“อี๊ด โปงลางสะออน” เปิดตัวลูก-ภรรยา เล่าเส้นทางรัก 14 ปี จากแฟนคลับสู่แม่ของลูก《Eed Ponglang Sa-on》介绍了他的孩子和妻子,分享了他们从粉丝到孩子母亲长达 14 年的爱情故事。
เปิดตัวที่แรก! “อี๊ด โปงลางสะออน” ควงภรรยา “น้ำ จริยา”และลูกชาย “น้องนาวา” เผยเส้นทางรัก 14 ปี จากแฟนคลับสู่แม่ของลูก

ที่แรก “อี๊ด โปงลางสะออน” ขอควงภรรยาสาวสุดสวย “น้ำ จริยา” พร้อม “น้องนาวา” อวดโมเมนต์ความน่ารักของครอบครัว พร้อมเปิดเส้นทางรัก 14 ปี จากวันที่แม่ยายไม่ปลื้มสู่ชีวิตคู่สุดแฮปปี้ในวันนี้ เผยวีกรรมความเจ้าชู้ในอดีตที่ถูกจับได้คาหนังคาเขา จนเกือบทำให้ชีวิตคู่ต้องจบลง ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31
เป็นการเปิดตัวครั้งแรก ไม่เคยพาภรรยาไปเปิดตัวรายการไหนเลย ทำไมไม่พาภรรยาออกรายการไหนเลย?
อี๊ด : ก็แล้วแต่โอกาส เราไม่ได้ปกปิดอะไร เป็นเรื่องปกติแหละ อาจไม่ค่อยมีรายการติดต่อมา เราก็ทำงานเยอะ แต่อยากให้เป็นอีกพื้นที่นึงสำหรับพวกเขา ถึงเวลาค่อยพาออกไป ไม่ได้กลัวว่าเรามีภรรยาแล้วนะ
พาลูกมาด้วย น้องกี่ขวบแล้ว?
อยู่ดีๆ ตกปากรับคำเฉยเลย ว่าพาครอบครัวมาด้วย?
อี๊ด : ถึงเวลาเราพูดคุยกับทุกคนได้ทุกเรื่องครับ
พัฒนาการลูกเป็นยังไง?
อี๊ด : ตอนเด็กๆ เวลาผมไปเล่นดนตรี จะพาเขาไปด้วย ตามวัย แรกๆ เขาเล่นตีโปงลาง เป่าแคน แต่พอโตขึ้นเริ่มไปทางอื่น ไปทางดนตรี ฟุตบอล กีฬา พาเขาไปลองหลายๆ อย่าง ตอนนี้เขาตีกลองอยู่ ชอบอะไรครับ
นาวา : ฟุตบอล ชอบเพราะวิ่งเร็ว เตะบอลเก่งด้วย
อี๊ด : ว่ายน้ำก็ชอบครับ
ทำไมให้ลูกทำกิจกรรมแน่น?
น้ำ : จริงๆ เป็นสิ่งที่เขาอยากทำค่ะ เขาอยากไปเรียนเตะบอล เรียนว่ายน้ำ เรียนตีกลองก็เริ่มจากเรียนเปียโนก่อน แต่เรียนไปแล้วเขาบอกว่าอยากเรียนตีกลองมากกว่าก็เลยตีกลอง
การเรียนเน้นเลยว่าต้องได้ภาษา?
อี๊ด : ตอนแรกจ้างครูมาสอนภาษาอีสาน ผมไม่ถนัดไง (หัวเราะ) เราไม่ใช่คนแถวนั้น เราเป็นคนในนั้น (หัวเราะ) ที่โรงเรียนก็เป็นโรงเรียนกึ่งนานาชาติ เขาพูดภาษาอังกฤษอยู่แล้วแต่กลับมาอยากให้ฟังได้ง่าย ก็เลยให้เรียนเพิ่มทุกวันตอนเย็น
นอกจากภาษาอังกฤษได้อะไรอีก?
