เปิดทำเนียบฯ รับคณะทูต ก่อนมอบเงินในนามรัฐบาลไทยช่วยอุทกภัยเนปาล 7 ล้าน在泰国政府向尼泊尔洪灾灾民捐赠 700 万泰铢之前,总理府向一个外交代表团敞开了大门。
นายกฯ เปิดทำเนียบรัฐบาลต้อนรับคณะทูต ยันไทยมีเสถียรภาพพร้อมร่วมมือ เดินหน้าสร้างโอกาสให้ประเทศในเวทีโลก ก่อนเป็นประธานมอบเงินช่วยอุทกภัยเนปาล 7 ล้านบาท พร้อมแสดงความเสียใจต่อการสูญเสีย

นายกฯ เปิดทำเนียบรัฐบาลต้อนรับคณะทูต ยันไทยมีเสถียรภาพพร้อมร่วมมือ เดินหน้าสร้างโอกาสให้ประเทศในเวทีโลก ก่อนเป็นประธานมอบเงินช่วยอุทกภัยเนปาล 7 ล้านบาท พร้อมแสดงความเสียใจต่อการสูญเสีย
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้การต้อนรับคณะเอกอัครราชทูต กงสุลต่างประเทศประจำประเทศไทย และหัวหน้าองค์การระหว่างประเทศในประเทศไทย รวม 76 คน ที่เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี ในโอกาสพบปะคณะทูตและผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ พร้อมรับฟังวิสัยทัศน์และทิศทางการดำเนินนโยบายของรัฐบาลไทย ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
นายอนุทิน กล่าวว่า การพบกันครั้งนี้เป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างความรู้จัก และเชื่อมโยงการทำงานระหว่างคณะทูตกับรัฐบาลไทย ตอนนี้ไทยอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของการเปลี่ยนแปลง รัฐบาลจึงเดินหน้าปฏิรูปภาครัฐควบคู่กับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต และเตรียมความพร้อมสู่การเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เพื่อยกระดับมาตรฐาน กฎระเบียบ และสถาบันของประเทศให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล นโยบายต่างประเทศต้องเปิดโอกาสใหม่ให้แก่ประเทศและประชาชน ทั้งด้านการลงทุน เทคโนโลยี องค์ความรู้ ตลาด และการพัฒนาทุนมนุษย์ ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีเสถียรภาพ เปิดกว้าง และพร้อมทำงานร่วมกับทุกประเทศ โดยให้ความสำคัญกับมิตรภาพ ความไว้วางใจ และความเป็นหุ้นส่วน
นายกรัฐมนตรี เผยต่อไปว่า ภารกิจสำคัญของไทย ทั้งการเดินทางไปนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ และการประชุม Pre-COP ที่ประเทศฟิจิในเดือนกันยายน การเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก ที่กรุงเทพมหานคร ในเดือนตุลาคม ตลอดจนการประชุมสุดยอดอาเซียนในเดือนพฤศจิกายน รัฐบาลจะใช้เวทีเหล่านี้ในการสื่อสารศักยภาพของประเทศไทย ขยายความร่วมมือ และสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ประเทศ รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์กับทุกประเทศ และพร้อมทำงานร่วมกับประชาคมระหว่างประเทศเพื่อเติบโตไปด้วยกัน พร้อมเสริมสร้างความยืดหยุ่น ความมั่นคง และความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
รัฐบาลไทยมอบเงินช่วยอุทกภัยเนปาล 7 ล้านบาท
จากนั้น นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้ประสบภัยพิบัติในเนปาล โดยมี นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมเป็นสักขีพยาน
ทั้งนี้ นายอนุทิน แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อรัฐบาลและประชาชนเนปาลจากความสูญเสียและความเดือดร้อนที่เกิดจากอุทกภัยครั้งล่าสุด พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยและประชาชนไทยยืนหยัดเคียงข้างเนปาลในช่วงเวลาที่ยากลำบาก โดยรัฐบาลไทยมอบเงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจำนวน 7 ล้านบาท (ราว 210,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ) ซึ่งรวมค่าขนส่งสิ่งของบริจาคไปยังเนปาล พร้อมจัดส่งสิ่งของจำเป็นเพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัย
สำหรับสิ่งของช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐ ประกอบด้วย ชุดป้องกัน Level C จำนวน 500 ชุด ถุงบรรจุศพ 2,700 ใบ รวมถึงหน้ากากกู้ภัยและหน้ากากอนามัย ชุดกรองอากาศ เป็นต้น.
总理在总理府会见了外交使团,重申泰国政局稳定,并表示愿与各方合作,共同为泰国在全球舞台上创造机遇。随后,他主持了向尼泊尔洪灾救灾捐款700万泰铢的仪式,并对灾民的损失表示哀悼。
2026年9月4日上午9点,泰国总理兼内政部长阿努廷·查恩维拉库尔在总理府桑蒂·迈特里大楼会见了由76位驻泰大使、领事和国际组织负责人组成的代表团。此次访问旨在与各国外交使团和国际组织代表会面,并了解泰国政府的愿景和政策方向。
阿努廷先生表示,此次会晤是外交使团与泰国政府交换意见、增进了解、加强工作联系的良机。泰国目前正处于转型发展的关键时期。因此,泰国政府正推进公共部门改革,同时进行经济结构调整,向未来产业转型,并积极筹备加入经济合作与发展组织(OECD)。此举旨在提升国家标准、法规和机构,使其与国际标准接轨。外交政策必须在投资、技术、知识、市场和人力资本发展方面为泰国及其人民创造新的机遇。泰国是一个稳定、开放、乐于与各国合作的国家,始终将友谊、信任和伙伴关系放在首位。
总理进一步透露,泰国政府将利用其一系列重要出访活动,包括9月赴美国纽约参加联合国大会和在斐济举行的气候变化大会预备会议;10月在曼谷主办国际货币基金组织(IMF)和世界银行集团年会;以及11月参加东盟峰会,来展现泰国的潜力,拓展合作,并为国家创造新的机遇。泰国政府珍视与各国的关系,并愿与国际社会携手合作,在瞬息万变的世界中共同发展,增强韧性,保障安全,促进共同繁荣。
泰国政府捐赠了700万泰铢用于援助尼泊尔洪灾灾民。
随后,总理主持了向尼泊尔灾民分发人道主义援助的仪式,副总理兼外交部长西哈萨克·普昂凯凯、公共卫生部长帕塔纳·普罗姆帕特和内政部副部长杰塞特·泰塞特作为见证人出席。
阿努廷先生就尼泊尔近期洪灾造成的损失和苦难向尼泊尔政府和人民表达了最深切的慰问。他重申,泰国和泰国人民将与尼泊尔同舟共济,共渡难关。泰国政府已提供总额达700万泰铢(约合21万美元)的人道主义援助,其中包括捐赠物资运往尼泊尔的运输费用,以及用于支持灾区救援工作的基本物资。
政府机构提供的援助物资包括500套C级防护服、2700个尸袋,以及救援口罩、医用口罩、空气过滤器等。