“ศุภจี” เผยทีมเศรษฐกิจระดมถกรับมือวิกฤติพลังงาน เตรียมชงแพ็กเกจช่วยประชาชนเข้าครม.22 ก.ย.นี้“Supajee”透露,经济团队正在开会讨论如何应对能源危机,并准备在9月22日向内阁提出一揽子计划来帮助公众。
“ศุภจี” เผยทีมเศรษฐกิจระดมถกรับมือวิกฤติพลังงาน เตรียมชงแพ็กเกจช่วยประชาชนเข้าครม.22 ก.ย.นี้ เร่งสร้างความเข้าใจบทบาท พาณิชย์คุมป้ายราคา ไม่ใช่ผู้กำหนดโครงสร้างน้ำมัน

“ศุภจี” เผยทีมเศรษฐกิจระดมถกรับมือวิกฤติพลังงาน เตรียมชงแพ็กเกจช่วยประชาชนเข้าครม.22 ก.ย.นี้ เร่งสร้างความเข้าใจบทบาท พาณิชย์คุมป้ายราคา ไม่ใช่ผู้กำหนดโครงสร้างน้ำมัน
เมื่อเวลา 10.50 น.วันที่ 18 ก.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้นัดประชุมร่วมกับนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายวราวุธ ศิลปะอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และตนเอง เพื่อหารือถึงแนวทางและมาตรการรับมือผลกระทบจากสถานการณ์ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น ตามคำสั่งของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยคาดว่าจะมีการสรุปมาตรการเพื่อนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันอังคารที่ 22 กันยายนนี้
“นายกฯได้มอบหมายให้หารือถึงการจัดทำมาตรการช่วยเหลือประชาชนแบบบูรณาการร่วมกันหลายกระทรวง โดยกระทรวงพาณิชย์จะรับผิดชอบดูแลในส่วนปลายน้ำ ได้แก่ ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเกษตร ตลอดจนการส่งเสริมการใช้พืชพลังงานชีวภาพเพื่อสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร”
ขณะเดียวกัน การเข้าร่วมประชุมของรองนายกฯนายปกรณ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อพิจารณาข้อกฎหมายและระเบียบในการจัดหาแหล่งเงินมาใช้บริหารจัดการราคาพลังงานอย่างเหมาะสม ต้องดูเรื่องกฎระเบียบว่าการที่เราจะนำเงินมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกองทุนพลังงานก็ดี หรือว่าจะเอาเงินที่มาจากเงินกู้ก็ดี หรืองบประมาณปี 2569 ในส่วนที่เป็นงบกลางฯ ว่าสามารถที่จะดึงตัวไหนมาใช้ให้เหมาะสมได้ ทั้งนี้ มาตรการทั้งหมดจะต้องผ่านการพิจารณาและเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรี ก่อนที่จะนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม. อย่างเป็นทางการ
สำหรับสถานการณ์พลังงานในตลาดโลก รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ชี้ว่า ความขัดแย้งในต่างประเทศมีแนวโน้มยืดเยื้อและรุนแรงกว่าที่ประเมินไว้เดิม โดยเฉพาะการปิดเส้นทางเดินเรือบริเวณทะเลแดง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคยพุ่งสูงถึง 126 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันสิงคโปร์เคยแตะระดับ 195 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาอัตราเงินเฟ้อของไทยในช่วง 7-8 เดือนแรกของปี ยังคงอยู่ต่ำกว่า 2% และคาดว่าภาพรวมทั้งปีจะไม่เกินกรอบเป้าหมาย 3% ซึ่งถือว่าต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน เช่น สิงคโปร์ที่อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงเกิน 6% ไปแล้ว