1 ปี “กิติพงศ์” ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ปักหมุดปฏิรูปตลาดทุนไทย上任一年:泰国证券交易所主席基蒂蓬致力于改革泰国资本市场。
รื้อกฎ–ใช้ AI กำกับ เปิดทาง New Economy ดัน TISA–ESG สร้างฐานตลาดหุ้นรอบใหม่

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
# ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
# ศ.พิเศษกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์
# ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์
อธิบาย Stablecoin แบบเข้าใจง่าย จะเปลี่ยนโลกยังไง ทำไมถึงสำคัญ? | Digital Frontiers EP.76
รื้อกฎ–ใช้ AI กำกับ เปิดทาง New Economy ดัน TISA–ESG สร้างฐานตลาดหุ้นรอบใหม่
3 วิธีเปลี่ยนมุมมอง “กองทุนลดหย่อนภาษี” ให้เป็น “เงินลงทุน”
ครบ 1 ปีของการดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในวาระที่ 2 ของ ศ.พิเศษกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ นับตั้งแต่เดือน ส.ค.2568 เป็นต้นมา ทิศทางการขับเคลื่อนตลาดทุนไทยถูกวางกรอบไว้บน 3 ภารกิจหลัก คือ สร้างความเชื่อมั่น เปิดโอกาสทางธุรกิจ และสร้างความยั่งยืน
หรือภายใต้แนวคิด Trusted Gateway – Opportunities – Sustainability ที่ต้องการผลักดันตลาดทุนไทยไปสู่การเป็น “ประตูแห่งความเชื่อมั่นและโอกาส”
ตลอดช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินหน้าทั้งการปรับกฎเกณฑ์ซื้อขาย ยกระดับระบบกำกับดูแลด้วยเทคโนโลยี เปิดทางให้ธุรกิจใหม่และธุรกิจขนาดกลาง–เล็กเข้าถึงตลาดทุน พร้อมวางโครงสร้างด้าน ESG และการออมระยะยาวควบคู่กันไป
รื้อกฎตลาดหุ้น ฟื้น “ความเชื่อมั่น”
ภารกิจแรกที่ถูกวางไว้เป็นฐานสำคัญ คือ Trusted Gateway หรือการสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดทุนไทย ผ่านการปรับปรุงกฎเกณฑ์และระบบกำกับดูแลให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดมากขึ้น
ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ปรับปรุงเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหลายด้าน ทั้ง Tick Size, Short Selling, High-Frequency Trading หรือ HFT และ Treasury Stocks เพื่อให้การซื้อขายมีความเป็นธรรมและเท่าเทียมมากขึ้น
อีกด้านหนึ่งคือการนำ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาช่วยในการกำกับดูแลและตรวจสอบพฤติกรรมการซื้อขายในเชิงรุก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและปิดช่องโหว่ของการกระทำผิด
พร้อมกับยกระดับความร่วมมือระหว่างตลาดหลักทรัพย์ฯ กับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง.
ขณะเดียวกันยังเดินหน้าผลักดันการแก้ไขกฎหมายในลักษณะ Omnibus Law ต่อกระทรวงการคลัง เพื่อยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลตลาดทุนให้มีความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ศ.พิเศษกิติพงศ์ ระบุว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ มุ่งมั่นสร้างรากฐานตลาดทุนไทยให้ยั่งยืน ผ่านการปฏิรูปกฎระเบียบที่สำคัญ ยกระดับเทคโนโลยี เพื่อกำกับดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ พลิกโฉมและสร้างความแข็งแกร่งตลาดทุนไทยในระยะยาว
เปิดประตูธุรกิจใหม่ ปลดล็อก SMEs–Startup
หมุดที่ 2 คือ Opportunities หรือการเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจเข้าถึงตลาดทุน และเปิดพื้นที่ให้ธุรกิจรูปแบบใหม่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของตลาดทุนไทยมากขึ้น
แนวทางสำคัญคือการลดข้อจำกัดสำหรับ SMEs และ Startup ผ่านโครงสร้าง Dual-class share รวมถึงการลดข้อจำกัดในการ Spin-off ธุรกิจ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการระดมทุนและการเติบโตของกิจการ
สำหรับธุรกิจดั้งเดิม ตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินหน้าโครงการ JUMP+ เพื่อยกระดับศักยภาพของบริษัท ขณะเดียวกันได้ขยายการเชื่อมโยงตลาดทุนไปยังกลุ่ม ธุรกิจครอบครัว หรือ Family Business เพื่อเปิดโอกาสให้ธุรกิจกลุ่มนี้ใช้ตลาดทุนเป็นช่องทางสร้างการเติบโตในระยะยาว
อีกหนึ่งหมุดสำคัญ คือการประสานความร่วมมือกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI เพื่อดึงดูดธุรกิจและอุตสาหกรรมในกลุ่ม New Economy เข้ามาจดทะเบียนในตลาดทุนไทย
พร้อมกับการจัดตั้งโครงการ PE Trust เพื่อเป็นกลไกสนับสนุนเงินทุนให้กับธุรกิจ
ขณะที่ฝั่งผู้ลงทุนและประชาชน ตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินหน้าส่งเสริมวินัยการออมระยะยาวผ่านโครงการ TISA ซึ่งถูกวางให้เป็นหนึ่งในกลไกสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว
ศ.พิเศษกิติพงศ์ ระบุว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินหน้าขยายโอกาสธุรกิจใหม่ๆ ดึงดูด New Economy และธุรกิจครอบครัว เติบโตผ่านตลาดทุน และส่งเสริมการออมระยะยาวผ่าน TISA
ดัน ESG จาก “แนวคิด” สู่โครงสร้างพื้นฐาน
ภารกิจที่ 3 คือ Sustainability หรือการนำเรื่องความยั่งยืนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างตลาดทุน
หนึ่งในงานสำคัญ คือการพัฒนา ESG Data Platform เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล ESG รวมถึงการยกระดับมาตรฐาน SET ESG Ratings ให้มีความเข้มข้นมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้จัดตั้ง บริษัท เซ็ท เอสอี จำกัด หรือ SET SE เพื่อทำหน้าที่เป็นกลไกในการพัฒนาผู้ประกอบการเพื่อสังคม หรือ Social Enterprise ผ่านโครงการต่างๆ อาทิ CBCE
นอกเหนือจากมิติตลาดทุนและภาคธุรกิจ ยังมีการขยายบทบาทไปสู่การช่วยเหลือสังคมในหลายด้าน ทั้งโครงการ ธรรมะ ธรรมดี การส่งมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ การส่งเสริมทักษะและความรู้ทางการเงินผ่านคอมพิวเตอร์เพื่อเด็กไทย รวมถึงการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
โดยใช้การประสานความร่วมมือระหว่างตลาดหลักทรัพย์ฯ กับบริษัทจดทะเบียน เพื่อสร้างประโยชน์ต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง
“ตลาดหลักทรัพย์ฯ มุ่งมั่นบูรณาการแนวคิดด้านความยั่งยืน หรือ ESG ให้เป็นแกนหลักในการดำเนินธุรกิจ ควบคู่ไปกับการเสริมศักยภาพและสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสังคม สร้าง Impact สังคมระยะยาว” ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าว
จาก “กฎตลาดหุ้น” ถึง “เงินออมคนไทย”
หากไล่เรียงผลงานตลอดช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ภารกิจของประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ครอบคลุมตั้งแต่ระดับโครงสร้างของตลาด ตั้งแต่กฎเกณฑ์ซื้อขาย ระบบกำกับดูแล เทคโนโลยี AI การเชื่อมโยงหน่วยงานกำกับ ไปจนถึงการเปิดช่องทางระดมทุนสำหรับธุรกิจใหม่
พร้อมกันนั้นยังขยายไปถึงการดึง New Economy, SMEs, Startup และ Family Business เข้ามาใช้ประโยชน์จากตลาดทุน
ในอีกด้านหนึ่ง ได้วางโครงสร้างด้านความยั่งยืนผ่าน ESG Data Platform, SET ESG Ratings และ SET SE รวมทั้งผลักดันแนวทางการออมระยะยาวผ่าน TISA
ก้าวต่อไป เดินหน้ากฎใหม่–AI–New Economy
สำหรับภารกิจในช่วงต่อไป ศ.พิเศษกิติพงศ์ ยังคงวางเป้าหมายเดินหน้าการแก้ไขกฎระเบียบเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตลาดทุนไทย พร้อมยกระดับการใช้ AI ในการตรวจสอบและจัดการปัญหาเชิงรุก
