มติ กพช. ลดค่า Ft งวด ก.ย.-ธ.ค.69 รับซื้อไฟโซลาร์ 2.20 บาท/หน่วย国家能源政策委员会(NEPC)已决定降低 2026 年 9 月至 12 月期间的 Ft 收费,并将以每单位 2.20 泰铢的价格购买太阳能电力。
มติ กพช. ลดภาระค่า Ft ให้ประชาชน ไฟเขียว "โซลาร์ภาคประชาชน" ขยายเป้าหมายรับซื้อ 10,000 เมกะวัตต์ อัตรา 2.20 บาท/หน่วย ยาวขึ้นเป็น 20 ปี

วันนี้ (18 ก.ย.2569) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) โดยที่ประชุมได้พิจารณามาตรการสำคัญด้านพลังงาน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ควบคู่กับการเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ โดยมี 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ แนวทางลดภาระค่าไฟฟ้าสำหรับงวดเดือน ก.ย.-ธ.ค.2569 และการขยายโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาสำหรับภาคประชาชน
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุม กพช. รับทราบแนวทางการดูแลค่าไฟฟ้าสำหรับประชาชนในงวดเดือน ก.ย.-ธ.ค.2569 โดยคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้เห็นชอบค่า Ft ขายปลีกที่ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย โดยให้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) รับภาระคงค้างสะสมแทนประชาชนไปพลางก่อน และให้นำเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกินที่เก็บรักษาไว้จำนวน 16,127.17 ล้านบาท มาช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าผ่านค่า Ft
รวมถึงการคิดราคาเนื้อก๊าซธรรมชาติสำหรับโรงไฟฟ้าที่ผลิตไฟฟ้าเข้าสู่ระบบของการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง ตามราคาที่เกิดขึ้นจริง แต่ไม่เกินประมาณการเฉลี่ยราคาควบคุมที่ 363.53 บาทต่อล้านบีทียู สำหรับงวดเดือน ก.ย.-ธ.ค.2569 เพื่อลดผลกระทบต่อต้นทุนค่าไฟฟ้าของประชาชน
นอกจากนี้ กพช. ยังมอบหมายให้ ปตท. และ กฟผ. คิดราคาเนื้อก๊าซธรรมชาติตามมติ กกพ. ดังกล่าว สำหรับโรงไฟฟ้า กฟผ. ผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระ (IPP) และผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) ที่ซื้อก๊าซธรรมชาติภายใต้สัญญาซื้อขายกับ ปตท. และ กฟผ. ในส่วนที่ผลิตไฟฟ้าเข้าสู่ระบบของการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง โดยทยอยเรียกเก็บส่วนต่างของราคาก๊าซธรรมชาติที่เกิดขึ้นจริงในการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าตั้งแต่รอบเดือน พ.ค.2570 เป็นต้นไป ภายใต้การกำกับดูแลของ กกพ.
นายเอกนัฏ กล่าวว่า นอกจากนี้ที่ประชุม กพช. ยังได้มีมติเห็นชอบการขยายการส่งเสริม Solar ภาคประชาชนทั้งแบบบนหลังคา (Rooftop) ภาคพื้นดิน (On Ground) และ ลอยน้ำ (Floating) ในรูปแบบ Net Billing เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนผลิตไฟฟ้าใช้เองและสามารถจำหน่ายไฟฟ้าส่วนเกินกลับเข้าสู่ระบบ โดยขยายเป้าหมายการรับซื้อไฟฟ้ารวมเป็น 10,000 เมกะวัตต์ ซึ่งรวมเป้าหมายเดิม 500 เมกะวัตต์ กำหนดปริมาณไฟฟ้าเสนอขายไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์ และกำหนดอัตรารับซื้อไฟฟ้าส่วนเกิน 2.20 บาทต่อหน่วย เป็นระยะเวลา 20 ปี การขยายระยะเวลารับซื้อเป็น 20 ปี พร้อมสนับสนุนการเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนและการผลิตไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์ (Distributed Generation) ในระยะยาว
พร้อมกันนี้ กพช. เห็นชอบให้ ผู้เข้าร่วมโครงการโซลาร์ภาคประชาชนเดิม ตั้งแต่โครงการตามมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.2561 และมติ กพช. เมื่อวันที่ 24 ม.ค.2562 เป็นต้นมา รวมถึงโครงการตามมติ กพช. เมื่อวันที่ 29 เม.ย.2569 ภายใต้เป้าหมาย 500 เมกะวัตต์ ได้รับการปรับระยะเวลารับซื้อไฟฟ้าจากเดิม 10 ปี เป็น 20 ปี เช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ กพช. มอบหมายให้ กกพ. ดำเนินการออกและปรับปรุงระเบียบ ประกาศ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องเพื่อรองรับมาตรการดังกล่าว รวมทั้งมอบหมายให้การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ส่งข้อมูลการจำหน่ายและรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนแบบเป็นปัจจุบัน (Real Time) ให้ กฟผ. เพื่อใช้ในการติดตามและบริหารจัดการระบบไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพและมีเสถียรภาพ และทันต่อสถานการณ์ ภายใต้การกำกับดูแลของ กกพ.