อี๊ด : รัสเซีย ฝรั่งเศส ยังไม่ได้ฝึก (หัวเราะ) คิดไว้ในอนาคต
นิสัยถอดพ่อมาเป๊ะๆ เรื่องอะไรบ้าง?
น้ำ : เรื่องการต่อรอง เจรจา เขาต่อรองทุกอย่างค่ะกับแม่ ให้ทานข้าวจะขอเวลา 10 นาที ต่อรองทุกอย่าง
เรื่องร้องเรื่องเต้นเรื่องแสดง มีแววมั้ย?
อี๊ด : มีบ้าง เขาชอบฝึกเองในทีวี เราไม่ได้ฝึกไปเรียนเต้นหรอก เขาจะร้องเพลงคุณพ่อเอง เต้นหน้าทีวี เต้นไมเคิล แจ็คสัน เก่งมากนะ พอโตขึ้นเขาก็เป็นอีกแบบนึง เขินขึ้นตามประสา
อี๊ด : ผมตามใจ มีเหตุมีผลในการที่จะให้นะ แต่ก็ตามใจ เขาไม่ค่อยดื้อไม่ค่อยซนเท่าไหร่ ไม่ค่อยตีว่าดุ จะบอกอธิบายเหตุผลไป
น้ำ : ใช่ค่ะ บางทีก็ดุลามไปถึงพ่อด้วย เหมือนเป็นการให้ท้าย จริงๆ ไม่ได้ดุใช้คำแรงๆ เหมือนเสียงแข็งนิดนึง เขาจะน้ำตาคลอแล้ว เขาจะรู้โทนเราอยู่ว่าถ้าโทนนี้แม่จริงจังแล้ว
ที่บ้านตั้งกฎอะไรไว้บ้าง?
น้ำ : การกินการนอน แล้วก็เรื่องเวลาเขาอยากได้ของอยากได้อะไร พ่อมาบรีฟเราก่อนว่าอย่าตามใจ พอเราตั้งกฎปุ๊บคนนั้นให้ ก็เป็นประมาณนี้ เขาจะไปอ้อนกันแล้วนี่ก็สปอย
มีไปห้างแล้วอยากได้ของมั้ย?
น้ำ : มีค่ะ แต่ไม่ถึงขนาดลงไปดิ้น
อี๊ด : แต่ถ้าเราไม่ให้ เราจะบอกเหตุผลว่าอันนี้อายุนาวายังไม่ได้นะ เพราะแบบนี้ๆ เขาก็จะไม่เอา
พ่อกับแม่ใครดุกว่ากัน?
นาวา : เสียงดังครับ กลัวครับ
อี๊ด : นาวาดื้อมั้ย (นิ่งไม่ตอบ) ไปพักผ่อนก่อนลูก (หัวเราะ)
เวลาโดนดุที ร้องไห้เลยเหมือนกัน?
น้ำ : น้ำตามาแล้ว สุดท้ายเขาถามว่าแม่โกรธเหรอ ทำไมแม่ต้องโกรธ เราก็อ่อนค่ะ
เวลาพี่น้ำดุ พี่อี๊ดก็มีหวั่นไหว?
อี๊ด : ดุไม่ใช่ด่า เรามีประสบการณ์เยอะสมัยก่อนที่เราอยู่บ้านนอก ไม่ยากให้เขาจำความรุนแรงนั้น แต่น้ำก็ไม่ได้ทำแบบนั้นนะ แม่เขาจะพูดว่าแม่บอกแล้วใช่มั้ย นาวาก็จะรู้แล้วว่าเราอารมณ์ไหน
อี๊ด : ก็เป็นเหมือนกับลูกนั่นแหละ จะรู้เลย แต่ไม่เคยใช้คำรุนแรงกันเวลาคุย ก็จะเงียบๆ แล้วมาคุยวันหลัง ส่วนมากผมเป็นคนอธิบายให้เขาฟังว่าแบบนี้ไม่ได้นะ
นาวาเคยเห็นคุณแม่ดุคุณพ่อมั้ย?