อีกเป้าหมายสำคัญคือการดึงดูดธุรกิจ New Economy เข้าสู่ตลาดทุนเพิ่มขึ้น รวมถึงผลักดันให้แนวคิด ESG เข้าไปอยู่ในกระบวนการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียน
เป้าหมายที่วางไว้ คือการทำให้ตลาดทุนไทยมีความแข็งแกร่งมากขึ้น เป็นกลไกสร้างวินัยการออมในระยะยาว และเชื่อมโยงบทบาทของตลาดทุนเข้ากับการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย
จาก “ความเชื่อมั่น” ไปสู่ “โอกาส” และต่อยอดถึง “ความยั่งยืน” จึงเป็น 3 หมุดหลักของภารกิจตลอด 1 ปีในวาระที่ 2 ของประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่กำลังเดินหน้าต่อไป
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney
วณิชยา แสงทอง ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
来自《泰叻报》的经济新闻。
# 泰国证券交易所
# 荣誉教授 Kitipong Urapipattanapong
# 证券交易所主席
用简单易懂的方式解释稳定币:它们将如何改变世界?它们为何如此重要?| 数字前沿 第76期
拆除监管并利用人工智能进行治理,为新经济开辟了道路,促进了TISA和ESG的发展,从而构建了新的股票市场基础。
3 种方法将你对“可抵税资金”的看法转变为“投资”。
自基提蓬·乌拉皮帕塔纳蓬教授荣休以来,已过去一年。自2025年8月起,泰国资本市场的发展方向围绕三大主要目标展开:建立信心、创造商业机会和确保可持续发展。
或者按照“可信赖的门户 - 机遇 - 可持续性”的理念,旨在推动泰国资本市场成为“信任和机遇的门户”。
过去一年,泰国证券交易所推行了交易法规改革,利用技术升级了监管体系,为新企业和中小企业进入资本市场敞开了大门,同时建立了环境、社会和治理(ESG)以及长期储蓄机制。
改革股市监管以恢复“信心”。
第一个任务是建立可信门户,这是至关重要的基础,旨在通过改进法规和监管体系,使其更好地与市场状况相适应,从而建立对泰国资本市场的信心。
最近,泰国证券交易所修订了多项与交易相关的法规,包括最小价格变动单位、卖空、高频交易(HFT)和库存股等相关规定,以确保更公平、更公正的交易实践。
另一方面,人工智能(AI)技术正被用于主动监控和审查交易行为,从而提高调查效率并堵住不法行为的漏洞。
这也有助于加强泰国证券交易所、证券交易委员会(SEC)和反洗钱办公室(AMLO)之间的合作。
与此同时,政府正与财政部合作,推动以综合法的形式对法律进行修订,以提高资本市场监管标准,使其更加透明和高效。
泰国荣誉教授 Kitipong 表示,泰国证券交易所致力于通过关键的监管改革、技术升级以实现有效治理,以及从长远角度改造和加强泰国资本市场,为泰国资本市场建立可持续的基础。
打开通往新商机的大门;释放中小企业和初创企业的潜力。
第二个重点是机遇,包括增加企业进入资本市场的机会,并为新的商业模式开辟空间,使其在泰国资本市场中占据更大的份额。
一个关键方法是通过双重股权结构减少对中小企业和初创企业的限制,并减少对企业分拆的限制,以增加融资和业务增长的选择。
对于传统企业,泰国证券交易所(SET)正在推进JUMP+项目,以提升企业的能力。与此同时,SET也在扩大资本市场对家族企业的覆盖范围,为这些企业提供利用资本市场实现长期增长的机会。
另一个主要目标是与泰国投资促进委员会(BOI)合作,吸引新经济领域的企业和行业在泰国资本市场上市。
同时,还设立了私募股权信托计划,作为向企业提供资金支持的机制。
在投资者和公众方面,泰国证券交易所继续通过TISA计划推广长期储蓄纪律,该计划被视为构建长期财务安全的机制之一。
荣誉教授 Kitipong 表示,泰国证券交易所正在推进扩大新的商业机会,吸引新经济和家族企业通过资本市场发展壮大,并通过 TISA 促进长期储蓄。
将ESG从“概念”推向基础设施。
第三项任务是可持续性,或者说将可持续性融入资本市场结构。
其中一项关键任务是开发 ESG 数据平台,以创建 ESG 数据基础设施,并加强 SET ESG 评级标准。
与此同时,泰国证券交易所成立了 SET SE 有限公司,旨在通过 CBCE 等各种项目,为发展社会企业提供机制。
除了资本市场和商业领域,它的作用已经扩展到各个领域的社会援助,例如 Dhamma-Dhammadee 项目、捐赠医疗设备、通过计算机向泰国儿童推广金融知识技能以及援助洪水灾民。
通过加强泰国证券交易所与上市公司之间的合作,我们旨在不断为社会创造利益。
泰国证券交易所主席表示:“泰国证券交易所致力于将可持续发展或ESG理念融入其业务运营的核心要素,同时赋能社会企业家,为他们创造新的机会,以产生长期的社会影响。”
从“股票市场监管”到“泰国人民储蓄”
回顾过去一年的成就,泰国证券交易所(SET)主席的任务涵盖多个层面,从市场结构(包括交易法规、监管体系、人工智能技术以及监管机构的联系)到为新企业开辟融资渠道。
与此同时,它还扩大规模,吸引新经济、中小企业、创业公司和家族企业利用资本市场。
另一方面,可持续发展框架已通过 ESG 数据平台、SET ESG 评级和 SET SE 建立,而长期储蓄计划正通过 TISA 得到推广。
下一步:推进新法规、人工智能和新经济的发展。
在接下来的工作中,基蒂蓬教授将继续致力于修改法规以加强泰国资本市场,同时提升人工智能在主动监控和管理问题方面的应用。
另一个关键目标是吸引更多新经济企业进入资本市场,并促进将 ESG 理念融入上市公司的业务流程中。
目标是加强泰国资本市场,培养长期储蓄习惯,并将资本市场的作用与提高泰国人民的生活质量联系起来。
从“信任”到“机遇”,再到“可持续性”,这是泰国证券交易所主席第二个任期第一年正在推进的三大关键里程碑。
通过 Thairath Money 阅读股票和投资新闻,助您实现“更美好的财务生活”,网址:https://www.thairath.co.th/money/investment
请点击以下链接关注Thairath Money的Facebook主页:https://www.facebook.com/ThairathMoney
Wanichaya Saengthong,《经济新闻》,《泰叻报》。