望。此外,这段经历也让我明白,无论我们面临什么,我们终将渡过难关。
是什么关键因素能让人们放下期望,真正接纳自己?
非因他侬:我相信每个人都知道自己应该做什么,但他们还没到真正能做到的地步。他们早就知道自己该做什么,但对我来说,接受自己是一件非常困难的事情。例如,我花了十多年才接受自己是同性恋。更甚的是,我的父母一开始也无法接受我。他们再过二十年接受我并没有错,因为我也花了将近二十年才接受自己。
因此,自我接纳没有固定的时间或日期。简单来说,就是当你准备好了,当你内心强大,当你能够坦然接受自己认为的对错、喜好、可接受或不可接受的事情时,就应该去做。就是这样。
点击阅读更多娱乐新闻。