คุณพ่อคุณแม่หวานกันบ่อยมั้ย คุณพ่อหอมคุณแม่มั้ย?
จากแฟนคลับ มาสู่แฟนครับได้ยังไง?
น้ำ : เริ่มจากเป็นแฟนคลับทั่วไปธรรมดา เจอแล้วถ่ายรูปปกติ ตอนนั้นทำงานเกี่ยวกับท่องเที่ยว ก็เลยรู้ว่าพี่อี๊ดทำงานอยู่โรงเบียร์รังสิต เลยเข้าไปขอคอนแทค อยากให้มาทำงานร่วมกัน จุดเริ่มต้นเริ่มจากตรงนั้น เราก็ชอบศิลปินทั่วไปปกติค่ะ
อี๊ด : ช่วงนั้นโสดพอดี แยกย้ายกัน ผมก็กลับไปเล่นที่โรงเบียร์รังสิต เขาเหมือนให้คนส่งกระดาษขึ้นมาบนเวทีว่าอยากติดต่องานไปเล่น เพราะเขาทำทัวร์อยู่ เราบอกให้เลิกงานก่อน หลังจากนั้นก็มานั่งกินข้าวร้านก๋วยเตี๋ยวกัน ได้เบอร์กัน ตอนแรกก็หวังนั่นแหละ หวังอยากพูดคุยแหละ พอได้เบอร์ก็คุยกันมาตลอด
อี๊ด : ช่วงนั้นผมยังไม่จีบใครเพราะว่าเพิ่งโสดด้วย แล้วแยกย้ายวงด้วย ไปไหนไปคนเดียว ไม่ได้คิดจะจีบอะไร
คุยอยู่กี่คนช่วงนั้น?
อี๊ด : ไม่ได้คุยจริงจัง คุยประสาทั่วไป
ยอมให้จีบง่ายๆ มั้ย?
น้ำ : เขาไม่ได้ออกตัวว่าจีบจริงจัง แต่ชวนคุยเรื่อยเปื่อยค่ะ
เทคนิคเวลาคุยกัน เขาคุยยังไง?
น้ำ : คุยเรื่องงานปกตินี่แหละค่ะ
จับได้ยังไงพี่อี๊ดเจ้าชู้?
น้ำ : ช่วงแรกจับได้ว่ามีบ้างที่โกหก
อี๊ด : มีด้วยเหรอ ตอนไหน
น้ำ : ช่วงแรกๆ ที่คบกันใหม่ๆ โกหกว่าไม่มีคนอื่น
อี๊ด : ไม่ได้โกหกหรอก ตอนนั้นยังไม่ได้มีแฟนไง อาจจีบคนอื่นด้วย ยังไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตน ก็มีคุยบ้าง
อี๊ด : ไม่รู้ยังไง กลายเป็นว่าตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา มีช่วงนึงเหมือนจะไม่ได้ไปกันต่อ แต่ก็กลับมาต่อกันได้อีก อาจเป็นช่วงที่คุณลาล่า ลูลู่ แยกย้าย วงก็แยกย้ายกัน ไปไหนมาไหนคนเดียว ก็มีเขานี่แหละไปไหนมาไหนด้วยช่วงนั้น เลยเป็นความผูกพันมาเรื่อยๆ
ทำไมคนนี้ต้องเป็นแม่ของลูกเรา?
อี๊ด : ผมเป็นคนตัดสินใจไว ทำอะไรตรงๆ เลย แต่เขามีเหตุผลให้เราพูดคุยก่อนได้
อะไรทำให้ตัดสินใจว่าแต่งกับพี่อี๊ด?
น้ำ : เขาเป็นคนเสมอต้นเสมอปลายค่ะ เป็นยังไงก็เป็นอย่างนั้น ไม่มีอะไรสูง ไม่มีอะไรแย่ ไม่หวือหวา เสมอต้นเสมอปลาย ธรรมชาติของเขา เป็นบ้านๆ อารมณ์ดีมีบ้าง แต่ส่วนใหญ่เป็นคนซีเรียสมากกว่า เป็นคนเครียดเรื่องงาน
ที่บ้านน้ำก็ซีเรียส เพราะเห็นเขาเป็นดารา?