โดยราคาน้ำมันในประเทศไทยยังคงอยู่ในระดับที่ไม่สูงเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากรัฐบาลยังคงอุดหนุนผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมันดีเซลของไทยอยู่ที่ประมาณ 39–40 บาทต่อลิตร ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลในสิงคโปร์พุ่งสูงเกิน 100 บาทต่อลิตร และเบนซินสิงคโปร์สูงถึง 88 บาทต่อลิตร นอกจากนี้ การบริหารจัดการราคาน้ำมันในรอบนี้ จะถอดบทเรียนจากการอุดหนุนในอดีต โดยจะปล่อยให้ราคาเคลื่อนไหวตามกลไกธรรมชาติบางส่วน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเชิงโครงสร้างตามมา
“ราคาน้ำมันของบ้านเราไม่ได้สูงเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน จริงๆ แล้วรัฐบาลยังอุดหนุนในเรื่องของกองทุนพลังงานอยู่ รอบนี้เราก็ต้องพยายามให้มันไม่มีปัญหาเดิมๆ ครั้งที่แล้วที่เราคุยกันว่า 15 วันเราจะไม่ขึ้นเลย มันทำให้เกิดปัญหาหลายอย่างมาก รอบนี้เราก็ต้องปล่อยให้มันเป็นธรรมชาติบ้าง”
นางศุภจี ได้ชี้แจงถึงข้อเข้าใจผิดของประชาชนเกี่ยวกับบทบาทของกระทรวงพาณิชย์ โดยย้ำว่าผู้มีอำนาจกำหนดโครงสร้างราคาน้ำมันคือ คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ซึ่งมีพระราชบัญญัติและกฎหมายเฉพาะกำกับดูแล ส่วนบทบาทของกระทรวงพาณิชย์ คือการกำกับดูแลในฐานะสินค้าควบคุม เพื่อให้ผู้ค้าปิดป้ายแสดงราคาชัดเจน ขายตรงตามป้ายประกาศ และตรวจสอบหัวจ่ายน้ำมันให้เต็มลิตรเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค
“คนยังเข้าใจผิดอยู่เลยว่ากระทรวงพาณิชย์เป็นคนกำหนดราคาน้ำมัน ซึ่งไม่ใช่ บทบาทของกระทรวงพาณิชย์ ไม่ใช่สั่งหรือกำหนดราคาให้ถูกลง แต่คุมในลักษณะที่ว่า ถ้าติดประกาศราคาลิตรละ 40 บาทก็ต้องขายลิตรละ 40 บาท ถ้าอันไหนที่มีกฎหมายเฉพาะ กระทรวงพาณิชย์จะไปคุมในเรื่องนั้นไม่ได้ เรื่องการตรึงราคาน้ำมันจะเป็นอีกหน่วยที่ดูแล”นางศุภจี กล่าว
“苏帕吉”透露,经济团队正在讨论如何应对能源危机,并准备一揽子援助方案,将于9月22日提交内阁审议。她强调,需要明确商务部在控制价格标签方面的作用,而不是决定石油价格结构。
2026年9月18日上午10点50分,在总理府,副总理兼商务部长苏帕吉·苏塔姆潘女士透露,2026年9月14日星期一,副总理兼财政部长埃克尼提·尼提坦帕帕斯先生与副总理帕空·尼拉帕潘先生、能源部长埃卡纳特·普罗姆潘先生、工业部长瓦拉武特·西尔帕阿查先生以及她本人举行会议,讨论应对能源价格上涨影响的方案和措施,此举是奉总理兼内政部长阿努廷·查恩维拉库尔先生的指示。预计相关措施将于9月22日星期二最终确定并提交内阁会议审议。
“总理已责成各部委合作,制定综合措施以帮助民众。商务部将负责监管下游环节,包括消费品和农产品价格,以及推广生物能源作物种植,以增加农民收入。”
与此同时,副总理帕空出席此次会议旨在探讨确保能源价格合理管理资金的法律和监管问题。这包括审查相关法规,以确定最合适的资金来源,例如能源基金、贷款或2026年中央预算。所有措施均须经总理审核批准后方可正式提交内阁。
关于全球能源形势,副总理兼商务部长指出,国际冲突的持续时间和严重程度可能超出最初预期,尤其是红海航道的关闭。这导致布伦特原油价格飙升至每桶126美元,新加坡原油价格达到每桶195美元。
然而,考虑到泰国今年前七八个月的通胀率低于2%,预计全年通胀率也将保持在3%的目标范围内。这低于新加坡等邻近的东盟国家,这些国家的通胀率已超过6%。由于政府持续通过燃油基金提供补贴,泰国的油价与邻国相比仍然相对较低。泰国的柴油价格约为每升39-40泰铢,而新加坡的柴油价格超过每升100泰铢,汽油价格也达到每升88泰铢。此外,本轮油价管控措施将吸取以往补贴的经验教训,允许油价在一定程度上根据自然市场机制波动,以避免未来出现结构性问题。
“与邻国相比,我们的燃油价格并不高。事实上,政府仍在通过能源基金对他们进行补贴。这次,我们需要尽量避免重蹈覆辙。上次,我们提出15天内不涨价,结果引发了很多问题。这次,我们需要顺其自然。”
苏帕吉女士澄清了公众对商务部职责的误解,强调制定石油价格结构的权力属于能源政策管理委员会(EPAC),该委员会受特定法案和法律的约束。商务部的职责是监管石油这一受管制商品,确保零售商清晰标示价格,按标价销售,并核实加油机提供的油量(以升为单位)准确无误,以保护消费者权益。
“人们仍然误以为商务部负责设定石油价格,这是不正确的。商务部的职责不是下令或设定更低的价格,而是以某种方式进行控制,例如,如果公布的价格是每升40泰铢,那么就必须以每升40泰铢的价格出售。如果某项内容有专门的法律规定,商务部就无权干预。石油定价问题由另一个机构负责,”苏帕吉女士说道。