"มาตรการที่ กพช. เห็นชอบในวันนี้มีเป้าหมายทั้งการดูแลค่าครองชีพของประชาชนในระยะสั้น และการวางรากฐานระบบพลังงานในระยะยาว การดูแลค่าไฟต้องดำเนินการโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชน ขณะเดียวกัน การขยายโซลาร์ภาคประชาชนจะช่วยเปิดโอกาสให้ประชาชนมีบทบาทเป็นทั้งผู้ใช้และผู้ผลิตพลังงาน สามารถผลิตไฟฟ้าใช้เอง ลดค่าใช้จ่าย และนำไฟฟ้าส่วนเกินเข้าสู่ระบบ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ระบบพลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม" นายเอกนัฏ กล่าว
สำหรับโครงการภาคประชาชน รัฐบาลได้กำหนดแนวทางให้ประชาชนสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองและขายไฟฟ้าส่วนเหลือเข้าสู่ระบบในรูปแบบ Net Billing พร้อมทั้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับลดขั้นตอนการขออนุญาตติดตั้งและการเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้รวดเร็วขึ้นในลักษณะ One Stop Service เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงโครงการได้สะดวกยิ่งขึ้น
การดำเนินมาตรการดังกล่าวสะท้อนแนวทางการบริหารนโยบายพลังงานที่ให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนจากความผันผวนของต้นทุนพลังงาน ควบคู่กับการเพิ่มโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการผลิตพลังงานสะอาด และเตรียมความพร้อมของระบบไฟฟ้าไทยรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในระยะยาว
โฆษกรัฐบาลแย้ม “ไทยช่วยไทย พลัส 2” ให้เงินรวดเดียว 1,000 บาท ใช้ 2 เดือน
เกษตรกรโอดสารพิษลุ่มน้ำกก กระทบวิถีชีวิต-รายได้จากการเพาะปลูก
เอเปค ดัน AI หนุนการค้า รับมือสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน
คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ
今天(2026年9月18日),副总理兼财政部长埃克尼蒂·尼蒂坦普拉帕斯先生主持召开了国家能源政策委员会(NEPC)会议。会议审议了旨在减轻公众经济负担并同时加速国家能源转型的关键能源措施。会议重点讨论了两个重要议题:一是制定2026年9月至12月期间降低电价的指导方针;二是扩大面向公众的屋顶太阳能发电项目。
能源部长埃卡纳·普罗姆潘在会后透露,国家能源政策委员会(NEPC)已批准2026年9月至12月期间的公众用电成本管理指导方针。能源监管委员会(ERC)批准对零售用电征收每单位16.23萨当的Ft费。泰国发电局(EGAT)和泰国国家石油公司(PTT)将暂时代公众承担累积的未缴费用。此外,收回的161.2717亿泰铢超额利润将用于通过Ft费降低用电成本。
这包括按实际价格为向三个电力机构供电的发电厂的天然气定价,但不得超过 2026 年 9 月至 12 月期间每百万 BTU 363.53 泰铢的估计平均控制价格,以减轻对公众电力成本的影响。
此外,国家能源政策委员会(NEPC)已根据能源监管委员会(ERC)的上述决议,指定泰国国家石油公司(PTT)和泰国国家电力公司(EGAT)负责天然气定价。该规定适用于与PTT和EGAT签订合同,购买天然气用于向三大国家电网输送电力的EGAT电厂、独立发电商(IPP)和小型发电商(SPP)。自2027年5月起,在ERC的监督下,实际天然气价格与电价之间的差额将逐步用于确定电价。
埃卡纳特先生表示,此外,国家电力委员会(NEPC)会议还批准扩大公共部门太阳能发电的推广范围,包括屋顶、地面和漂浮式太阳能系统,并采用净计费模式。这将为市民提供自行发电并将多余电力出售回电网的机会。购电目标将从原先的500兆瓦扩大到10000兆瓦。每户的售电上限为5千瓦,多余电力的收购价格为每单位2.20泰铢,收购期限为20年。此外,还将实施将收购期限延长至20年,并长期支持提高可再生能源和分布式发电的发电比例。
与此同时,国家电力委员会批准将现有公共部门太阳能发电项目参与者的购电协议期限从 10 年延长至 20 年,其中包括根据能源政策管理委员会 (EPAC) 2018 年 12 月 24 日决议和国家电力委员会 2019 年 1 月 24 日决议的项目,以及根据国家电力委员会 2016 年 4 月 29 日决议制定的目标装机容量为 500 兆瓦的项目。
国家能源政策委员会(NEPC)已责成能源监管委员会(ERC)发布和修订相关法规、公告和标准,以支持这些措施。此外,能源部(MEA)和电力部(PEA)已被指示向泰国电力局(EGAT)提供可再生能源生产商的电力销售和购买的实时数据。这些数据将在能源监管委员会的监督下,用于监测和管理电力系统,以确保其效率、稳定性和及时响应。
“国家能源政策委员会今天批准的措施旨在短期内控制公众生活成本,并为长期能源体系奠定基础。电力成本管理必须考虑到其对公众的影响。同时,扩大太阳能发电规模将为公民创造机会,让他们既是能源用户又是能源生产者。他们可以自行发电,降低开支,并将剩余电力并入电网,这是泰国迈向清洁能源体系的具体举措之一。”埃卡纳特先生说道。
针对社区项目,政府已制定相关指导方针,允许市民自行发电,并通过净额结算方式将剩余电力出售回电网。此外,相关机构也被指示通过一站式服务简化审批和并网流程,使公众更容易参与这些项目。
这些措施体现了一种能源政策方针,即优先保护公众免受能源成本波动的影响,同时增加公众参与清洁能源生产的机会,并为泰国电力系统的长期能源转型做好准备。
政府发言人暗示将推出“泰助泰加2”计划,一次性支付1000泰铢,为期两个月。
农民们抱怨说,科克河流域的有毒物质正在影响他们的生计和农业收入。
亚太经合组织推广人工智能以促进贸易和打击知识产权侵权行为。
能源政策管理委员会
国家能源政策委员会