น้ำ : เขากลัวโดนหลอก เขาจะจริงจังเหรอ ประมาณนั้นค่ะ ก็มีห้ามๆ ว่าเตรียมใจหน่อยนะ
อะไรทำให้ครอบครัวยอมรับพี่อี๊ดได้?
น้ำ : ก็ความเสมอต้นเสมอปลายของเขานี่แหละ ทุกวันนี้ก็ยังเป็นเหมือนเดิม
กลัวมั้ยถ้าคบไปจะผิดหวัง?
น้ำ : ก็กลัว แต่มีอะไรก็คุยตรงๆ มากกว่า ไม่เก็บไว้ กังวลเรื่องไหนก็คุยกับเขาเลย
พี่อี๊ดพิสูจน์ตัวเองยังไง?
อี๊ด : ผมก็ไปหาแม่เขาเลย ผมว่าก็เป็นเรื่องปกตินะ ไปบอกว่าผมคบกับลูกสาวแม่นะครับ แม่ไม่ต้องห่วงนะ อนาคตไม่รู้ แต่ตอนนี้เป็นแบบนี้ๆ แม่ก็บอกว่าแม่ไปอยู่ด้วยได้มั้ยล่ะ (หัวเราะ) คุณแม่เขาจะละเอียดมาก
เสมอต้นเสมอปลายเหมือนเดิม?
อี๊ด : เราเรียบๆ ไม่ได้หวือหวา ผมชีวิตบ้านๆ อาจไม่ได้ซื้อของอะไรเยอะแยะ ใช้ชีวิตสบายๆ กลางๆ ไว้
อี๊ด : ก็มีงอนนั่นแหละ มีบางครั้งผมอาจโมโห ฟึดฟัด ก็จะขอโทษเขา อาจจะงอนง่าย ทางนี้เขาจะนิ่งๆ ให้เรางอนจนหายไปเอง ไม่มีขอโทษนะ ไม่มีหรอก
อี๊ด : ก็ปกตินะ ผมก็จะเล่นๆ หยอกๆ ตามประสาแหละ ก็มีโรแมนติกบ้าง
นอกจากกุมหัวใจ เขากุมอะไรอีก?
อี๊ด : ผมให้เขาเป็นผู้จัดการให้ด้วย ติดต่องานด้วย อยากให้คนอยู่ใกล้ชิดเรานี่แหละทำงานด้วย แต่ก่อนรับละคร ไปคอนเสิร์ต บอกเขาว่าเวลาใครไปด้วยชอบเป็นห่วง ก็เลยบอกว่าพี่ไปคนเดียว เราไม่ต้องไป เขาก็เข้าใจ ตอนหลังให้เขาฝึกมาเรื่อยๆ
น้ำ : ใช่ค่ะ เราเป็นคนตรงๆ คุยซิกแซกไม่ค่อยเป็น เขาก็ต้องสอนเยอะอยู่
อี๊ด : ไม่ได้ซิกแซกโกงนะ แต่บางครั้งเราจะมีวิธีพูดยังไง มีลูกล่อลูกชนยังไง
เอาภรรยามาดูแลคิวไม่กลัวทะเลาะกันเหรอ?
น้ำ : เรื่องหึงเป็นช่วงแรกๆ ค่ะ เขามีแฟนคลับกลุ่มคนอีสานเยอะ เราเป็นคนภาคกลาง เราไม่เข้าใจวัฒนธรรมคนอีสาน เวลาแฟนคลับเจอกันเขาจะวิ่งเข้าใส่
อี๊ด : เขาชื่นชมนั่นแหละ
น้ำ : ถึงเนื้อถึงตัว หอมแก้ม จับนั่นจับนี่ เราเป็นคนภาคกลางเราไม่เข้าใจว่าเฮ้ย มันต้องขนาดนี้กันเหรอ
อี๊ด : มีครั้งนึงไปป่าตอง ผมไม่ได้คิดอะไร พี่น้องก็เต็มเลย เรียกอุ้มผมเข้าไปข้างใน เขาหยอกนั่นแหละ นี่ก็งง สตั้น ไม่ถึง 3-4 วิ ก็เดินออกมา เขาก็นิ่งๆ ผมก็เดินต่อ สังเกตว่าตึงแน่ๆ เกิดอะไรขึ้น เราไม่รู้เราผิดอะไร งงๆ อยู่ ก็เลยต้องมาอธิบาย เขาบอกทำไมทำแบบนี้ เราก็ห๊ะ ทำอะไร เขาบอกทำไมไม่หนี ไม่ขัดขืน (หัวเราะ) ทำไมต้องปล่อยตัวอย่างนั้น ก็บอกว่าแฟนคลับพี่เป็นแบบนี้ เราไปไหนมาไหนถ้าเราคิดไม่ดีมันอยู่ที่ตัวเรามากกว่า เราเป็นคนของประชาชน เขาก็เข้าใจ
ตอนนี้ปรับตัวได้แล้ว?
น้ำ : ใช่ค่ะ สักระยะนึงแล้วค่ะ (หัวเราะ)
น้ำ : ก็เหตุการณ์นี้แหละค่ะ
อี๊ด : หลังๆ ผมไปไหนมาไหน ถ้ามีคนมาขอถ่ายรูป เขาจะเดินหนีไปเลย ให้เต็มที่ไปเลย แต่เราก็อ้าว ทำไมไม่รอกันก่อน คนเป็นผู้จัดการต้องบอกว่าขอโทษนะคะ ต้องไปแล้วนะคะ นี่ไปแล้ว (หัวเราะ)
แฟนคลับเยอะมากจริงๆ?
ทุกวันนี้ไม่มีเรื่องหึงหวง?
น้ำ : ไม่มี ไม่มีเลย
อี๊ด : ตามประสาผู้ชายวอกแวกได้ แต่ไม่มีไปทำอะไรนอกลู่นอกทาง ถ้าไปงานไกลๆ มันเหนื่อย ก็บอกน้ำว่าไม่เอานะ อยากอยู่กับครอบครัวมากกว่า ไม่ได้รวยนะ งานก็อยากมี แต่อยากอยู่กับครอบครัว
กังวลเพราะมีลูกตอนอายุเยอะ?
เลยวางแผนเรื่องความมั่นคง?
อี๊ด : ก็วางแผนทั้งแม่ทั้งลูกแหละ เผื่ออะไรเกิดขึ้นไม่รู้ข้างหน้า ก็วางเอาไว้แหละ เรื่องประกันชีวิต เรื่องอะไรต่างๆ แต่เรื่องพินัยกรรมยังไม่ได้เขียนนะ วางอนาคตต่อยอดธุรกิจต่างๆ ให้เขานั่นแหละ
น้ำห่วงเขามากในเรื่องทำงาน?
น้ำ : เขาเป็นคนซีเรียสค่ะ เครียด ช่วงทำหนังไมเกรนขึ้นหลายรอบ เข้าบ้านมาอาการร่อแร่ทุกวัน ก็ต้องบอกให้เขาผ่อนลงบ้าง บางอย่างเราไม่สามารถแก้ไขได้ทันทีก็ต้องปล่อยให้เวลามันทำงานบ้าง อย่าไปกังวล คิดแล้วคิดอีก
เคยจินตนาการภาพในอนาคตไว้มั้ย ว่าอยากเห็นลูกเราเป็นยังไง?
อี๊ด : ผมว่าเป็นนักธุรกิจที่เราวางเอาไว้ ส่วนนึงเขาก็ต้องทำเองด้วย อยากให้มาทางค้าขายมากกว่า ที่สำคัญเรื่องภาษาสมัยนี้สำคัญมาก อยากให้เขาเก่งเรื่องภาษา อย่างภาษาจีน ก็วางแผนไว้ตั้งแต่เด็กๆ แต่รัสเซียเอาไว้ก่อน เอาภาษาจีน อังกฤษก่อน
อยากมีน้องเพิ่มมั้ย?
อี๊ด : ผมอยากมีอยู่แล้ว แต่น้ำบอกว่าเขาเหนื่อย
น้ำ : ตอนนี้ 40 กว่าแล้วค่ะ คิดว่าพอแล้ว.
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม
首先,Eed Ponglangsaon 和他美丽的妻子 Nam Jariya,以及他们的女儿 Nawa,在 One31 频道的节目“Kuy Saap Show”中,展现了温馨的家庭时光,并分享了他们 14 年的爱情故事,从岳母反对他们婚事到如今幸福的婚姻生活。他还坦白了自己过去的婚外情,这段经历让他被当场抓获,几乎导致婚姻破裂。
这是我第一次把妻子介绍给大家。我以前从未带她上过任何电视节目。为什么我以前从未带妻子上过任何节目呢?
伊德:这要看情况。我们没什么好隐瞒的。这很正常。可能因为我们工作忙,所以没多少节目联系我们。但我们想为他们提供另一个平台。时机成熟时,我们会带他们出去。他们并不害怕,因为我已经结婚了。
你带孩子一起来了吗?你的孩子多大了?
我突然就同意带家人一起去了?
伊德:是时候我们可以和所有人谈论任何事情了。
孩子的发育情况如何?
伊德:我小时候,每次去演奏乐器,都会带上他。起初,他弹木琴和卡恩琴(一种竹制口琴),但随着年龄增长,他开始探索其他事物——音乐、足球、运动。我带他尝试了很多不同的东西。现在他打鼓。他喜欢什么呢?
纳瓦:我喜欢足球,因为我速度快,而且踢球技术好。
伊德:我也喜欢游泳。
为什么要让孩子参加这么多活动?
南:其实,这是他一直想做的事情。他想学足球、游泳和打鼓。他一开始学的是钢琴,但过了一段时间,他说他更想学打鼓,所以就开始学打鼓了。
该研究是否侧重于语言技能?
伊德:一开始,我们请了一位老师教伊桑方言。我当时说得并不流利(笑)。我们不是本地人,我们是外地人(笑)。那所学校是半国际学校,学生们都说英语,但他们想让我们更容易理解,所以我们每天晚上都提供额外的课程。
除了英语,我还能学什么?
伊德:俄罗斯和法国还没进行过训练呢(笑)。以后再考虑吧。
他在哪些方面完全继承了他父亲的性格特征?
南:说到讨价还价,他什么都要讨价还价,连跟他妈妈也不例外。比如,他会要求饭前多等十分钟。他什么都要讨价还价。
她在唱歌、跳舞和表演方面有潜力吗?
伊德:是的,有时候。他喜欢自己对着电视练习。我们没有送他去上舞蹈课。他会唱我爸爸的歌,还会对着电视跳舞,甚至跳迈克尔·杰克逊的舞。他跳得真的很好。随着年龄增长,他变得不一样了,更害羞了,这在孩子身上很正常。
伊德:我比较纵容他。我的决定背后是有原因的,但我还是会让他做自己。他并不怎么不听话或淘气。我通常不会责骂或打他;我只是会向他解释原因。
南:是的,有时候甚至连她父亲都觉得我在纵容她。其实,我不会用严厉的语气,只是语气稍微坚定一些。她就会眼眶湿润。她了解我的语气;如果我用这种语气,那就是认真的。
你家制定了哪些规矩?
水:吃饭、睡觉、作息时间。他想要什么,他爸爸事先叮嘱过我们不要溺爱他。一旦我们定好规矩,那个人就会给他想要的东西。差不多就是这样。他会去哄我们,然后我们就用这种方式宠他。
你去商场购物了吗?
水:有的,但水量不足以让人在水中翻滚。
伊德:但如果我们不给他们,我们会解释原因,比如“这个孩子还不够大”,或者“因为这样那样的原因”,他们就不会接受了。
父亲和母亲,谁更严厉?
纳瓦:太吵了。我害怕。
伊德:纳瓦德是不是在调皮捣蛋?(沉默不语)儿子,先去休息吧。(笑)
你被责骂时也会哭吗?
眼泪涌上了眼眶。最后,他问:“妈妈,你生气了吗?妈妈为什么生气呢?”我们的心也软了下来。
当P'Nam生气时,P'Eed也会感到慌乱吗?
伊德:这不是责骂,而是严格管教。我们以前在农村生活时有很多这方面的经验。我们不想让他们记住那些暴力。但南自己不会那样做。她妈妈会说:“我不是跟你说过吗?”南就能感受到我们当时的心情。
伊德:他对待孩子的方式也差不多。他能理解,但我们说话时从不用重话。我们会先安静一会儿,过段时间再谈。通常都是我跟他解释这样做不对。
纳瓦,你见过你妈妈责骂你爸爸吗?
你的父母经常表达爱意吗?你的父亲会亲吻你的母亲吗?
我是如何从粉丝变成男朋友/女朋友的?
Nam:一开始我只是个普通的粉丝。我会像平常一样和他见面、合影。那时我在旅游业工作,所以知道P'Eed在兰实啤酒厂工作。我就去问他要了联系方式,希望能和他合作。一切就是从那时开始的。我当时就像其他普通粉丝一样,喜欢其他艺人。
伊德:当时我是单身,我们俩已经分道扬镳了。我又回到兰实啤酒厂继续演出。他们派人递了张纸条到台上,说他们要巡演,想请我演出。我告诉他们别再为我工作了。之后,我们去了一家面馆,交换了电话号码。一开始,我当然抱有一些期待,我想和他们聊聊。拿到他们的号码后,我们就一直保持联系。
伊德:那段时间我没有和任何人约会,因为我刚恢复单身,乐队也解散了。我到处都是一个人,根本没想过要和任何人约会。
那段时间你和多少人交谈过?
伊德:我们没有进行严肃的谈话,只是闲聊而已。
你容易被调情吗?
南:他并没有明确表示自己在认真调情,只是开始了一段普通的对话。
他的谈话技巧是什么?他说话的方式是怎样的?
南:我们像往常一样谈论工作。
你是怎么发现P'Eed是个花花公子的?
南:起初,我有时会发现她撒谎。
伊德:真的吗?什么时候?
南:在我们交往之初,我撒谎说我没有和其他人交往。
伊德:我没撒谎。那时候我没有女朋友。我可能也跟其他人调情过。我没有正式的女朋友,所以只是跟几个人聊聊天。
伊德:我也不知道是怎么回事,但从那以后,我们之间似乎有一段时间不会再见面了,但后来我们又重新联系上了。也许是在拉拉和露露分道扬镳、乐队解散的那段时间吧。那段时间我到处都是一个人,而他成了我形影不离的伙伴。我们的感情就是这样慢慢加深的。
为什么这个人非得是我们孩子的母亲?
伊德:我做事果断,直截了当,但她总是让我们先跟她商量。
是什么让你决定嫁给P'Eed?
南:他是个很稳重的人。他始终如一,没什么特别的,也没什么糟糕的,更谈不上张扬。他很脚踏实地,性格开朗,但工作时大多时候都很严肃,压力也很大。
在家里,情况很严重,因为他们把他当成名人?
南:他害怕被骗。他是认真的吗?大概是这样。所以他警告我说:“做好准备。”
是什么让这个家庭接受了P'Eed?
南:关键在于他的稳定性。他现在依然如此。
你害怕继续这段关系后会失望吗?
南:我很害怕,但我更喜欢直接沟通。我不会把事情憋在心里。如果我担心什么,我会跟他说。
P'Eed是如何证明自己的?
伊德:我去见了她妈妈。我觉得这很正常。我告诉她我在和她女儿交往,让她别担心未来。我告诉她目前的情况就是这样。然后她问能不能搬来和我们一起住(笑)。她妈妈真是太细心了。
一如既往?
伊德:我们生活简朴,不铺张浪费。我的生活很务实,不买很多东西。我过着舒适而节俭的生活。
伊德:嗯,当然会有生闷气的时候。有时候我会生气或者沮丧,然后我会道歉。我很容易生闷气。但她不一样,她只会保持沉默,让我自己生闷气,直到我自己好起来。她从来不道歉。
伊德:这很正常。我只是像往常一样跟她开玩笑、逗逗她。当然,也有一些浪漫的时刻。
除了占据我的心,他还占据了我什么?
伊德:我让他当我的经纪人,他负责我的工作安排。我想要一个亲近的人一起工作。以前,我接戏或者去演唱会的时候,我跟他说过,有人陪我去我总是很担心。所以我跟他说:“我一个人去,你不用来。”他理解了。之后,我就让他一直指导我。
南:是的,我性格直率,不太擅长拐弯抹角地沟通。他教了我很多东西。
伊德:这不是作弊或使用卑鄙手段的问题,而是有时候需要找到沟通的方式和运用巧妙的策略。
你不怕带老婆来管理排队会引发争吵吗?
南:嫉妒心很早就出现了。他有很多来自泰国东北部伊桑地区的粉丝,而我来自泰国中部,所以我不了解伊桑文化。粉丝们见到他时,都会朝他跑过去。
伊德:他只是欣赏而已。
水:身体接触,亲吻脸颊,到处抚摸。我们来自泰国中部,我们不明白,“哇,真的一定要这样吗?”
伊德:有一次我去芭东。当时我没想那么多。那里有很多粉丝。他们喊着:“把我抱进去!”他们只是开玩笑。我当时很困惑,有点懵。不到三四秒钟,我就走了出去。他们安静了下来。我继续往前走。我注意到气氛有点紧张。我们不知道自己做错了什么。我们很困惑,所以只好解释。他们问:“你们为什么那样做?”我们一脸茫然:“啊?我做了什么?”他们说:“你们为什么不跑?为什么不反抗?”(笑)“你们为什么就这么任由他们摆布?”我告诉他们:“我的粉丝就是这样。无论我们去哪里,如果我们心怀不轨,那更多的是出于我们自己的考虑。我们是公众人物。”他们理解了。
你现在适应了吗?
南:是的,已经有一段时间了。(笑)
水:嗯,事情就是这样。
伊德:最近,无论我去哪儿,如果有人想跟我合影,他们都会直接走开。他们会说:“尽管问吧!” 但我就想:“嘿,他们为什么不等等呢?” 我的经纪人只好说:“不好意思,我们得走了。走吧!”(笑)
哇,她有好多粉丝啊!
如今不再嫉妒了吗?
水:无。完全没有。
伊德:像所有男人一样,我有时也会分心,但我不会做任何不恰当的事。如果是出差长途,会很累,所以我会告诉南我不想去。我更想和家人在一起。我不富裕,我需要一份工作,但我更想和家人在一起。
担心高龄生育?
所以,你们正在制定安保方面的计划?
伊德:我们已经为母亲和孩子都做了安排,以防万一将来发生什么事。我们买了人寿保险和其他一些东西,但还没有立遗嘱。我们正在为他们的未来做规划,并帮助他们拓展事业。
她很关心他的工作吗?
南:他是个很严肃的人,容易紧张。拍摄期间,他经常偏头痛,每天回家都感觉不舒服。我不得不劝他放松一点。有些事情我们无法立刻解决,只能交给时间来处理。别担心,也别想太多。
你有没有想过你希望你的孩子将来成为什么样的人?
伊德:我认为我们对他们的商业期望是可行的,但他们必须自己努力实现一些目标。我希望他们从事商业方面的工作。如今语言技能至关重要。我希望他们精通多种语言,比如我们从小就规划好的中文。俄语可以以后再学。我们先集中精力学习中文和英文。
你想要再添个弟弟或妹妹吗?
伊德:我本来就想生一个,但是南说他累了。
水:我现在四十多岁了。我想这已经足够了。
点击阅读更多娱乐新闻。